- หน้าแรก
- สองแม่ลูกย้อนเวลา พลิกชะตาท้าลิขิต
- บทที่ 14 - ผู้ชายที่ต่ำต้อยที่สุดในโลก
บทที่ 14 - ผู้ชายที่ต่ำต้อยที่สุดในโลก
บทที่ 14 - ผู้ชายที่ต่ำต้อยที่สุดในโลก
"ไม่ไปแจ้งจริงๆ เหรอ?"
ขากลับเข้าเมือง เจียงจิ่งเทาถามย้ำไม่ต่ำกว่าสามรอบ
เหลิ่งฮุ่ยหยุดเดินกะทันหัน เจียงจิ่งเทาเกือบชนหลัง เบรกตัวโก่งแทบไม่ทัน
"เดินดีๆ สิแม่คุณ นึกจะหยุดก็หยุด"
เหลิ่งฮุ่ยหรี่ตามองเขาอย่างอันตราย "อยากไปแจ้งความนักเหรอ? อยากให้เหลิ่งเหมยซัดทอดมาถึงฉันหรือไง? อย่าลืมนะ บ้านตระกูลเหลิ่งยังไม่แยกบ้าน ถ่านที่นางขโมยไป คนอื่นไม่รู้ตื้นลึกหนาบางจะเหมาว่าฉันมีส่วนได้ส่วนเสียด้วย"
เจียงจิ่งเทานึกถึงโทษทัณฑ์ที่เหลิ่งฮุ่ยอาจได้รับ ก็ขนลุกซู่ รีบโบกมือ "ฉันไม่ได้จะไปแจ้ง ไม่ได้คิดจะลากเธอไปซวยด้วย แค่..."
"ไม่ต้องแค่ เรื่องนี้เหยียบให้มิด อย่าไปพูดให้ใครฟัง" เหลิ่งฮุ่ยเตือน
ปล่อยให้เรื่องมันดำเนินไป ต่อให้มีคนแจ้ง ก็ต้องไม่ใช่เธอที่เป็นคนแจ้ง
เหลิ่งเหมยขนถ่านกลับบ้าน เธอก็ถือว่าได้รับผลประโยชน์ทางอ้อม จะให้กินข้าวจากหม้อเขาแล้วทุบหม้อทิ้ง มันทำไม่ลง
เดินริมน้ำบ่อยๆ มีหรือรองเท้าจะไม่เปียก
เดินถนนกลางคืนบ่อยๆ สักวันเหลิ่งเหมยต้องเจอดีเข้าสักวัน
เหลิ่งฮุ่ยคิดไปถึงเนื้อหาในนิยาย ช่วงแรกนางเอกไม่เคยพลาด หรือว่าเรื่องเลวๆ แบบนี้ก็มีสกิลนางเอกคุ้มครอง?
"เฮ้ เหลิ่งฮุ่ยจะไปไหน? กลับบ้านไปทางนี้นะ"
"นายกลับไปเถอะ ฉันจะไปเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล" เหลิ่งฮุ่ยไม่หันกลับมามอง รีบจ้ำอ้าวไปทันที
กลับถึงห้องพักฟื้น เหลิ่งฮุ่ยเห็นเตียงว่างเปล่า กำลังจะอ้าปากถามเตียงข้างๆ ก็เห็นถังหลินหิ้วถุงระบายของเสียเดินช้าๆ เข้ามาจากประตู
เธอรีบเข้าไปประคอง "ไปไหนมา?"
"ไปฉี่" ถังหลินกัดฟันข่มความเจ็บ ทิ้งน้ำหนักตัวพิงลูกสาว "ไปเที่ยวเล่นข้างนอกเพลินจนจำทางกลับได้แล้วเหรอ?"
เหลิ่งฮุ่ยไม่ตอบ แต่ชี้ไปที่ถุง "ถอดสายสวนแล้ว?"
ถังหลินมองค้อน หน้าซีดเซียวไม่มีเลือดฝาด กว่าจะขยับตัวลงนอนได้ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "อยากถอดมาตั้งนานแล้ว แต่พอถอดจริงแทบตาย ไปห้องน้ำทีนึงเหมือนเสียชีวิตไปครึ่งแถบ"
"ขอโทษนะ นึกว่าวันนี้ยังไม่ได้ถอดสาย ถ้ารู้ฉันคงไม่ทิ้งไป"
ถังหลินผ่าตัดใหญ่ ร่างกายยังไม่ฟื้นตัว วันนี้เธอตามเหลิ่งเหมยไปครึ่งค่อนวัน เลยทิ้งแม่ให้ลำบาก
เห็นลูกสำนึกผิด ถังหลินก็ยิ้มออก "ไม่เป็นไร ถือว่าออกกำลังกาย เมื่อเช้าไปไหนมา?"
เหลิ่งฮุ่ยเล่าเรื่องเมื่อเช้าให้ฟัง "นิยายเล่มนั้นแม่ก็อ่าน ในเรื่องมีเขียนไหมว่านางเอกช่วงแรกไปปีนรถไฟขโมยถ่าน?"
"จำได้ว่าไม่มีนะ โลกความจริงกับนิยายคงมีส่วนต่างกันบ้าง แหงล่ะ ตัวละครในโลกจริงมีชีวิตจิตใจ มันต้องสมจริงกว่าในหนังสืออยู่แล้ว"
"รู้งี้ก่อนมา น่าจะเอานิยายโยนเข้ามิติมาด้วย ว่างๆ จะได้เปิดดูสปอยล์"
หลายวันต่อมา เหลิ่งฮุ่ยไม่กล้าออกไปเถลไถล เฝ้าดูแลถังหลินอย่างดี อาการถังหลินก็ดีวันดีคืน
โดยเฉพาะหลังถอดท่อระบายเลือดเสีย ถังหลินเดินเหินได้คล่องขึ้น ไม่ต้องเดินไปขมวดคิ้วไปเหมือนก่อน
วันนี้เหลิ่งฮุ่ยพาถังหลินลงมาเดินเล่นในสวนหย่อมข้างล่าง เห็นเหลิ่งหย่งคังเดินลุกลี้ลุกลนมาทางตึกผู้ป่วยใน
พอเห็นถังหลินกับเหลิ่งฮุ่ยข้างล่าง เขาชะงักไปนิดหนึ่ง หยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อที่หน้าผาก "อาการเป็นไงบ้าง? หมอว่าไง?"
เห็นผัวยังรู้จักเป็นห่วง สีหน้าถังหลินก็ดีขึ้นหน่อย "หมอบอกฟื้นตัวดี"
เหลิ่งฮุ่ยลอบสังเกตพ่อ เห็นยังใส่ชุดทำงาน ก็อดสอดปากไม่ได้ "รีบตาลีตาเหลือกมาโรงพยาบาล มาจากโรงงานเหรอ? มีเรื่องด่วนอะไร?"
เช็ดเหงื่อเสร็จ ยัดผ้าเช็ดหน้าใส่กระเป๋า เหลิ่งหย่งคังถอนหายใจ "พ่อได้รับโทรศัพท์จากอาสะใภ้ บอกว่าเสี่ยวเหมยไม่รู้ไปทำท่าไหน ขาหัก..."
เจอสายตาอำมหิตของสองแม่ลูก คำพูดต่อจากนั้นก็จุกอยู่ที่คอ พูดไม่ออก
แม่ลูกยิ้มหวานพร้อมกัน ส่งสัญญาณให้พูดต่อ "เล่าต่อสิ ฟังอยู่ นางเป็นไงบ้าง?"
"...นาง... นาง... นางก็พักรักษาตัวอยู่ที่นี่..." ลูกกระเดือกเหลิ่งหย่งคังขยับขึ้นลง ฝืนใจพูดต่อ "แม่... แม่ให้ผมมา เอ่อ มาดูอาการคุณ ถ้า... ถ้าอาการดีขึ้น ก็ให้ออกจากโรงพยาบาลกลับไปพักฟื้นที่บ้าน อยู่โรงพยาบาลเปลืองเงิน"
เหลิ่งฮุ่ยยิ้มเย็น ยิงฟันขาววับถาม "ตอนนี้ทรัพยากรการแพทย์ขาดแคลนมากใช่ไหม?"
เหลิ่งหย่งคังไม่เข้าใจเจตนา แต่ก็พยักหน้าซื่อๆ "ใช่ ขาดแคลน เพราะงั้นเพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองทรัพยากรชาติ เรากลับไปรักษาตัวที่บ้านได้ก็กลับเถอะ"
"เหอะ!" เหลิ่งฮุ่ยแค่นหัวเราะ "ในสภาวะขาดแคลน ขนาดหมอยังไม่เอ่ยปากไล่แม่ฉันกลับบ้าน พวกคุณแม่ลูกกล้ามาสั่งให้แม่ฉันกลับไปพักฟื้นที่บ้าน ฉันว่าพวกคุณคงอยากให้แม่ฉันรีบๆ ตายมากกว่ามั้ง?"
เหลิ่งหย่งคังหน้าเปลี่ยนสี "ไอ้เด็กบ้า พูดจาภาษาอะไร แม่แกเป็นเมียพ่อ พ่อจะไปแช่งให้ตายได้ไง"
"ไม่ได้พูดมั่วซั่วสักหน่อย สันดานหมาป่าตาขาวของพวกคุณ ฉันเห็นมาตั้งนานแล้ว ไม่งั้นลุงเขยจะพาน้องสะใภ้ไปวางแผนแย่งงานเมียตัวเองเหรอ?"
เหลิ่งหย่งคัง: "..." เรื่องนี้จะไม่จบใช่ไหม?
ถังหลินยืนข้างๆ หน้าเย็นเป็นน้ำแข็ง จ้องเหลิ่งหย่งคังเขม็ง เหมือนจะมองทะลุหนังหน้าไปดูความเน่าเฟะข้างใน
เหลิ่งฮุ่ยใส่ไฟต่อไม่ยั้ง "แม่ฉันเจ็บหนักนอนโรงพยาบาล พ่อมาเยี่ยมกี่ครั้ง? ฉันเป็นลูกสาวเฝ้าแม่คนเดียว พ่อเคยมาถามไถ่ไหม? ทีนี้หลานสาวบ้านรองเจ็บตัว พ่อรีบแจ้นมาโรงพยาบาลจนไฟลนก้น กลัวคนอื่นเขาไม่รู้เหรอว่าเป็นลุงที่ประเสริฐแค่ไหน?"
เหลิ่งหย่งคังโดนจี้ใจดำ ก็โกรธกลบเกลื่อน "เด็กเปรต พูดจาหมาไม่แดก เปิดปากทีไรก็ประชดประชัน ฟังแล้วของขึ้น!"
ยืนนานเมื่อย ถังหลินนั่งลงบนม้านั่ง น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นดุจขุนเขา "ลูกพูดผิดตรงไหน? คุณเก็บอาการไม่อยู่เอง แสดงว่าร้อนตัว ช่วงที่ฉันนอนโรงพยาบาลไม่เห็นหัวคุณ คนอื่นเขานึกว่าฉันเป็นแม่ม่ายกันหมดแล้ว!"
'แม่ม่าย' คำนี้มันจี๊ด!
เหลิ่งหย่งคังหัววิงเวียน "ฉันยังไม่ตายนะเว้ย!"
"ก็ไม่ต่างจากตายแล้วเท่าไหร่หรอก!" ถังหลินพูดความจริง
เหลิ่งหย่งคังเสียงอ่อย "เสี่ยวหลิน พูดกันดีๆ ได้ไหม? แม่ลูกรับส่งกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย เล่นเอาผมไปไม่เป็น แม่แค่ให้ผมมาปรึกษา เดี๋ยวผมไปถามหมอ ถ้าหมออนุญาต เรากลับไปพักที่บ้านดีไหม?"
พูดไปพูดมา เหลิ่งหย่งคังก็เริ่มน้อยใจ โลกนี้จะมีผู้ชายคนไหนต้องมาทำตัวต่ำต้อยต่อหน้าลูกเมียเหมือนเขาบ้างเนี่ย
ถังหลินเบือนหน้าหนี ผู้ชายแก่ๆ มาทำท่าบีบน้ำตา... อุบาทว์ลูกตาชะมัด
[จบแล้ว]