- หน้าแรก
- ประธานบริษัทขยะอวกาศ เก็บของเก่าจนได้ดี เป็นจักรพรรดิโดยไม่รู้ตัว
- บทที่ 8 – ตานเหิง มนุษย์ไฟฟ้า
บทที่ 8 – ตานเหิง มนุษย์ไฟฟ้า
บทที่ 8 – ตานเหิง มนุษย์ไฟฟ้า
“ตานเหิง ฉันหาอ่างอาบน้ำสุดหรูมาให้นายด้วยนะ เติมน้ำอัตโนมัติ ทำความร้อนอัตโนมัติครบเซต”
“มีข้อเสียตรงไหนหรือเปล่า?”
“ก็แค่ตอนทำความร้อน ไฟมันจะรั่วนิดหน่อยน่ะ”
“ไม่เป็นไร ผมชอบอาบน้ำเย็น ไม่ต้องใช้ระบบทำความร้อนหรอก”
ตานเหิงพิจารณาอ่างอาบน้ำหรูแบบพับเก็บได้ตรงหน้า... แล้วครุ่นคิด
ได้แช่น้ำหน่อยก็ไม่เลว สภาพมันดูไม่เหมือนขยะเลยสักนิด แค่ถอดปลั๊กออกก็ไม่โดนไฟดูดแล้ว ไม่ใช่ว่าเขากลัวไฟดูดหรอกนะ แต่ใครมันจะไปชอบให้ไฟช็อตเล่นๆ กันล่ะ?
ตานเหิงเอนกายแช่ในน้ำเย็นฉ่ำ ชำระล้างความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายวัน เขาพิงขอบอ่าง หลับตาลง ปล่อยให้เส้นประสาทที่ตึงเครียดค่อยๆ ผ่อนคลาย
อุณหภูมิน้ำกำลังดี อยู่ในระดับที่เขาสบายตัวที่สุด
เพื่อนร่วมทางอาจจะเพี้ยนไปบ้าง แต่สวัสดิการนี่ของจริงแฮะ
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เจ้านายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา
โหย่วฉยง... ตานเหิงรู้สึกว่าตัวเองไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหมอนั่นเลย จำอะไรไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่โหย่วฉยงกลับดูเหมือนจะรู้จักเขาและมาร์ชเซเว่นดีไปหมด... รู้กระทั่งว่าวันนี้พวกเขาใส่กางเกงในสีอะไร
แต่ก็ช่างเถอะ อย่าไปคิดมากเลยดีกว่า
ตานเหิงเอื้อมมือไปหยิบหนังสือ
กองหนังสือพวกนี้ก็เป็น “ขยะ” ที่โหย่วฉยงเก็บมาเหมือนกัน บางเล่มอาจเป็นต้นฉบับเพียงเล่มเดียวที่เหลืออยู่ในจักรวาลก็ได้
เล่มหนึ่งมีลายเซ็นหวัดๆ เขียนว่า “ซาน... อะไรสักอย่าง” หมึกเลือนรางจนอ่านไม่ออก
เขาหยิบหนังสือชื่อดังเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดดู
ปกดูยับเยินแต่เนื้อในกลับใหม่เอี่ยม
บางทีคำว่า “ขยะ” ของโหย่วฉยง อาจหมายถึงของที่มีตำหนิแต่ยังใช้งานได้ดีก็ได้
เปลี่ยนขยะให้เป็นสมบัติงั้นเหรอ? รักษ์โลกดีเหมือนกันนะเนี่ย
“หากจักรวาลสามารถหาคำตอบได้ มันจะต้องนำไปสู่คำถามสุดท้ายเพียงข้อเดียว”
“การดำรงอยู่ของคำตอบ ย่อมเกิดขึ้นก่อนตัวคำตอบเอง”
จิตใจของเขาค่อยๆ สงบลง
มาร์ชเซเว่นเดินทอดน่องผ่านห้องพักของตานเหิง พลางบิดขี้เกียจ ฝีเท้าที่เบาสบายชะงักลงเมื่อเห็นปลั๊กไฟห้อยตองแต่งอยู่กลางอากาศ เหมือนถูกเตะหลุดออกมาโดยบังเอิญ
“เอ๊ะ? ทำไมปลั๊กหลุดล่ะ?” เธอเอียงคอ ผมสีชมพูปอยหนึ่งตกลงมาด้วยความสงสัย ในความคิดของเธอ เครื่องใช้ไฟฟ้าก็ต้องใช้ไฟสิ แบบนี้มันต้องหลวมแน่ๆ
“สะเพร่าจริงเชียว” เธอบ่นพึมพำ ก้าวเข้าไปหยิบปลั๊กขึ้นมาอย่างไม่ลังเล
“หลวมงั้นเหรอ? เดี๋ยวหนูซ่อมให้”
เธอเล็งขาปลั๊กให้ตรงรูแล้วดันเข้าไปสุดแรง
คลิก!
ปลั๊กเสียบแน่นสนิท ทันใดนั้นกระแสไฟก็พุ่งพล่าน ปลุกชีพ “อ่างอาบน้ำหรู” ที่ควรจะเงียบสงบให้ตื่นขึ้น
ผิวน้ำยังคงนิ่งสนิท ความเย็นของมันทำให้ตานเหิงยังคงตื่นตัว
แต่แล้วโดยไม่มีสัญญาณเตือน ความชาหนึบก็แล่นพล่านไปทั่วทุกตารางนิ้วของผิวหนังที่สัมผัสน้ำ พุ่งทะลวงเข้าสู่ร่างกาย...
เปรี้ยะๆๆๆ!
—
“มาร์ช ครั้งหน้า... เอ่อ จะเสียบปลั๊กอะไรถามก่อนนะ” โหย่วฉยงกระแอมไอ
ตานเหิงไม่เป็นอะไรมาก แค่อัปเกรดเป็น “หนุ่มน้อยมนุษย์ไฟฟ้า” ไปเรียบร้อยแล้ว
“ขอโทษค่า! หนูจะระวังให้มากกว่านี้...” เธอกุมมือแน่น หลับตาปี๋ ไม่กล้าสู้หน้าเขา
“ช่างเถอะ คราวหลังอย่ามาเสียบปลั๊กอะไรหน้าห้องฉันก็พอ”
ตานเหิงส่ายหน้า
มาร์ชเซเว่นพยักหน้ารัวๆ เหมือนลูกไก่จิกข้าว สีหน้าฟ้องชัดเจนว่า “หนูไม่ได้ตั้งใจนะ!”
“อีกเรื่องหนึ่ง... ห้ามแตะต้องขยะที่ฉันเก็บไว้ในโซนอันตรายเด็ดขาด”
โหย่วฉยงหยิบอุปกรณ์ประหลาดที่กำลังหมุนช้าๆ ออกมา
อาวุธชีวภาพทำลายล้างจักรวาล — เซตต้อน
“นั่นคืออะไรคะ?”
“อาวุธชีวภาพ เพิ่งกู้มาได้สดๆ ร้อนๆ อันตรายนะ ห้ามจับ”
“อาวุธชีวภาพ?” มาร์ชเซเว่นถอยหลังไปครึ่งก้าว ดวงตาสีฟ้าอมเขียวฉายแววระแวงแต่ก็อยากรู้อยากเห็น “มัน... มีชีวิตเหรอคะ?”
“มีส่วนประกอบชีวภาพห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ก็นับว่าเป็นอาวุธชีวภาพแล้ว”
“แล้วมันชื่ออะไรคะ?”
“เซตต้อน ชื่อเต็มคือ อาวุธชีวภาพทำลายล้างจักรวาล เซตต้อน ฟังก์ชันคือทำลายสสารทั้งหมดในรัศมี 200 ปีแสง เป็นสิ่งมีชีวิตมิติสูง ถ้าปล่อยออกมา ตัวมันจะใหญ่กว่ายานรบของเราเสียอีก”
โหย่วฉยงอธิบาย
เจ้านี่มาจากอุลตร้าแมนภาคใหม่เลยนะ
“กัปตัน” ตานเหิงกดเสียงต่ำ “เก็บของแบบนั้นไว้บนยาน... ไม่ดูอันตรายไปหน่อยเหรอ?”
ต่อให้มีโอกาสทำงานแค่หนึ่งในหมื่น มันก็คือหายนะ
“อยู่กับฉันนี่แหละปลอดภัยที่สุด” โหย่วฉยงกระดิกนิ้ว “หรือนายอยากให้มันไปตกอยู่ที่อื่นล่ะ?”
ตานเหิง: ...เจ้านี่มันทำให้คลื่นยุบตัวของมิติกลายเป็นเรื่องเด็กๆ ไปเลย
ทำลายล้างทุกอย่างในรัศมี 200 ปีแสง... กว้างจนมาร์ชเซเว่นจินตนาการไม่ออก เธอรู้แค่ว่ามัน “น่ากลัวสุดๆ”
แต่ตานเหิงรู้ความหมายของมันดี
200 ปีแสงนี่มันกว้างขนาดครอบคลุมดาราจักรแคระได้ทั้งอันเลยนะ
ไม่ใช่แค่กระทบ แต่คือลบให้หายไปเลย
“ตราบใดที่ไม่มีใครไปยุ่งกับสวิตช์ซ่อนแล้วป้อนความถี่เฉพาะลงไป มันก็จะจำศีลอยู่แบบนี้”
โหย่วฉยงเก็บเซตต้อนลงกระเป๋าอย่างระมัดระวัง
“ขืนทิ้งกลับไป แล้วมีคนดวงซวยหรือพวกคิดไม่ซื่อมาเจอเข้า นั่นแหละหายนะ อยู่กับฉัน อย่างน้อยฉันก็รู้วิธีรับมือมัน”
ตานเหิงเงียบไป ตามหลักเหตุผลแล้วนี่มันบ้าชัดๆ เก็บระเบิดทำลายล้างดาราจักรไว้ในห้องพักเนี่ยนะ
แต่สัญชาตญาณจากการสังเกตมาหลายวันบอกเขาว่า โหย่วฉยงถึงจะดูเพี้ยนๆ และขี้อวด แต่ก็ไม่ได้สะเพร่า ท่าทีที่เขามีต่อ “ขยะ” พวกนี้ไม่ใช่ความประมาท แต่คือความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง
“ผมจะจำคำเตือนไว้” ตานเหิงเอ่ยขึ้น ยอมรับชั่วคราว แต่สายตายังคงจับจ้อง “เซตต้อน” อย่างระแวดระวัง “อย่าลืมนะว่าคุณไม่ได้อยู่บนยานคนเดียว”
“วางใจเถอะ ต่อให้มันตื่นขึ้นมา ก็ต้องรอคำสั่งฉันก่อนถึงจะปล่อยลูกไฟหนึ่งล้านล้านองศาได้”
ความอยากรู้อยากเห็นของมาร์ชเซเว่นชนะความกลัว “กัปตันคะ แล้วตอนใช้งาน... หน้าตามันน่ารักไหมคะ?”
โหย่วฉยงสำลัก นึกภาพข้อมูลในหัว “เอ่อ... ไม่น่ารักตามมาตรฐานทั่วไปหรอกนะ ตัวลายดำเหลือง มีไฟวิบวับที่หัว มีเขา แล้วก็ส่งเสียงร้อง ‘เซต...ต้อน...’ จะเงียบหรือจะร้องก็น่ากลัวพอกัน”
“อ๋อ...” น้ำเสียงเธอดูผิดหวัง “ฟังดูไม่น่ารักเลยแฮะ”
“เพราะงั้นไม่ต้องห่วงหรอก วันไหนที่ฉันตกได้ระเบิดลบกาลเวลามา วันนั้นแหละพวกเราถึงจะซวยของจริง”