เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 57 - Tahrakhan Plateau (2)

Chapter 57 - Tahrakhan Plateau (2)

Chapter 57 - Tahrakhan Plateau (2)


Chapter 57 - Tahrakhan Plateau (2)


Tahrakhan Plateau Raid

Objective – Hunt the Harpy Queen ‘Laliha’

Time limit – 1 hour


ข้อมูลของโอเปอเรเตอร์ได้เปิดขึ้นมาและนักล่าต่างก็รวมตัวกันเพื่อปรึกษาหารือ

"ฉันเดาว่าไม่มีใครที่สามารถจะโจมตีระยะไกลได้เลยในรอบนี้"

"ฉันก็คิิดว่ามันเป็นเช่นนั้น"

"พวกเราไม่มีใครที่ใช้เวทเลยหรอ"

"ฉันสามารถใช้ได้นิดหน่อย"

"ฉันพยายามจะเรียนรู้มันบางส่วยด้วยตัวเอง...แต่พลังเวทมันต่ำเกินไปเกินกว่าที่จะนำมาใช้ประโยชน์ได้ มันไม่คุ้มค่าเอาซะเลย"

"ฉันรู้ ฉันได้พยายามเรียนรู้มันเช่นกัน แต่แล้วฉันก็ได้ขายมันออกไปหลังจากที่ลองพยายามไปครู่หนึ่ง"

ในขณะที่นักล่าคนอื่นๆกำลังคุยกันอยู่นั้น ซังจินก็คิดว่าเขาจะหาทางอยู่ร่วมกับนักล่าสมบัติในปาตี้ได้อย่างไร

'ฉันไม่ชอบความคิดที่ว่าเขาจะใช้ทักษะนักล่าสมบัติไปในตอนที่ฉันนั้นไม่อยู่และสร้างความงุ่นวายพร้อมกับนำชิ้นส่วนลับไป..'

ซังจินกำลังพยายามคิดหาวิธีว่าจะทำยังไงกับเขาดี

''ฉันจะใช้ทักษะนักล่าสมบัติตั้งแต่เริ่มขึ้น และเมื่อได้รับชิ้นส่วนลับแล้วฉันก็จะติดตามพวกเขาไปจนกว่าพวกเขาจะใช้ทักษะ และจากนั้นก็จบการจู่โจมและรวบรวมองค์ประกอบลับ'

เมื่อเขาวางแผนต่อไปเสร็จสิ้น ซังจินได้รอให้การจู่โจมเริ่มขึ้น

[5 4 3 2 1 0]

ครู่หนึ่งการจู่โจมก็เริ่มขึ้นและเขาก็หันไปมองนักล่าคนอื่นๆและพูดขึ้น

"ฉันมีธุระที่จะต้องออกไปทำ ดังนั้นพวกนายไปล่าพวกฮาปี้รอบๆหรืออะไรบางอย่างก่อนเลย เดี๋ยวฉันจะกลับมา"

ทุกๆคนหันไปมองที่ซังจินอย่างตกใจ ผู้สอบสวนเป็นคนแรกที่ตอบกลับมา

"สิ่งนี้..."

แต่ซังจินก็ไม่ได้มีเวลาที่จะมาอยู่อธิบายพวกเขา เขาจึงรีบพูดสรุปอย่างรวดเร็ว

"พยายามล่าพวกฮาปี้ให้มากที่สุดก่อนที่ฉันจะกลับมา นั้นจะเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้พวกนายได้รับแต้มผลงานบางส่วน"

เมื่อซังจินพูดจบเขาก็โยนเหรียญขึ้นไปในอากาศ ครู่หนึ่ง

"ฮี้~"

ม้าก็ได้ปรากฏตัวออกมาและร้องขึ้น ซังจินจึงรีบขึ้นไปขี่มันและคว้าบังเหียน และขี่ม้าออกไป ระหว่างนั้นเขาก็ได้คิดถึงเหล่านักล่าที่เขาทิ้งไว้

'ถ้าหากว่าพวกเขาไม่สามารถจะฆ่าพวกมอนสเตอร์ปกติได้ด้วยสี่คน...พวกเขาก็จะตาชในไม่ช้าก็"

ซังจินก็กังวลอยู่แล้ว หากพวกเขาอ่อนแอเขาก็จะตาย สิ่งนี้มันเป็นธรรมชาติของเกมส์นี้

ในตอนแรกซังจินไม่ได้พิจารณาถึงในเรื่องนี้และเขาได้พยายามที่จะทำให้ทุกคนมีชีวิตรอดให้ได้มากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ แต่หลังที่เขาได้ย้อนกลับมา เขาก็ได้กลายเป็นคนที่คิดคำนวนสิ่งต่างๆได้อย่างใจเย็น

'ผู้ที่ไร้ความสามารถหรือธรรมดาเกินไปก็จะไม่ได้รับอนุญาติให้อยู่ต่อไป'

มันเป็นความจริงที่ว่าคนที่จะเหลือรอดจะมีแต่คนที่ดีกว่า แต่ในตอนท้ายที่สุดสิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้นที่จะรอดอยู่ได้

ถ้าหากมีใครในสี่คนในรอบนี้ที่จะสามารถจบเกมส์นี้ได้ มันก็จะแสดงอิกมาเองในตอนที่เขาได้กลับมา

'จากความซื่อสัตย์ ในรอบนี้ไม่มีใครเลยที่เหมาะสมจะ 'เลือก' ไป...'

แม้ว่าเขาไม่ได้เลือกใครในการจู่โจมนี้ ซังจินก็จะเข้าไปแทรกแซงการจู่โจมอื่นๆ เพื่อที่จะเลือกสมาชิกในตอนท้ายและด้วย 'ผู้ที่ถูกเลือก' เขาก็จะเอาชนะการจู่โจมสุดท้ายด้วยกัน

การจะกลายเป็น 'ผู้ที่เอาชนะกฏเกณของโลกนี้' จะไม่สามารถเป็นได้หากเขายังทำเพียงตามบทบาทที่ได้รับและเข้าร่วมมันตามปกติเช่นเดียวกับคนอื่นๆ

ซังจินนั้นรู้ในสิ่งนี้มากยิ่งกว่าผู้ใด ในระหว่างที่ชาโดวรันกำลังวิ่งอยู่ เขาก็เรียกโอเปอเรเตอร์

"โอเปอเรเตอร์ ใช้ทักษะนักล่าสมบัติ ช่วยบอกฉันที่ว่าฉันจะหาชิ้นส่วนลับหรือบอสลับได้จากไหน"

[นี้เป็นคำใบ้เกี่ยวกับสมบัติลับที่ซ่อนอยู่]

ซังจินได้ตั้งสมาธิจดจ่อไปกับคำใบ้ที่โอเปอเรเตอร์กำลังจะพูดออกมา

[ที่ขอบหุบเหว]

[ถูทิ้งโดยพ่อแม่และปล่อยให้อยู่ตัวคนเดียว]

[มีแต่จะต้องอยู่รอดและเติบโต]

[นี้คือหนทางของขุนนางที่แท้จริง]

[มีเพียงผู้ที่ทำลายเปลือกและกลับมามีชีวิตเท่านั้น]

[ที่จะสามารถกลับมาทวงบัลลังก์ได้]

เขาได้ยินมันครั้งหนึ่ง แต่เขาก็ยังไม่สามารถจะเข้าใจมันได้

"โอเปอเรเตอร์ ทวนอีกรอบหนึ่ง"

ลูกบาศก์ได้เปล่งเสียงทวนออกมา ซังจินจึงได้หยุดม้าลงในขณะที่ฟังคำใบ้นั้น

"โว้ โวว~"

เขาได้หยุดชาโดวรันและมองสำรวจไปรอบๆ มันเป็นเรื่องยากมากที่จะมองเห็นข้างหน้าเนื่องจากหมู่เมฆที่ลอยตัวอยู่หนาแน่น แม้ว่าเขาจะมีวิสัยทัศน์ของวิญญาณ เขาก็ไม่สามารถที่จะมองทะลุออกไปได้

โชคดีที่ว่าหมู่เมฆพวกนั้นเคลื่อนที่ตลอดเวลา ซังจินจึงสามารถมองออกไปข้างหน้าได้ มันเป็นไปได้ที่จะมองออกไปไกลๆในที่ราบสูง

ในขณะที่เขากำลังมองไปรอบๆ เขาก็ได้นึกถึงบางอย่าง

'อะไรที่ท่านเห็น ข้าก็จะเห็น'

เขาจำได้เกี่ยวกับสิ่งที่เบสโกโร่บอกแก่เขาและจากนั้นเขาก็เรียกเบสโกโร่

"คุณปู่เบสโกโร่~"

