- หน้าแรก
- เมื่อทาสรักตื่นรู้ ถึงคราวนางเอกต้องหลั่งน้ำตา
- บทที่ 16 คู่หมั้นของนางเอก 1
บทที่ 16 คู่หมั้นของนางเอก 1
บทที่ 16 คู่หมั้นของนางเอก 1
บทที่ 16 คู่หมั้นของนางเอก 1
[ติ๊ง——กำลังสรุปผลภารกิจ ความสำเร็จของภารกิจหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ได้รับคะแนน 1,000 คะแนน หักคะแนนทักษะแฮกเกอร์ 500 คะแนน คงเหลือคะแนน 2,570 คะแนน]
[ระบบ สามารถจัดโลกศิวิไลซ์ระดับกลางให้มากกว่านี้ได้ไหม? ภารกิจระดับสูงก็ได้]
หลังจากผ่านความมั่งคั่งในโลกศิวิไลซ์ระดับกลางมาแล้ว เวินเส้ามองดูคะแนนอันน่าเวทนานี้ด้วยความปวดหัว พอดีกับที่โลกก่อนเขาพักผ่อนมาเพียงพอแล้ว ตอนนี้จึงมีไฟเต็มเปี่ยม
[โลกภารกิจจะสุ่มระดับความยาก ด้วยระดับของโฮสต์ ตอนนี้สามารถสุ่มเข้าได้เพียงโลกศิวิไลซ์ระดับต้นและระดับกลางเท่านั้น โลกศิวิไลซ์ระดับสูงยังไม่เปิดให้บริการ]
[ก็ได้ โลกต่อไป]
......
"พี่เส้า ข้าคิดกับท่านแค่พี่ชายจริงๆ ท่านไปถอนหมั้นที่บ้านข้าได้หรือไม่"
"ได้"
"ท่านลองคิดดูนะ ข้า..." ฟ่านอี๋กำลังจะเกลี้ยกล่อมต่อ ถึงได้ตอบสนองทันว่าเขาพูดว่า 'ได้'
"อะ... อะไรนะ?"
"ข้าบอกว่า ถอนหมั้น ข้าตกลงแล้ว วันนี้ข้าจะเรียนท่านพ่อและท่านแม่ อีกไม่กี่วันจะไปเยือนถึงจวนเพื่อแลกเปลี่ยนของหมั้นคืน เจ้าวางใจได้แล้วกระมัง?"
"......ได้" ชัดเจนว่าเป็นนางที่ยืนกรานจะถอนหมั้น แต่ยามนี้กลับน้ำตาคลอเบ้า ราวกับว่าเวินเส้าทำให้นางได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างไรอย่างนั้น
ที่แท้สิ่งที่เรียกว่าความรักอันลึกซึ้ง ก็มีค่าเพียงเท่านี้
"ในเมื่อตัดสินใจถอนหมั้นแล้ว พวกเราชายหญิงอยู่ด้วยกันตามลำพังย่อมไม่เหมาะสม ชิงอวิ๋น ส่งคุณหนูฟ่านกลับไป"
"ขอรับ"
"พี่เส้า ท่าน..." ฟ่านอี๋กระทืบเท้า หมุนตัววิ่งหนีไป
เวินเส้านั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ ไม่ขยับเขยื้อน ชิงอีเดินหน้ามาหนึ่งก้าวแล้วเอ่ยอย่างระมัดระวัง "ซื่อจื่อ ท่านอย่าเสียใจไปเลยขอรับ คุณหนูลูกพี่ลูกน้องอาจจะแค่เลอะเลือนไปชั่วขณะ..."
เวินเส้าโบกมือ "เจ้าออกไปก่อน"
คราวนี้ "ผู้เชี่ยวชาญด้านอารมณ์" อย่างชิงอีถึงได้หุบปากลงอย่างไม่เต็มใจ
"ขอรับ"
นางเอกในครั้งนี้ก็เป็นผู้กลับชาติมาเกิดใหม่เช่นกัน
ชาติก่อนนางเอกฟ่านอี๋แต่งงานกับเจ้าของร่างเดิมตามคำสั่งบิดามารดาและแม่สื่อชักนำ หลังแต่งงานรักใคร่กลมเกลียว ทว่าก็เรียบง่ายธรรมดา นานวันเข้าฟ่านอี๋ก็เริ่มเบื่อหน่ายกับวันเวลาที่มองเห็นจุดจบเช่นนี้ ความเบื่อหน่ายนี้พุ่งถึงขีดสุดเมื่ออี้ไคจี้ แม่ทัพใหญ่แห่งราชวงศ์เดินทางกลับเมืองหลวง
นางคิดไม่ถึงว่า ขอทานที่ตนเคยช่วยไว้ส่งๆ ในปีนั้นจะประสบความสำเร็จถึงเพียงนี้ และยิ่งคิดไม่ถึงว่าเขาจะปักใจรักนางอย่างลึกซึ้ง แต่นางแต่งงานเป็นภรรยาผู้อื่นไปแล้ว พวกเขาย่อมเป็นไปไม่ได้อีก
เมื่อมองดูสามีข้างกายที่เทียบผู้อื่นไม่ได้สักอย่าง นางก็ตรอมใจ ป่วยหนักจนลุกไม่ขึ้น คิดไม่ถึงว่าเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งจะย้อนกลับมาในช่วงวัยดรุณี ครั้งนี้นางตัดสินใจจะแก้ไขความผิดพลาด ก้าวแรกก็คือการถอนหมั้นกับสามีในชาติก่อน
นี่เป็นครั้งที่สามที่นางมาเยือนถึงจวน
ในเนื้อเรื่อง ฟ่านอี๋มาขอถอนหมั้นเป็นการส่วนตัวหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ ด้วยความร้อนใจ จึงใช้วิธีการสกปรก ทำให้เจ้าของร่างเดิมมีความสัมพันธ์กับสาวใช้คนสนิทของมารดาเจ้าของร่างเดิม และพากันมาจับชู้ต่อหน้าธารกำนัล แสร้งทำท่าทางน่าสงสารเวทนา
ทั้งสองหมั้นหมายกันแล้ว ตามธรรมเนียมของราชวงศ์นี้ เพื่อเป็นการให้เกียรติ สาวใช้ห้องข้างของฝ่ายชายจะถูกส่งตัวออกไป บัดนี้เกิดเรื่องอื้อฉาวเช่นนี้ขึ้น ย่อมเป็นการตบหน้าฝ่ายหญิง
พ่อแม่ของเจ้าของร่างเดิมคิดว่าตนทำผิดต่อฟ่านอี๋ จึงเป็นฝ่ายขอถอนหมั้นเอง เจ้าของร่างเดิมต้องแบกรับสายตาผิดหวังของพ่อแม่ แบกรับคำวิพากษ์วิจารณ์จากภายนอก แม้มีร้อยปากก็ยากจะแก้ต่าง
สุดท้าย ฟ่านอี๋และอี้ไคจี้ฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการจนครองคู่กันจนแก่เฒ่า ส่วนเจ้าของร่างเดิมกลับตรอมใจ ไม่แต่งงานตลอดชีวิต
[ความปรารถนาของผู้ว่าจ้างคือ: ยกเลิกสัญญาหมั้นหมาย สร้างผลงานตั้งตัว กดข่มพระเอก ทำให้ดูเหนือกว่า และทำให้นางเอกเสียใจ]
[ระบบ นี่นับว่าเป็นพระรองด้วยหรือ? นี่น่าจะเป็นตัวประกอบใช้แล้วทิ้งมากกว่ามั้ง]
[สำนักงานทะลุมิติกำหนดขอบเขตไว้ว่า ทุกคนที่มีความเกี่ยวข้องทางความรู้สึกกับนางเอกล้วนถูกจัดเป็นพระรอง]
[ก็ได้]
เวินเส้าไม่คิดวุ่นวายใจมากนัก อย่างไรภารกิจก็สำคัญที่สุด
หลังจากพ่อแม่ลูกสามคนทานข้าวเสร็จ เวินเส้าก็พูดขึ้นอย่างตรงไปตรงมาว่า
"ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าอยากถอนหมั้น"
เวินโหวและฮูหยินสบตากัน เวินฮูหยินจึงเอ่ยถาม "เส้าเอ๋อร์ ลูกคิดดีแล้วหรือ?"
"ขอรับ" เวินเส้าพยักหน้าตอบ
"ความจริงนี่ไม่ใช่ความคิดของลูก แต่เป็นฟ่านอี๋ที่มาหาลูกหลายครั้งเพื่อแสดงเจตนาว่าไม่อยากแต่งงานกับลูก หวังให้ลูกเป็นฝ่ายขอถอนหมั้น เดิมทีลูกยังอาลัยอาวรณ์ แต่วันนี้นางมาพูดเรื่องนี้อีก หลังจากไตร่ตรองดูแล้ว ลูกจึงตอบตกลงนางไปขอรับ"
เวินโหวและฮูหยินขมวดคิ้วทันที หลายวันมานี้ฟ่านอี๋มาที่นี่บ่อยจริงๆ แต่พวกเขาคิดเพียงว่าคู่หมั้นหนุ่มสาวกำลังสร้างความสัมพันธ์ คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเพราะเรื่องนี้ เวินฮูหยินเหลือบมองเวินโหว เวินโหวรีบกล่าวทันที
"ฮูหยินจัดการได้เลย"
เวินฮูหยินพยักหน้า หันไปกล่าวกับเวินเส้า
"ในเมื่อนางไม่มีใจ เราก็ไม่จำเป็นต้องฝืน บุรุษสกุลเวิน ไม่มีเหตุผลที่จะต้องบีบบังคับผู้อื่นมาเป็นภรรยา รอแม่จัดการเตรียมการสักหน่อย ไม่กี่วันก็จะไปถอนหมั้นเรื่องนี้ แม่เองก็ต้องไปทวงถามคำอธิบายจากเวิ่นหลิ่วให้ดี"
ไม่อยากแต่งงานกับลูกชายของนาง แต่อยากให้ลูกชายของนางเป็นฝ่ายถอนหมั้น ให้ลูกชายของนางรับคำครหา จะไม่ให้ทวงถามคำอธิบายได้อย่างไร?
พูดจบก็ปรายตามองเวินโหวอีกครั้ง เวินโหวเข้าใจความหมาย รีบกล่าวทันที "พ่อเองก็จะไปทวงถามคำอธิบายจากฟ่านโหวเช่นกัน"
เวินโหวกับเวินฮูหยินเป็นคู่สามีภรรยากันมาตั้งแต่ยังหนุ่มสาว ความรักลึกซึ้ง หลังแต่งงานหลายปีมีเพียงบุตรชายสองคนและบุตรสาวหนึ่งคน
บุตรสาวแต่งงานออกไปแล้ว บุตรชายคนเล็กยังเยาว์วัย ภาระของสกุลเวินจึงตกอยู่ที่บุตรชายคนโต บางทีบุตรชายคนโตอาจจะไม่ได้โดดเด่นเป็นเลิศ แต่ในสายตาพ่อแม่ ลูกของตนย่อมดีที่สุด ตอนนี้ลูกชายได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจ ย่อมไม่ปล่อยผ่านไปง่ายๆ แน่นอน
"รบกวนท่านพ่อท่านแม่ต้องลำบากแล้ว"
เวินเส้ายกมุมปากขึ้นอย่างคลุมเครือ ไม่รู้ว่านางเอกผู้กำลังจะสมปรารถนาคนนั้น จะต้องเผชิญกับอะไรบ้างนะ?
บิดาของเจ้าของร่างเดิมและบิดาของฟ่านอี๋แม้จะเป็นท่านโหวเหมือนกัน แต่ท่านโหวเป็นเพียงบรรดาศักดิ์ หากพูดถึงอำนาจที่แท้จริงในมือ เวินโหวเหนือกว่าฟ่านโหวอย่างขาดลอย หากไม่ใช่เพราะมารดาของฟ่านอี๋อย่างหลี่ซื่อเป็นสหายสนิทกับเวินฮูหยินก่อนออกเรือน และมิตรภาพตลอดหลายปีมานี้ไม่เคยเปลี่ยน การแต่งงานนี้ก็คงไม่ตกถึงหัวนาง
แม้ธรรมเนียมราชวงศ์นี้จะเปิดกว้าง แต่ต่อให้เปิดกว้างอย่างไรก็ยังเป็นระบอบศักดินา ข้อจำกัดที่มีต่อสตรียังคงดำรงอยู่ เวินเส้าอยากรู้เหลือเกินว่า ฟ่านอี๋เคยคิดหรือไม่ว่าหากเจ้าของร่างเดิมถอนหมั้นจริงๆ ชื่อเสียงของนางจะยังดีอยู่ได้หรือ?
ก็ถูก บางทีแบบนี้อาจจะสมใจนาง ชื่อเสียงเสียหาย นางแต่งงานไม่ออก ก็จะได้รอแม่ทัพใหญ่ของนางยกทัพกลับเมืองหลวงไม่ใช่หรือ?
วันรุ่งขึ้น เวินฮูหยินก็พาเวินเส้าไปเยือนถึงจวน
"ถอนหมั้น?" หลี่ซื่อตกใจจนลุกขึ้นยืน
"ทำไมอยู่ดีๆ ถึงจะถอนหมั้นเล่า?"
เวินฮูหยินแค่นเสียง "ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าอยู่ดีๆ เหตุใดคุณหนูฟ่านถึงไม่อยากแต่งงานกับลูกชายข้าแล้ว!"
ฟ่านอี๋ที่อยู่ด้านข้างเงยหน้าขึ้น มองเวินเส้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ไม่ใช่ตกลงกันแล้วหรือ ว่าให้เขาเป็นฝ่ายถอนหมั้น โดยให้เหตุผลว่าเขาไม่ชอบนาง?
เวินเส้า: ใครตกลงกับเจ้า
เวินเส้านั่งอยู่ตำแหน่งรองลงมา จิบชาอย่างใจเย็น ฟังฮูหยินทั้งสองสนทนากัน
"อี๋เอ๋อร์ ระ เรื่องนี้จริงหรือ?" หลี่ซื่อหันไปขอคำยืนยันจากฟ่านอี๋
หน้าของฟ่านอี๋ซีดเผือดเล็กน้อย มองเวินเส้าอย่างมีความหวัง ทว่าเวินเส้ากลับเพียงแค่มองนางเงียบๆ นางด่าความใจดำของเวินเส้าในใจ กัดฟันตอบ
"ใช่เจ้าค่ะ! ข้าเป็นคนเสนอเอง! ข้าไม่ชอบเขา ข้าไม่อยากแต่งงานกับเขา!"
"เจ้า!"
หลี่ซื่อโกรธจนง้างมือขึ้น แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ฟาดลงไป ได้แต่พูดอย่างเจ็บแค้นว่า
"ตอนที่กำหนดการแต่งงาน ก็ถามความเห็นเจ้าแล้ว เจ้าก็พยักหน้าตกลง บัดนี้ กลับมาก่อเรื่องเช่นนี้!"
"ตอนนั้นยังเด็ก จะไปเข้าใจเรื่องความรักความใคร่ได้อย่างไร ตอนนี้ลูกคิดได้แล้ว ในใจลูกไม่มีพี่เส้าจริงๆ เจ้าค่ะ" ฟ่านอี๋ตอบอย่างดื้อรั้น
ตอนนั้นไม่เข้าใจความรัก ตอนนี้เข้าใจแล้วหรือ?
คำพูดประโยคนี้ทำเอาฮูหยินทั้งสองขมวดคิ้วมุ่น นี่คือมีคนในดวงใจแล้วหรือ?
หลี่ซื่อรู้ตัวว่าไม่อาจถามต่อได้อีก ข่มอารมณ์แล้วนั่งลงใหม่ "อาหยวน เรื่องนี้ข้าผิดต่อเจ้า การหมั้นหมายนี้ ให้ถือว่ายกเลิกไปเถิด"
"ข้าก็ตั้งใจเช่นนั้น"