- หน้าแรก
- ฉันบำเพ็ญวิชามารในโลกสยองขวัญอเมริกา
- ตอนที่ 27: มองหน้าฉันทำไม? ไปเก็บศพสิ!
ตอนที่ 27: มองหน้าฉันทำไม? ไปเก็บศพสิ!
ตอนที่ 27: มองหน้าฉันทำไม? ไปเก็บศพสิ!
บ็อบมองดูปีศาจสี่แขนร่างยักษ์ที่ดูดุร้ายตรงหน้า หัวใจเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ขณะมองไวส์เดินเข้ามาใกล้ ตัวเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ แม้ในมือจะถือกริชปราบมารอยู่ก็ตาม
บ็อบถึงกับแอบคิดถึงปีศาจสาวเขาแพะขึ้นมาตะหงิดๆ เมื่อเทียบกับตัวตรงหน้าแล้ว ปีศาจสาวเขาแพะดูน่ารักจิ้มลิ้มกว่าเยอะ
ไวส์ดูเหมือนจะสังเกตเห็นความตื่นตระหนกของบ็อบ จึงหยุดเดินแล้วอธิบาย "ฉันก็นักล่าปีศาจเหมือนกัน คุณน้าแคนดาห์วานให้ฉันมาช่วยนาย"
"แม่เหรอ?" บ็อบชะงักไปครู่หนึ่ง แต่แล้วจู่ๆ เขาก็กวัดแกว่งกริชในมือที่ส่องแสงสีขาวไปมาอย่างเก้ๆ กังๆ พร้อมขู่ฟ่อ "ไอ้ปีศาจ อย่ามาหลอกซะให้ยาก! อย่าเข้ามานะเว้ย ไม่งั้นศาสตราวุธเทพในมือฉันไม่เอาแกไว้แน่"
ศาสตราวุธเทพ?
เนตรมารของไวส์กวาดมองกริชในมือบ็อบที่แผ่ออร่าศักดิ์สิทธิ์ออกมาจางๆ แล้วก็พูดไม่ออก นี่นับเป็นของวิเศษได้ด้วยเหรอ?
ในสายตาไวส์ มันก็แค่เศษเหล็กที่ไม่ต่างอะไรกับมีดปอกผลไม้ในซูเปอร์มาร์เก็ต
เมื่อเห็นว่าพูดดีๆ คงไม่รู้เรื่อง ไวส์จึงตัดสินใจใช้กำลัง
เพียงก้าวเดียว ไวส์ก็ไปโผล่ตรงหน้าบ็อบ มือขวาคว้าคอเสื้อบ็อบจากด้านหลังแล้วหิ้วขึ้นมา เตรียมพาออกจากโลกวิญญาณ
แต่ในสายตาบ็อบ ปีศาจสี่แขนตัวนี้ตั้งใจจะจับเขากินชัดๆ ความกลัวทำให้เขาแทงกริชในมือใส่ไวส์ไม่ยั้ง
ทว่า นอกจากเสียง "ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง" แล้ว แม้แต่ขนสักเส้นก็ยังไม่ร่วง
เมื่อเห็นดังนั้น บ็อบที่ดิ้นรนสุดชีวิตก็ถอดใจทันที เขาหลับตาแน่นทำตัวเป็นปลาตาย ร่างกายแผ่รังสี 'ชีวิตจบสิ้นแล้ว' ออกมา
ไวส์รู้สึกขำกับภาพตรงหน้า หมอนี่เล่นใหญ่ชะมัด
อย่างไรก็ตาม ไวส์ไม่จำเป็นต้องอธิบายอีก เดี๋ยวกลับโลกมนุษย์ก็รู้เรื่องเอง ส่วนเรื่องร่างจริงของเขาจะความแตกไหม ไวส์ไม่เคยกลัว
ก็แค่โยนความผิดไปว่าเป็นวิชาลับลึกลับจากทวีปตะวันออกก็สิ้นเรื่อง
เมื่อคิดได้ดังนั้น ไวส์ก็หิ้วบ็อบแปลงกายเป็นลูกบอลแสงสีดำแดง แล้วหายวับไปจากโลกวิญญาณ
ในขณะเดียวกัน โลกภายนอกผ่านไปแล้วหนึ่งชั่วโมงเต็ม
คาริน่าหน้าซีดเผือด กอดแจ็คกับจิมที่หน้าซีดพอกันไว้แน่น เธอก้มหน้าต่ำ จมอยู่ในความคิดของตัวเอง
ส่วนซามูเอลและเดซี่ยืนเฝ้าร่างของไวส์และบ็อบอย่างใกล้ชิด แม้จะคอยชำเลืองมองคาริน่าและลูกๆ ที่นั่งเงียบอยู่บนโซฟาเป็นระยะ
"ลุงซามูเอล ไวส์จะเป็นอะไรไหมคะ? นี่ผ่านไปชั่วโมงนึงแล้วนะ!"
"ไม่ต้องห่วง ไวส์ต้องช่วยพี่ชายเธอออกมาได้แน่"
"แต่ว่า..."
"อ๊ากกก!!!"
เดซี่ยังพูดไม่ทันจบ ใบหน้าซีดเผือดของบ็อบก็กลับมามีเลือดฝาดทันที เขากรีดร้องออกมาตามสัญชาตญาณก่อนจะฟื้นคืนสติ
บ็อบลูบคลำตัวเองอย่างลนลาน แล้วถอนหายใจโล่งอก "ฉันยังไม่ตาย! นึกว่าจะต้องไปทัวร์นรกซะแล้ว"
ในตอนนั้นเอง ไวส์ก็ลืมตาขึ้น สายตาเย็นชาจับจ้องไปที่บ็อบ แต่น้ำเสียงอ่อนโยนลงเล็กน้อย "นายไม่ตายหรอก ฉันสัญญากับคุณน้าแคนดาห์ไว้แล้วว่าต่อให้ต้องบุกนรก ก็จะลากนายกลับมาให้ได้"
บ็อบเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง แล้วก็เห็นใบหน้าที่เหมือนกับปีศาจดุร้ายในโลกวิญญาณเปี๊ยบ เขาสะดุ้งโหยง ชี้หน้าไวส์ด้วยความหวาดกลัว "แก... แก... แก... ฉัน... ฉัน..."
ยังไม่ทันที่บ็อบจะพูดจบ เดซี่ก็กระโจนเข้ากอดเขาแน่น ร้องไห้โฮ "นึกว่าพี่จะไม่กลับมาแล้ว ขอโทษนะ หนูไม่น่ารบเร้าให้พี่รับงานนี้เลย~"
สัมผัสถึงอ้อมกอดอุ่นๆ และเสียงสะอื้น บ็อบรู้สึกเหมือนได้กลับมาจากความตาย ความกลัวทั้งหมดมลายหายไป เหลือเพียงความดีใจที่ยังมีชีวิตอยู่
บ็อบลูบหลังน้องสาวเบาๆ ปลอบโยน "พี่ไม่เป็นไรแล้ว ตระกูลคาเรสเราดวงแข็งจะตาย"
ขณะที่บรรยากาศกำลังอบอุ่นซึ้งใจ
คาริน่าก็กรีดร้องโหยหวนขึ้นมา สองศิษย์อาจารย์นักล่าปีศาจและสองพี่น้องตระกูลคาเรสหันขวับไปมองทันที
แจ็คกับจิมที่อยู่ในอ้อมกอดของคาริน่า กำลังค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองแสง
คาริน่าตะเกียกตะกายคว้าอากาศอย่างบ้าคลั่ง หวังจะรั้งละอองแสงของลูกๆ ไว้ แต่น่าเศร้า นั่นคือราคาที่ต้องจ่ายในการทำสัญญากับปีศาจ
"ไม่! ไม่! ไม่! แจ็ค! จิม! อย่าทิ้งแม่ไป!"
"แม่ผิดไปแล้ว! แม่รักลูกจริงๆ นะ!"
"อย่าไป! ขอร้องล่ะ ช่วยลูกฉันด้วย~"
"ฉันหาคนมาสังเวยเพิ่มได้นะ!"
"อย่าเอา... อย่าเอาลูกฉันไป! ฉันยอมแลกด้วยวิญญาณของฉันเองก็ได้!"
"ขอแค่เว้นชีวิตลูกฉัน....."
"ขอร้องล่ะ.... ได้โปรด.... ตอบฉันสิ.... ตอบฉันสิ...."
ในนาทีนี้ คาริน่าดูซูบตอบและหัวใจสลาย แตกสลายอย่างสมบูรณ์
มองดูภาพตรงหน้า บ็อบและเดซี่รู้สึกสับสนปนเปกันไปหมด ตอนนี้สองพี่น้องตระกูลคาเรสเข้าใจแล้วว่านี่คือกับดักของปีศาจ และหนึ่งในคนร้ายก็คือตัวคาริน่าเอง
คนน่าสมเพชย่อมมีสิ่งที่น่ารังเกียจ
และคนน่ารังเกียจก็ย่อมมีเรื่องราวที่น่าเศร้าโศก
ขณะที่บรรยากาศกำลังจมดิ่งสู่ความโศกเศร้า
"ปัง!"
เสียงปืนดังสนั่น ตัดจบอารมณ์อาลัยอาวรณ์ทันที
คาริน่าหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานในชั่วพริบตา
จากนั้น...
ไวส์ยื่นปืนกล็อกคืนให้ซามูเอล แล้วมองดวงตาสามคู่ที่จ้องมองเขาด้วยความขุ่นเคืองอย่างงุนงง "มองหน้าฉันทำไม? รีบๆ ไปเก็บศพสิ เผาทิ้งซะ แล้วจะได้รีบไปกันต่อ!"
บ็อบและเดซี่: "......"
ซามูเอลมองปืนในมือ แล้วมองลูกศิษย์จอมขบถ: "......"
สองชั่วโมงต่อมา
ควันดำโขมงลอยขึ้นที่หน้าบ้านเก่า
ความชั่วร้ายทั้งหมดมลายหายไปพร้อมกับเปลวเพลิง
บ็อบและเดซี่ยืนมองศพไร้นามนับสิบที่ถูกขนออกมาจากห้องใต้ดินกำลังมอดไหม้ด้วยความเงียบงัน
ถ้าไม่ได้ไวส์กับซามูเอล บางทีสองพี่น้องอาจจะกลายเป็นหนึ่งในกองศพพวกนั้น
...
การเดินทางขากลับราบรื่นดี
สองพี่น้องคาเรสขับรถกระบะตามหลังรถออฟโรดของศิษย์อาจารย์นักล่าปีศาจ
ซามูเอลมองกระจกหลังดูรถที่ตามมาแล้วถาม "แกคิดยังไงกับบ็อบและเดซี่?"
ไวส์ตอบเสียงเรียบ "ก็ใช้ตามองครับ"
ซามูเอลโมโห "ไวส์!!"
ไวส์ถอนหายใจ "เออๆ ก็แค่นักล่าปีศาจที่มีแต่ใจ แต่ไร้ประสบการณ์"
ซามูเอลสอนเสียงเข้ม "ไวส์ แกควรจะผูกมิตรไว้บ้าง สองพี่น้องคาเรสจะเป็นเครือข่ายและคู่หูของแกในอนาคต คนเราต้องการความช่วยเหลือเสมอ"
น้ำเสียงของไวส์เย็นชาขึ้น "ความช่วยเหลือ? แค่ไม่มาเป็นตัวถ่วงก็บุญแล้ว ถ้าไม่มีผม รอบนี้ตระกูลคาเรสคงสูญพันธุ์ไปแล้ว"
ซามูเอลของขึ้นอีกรอบ "ไวส์!!!"
ไวส์ขี้เกียจเถียง "โอเค ผมหุบปากก็ได้!"
ไวส์ทำท่ารูดซิปปาก แล้วหลับตาพักผ่อน
มองดูลูกศิษย์หัวรั้น ซามูเอลได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงตก ดูจากทรงแล้ว แค่สองพี่น้องนั่นไม่มาเป็นตัวถ่วงจริงๆ ก็ถือว่าดีถมถืดแล้ว
......