เและเขาก็ได้ยินเสียงตอบกลับมาในหัว

'ข้าบอกให้าท่านเรียกข้าว่าเบสโกโร่ไง'

"ฉันไม่รู้สึกเช่นนั้นเลย นายควรที่จะขอบคุณฉันนะที่ฉันยอมคุยกับคนแก่อายุ 52 ปี"

'ฮึ่ม'

"อา ถูกแล้วๆ นายไม่ได้เป็นคุณปู่เฉยๆ นายนั้นเป็นคุณปู่ที่ยังซิงอยู่"

เบสโกโร่ได้สวนจึ้นมาทันควัน

'ซิง พระเจ้า เพียงแค่เหตุผลเดียวที่ข้าเป็นเช่นนี้มันเป็นเพราะว่าข้ามัวแต่ยุ่งอยู่ในสนามรบ'

"โอเคไม่เป็นไรๆ...ยังไงก็ตาม คุณปู่ ไม่ๆฉันหมายถึงเบสโกโร่ นายพอจะเห็นหุบเหวของที่ราบไหม"

'ไม่ ข้าไม่เคยเห็นมัน'

"จริงหรอ ถ้าอย่างนั้นฉันจะขี่ชาโดวรันไปต่อ ถ้าหากนานมองเห็นหุบเหวของที่ราบสูงก็ช่วยบอกฉันด้วยนะ"

'ไม่มีปัญหา'

ซังจินได้ขี่ม้าพุ่งออกไปด้านหน้าต่อ ถึงแม้ว่าในสถานที่แห่งนี้จะมีอ๊อคซิจงเจนน้อยมากแต่มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรกับชาโดวรัน เพราะมันเป็นวิญญาณ

เขาได้วิ่งออกไปในที่ราบสูงอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

****

เมื่อเคที่จู่ๆได้ออกไป นักล่าคนอื่นๆจึงรีบไปล่าพวกฮาปี้ทันที

พวกเขานั้นไม่ชอบความจริงที่ว่าเคได้ตัดสินใจที่จะออกไปคนเดียว แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีทางเลือกอะไร

"แบ๊ะๆ~"

ไกลออกไปได้มีแพะเพศผู้อยู่ แต่สิ่งที่แปลกประหลาดของแพะนั้นคือมันมีเขาขนาดใหญ่

เขาของมันบิดเป็นเกลียวไปข้างหน้าจนมันมองดูคล้ายกับหอก

แพะตัวนั้นได้จ้องมาที่พวกเขาอยากหิวกระหายซึ่งแตกต่างจากแพะปกติที่กินแต่หญ้า ผู้พิพากษาจึงถือหอกขึ้นมาและพึมพัมกับตัวเอง

"ดูเหมือนกับว่าเจ้าแพะตัวนี้มันจะชอบเคี้ยวเนื้อมากกว่าหญ้าซะแล้วสิ"

ครู่ต่อมาแพะมันก็ได้พุ่งเข้ามาหาพวก

"แบ๊ะ~"

แพะภูเขาตัวนี้มันได้พุ่งเข้ามาหาพวกเขาด้วยความเร็วที่น่าตกใจ ผู้พิพากษจึงเป็นผู้รับแรงกระแทกของมันและตะโกนออกมา

"โจมตี"

หลังจากมันได้ถูกหยุดลง แพะก็ไม่สามารถจะป้องกันการโจมตีของ นักสู้ โจรสลัด และนักล่าสมบัติได้

แพะได้พยายามที่จะโจมตีกลับไปด้วยการเหวี่ยงเขาของมันไปรอบๆ แต่มันก็ทำอะไรได้ไม่มาก ในที่สุดมันจึงได้ถูกฆ่าลงด้วยการกลุ้มลุมของทั้งสี่นักล่า

เมื่อศัตรูตัวแรกได้ถูกกำจัดลง ผู้พิพากษาก็ถอนหายใจออกมา

"ว๊าว...ทำไมเจ้าแพะนี่...มันถึงแข็งแกร่งกว่าหมีซะอีก..."

"รูปร่างหน้าตามันไม่สำคัญหรอก จริงไหม ฉันคิดว่าศัตรูจมันะเพิ่มความยากมากขึ้นไปเรื่อยๆซะอีก เมื่อพวกเราได้ผ่านบทไปเรื่อยๆ"

ทุกๆคนต่างก็หยักหน้ากับคำพูดนี้ของนักล่าสมบัติ

โดยเฉลี่ยแล้วค่าสเตตัสของผู้ที่รอดชีวิตอยู่จะต้องเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆเพื่อที่จะไล่ตามความสามารถของมอนสเตอร์เหล่านี้ให้ทัน

โลกแห่งนี้นั้นมันแตกต่างจากสามัญสำนึกของโลกเดิมโดยสิ้นเชิง อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่านักสู้จะมีความสุขในสถานการณ์เช่นนี้

"มันจะไม่สนุกถ้าหากไร้ซึ่งความท้าทาย"

ในขณะนั้นเอง

"กวี้~"

ผู้พิพากษาก็ได้ถูกยกขึ้นไปในอากาศ เมื่อคนอื่นๆได้มองขึ้นไปเขาก็ได้เห็นผู้พิพากษาถูกจับโดยฮาปี้และพาไปที่ไหนสักแห่งในขณะที่เขากำลังดิ้นรนขัดขืน

นักล่าสมบัติจึงร่ายเวทอย่างรวดเร็ว

"จงเผาไหม้ทุกสิ่งในเส้นทาง"

แต่แล้วบอลไฟที่ถูกปล่อยออกไปก็ไม่โดนฮาปี้ จากนั้นโจรสลัดจึงร่ายเวทตามมาเพื่อที่จะช่วยผู้พิพากษา

"ใบมีดสายลมที่ตัดได้แม้กระทั้งเหล็ก คมมีดวายุ"

หนึ่งในใบมีดลมได้พุ่งออกไปจากมือของเขาและพุ่งเข้าใส่ปีกของฮาปี้

"กวี้~"

ฮาปี้ได้ร้องออกมาอย่างเจ็บปวดและเธอก็ตกลงมาพร้อมกับผู้พิพากษา มันจึงเป็นโอกาสให้นักล่าเข้าไปจัดการมันก่อนที่มันจะหนีออกไปอีกครั้ง

ฮาปี้ได้พยายามที่จะสู้กับด้วยเล็บเท้าของมัน แต่แล้วในที่สุดมันก็ตายลง จากนั้นนักล่าสมบัติจึงได้เข้าไปตรวจสอบผู้พิพากษา

"เฮ้ นายเป็นอะไรไหม"

"อั๊ก..."

ขาของเขาได้งอผิดรูป เขาคงจะได้รับบาดเจ็บในตอนที่เขาได้ร่วงลงมา แต่แม้ว่าเขาจะยังเจ็บปวดอยู่แต่เขาก็ตะโกนออกมาอย่างโกรธแค้น

"ฉันยังคงอยู่บนท้องฟ้า ทำไมพวกนายถึงโจมตีเช่นนั้นกัน"

โจรสลัดได้หมดคำที่จะพูดไปในทันที

"...ว๊าว แม้ว่าฉันพึ่งจะช่วยนาย..."

ความขัดแย้งกันภายในทีมนั้นไปเรื่องที่แย่ การจู่โจมปกตินั้นก็ยากลำบากพออยู่แล้วแม้ว่าจะร่วมมือกันอย่างเต็มที่ ถ้าหากมีการทะเลาะกันภายในทีมก็อาจจะหมายถึงความชิบหายได้เลย นักล่าส่วนใหญ่นั้นจะรู้ถึงในเรื่องนี้และจะรีบหาวิธีแก้ไขสถานการณ์เช่นนี้ให้มันกลับไปเป็นปกติอย่างรวดเร็วก่อนที่มันจะลุกลามไปไกล

"อย่าเป็นเช่นนั้น..."

แต่แล้วนักสู้ก็กล่าวเพิ่มมาอีก

"ทำไมนายถึงต้องร้องโหยหวนเพราะอาการบาดเจ็บเล็กน้อยแค่นั้นด้วย นายสามารถที่จะดื่มโพชั่นและกลับมาเป็นปกติได้ ถูกไหม"

แต่คำพูดของเขามีแต่จะสุมไฟเข้าไปเพียงเท่านั้น

"อะไรนะ นายคิดว่าโพชั้นสามารถจะแก้ปัญหาได้ทุกอย่างหรอ นายมาลองยืนอยู่ในแนวหน้าดูในครั้งต่อไป แล้วมาดูกันว่านายจะทำได้ดีแค่ไหน"

"นายกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ นายเป็นแท้งมันคือหน้าที่ของนาย ฉันจะทำหน้าที่ของฉันในแนวหลัง มันยุติธรรมดีแล้ว ถูกไหม"

ในพื้นที่ว่างของที่ราบสูงอารมณ์ของเหล่านักล่าได้เริ่มพุ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ

****

ซังจินยังคงขี่ม้าของเขาไปเรื่อยๆ แม้ว่าเขาจะเห็นพวกแพะรอบๆ แต่พวกมันก็ไม่ได้ไล่ตามเขามาในขณะที่เขาขี่ม้าอยู่

ซังจินได้นึกกลับไปในความทรงจำในอดีตของเขา

'พวกนั้นมันอันตรายมาก...'

ในอดีต พวกแท้งได้รับบาดเจ็บจากการที่พยายามจะป้องกันมันเอาไว้และถูกเขาแทงเข้า

'...มันจะบาดเจ็บแม้ว่าจะเป็นในตอนนี้'

ซังจินได้มองไปซ้ายและขวาเพื่อที่จะมองหาหุบเหว แต่แล้วเขาก็ไม่เห็นสิ่งใด ซังจินจึงได้เรียกเบสโกโร่

"เบสโกโร่..."

'ไม่เลย'

เขาได้ตอบกลับมาสั้นๆและเงียบไป ซึ่งมันแตกต่างจากตัวเขาตามปกติ เขาคงจะยังโกรธอยู่ที่ถูกเรียกว่า 'คนแก่ซิง' ในก่อนหน้านี้

'ชัดเลยว่าเขาเป็นคุณปู่อายุ 52 ปีที่เอาแต่ใจ...เยี่ยม ฉันคิดว่าฉันรู้แล้วหละว่าทำไมเขาถึงได้เสนอที่จะแต่งงายกับสาวอายุ 20 ปี...'

ซังจินได้คิดนินทาเกี่ยวกับเบสโกโร่ภายในใจ

'ฉันควรจะปล่อยให้เขาโกรธต่อไปและ...หืมม ดูนี่สิ...'

ซังจินหันไปมองในเนินเขาที่อยู่ข้างหน้า อย่างไรก็ตามจากจุดนี้เขาก็ไม่สามารถจะมองเห็นหุบเหวผ่านหมู่เมฆไปได้

ซังจินพยายามที่จะนึกไปถึงคำใบ้อีกครั้ง

[ในหุบเหว]

'มันอาจจะเป็นการเทียบเคียงถึงเฉยๆ'

ถ้าหากมันเป็นในกรณีนี้เขาก็จะปวดหัวมากขึ้นเมื่อพยายามที่จะไขปริศนานี้

'จะเป็นอย่างไรถ้าหากว่ามันไม่ได้หมายถึงหุบเหวแต่เป็นการเปรียบเปรย...'

ในขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้น ชาโดวรันก็ได้หยุดลง

"มีอะไรงั้นหรอชาโดวรัน"

ในขณะที่เขาถามออกไป เขาก็ได้สังเกตุเห็นหน้าผาชันเบื้องหน้า

'งั้นมันก็ไม่ใช่การเปรียบเปรยสินะ'

ซังจินลงไปจากชาโดวรันและจากนั้นเดินเข้าไปใกล้กำแพงและมองลงไปในหุบเหว เขาไม่สามารถจะมองเห็นด้านล่างได้

ซงจินมองไปรอบๆ ผานั้นมันต่อเนื่องไม่รู้จบ

"เดี๋ยวนะ...นี้มัน...."

เบสโกโร่ได้กล่าวออกมาในสิ่งที่ซังจินคิด

'ที่ราบสูงทั้งหมดจะต้องล้อมรอบไปด้วยผาสูงชัน

ในกรณีนี้เขาจะต้องเปลื่ยนสิ่งที่ขี่ ซังจินจึงได้พูดกับชาโดวรัน

"ขอบใจนายมากชาโดวรัน กลับไปพักก่อนละกันนะ...ยกเลิกการอัญเชิญ"

เมื่อชาโดวรันหายไป ซังจินก็ได้หยิบเอาพรมเวทมนตร์ออกมาจากลูกบาศก์

"บิน"

ซังจินได้ขี่พรมและบินวนไปรอบๆผา ในขณะที่เขาได้ตรวจสอบกำแพง เขาก็คิดกับตัวเอง

'ทวงคืนบัลลังก์...ทวงคืน...'

 


เรื่องนี้แปลจนจบแล้วนะครับ สามารถติดต่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > จิ้มเลย <

จบบทที่ Chapter 57 - Tahrakhan Plateau (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว