เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 58 - Tahrakhan Plateau (3)

Chapter 58 - Tahrakhan Plateau (3)

Chapter 58 - Tahrakhan Plateau (3)


Chapter 58 - Tahrakhan Plateau (3)”

"ตายซะ"

ผู้สอบสวนได้เหวี่งกระบองออกไปอย่่งอ่อนแรง

"แบ๊ะๆ ~"

แพะมันได้ร้องออกมาก่อนที่จะตายลงไป เมื่อมันตายลงแล้วเขาจึงได้หยิบโพชั่นที่เข็มขัดเขาขึ้นมาและดื่มมันลงไป แผลของเขาก็ได้หายไปอย่างรวดเร็ว

ผลของโพชั่นฟื้นฟูมันยอดเยี่ยมมาก แต่ว่ามันก็ไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดหายไป ผู้สืบสวนได้กดลงไปที่แผลของเขาในขณะที่มองไปรอบๆ พวกเขาได้ฆ่าแพะไป 3 ตัวและฮาปี้อีก 2 ตัว ตามที่แผ่นข้อมูลนั้นบอกมา เมื่อพวกเขาได้ฆ่าพวกมอนสเตอร์ครบ 20 ตัวราชินีฮาปี้ก็จะออกมาโดยอัตโนมัต

'มันยากที่จะฆ่าพวกมันแต่ละตัว...ถ้าหากมันยังคงเป็นเช่นนี้อีกต่อไป พวกเราก็อาจจะเผชิญกับปัญหาด้านเวลา..'

ขณะที่เขากำลังคิดเกี่ยวกับการเป็นไปของการจู่โจมเขาก็ได้มองตรวจสอบไปที่อาการบาดเจ็บของคนอื่นๆ ทั้งสามคนต่างก็เต็มไปด้วยแผลขนาดเล็กถึงปานกลาง

นี่มันเป็นสถานการณ์ที่ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้สำหรับพวกเขา เนื่องจากทั้งแพะและฮาปี้ได้เขามาโจมตีพวกเขาอย่างไม่หยุดย่อน เขาจึงไม่สามารถที่จะคุ้มกันทุกๆคนได้ มันโชคดีแค่ไหนแล้วที่พวกเขายังคงมีชีวิตรอดอยู่

'พวกนายทั้งหมดไม่เป็นไรอะไรนะ?'

มันเป็นคำพูดที่ควรจะพูดออกมาในเวลานี้ แต่พวกเขาแต่ละคนก็ยังคงเงียบและยุ่งแต่กับการดื่มโพชั่น

หลังจากที่พวกเขาต่อสู้กับฮาปี้ตัวแรก พวกเขาก็ได้สร้างความแตกแยกของกันและกันออกมาและก็ยุ่งเกินไปในการที่ระวังการกระทำของกันและกัน ในตอนที่พวกเขาได้ระเบิดอารมณ์ในก่อนหน้านี้พวกเขาก็ได้เสียโอกาสที่จะร่วมมือกันไปแล้ว

'ฉันไม่รู้ว่าเมื่อไหร่อีกที่เขาจะหันมาต่อต้านฉัน'

เนื่องจากความไม่แน่นอน พวกเขาจึงไม่สามารถจะร่วมมือกันได้อย่างผ่อนคลาย ผู้สอบสวนได้มองออกไปที่ชายชาวญี่ปุ่นผู้ที่เขาเกือบจะทะเลาะกันในก่อนหน้านี้

เขามีทักษะที่น่าประหลาดใจด้วยกำปั้นของเขานั้นทรงพลังกว่านักล่าที่ควงอาวุธซะอีก

'แต่...ฉันก็ไม่สามารถจะไว้ใจเขาได้อีกต่อไป'

เขาแข็งแกร่ง แต่มันก็เป็นเหตุให้เขาต้องวิตกกังวล ผู้สอบสวนไม่รู้ว่าจะจัดการกับเขาในภายหลังได้อย่างไร ถ้าหากเขาทรยศ

'ในตอนนี้ พวกเราจะร่วมมือกันไปก่อนจนกว่าจะไปถึงบอส...แต่...'

เขาคิดขึ้นจากนั้นเขาก็มองไปที่นักล่าสมบัติ เขาคนนั้นเป็นคนช่างพูด แต่ความสามารถของเขาก็แค่ตามค่าเฉลี่ย

เขานั้นใช้มีดสั้นที่ดูจะแฟนตาซี แต่ส่วนใหญ่ที่เขาทำในการต่อสู้คือการมาฆ่ามอนสเตอร์ในตอนท้ายช่วงที่ไม่มีอันตราย สิ่งที่เขาทำหลักๆในระหว่างต่อสู้คือการหลบหนีีไปจากอันตราย

'ชิ้นส่วนลับ....มุกตลกอะไรกัน เราจะไปหาสมบัติได้อย่างไรหากยังไม่อาจสำเร็จวัตถุประสงค์ได้'

เขาหันไปสนใจโจรสลัดเป็นคนสุดท้าย เขาเป็นคนที่มีทักษะที่ดี แต่แต่ตัวเขาก็ไม่มีอะไรเลยที่น่าเชื่อถือ ลักษณะของเขาคล้ายกับเขาเคยอยู่ในเขตความขัดแย้งตะวันออกกลาง

'ฉายาของเขาอาจจะหมายถึงอาชุพของเขาในก่อนหน้านี้ โจรสลัดโซมาเลีย...'

ในบทนี้มีแต่บุคคลที่เขาไม่สามารถจะไว้ใจได้ เขาได้หยิบโล่และไม้กระบองขึ้นมาและหันหัวออกไป และในตอนนี้เขาก็นึกถึงอีกคนหนึ่งที่ทำให้เขาสับสน

'ไปล่าฮาปี้หรืออะไรบางอย่าง'

ทันใดนั้นจู่ๆเขาก็ออกไปโดยไม่บอกอะไรอีก คนๆนั้นคือเค

ในบางทีเขาอาจจะเป็นคนที่เลวร้ายที่สุด ในการจู่โจมมันก็ยากพอแล้วสำหรับทีมห้าคน แต่แล้วเขาก็ได้หายไปในตอนเริ่มการจู่โจม ทำให้พลังโดยรวมของทีมลดลงไปอีก

'เวรเอ้ย เขาต้องการจะไปฆ่าตัวตายหรืออะไรหรือไง'

ในขณะที่เขากำลังคิดถึงคนอื่นในใจ เขาก็ได้หันมองกลับไป เขารู้สึกได้ว่าคนอื่นๆเดินตามเขามา แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร พวกเขายังคงร่วมมือกันอยู่ตามสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด

แม้ว่าจะยังคงมีความไม่พอใจกันและความไม่ไว้วางใจ แต่พวกเขาก็ยังคงร่วมมือกันอยู่เพื่อที่จะเอาชีวิตรอดออกมา

'นี้มันบทบ้าอะไรกันเนี้ย'

****

ในเวลาเดียวกัน ซังจินก็ได้ขี่พรมเวทมนตร์บินไปตามผาของที่ราบสูง

ตามคำแนะนำที่เขาได้รับมา องค์ประกอบลับมันควรจะอยู่ในอะไรบางที่เป็นไข่ ตามที่โอเปอเรเตอร์พูดออกมา

'เฉพาะผู้ที่ทำลายเปลือกและกลับมามีชีวิต'

ในขณะที่เขากำลังบินไปตาทหน้าผานั้นเอง

'เค'

เบสโกโร่ได้เรียกเขา เขาจึงหยุดบินต่อและตอบกลับไป

"มีอะไรหรอ นายพบรังที่มีไข่อยู่งั้นหรอ"

เบสโกโร่ได้คอยเฝ้ามองไปรอบๆตลอดเวลาเพื่อที่จะมองหาไข่ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่เขาพูดออกมามันก็แตกต่างจากที่ซังจินคาดหวังไว้

'ท่านมีแขก'

