- หน้าแรก
- เมื่อทาสรักตื่นรู้ ถึงคราวนางเอกต้องหลั่งน้ำตา
- บทที่ 20 คู่หมั้นของนางเอก 5 「จบ」
บทที่ 20 คู่หมั้นของนางเอก 5 「จบ」
บทที่ 20 คู่หมั้นของนางเอก 5 「จบ」
บทที่ 20 คู่หมั้นของนางเอก 5 「จบ」
ข่าวลือราวกับมีขา แทรกซึมไปทั่วทุกมุมของเมืองหลวง
เวินเส้ายังไม่ทันได้ช่วยโหมกระพือ ดูท่าคนโบราณเหล่านี้จะว่างกว่าที่เขาคิด พอมีเรื่องซุบซิบก็อดไม่ได้ที่จะบอกต่อ
"เพียะ!"
ฟ่านโหวตบหน้าฟ่านอี๋อย่างแรงจนนางล้มคว่ำไปกับพื้น ตวาดลั่น "นังลูกทรพี! ชื่อเสียงร้อยปีของสกุลฟ่านถูกเจ้าทำลายป่นปี้หมดแล้ว! เจ้าลองไปฟัง ลองไปฟังดูสิว่าคนข้างนอกเขาพูดถึงสกุลฟ่านเราว่าอย่างไร!"
หลี่ซื่อยืนอยู่ข้างๆ สงสารแต่ก็ไม่กล้าห้าม นางเองก็ผิดหวังกับลูกสาวคนนี้แล้ว ฟ่านอี๋เป็นลูกคนแรกของนาง และเป็นลูกที่นางทุ่มเทอบรมสั่งสอนที่สุด แต่กลับ...
ฟ่านอี๋กุมใบหน้า น้ำตาไหลพราก ทำท่าเหมือนได้รับความกระทบกระเทือนใจอย่างแสนสาหัส พึมพำกับตัวเองว่า "ทำไม... ทำไมถึงเป็นแบบนี้..."
"ท่านพ่อ... ท่านพ่อ... ไม่ใช่อย่างนั้นนะเจ้าคะ!" จู่ๆ ฟ่านอี๋ก็คลานเข้าไปกอดขาฟ่านโหว
"ปีนั้นตอนที่อี้ไคจี้ยังเป็นขอทาน เป็นข้าที่ให้ข้าวเขาหนึ่งชาม! ข้าช่วยชีวิตเขา! เขาควรจะซาบซึ้งข้า! เขาควรจะรักข้า! ข้าคือฮูหยินแม่ทัพ! ข้าคือฮูหยินแม่ทัพใหญ่!"
ยามเจ้าตกต่ำ ใครๆ ก็สามารถมาเหยียบย่ำเจ้าได้ แต่เมื่อเจ้ามีสถานะสูงส่งจนผู้อื่นได้แต่แหงนมอง ย่อมไม่มีใครเอ่ยถึงอดีตอันตกต่ำของเจ้า
อี้ไคจี้ไม่เคยใส่ใจชาติกำเนิดขอทานของตน ตรงกันข้ามเขารู้สึกว่าตนจะเป็นตัวอย่างที่ดี ทำให้เกิดกระแสชาวบ้านมาสมัครเป็นทหาร
แต่เขาไม่ใส่ใจ ไม่ได้แปลว่าสกุลฟ่านจะไม่ใส่ใจ โดยเฉพาะหลังจากอี้ไคจี้หักหน้าฟ่านอี๋ต่อหน้าธารกำนัลแล้วยังเข้าไปทวงบุญคุณ——
แม่ทัพใหญ่อี้ ยังจำบุญคุณข้าวหนึ่งมื้อที่สกุลฟ่านให้ตอนท่านยังเป็นขอทานได้หรือไม่?
หาที่ตายชัดๆ
ดังนั้นหลังจากฟ่านโหวได้ฟังคำพูดของฟ่านอี๋ ปฏิกิริยาแรกคือปิดปากนาง สั่งห้ามคนในเหตุการณ์แพร่งพรายออกไป
วันรุ่งขึ้นหลังเลิกประชุมเช้า อี้ไคจี้ก็เรียกเขาไว้
"ฟ่านโหวสมควรอบรมสั่งสอนบุตรสาวของท่านให้ดีได้แล้ว" เขาทิ้งคำพูดไว้ประโยคหนึ่ง แล้วหันหลังเดินจากไป ทิ้งแผ่นหลังไว้ให้ฟ่านโหว
ความหวังอันไม่อาจเอ่ยปากของฟ่านโหว แตกสลายโดยสิ้นเชิง เขารู้ว่า ฟ่านอี๋หมดอนาคตแล้ว เขาใช้ไม้แข็ง ตั้งใจจะยกฟ่านอี๋ให้แต่งงานไปเป็นภรรยาใหม่ของพ่อค้าทางใต้ เพื่อป้องกันไม่ให้นางไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำไปพัวพันกับขุนนางสูงศักดิ์อีก
"ท่านพ่อ! ข้าไม่แต่ง! ข้าไม่แต่ง!" ฟ่านอี๋ร้องไห้โวยวาย ดึงปิ่นปักผมบนศีรษะมาจ่อที่คอ
"หากท่านบีบบังคับข้า ข้าจะตายให้ท่านดู!"
ฟ่านโหวแค่นหัวเราะเย็นชา "เอาสิ งั้นเจ้าก็ตายซะ"
ร่างกายของฟ่านอี๋แข็งทื่อ มองเขาด้วยม่านน้ำตา แต่เห็นเพียงสีหน้ารังเกียจเดียดฉันท์ นางจึงหันไปขอร้องหลี่ซื่อ
"ท่านแม่ ท่านช่วยข้าด้วย! ช่วยลูกด้วยเจ้าค่ะ! ท่านแม่——"
ทว่าหลี่ซื่อกลับเพียงขอบตาแดงก่ำ หันหน้าหนีไปทางอื่น
นางไม่ได้มีลูกสาวคนเดียว เป็นไปไม่ได้ที่จะนำสกุลฟ่านทั้งตระกูลไปเสี่ยงอันตรายเพื่อลูกคนนี้
ฟ่านอี๋แต่งงานอย่างเงียบเชียบและรีบเร่ง สวมชุดเจ้าสาวที่ตัดเย็บอย่างลวกๆ เกี้ยวเจ้าสาวหนึ่งหลัง สินเดิมไม่กี่หีบ นางก็ถูกหามออกจากจวนโหว เจ้าสาวถูกมัดมือมัดเท้า อุดปาก ร้องไห้เงียบๆ อยู่ในเกี้ยวเจ้าสาว
ในขณะเดียวกัน ความคืบหน้าภารกิจของเวินเส้าก็ถึงหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์
เขายกมุมปากขึ้นอย่างอารมณ์ดี ยืนอยู่บนที่สูง ส่งสายตามองเกี้ยวเจ้าสาวของนางเอกที่ห่างออกไปเรื่อยๆ อี้ไคจี้ที่อยู่ข้างกายกลับขมวดคิ้วแน่น เอ่ยปากว่า
"จบแค่นี้หรือ? ช่างง่ายดายสำหรับนางเกินไปแล้ว"
แม้คนผู้นั้นจะเป็นเพียงพ่อค้าเศรษฐี แต่ทรัพย์สินมหาศาล ฟ่านอี๋แต่งไปก็คงได้ใช้ชีวิตกินหรูอยู่สบาย ในสายตาของอี้ไคจี้ นี่มันเป็นการประทานพรให้นางชัดๆ ชาติก่อนนางเป็นต้นเหตุให้ผู้คนล้มตายมากมาย จะปล่อยไปง่ายๆ แบบนี้หรือ?
"นางจะทำทุกอย่างพังพินาศเอง" เวินเส้ากล่าว เขาไม่เชื่อหรอกว่า ฟ่านอี๋ที่แต่งงานไปพร้อมความเสียใจเต็มอก จะสามารถใช้ชีวิตร่วมกับพ่อค้าผู้นั้นได้อย่างสงบสุข
"ก็ได้" อี้ไคจี้ยังคงฝืนใจอยู่บ้าง
"ทางฝั่งท่านเป็นอย่างไรบ้าง?"
"สืบพบร่องรอยบางอย่างแล้ว อย่างช้าสามเดือน ก็จะสามารถปิดล้อมจับกุมได้" พอพูดถึงเรื่องงาน อี้ไคจี้ถึงได้โยนเรื่องฟ่านอี๋ทิ้งไว้ข้างหลัง
เวินเส้ายิ้ม "ขุนนางอย่างข้าจะรอทานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของท่านแม่ทัพนะ"
"ขอยืมคำมงคลจากใต้เท้าเวิน" อี้ไคจี้หัวเราะร่าเช่นกัน
......
สามเดือนหลังจากฟ่านอี๋แต่งงานไปทางใต้ ราชวงศ์ก็มีข่าวสะเทือนเลื่อนลั่น——
แม่ทัพใหญ่อี้กระชากหน้ากากกองกำลังโจรวอโค่วที่แฝงตัวอยู่ในราชวงศ์ พัวพันกันนับร้อยตระกูล!
ตอนที่อี้ไคจี้สืบพบเรื่องเหล่านี้ ตัวเขาเองยังตกใจ แม้จากคำพูดไม่กี่คำของศัตรูในชาติก่อน เขาคาดเดาว่าโจรวอโค่วแฝงตัวมาอย่างน้อยยี่สิบปีแล้ว แต่เมื่อทุกอย่างปรากฏอยู่ตรงหน้า เขาก็อดจะเดาะลิ้นไม่ได้
ชัยชนะที่เขารบชนะเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เป็นเพียงทัพหน้าทีโจรวอโค่วส่งมาหยั่งเชิงเท่านั้น
โอรสสวรรค์พิโรธ สั่งให้อี้ไคจี้นำทัพไปปราบปรามโจรวอโค่ว และป้อมปืนใหญ่แบบเรียบง่ายที่เวินเส้าคิดค้นขึ้นก็ได้นำมาใช้ประโยชน์
การปะทะกันระหว่างอาวุธดินปืนและอาวุธเย็น เป็นการต่อสู้ที่ฝ่ายหนึ่งถูกบดขยี้อย่างสมบูรณ์ เพียงแค่เดือนเดียว โจรวอโค่วก็พ่ายแพ้ยับเยิน ยอมก้มหัวสวามิภักดิ์ ยินดีตกเป็นประเทศราช ส่งเครื่องบรรณาการทุกปี
อี้ไคจี้และเวินเส้าชื่อเสียงโด่งดังหาใครเปรียบ
ส่วนฟ่านอี๋ในเวลานั้น กำลังค่อยๆ เหี่ยวเฉาลงในเรือนหลัง
นางไม่ยินยอมพร้อมใจตั้งแต่แต่งเข้ามา อาละวาดใหญ่โตในบ้านพ่อค้า พ่อค้าผู้นั้นไม่ได้ตามใจนางทุกอย่างเหมือนเจ้าของร่างเดิมและอี้ไคจี้ในชาติก่อน พอสังเกตเห็นว่าสกุลฟ่านทิ้งลูกสาวคนนี้แล้วจริงๆ ก็รับคนใหม่เข้ามาคนแล้วคนเล่า เล่ห์เหลี่ยมในเรือนหลังไหนเลยฟ่านอี๋จะรับมือไหว ผ่านไปไม่กี่เดือน ในที่สุดนางก็ยอมรับความจริง ทว่าไม่มีทางให้หันหลังกลับแล้ว
สามีรังเกียจ แม่สามีเกลียดชัง บ้านเดิมมองนางเป็นอากาศธาตุ กระทั่งอนุภรรยาก็ไม่เกรงกลัวฮูหยินเอกผู้นี้เลยสักนิด
ชีวิตของนาง เละเทะไม่มีชิ้นดีจริงๆ