- หน้าแรก
- สองแม่ลูกย้อนเวลา พลิกชะตาท้าลิขิต
- บทที่ 2 - สถานการณ์
บทที่ 2 - สถานการณ์
บทที่ 2 - สถานการณ์
เหลิ่งฮุ่ยจ่ายเงินเสร็จก็เดินกลับมารอหน้าห้องผ่าตัด ทั้งที่ยังเวียนหัวอยู่
หน้าห้องเงียบกริบ ไม่มีใครอยู่ เหลิ่งฮุ่ยไม่สนใจว่าพ่อกับย่าจะหายหัวไปไหน เธอเดินไปนั่งลงที่ม้านั่งยาวติดผนัง
การผ่าตัดน่าจะใช้เวลานาน พอต้องมานั่งรอกร่อยๆ คนเดียวแบบนี้ เธอถึงพอมีเวลามาทบทวนสถานการณ์ปัจจุบัน
ใช้ชีวิตปากกัดตีนถีบในวันสิ้นโลกมาตั้งเจ็ดแปดปี จู่ๆ คืนหนึ่งที่หนาวเหน็บและหิวโหย เธอก็วูบหลับไป พอตื่นมาอีกทีก็โผล่มาอยู่ที่นี่เฉยเลย ตามกฎของการข้ามมิติ ตัวเธอในโลกซอมบี้คงม่องเท่งไปแล้วแหละ
แต่ประเด็นคือ ตอนนั้นเธออยู่กับแม่
ไม่รู้ป่านนี้แม่จะเป็นยังไงบ้าง? จะได้มาเกิดใหม่พร้อมกับเธอไหม?
เจ้าของร่างเดิมชื่อเหมือนเธอ แล้วแม่ของเจ้าของร่างก็ดันชื่อเหมือนแม่เธออีก แถมสองแม่ลูกยังมาประสบอุบัติเหตุพร้อมกัน แบบนี้มันอดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้จริงๆ
ถังหลินรู้สึกว่าตัวเองหลับลึกมาก เป็นการนอนเต็มอิ่มที่สุดนับตั้งแต่เกิดวันสิ้นโลก
หลับสบายจนไม่อยากจะตื่น
แต่สัญชาตญาณระวังภัยที่ถูกฝึกมานาน ทำให้พอได้ยินเสียงกุกกักข้างตัว เธอก็ต้องฝืนลืมตาตื่นขึ้นมา
"ตื่นแล้วเหรอคะ คุณนายถังหลิน?"
ถังหลินยกมือขยี้หัว พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่พอยกตัวได้นิดเดียว ความเจ็บปวดก็แล่นปราดมาจากหน้าท้อง จนต้องร้อง "อึก" แล้วล้มตัวลงนอนตามเดิม
"ฉันบาดเจ็บ?"
ความเจ็บทำให้สติกลับมาครบถ้วน
ถังหลินมองไปรอบๆ สังเกตเห็นสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป แล้วหันไปมองเหลิ่งฮุ่ย
พอสบเข้ากับสายตายิ้มกริ่มแบบมีเลศนัยของอีกฝ่าย ม่านตาของเธอก็ขยายกว้าง "นี่... นี่ลูก..."
สายตาคุ้นเคยแบบนี้ไม่มีผิดเพี้ยน นี่มัน 'เหลิ่งฮุ่ย' ลูกสาวตัวแสบของเธอชัดๆ
แต่รูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไป... คล้ายเดิมอยู่เจ็ดส่วน แต่ดูเด็กกว่ามาก
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น? แม่สลบไปนานแค่ไหน แล้วทำไมลูกสภาพเป็นแบบนี้?"
เหลิ่งฮุ่ยเหลือบมองถุงปัสสาวะข้างเตียง เห็นมีน้ำอยู่แค่หนึ่งในสี่ ยังไม่ต้องเปลี่ยน
เธอเลยก้มลงกระซิบข้างหูแม่ "ตอนนี้เราอยู่ในยุค 70 นะแม่ ไม่ต้องอธิบายเยอะ แม่น่าจะเดาออกนะว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเรา"
ทะลุมิติ?
เกิดใหม่?
ถังหลินจับหน้าตัวเอง "เหลือเชื่อจริงๆ!"
การเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกมันโหดร้าย สิ่งเดียวที่ช่วยเยียวยาจิตใจสองแม่ลูกได้คือการอ่านนิยาย
ทุกครั้งที่กลับจากภารกิจ มาหลบอยู่ในห้องเช่ารูหนู การได้จมดิ่งไปในโลกนิยายทำให้พวกเธอลืมความลำบากไปได้ชั่วคราว
พวกพล็อตทะลุมิติหรือมีของวิเศษติดตัว พวกเธอคุ้นเคยดี
แค่ไม่คิดว่าไอ้เรื่องปาฏิหาริย์แบบนี้จะมาเกิดขึ้นกับตัวเอง
ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ!
เหลิ่งฮุ่ยถอนหายใจโล่งอก ในที่สุดแม่ก็ตามมาด้วย
"ยุคนี้ข้าวยากหมากแพง เทคโนโลยีก็ล้าหลัง แม่ทำใจไว้หน่อยนะ"
ถังหลินมองเพดาน รอยยิ้มโล่งใจปรากฏบนใบหน้า "จะลำบากแค่ไหน สภาพแวดล้อมแย่ยังไง ก็ยังดีกว่าวันสิ้นโลกนะลูก"
ใช่... ยังไงก็ดีกว่าวันสิ้นโลก
ที่นั่นมีแต่เชื้อโรคร้าย อากาศวิปริต อาหารขาดแคลน สภาพความเป็นอยู่เลวร้ายสุดๆ
"แล้วร่างเดิมของแม่เป็นใคร มายังไง?" ถังหลินถามต่อ
"แม่ไม่มีความทรงจำของร่างเดิมเหรอ?"
ถังหลินส่ายหน้า
เหลิ่งฮุ่ยที่ประมวลสถานการณ์ได้ระหว่างรอแม่ตื่น ก็เริ่มเล่าเรื่องราวคร่าวๆ ให้ฟัง
โดยเน้นไปที่เรื่องสภาพครอบครัวตระกูลเหลิ่ง
แม่เฒ่าเหลิ่งมีลูกสามคน ผัวตายเร็ว พ่อของร่างนี้คือเหลิ่งหย่งคังเป็นลูกคนโต มีน้องชายกับน้องสาวอย่างละคน
สาเหตุที่ถังหลินกับลูกต้องมาเจ็บตัวก็เพราะน้องสาวของพ่อเพิ่งคลอด ย่าเลยใช้ให้ถังหลินไปเยี่ยมจนเกิดอุบัติเหตุ
ตระกูลเหลิ่งดูเหมือนจะเป็นคนในเมือง แต่ฐานะไม่ได้ดีเลย
ทั้งบ้านอยู่กันสิบคน แต่มีคนทำงานหาเงินแค่สามคน แปลว่าสามคนต้องแบกภาระเลี้ยงดูคนถึงสิบปากท้อง
ในยุคที่ทุกอย่างต้องปันส่วนแบบนี้ บอกเลยว่าต้องกระเบียดกระเสียรสุดๆ
"แล้วพ่อของร่างนี้..."
ถังหลินแค่คิดว่าจะต้องมาใช้ชีวิตผัวเมียกับชายแปลกหน้าก็ปวดหัวตึ้บ
ตอนนี้เธอภาวนาอยากให้ตัวเองมาเข้าร่างแม่ม่ายหรือแม่เลี้ยงเดี่ยวซะยังจะดีกว่า
สำหรับพ่อคนนี้ เหลิ่งฮุ่ยบอกได้คำเดียวว่า... พูดไม่ออก
"เขาโผล่มาดูแม่แวบนึงตอนออกจากห้องผ่าตัด แล้วก็กลับไป บอกว่าเย็นนี้จะส่งข้าวมาให้"
ถังหลินมองออกไปนอกหน้าต่าง ฟ้ามืดแล้ว มิน่าท้องถึงได้ร้องประท้วง
"หวังว่าเขาคงไม่เอาข้าวเย็นมาส่งตอนตีหนึ่งเป็นมื้อดึกนะ"
"ต่อให้เขาส่งมา แม่ก็กินไม่ได้ หมอบอกต้องรอให้ตดก่อนถึงจะกินน้ำข้าวได้" เหลิ่งฮุ่ยดับฝันแม่แบบไร้เยื่อใย
ถังหลินตาโต "นังลูกทรพี!"
ด่าไปงั้นแหละ ถังหลินหลับตาลง ลองสำรวจพลังธาตุไม้ในร่างกาย แต่กลับไม่พบร่องรอยของพลังเลย
ความดีใจที่ได้เกิดใหม่เมื่อกี้หายวับไปเหมือนโดนน้ำเย็นราดหัว
"ฮุ่ยฮุ่ย ลูกลองเช็กซิ มิติของลูกยังอยู่ไหม?"
ในวันสิ้นโลก ถังหลินปลุกพลังธาตุไม้ ส่วนเหลิ่งฮุ่ยมีพลังมิติเก็บของ
มิติไม่ได้ใหญ่มาก แค่ประมาณร้อยตารางเมตร
"อยู่จ้ะ ของข้างในก็มาครบ แต่มันมีพวกขยะรกๆ ที่น่าจะเอามาขายเป็นเงินในยุคนี้ได้อยู่"
ในมิติมีของที่พวกเธอเก็บสะสมมาระหว่างออกสำรวจ ทั้งเฟอร์นิเจอร์ ตู้ ถ้วยชาม เครื่องครัว รถยนต์ ของพวกนี้ในวันสิ้นโลกแทบไร้ค่า
ไม่มีน้ำมัน ไม่มีไฟฟ้า รถก็ขับไม่ได้ จานชามมีแค่ชุดเดียวก็พอใช้ ส่วนที่เหลือเลยกองเป็นภูเขาเลากาอยู่มุมห้องมิติ
ถังหลินแววตากังวล "มิติลลูกตามมา แล้วทำไมพลังของแม่หายไปล่ะ?"
เหลิ่งฮุ่ยปลอบใจ "โลกนี้ไม่ได้อันตรายอะไร ไม่มีพลังก็ช่างมันเถอะ แต่ขนาดมิติฉันยังตามมา พลังธาตุไม้ของแม่ที่มีผลในการรักษาก็น่าจะมาด้วย ที่แม่ยังไม่รู้สึกอาจจะเพราะเพิ่งผ่าตัดใหญ่ ร่างกายยังอ่อนแอ รอให้แผลหายดี ร่างกายฟื้นตัว พลังอาจจะกลับมาก็ได้"
ถังหลินตาเป็นประกาย เริ่มมีความหวัง "มีเหตุผล งั้นรอดูไปก่อน"
กว่าเหลิ่งหย่งคังจะหิ้วปิ่นโตเข้ามาในห้องพักฟื้น ก็ปาเข้าไปเกือบสามทุ่ม
ปิ่นโตอลูมิเนียมธรรมดาๆ พอเหลิ่งฮุ่ยเปิดออกมาเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน... น้ำข้าวใสแจ๋วแทบจะไม่มีเม็ดข้าว มุมปากเธอก็กระตุกยิกๆ
หิวจนไส้กิ่วขนาดนี้ น้ำข้าวครึ่งชามที่ใสจนส่องกระจกได้นี่นะจะเอาให้อิ่ม?
เหลิ่งหย่งคังเห็นสีหน้าบอกบุญไม่รับของลูกสาว ก็รีบล้วงห่อกระดาษไขออกมาจากกระเป๋ากางเกง "นี่ยังมีขนมแป้งข้าวฟ่างอีกอันนึง"
เหลิ่งฮุ่ยรับมาเปิดดู เป็นขนมแป้งจี่ชิ้นเล็กกว่าฝ่ามือ
เธอยกน้ำข้าวขึ้นจิบแก้คอแห้ง แล้วกัดขนมไปคำนึง แป้งบดมาละเอียดดี กลืนไม่ยาก รสชาติก็ไม่เลว
"เมื่อเย็นที่บ้านกินแค่นี้เหรอ? ไม่มีกับข้าว?" ถังหลินเห็นลูกสาวกัดขนมคำเดียวหายไปหนึ่งในสาม ก็อดไม่ได้ที่จะหันไปแขวะผัว "ฮุ่ยฮุ่ยมันเป็นสาวเป็นนาง กำลังกินกำลังนอน คุณเอามาให้แค่นี้? ยัดร่องฟันมันยังไม่เต็มเลยมั้ง"
เหลิ่งหย่งคังเดินมานั่งข้างเตียง "พูดเวอร์ไป ร่องฟันลูกเราคงใหญ่เท่ารูหนูมั้งถ้าจะยัดไม่พอน่ะ"
เหลิ่งฮุ่ยที่กำลังเคี้ยวตุ้ยๆ : "!"
"เหลิ่งหย่งคัง! นี่กล้าย้อนฉันเหรอ?"
ถังหลินขยับตัวไปตบไม่ได้ เลยได้แต่ใช้สายตาพิฆาต
[จบแล้ว]