ซังจินได้เงยหน้าขึ้นไปมองบนฟ้า ฮาปี้กำลังบินเข้ามาหาเขา

'หนึ่ง สอง สาม....ทั้งหมดห้าตัว'

เมื่อเขานับจำนวนศัตรูเสร็จสิ้น เขาก็มองลงไปเบื้องล่าง มันอยู่ห่างมากจากพื้นในตรงที่เขาลออยอยู่

การพยายามต่อสู้จากด้านบนพรมเวทด้วยดาบนั้นดูจะไม่ใช่การตัดสินใจที่ฉลาดนัก

'มันเป็นเวลาสำหรับเวทมนตร์'

เมื่อเขาคิดขึ้นได้ เขาก็เริ่มร่ายเวทมนตร์ทันที

'สายฟ้า'

แต่แล้วเขาก็ถูกขัด

"สายฟ้าที่อันตราย จงกระจายไปสู้ศัตรูทั้งมวล"

หัวกระโหลกของเบสโกโร่ได้ร่ายคำร่ายออกมาแทน

"โซ่สายฟ้า"

สามฟ้าได้รวมตัวกันขึ้นที่ปลายดาบทูนสเปค และซังจินก็ได้ชี้มันไปทางมอนสเตอร์ที่บินอยู่

"แปร๊บบ~"

สายฟ้าได้พุ่งเขาไปใส่ฝูงฮาปี้และกระจายไปเรื่อยๆ สองตัวแรกได้ร่วงลงไปและที่เหลือที่สามตัวก็ได้มึนงงไปครู่หนึ่ง

"โว๊ว"

ซังจินได้อุทานออกมา

'นี้เป็นการร่ายแทน ฉันจะร่ายเวทมนตร์ที่ท่านกำลังจะใช้แทน'

ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถจะควบคุมช่วงเวลาในการใช้มันได้ แต่ว่ามันก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ถ้าหากเขากะจังหวะดีๆเขาก็จะสามารถร่ายเวทสองบทพร้อมกันได้ จากนั้นเบสโกโร่ก็เสริมขึ้นมาอีก

'เพียงแค่ต้องตระหนักว่าการร่ายเช่นนี้จะใช้มานามากกว่าปกติถึงสองเท่า'

"เข้าใจแล้ว ขอบใจมากเบสโกโร่"

ความสามารถในการใช้เวทมนตร์สองอย่างพร้อมๆกันมันจะทำให้ซังจินมีข้อได้เปรียบอย่างมากในการต่อสู้ทั้งหมด ในขณะที่เขากำลังคิดถึงความเป็นไปได้นั้น

"กวี้~"

หนึ่งในฮาปี้ที่ยังรอดอยู่ได้บินเข้ามาหาซังจินพร้อมกับกรงเล็บเท้าที่แหลมคม ซังจินจึงได้เคลื่อนย้ายพรมเพือหลบกรงเล็บของมัน

มันมีเพียงแค่ฮาปี้ตัวเดียวที่เข้ามาโจมตีเขา แต่เนื่องจากการขาดประสบการณ์การบินของซังจิน มันจึงทำให้เขาหลบได้ไม่หมด แม้ว่าเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ส่วนผมที่อยู่บนหัวของเขาได้ถูกตัดออกไป

"กวี้~"

จากนั้นฮาปี้ตัวที่สองก็ตามเข้ามาโจมตีเขา ซังจินจึงลดระดับความสูงลงอย่างรวดเร็ว เขาได้หลบการโจมตีทันในระยะสุดท้าย ในตอนนี้เขาเริ่มที่จะคุ้นชินกับการบินบนอากาศแล้ว

เมื่อเขารู้สึกมั่นใจในการบินแล้วเขาก็รอให้าปี้ตัวที่สามเข้ามาใกล้และเหวี่ยงดาบออกไป

ดาบได้ตัดผ่านขาของมันอย่างเงียบเชียบและปีกข้างซ้ายของมัน

"กวี้~...อ๊าาา"

จากเสียงร้องที่ไพเราะของฮาปี้ได้กลับกลายเป็นเสียงร้องที่หวาดกลัวจากการตกลงไปจากท้องฟ้า ซังจินได้มองลงไปและยิ้นออกมา

'การต่อสู้บนอากาศก็ไม่เลว...'

แต่ทันใดนั้นโอเปอเรเตอร์ก็ได้เตือนออกมา

[ได้โปรดกลับไปที่พื้นที่การล่า พื้นที่นี้อยู่นอกเขตของนักล่าแล้ว]

[ถ้าหากคุณยังอยู่ในพื้นที่จำกัดนี้หลังจาก 10 วินาที]

ซังจินได้มองสำรวจไปในสถาพแวดล้อม ตอนนี้เขาได้ลดระดับความสูงลงมามากเกินไปแล้วในการหลบการโจมตีของฮาปี้

[คุณจะตาย 10...]

'เฮ้ เค'

เบสโกโร่ที่ถูกข่มขู่โดยข้อความนั้นก็เติอนออกมา

"ฉันรู้"

ซังจินจึงได้ขี่พรมไล่ระดับขึ้นไปตามขอบผาด้วยพรมเวทมนตร์ ฮาปี้ทั้งสองตัวที่เหลืออยู่ก็ยังคงตามเขามาอยู่ติดๆ

'มันน่ารำคาญ...'

ซังจินได้ยกดาบขึ้นมา แม้ว่ามันยากที่เขาจะแสดงศักยภาพได้ 100% แต่ของเพียงแค่เขาสามารถสัมผัสมันได้เพียงสักครั้ง มันก็จะตายลง

ซังจินสามารถจะตัดฮาปี้ไปอีกหนึ่งตัวได้อย่างง่ายดาย

'ร่วงไปหนึ่ง'

และเขาก็เครียมพร้อมสำหรับตตวถัดไป แต่แล้วตัวสุดท้าย

"กวี้~"

มันร้องออกมาและหันหลังบินหนีไป ซังจินจึงจะติดตามมันออกไปแต่แล้วเขาก็ตัดสินใจไม่ไล่ตาม

เขาจะเสียเวลาเป็นอย่างมาเมื่อพยายามไล่ล่าฮาปี้

'ฮาปี้มันจะหนีไปเมื่อพรรคพวกของมันถูกสังหาร ถ้าหากมันหนีออกไปได้ มันก็จะกลับมาอีกครั้งพร้อมกำลังเสริมจำนวนมาก'

กระดาษข้อมูลได้เขียนไว้เช่นนั้น เมื่อมันมาอีกครั้งก็จะมาพร้อมพรรคพวกอีกมากมาย

'ถ้าหากฉันปล่อยมันไป มันก็จะไปรวบรวมพรรคพวกของมันมาแทนฉันเอง'

ซังจินคิดขึ้นในขณะที่เขาหันกลับไปตรวจสอบหน้าผา ในความจริงแล้วเขาก็มีเวลาจำกัดในการตรวจสอบจากบนท้องฟ้าอีกด้วย เพราะพรมเวทมนตร์มีระยะเวลาใช้งานเพียง 20 นาทีเท่านั้น

เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เขาจึงจะต้องเร่งค้นหาตามหน้าผาอย่างรวดเร็ว

'ฉันเหลือเวลาอยู่อีกเท่าไหร่'

แต่ในขณะนั้นเองเขาก็ได้สังเกตุเห็นอะไรบางอย่าง ในช่องว่างระหว่างโพรง เขาได้สังเกตุเห็นประกายอะไรบางอย่าง จากนั้นเบสโก้โร่ก็พูดออกมา

'เค'

"ฉันก็เห็นแล้วเช่นกัน"

ซังจินได้ขยับเข้าไปใกล้วัตุเงานั้น มันเป็นรังขนาดใหญ่ มันใหญ่กว่ารังของนกโดยทั่วไปอยู่หลายเท่า

และภายในนั้นก็มีไข่ที่มีขนาดใหญ่กว่าไข่ไก่สามเท่า

เขาเริ่มขี่พรมเข้าไปใกล้เรื่อยๆ เขารู้สึกแปลกๆเกี่ยวกับไข่ใบนั้น

ไข่มันส่องแสงสีทองออกมา มันดูราวกับอัญมณีล้ำค่า

'มีชีวิตรอดและเติบโตอย่างมีค่า...'

ซังจินนึกไปถึงคำใบ้ในก่อนหน้านี้และเขาก็เข้าไปยกไข่ขึ้นมาด้วยสองมือของเขา จากนั้นโอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศออกมา

[ขอแสดงความยินดีด้วย คุณได้ลับชิ้นส่วนลับ]

[ราร์ - ไข่ทองคำ]

"ลา ล่า ล่า~"

ซังจินได้ฮัมเพลงขึ้นมาอย่างมีความสุขในขณะที่ตรวจสอบหน้าต่างสถานะ


ราร์ - ไข่ทองคำ

ไข่ระดับแรร์

ทักษะติดตัว

การเริ่มต้นของอาการสั่น - จะเกิดการสั่นขึ้นวันละครั้ง

เขานั้นไม่มีเวลาที่จะเกิดขึ้นมาในเวลาที่แน่นอน


"หืมม?"

ซังจินเอียงหัวอย่างสับสน มันเป็นทักษะที่ลึกลับมาก ในความจริงแล้วมันไม่ควรจะถูกเรียกว่าทักษะเลยด้วยซ้ำ

หลักๆแล้วคือมันก็จะสั่นในแต่ละวัน มันในตอนนี้ไม่มีประโยชน์หรือฟังชั่นใดๆเลย ซังจินจึงตึดสินใจกันไปถามกับเยสโกโร่

"เบสโกโร่นายพอจะรู้อะไรเกี่ยวกับไข่ใบนี้บ้างไหม"

'ไม่เลย นี้เป็นครั้งที่ข้าได้เห็นมัน'

เบสโกโร่นั้นไม่ได้ช่วยให้เขาเข้าใจมากเลย ซักจินจึงหันกลับไปดูที่หน้าต่างสถานะอีกครั้ง แต่แล้ว

"กวี้~"

เขาก็ได้ยินเสียงร้องที่ไม่พึงประสงค์ออกมา เมื่อเขาหันไปมอง เขาก็เห็นฝูงฮาปี้บินมาจากระยะไกล

'โอ้...'

ซังจินรีบยัดไข่ลงไปในลูกบาศก์อย่างรวดเร็วและหันไปนับจำนวนศัตรู

'หนึ่ง สอง สาม...'

มันมีจำนวนมากเกินไปที่จะนับด้วยจำนวนนิ้วได้ มันมีจำนวนมากกว่าหนึ่งโหล ซังจินจึงตั้งใจจะออกจากหน้าผานี้และกลับขึ้นไปที่ที่ราบสูงอีกครั้งเมื่อเขาหมดธุระกับผาแห่งนี้

ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งขนาดไหนแต่การาี่จะจัดการกับพวกสัตว์ปีกเหล่านี้กบางอากาศก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ๆห้ามเข้าไป

ฮาปี้ได้บินเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว แต่ซังจินก็ไม่ได้ใส่ใจมันและบินขึ้นต่อไป

และในที่สุดเขาก็ได้มาถึงที่ราบสูง เขาจึงกระโดดลงจากพรมไปบนพื้น ที่เบื้องหลังของเขาก็ตามมาด้วยฝูงฮาปี้

ซังจินหยิบดาบขึ้นมาและพึมพัมขึ้น

"เข้ามาเลยเจ้าพวกฝูงแมลงหวี่แมลงวัน บินเข้ามาสู่นรกด้วยปีกของพวกแกเองเลย"

 


เรื่องนี้แปลจนจบแล้วนะครับ สามารถติดต่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > จิ้มเลย <

จบบทที่ Chapter 58 - Tahrakhan Plateau (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว