- หน้าแรก
- อกหักกลับเกาะพร้อมระบบ ทะเลนี้คือขุมทรัพย์ทองคำ
- บทที่ 96 ศึกหนักกับหมึกสาย
บทที่ 96 ศึกหนักกับหมึกสาย
บทที่ 96 ศึกหนักกับหมึกสาย
น้องเมียของเขายังคงไม่รู้จักมองโลกตามความเป็นจริงอยู่เหมือนเดิม
นี่น้ำก็เริ่มลงแล้ว ยังไม่รีบไปหาของทะเลกันอีก
จางไห่ไต้เคยชินกับการถามความเห็นเจียงหานอยู่แล้ว “พี่หาน เราจะไปไหนกันดี?”
เจียงหานชี้ไปอีกด้านหนึ่ง “เราเดินไปทางนั้นกันเถอะ”
จางไห่ไต้ได้ยินเจียงหานบอกว่าจะไปหาของทะเลอีกทางหนึ่ง เขาก็ดีใจจนเนื้อเต้น
เวลาเขาอยู่กับพี่หาน มีแต่เรื่องพูดคุยหัวเราะกันสนุกสนาน จะไปเคยเจอเรื่องอึดอัดใจแบบนี้ที่ไหนกันเล่า?
ในความทรงจำของจางไห่ไต้ พี่หานเป็นคนประเภทสบายๆ ไม่ถือสาหาความอะไร แต่ไม่รู้ทำไม เขาถึงรู้สึกว่าเจียงหานดูเกร็งๆ เวลาอยู่ต่อหน้าพี่เขย เหมือนกับนักเรียนเกเรที่กลัวว่าจะพูดผิดหรือทำอะไรผิดต่อหน้าคุณครูอย่างไรอย่างนั้น
พอพี่หานเกร็ง จางไห่ไต้ก็พลอยเกร็งตามไปด้วย ความรู้สึกนั้นมันช่างน่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกจริงๆ
ทั้งสองเดินไปได้ครึ่งทางก็เจอเข้ากับรางหินที่ถูกสร้างขึ้น ไม่รู้เหมือนกันว่ารางหินนี้เมื่อก่อนใช้ทำอะไร แต่ด้านที่หันออกสู่ทะเลนั้นสูงเป็นพิเศษ
ตอนที่น้ำลง ปูทะเลตัวใหญ่หลายตัวก็เลยถูกขังติดแหง็กอยู่ตรงนี้ จางไห่ไต้จ้องมองปูทะเลพวกนั้นแล้วก็ได้แต่อ้าปากค้าง
วันนี้การหาของทะเลมันจะง่ายดายเกินไปหน่อยไหมเนี่ย
เขาหยิบคีมขึ้นมา แล้วคีบปูทะเลตัวใหญ่พวกนั้นใส่ถังน้ำทันที ปากของจางไห่ไต้ฉีกยิ้มกว้างจนแทบจะถึงใบหู
ถึงฝั่งเจียงเหวินซานจะมีหอยเสียบเยอะ แต่พวกนั้นมันไม่ค่อยมีราคานี่นา ปูทะเลตัวใหญ่ของเขาแค่ไม่กี่ตัวพวกนี้ มีมูลค่าเทียบเท่ากับหอยเสียบตั้งไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่
เจียงหานพาจางไห่ไต้มาที่หาดหิน เขามองทะลุก้อนหินพวกนั้น เห็นของดีที่ซ่อนอยู่ในซอกหิน
แต่เพราะจางไห่ไต้กมองไม่เห็นของที่อยู่ใต้หิน เจียงหานเลยไม่ได้ให้เขาลงมือตรงนี้
เขาชี้ไปยังแนวโขดหินที่อยู่ไกลออกไป ตรงนั้นห่างจากจุดนี้ประมาณ 500 เมตร ซึ่งอยู่ในระยะสแกนของเจียงหานพอดี
“นายไปดูตรงโน้นสิ ในซอกหินน่าจะมีของดีอยู่”
จางไห่ไต้เดินตรงดิ่งไปทางนั้นโดยไม่มีข้อกังขาใดๆ
และเมื่อเขาเห็นของพวกนั้น เขาก็ดีใจจนแทบคลั่ง
เนื่องจากระยะทางค่อนข้างไกล แถมยังมีเสียงลมทะเล จางไห่ไต้เลยโทรหาเจียงหานมันซะเลย
“พี่หาน พี่แม่นอย่างกับตาเห็น! ในซอกหินพวกนี้มีเพรียงตีนเต่าอยู่จริงๆ ด้วย”
เพรียงตีนเต่าพวกนี้ต่อให้คุณภาพแย่ๆ ก็น่าจะขายได้สักร้อยกว่าหยวนต่อชั่งละมั้ง?
ดูจากคุณภาพของเพรียงตีนเต่าตรงนี้แล้ว ไม่มีทางเป็นของเกรดต่ำแน่นอน ส่วนราคาจะพุ่งไปสูงแค่ไหน ก็ต้องให้ทางร้านอาหารเป็นคนกำหนด
จางไห่ไต้ค้นหาคีมที่เหมาะสมจากในเป้สะพายหลัง แล้วเริ่มลงมือดึงเพรียงตีนเต่าพวกนั้นออกมาทีละตัว
เขาค้นพบว่าการดึงเจ้าพวกนี้มันช่วยคลายเครียดได้ดีชะมัด ทำเอาเขาชักจะติดใจการดึงพวกมันเข้าให้แล้ว
เจ้าสิ่งนี้หน้าตาคล้ายกับเพรียงคอห่านอยู่บ้าง แต่ราคากลับถูกกว่าเพรียงคอห่าน
เดี๋ยวนี้พวกสตรีมเมอร์ในโลกออนไลน์หลายคนที่รีวิวชิมเพรียงคอห่าน ที่จริงแล้วก็เอาเจ้าเพรียงตีนเต่านี่แหละมาหลอกกินโชว์
จางไห่ไต้เห็นเข้าบางทีก็ขี้เกียจจะไปจับผิด
ไม่นานจางไห่ไต้ก็จัดการดึงรังแรกจนเกลี้ยง แล้วก็พบว่าแถบนี้ยังมีเพรียงตีนเต่าขึ้นอยู่อีกยั้วเยี้ยเต็มไปหมด
จางไห่ไต้ถ่มน้ำลายใส่มือ จุดบุหรี่คาบไว้ที่ปาก แล้วหันหน้าเข้าหาดงเพรียงตีนเต่า ตั้งหน้าตั้งตาถอนพวกมันอย่างไม่หยุดยั้ง
ส่วนทางด้านเจียงหาน ตอนนี้กำลังเปิดศึกดวลเดือดกับหมึกสายตัวหนึ่ง
คราวก่อนตอนอยู่บนเกาะเจียววา เขาก็เคยเจอหมึกสายมาก่อน แถมยังยื้อยุดฉุดกระชากกับมันอยู่นานสองนาน แต่เพราะเรื่องของคู่แฝด สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ตัวมันมา
หลังจากนั้น เพราะเรื่องนี้แหละ เขาเลยลงทุนสั่งซื้อคีมกันลื่นแบบพิเศษมาจากอินเทอร์เน็ต ไม่นึกเลยว่าวันนี้คีมอันนี้จะได้ฤกษ์ออกโรงเสียที เพราะที่นี่มีหมึกสายเยอะแยะเต็มไปหมด
คนที่เคยหาของทะเลจะรู้ดีว่า เมื่อเทียบกับสัตว์น้ำชนิดอื่น หมึกสายถือเป็นตัวที่จับยากเอาเรื่อง
อย่างแรกคือหมึกสายมีความคล่องตัวสูง ต่อให้เป็นซอกเล็กแค่ไหนมันก็มุดหนีเข้าไปได้
อย่างที่สองคือปุ่มดูดที่หนวดของมันมีแรงดูดมหาศาล พอเกาะติดกับก้อนหินแล้ว ต้องออกแรงดึงมหาศาลกว่าจะแงะมันออกมาได้
บางทีมันยังดูดมือเราติดหนึบอีกต่างหาก
สรุปสั้นๆ คือยุ่งยากชะมัด
โชคดีที่การจับเจ้าพวกนี้เป็นทักษะที่ยิ่งทำยิ่งชำนาญ
แรกๆ เจียงหานต้องงัดข้อชิงไหวชิงพริบกับหมึกสายจนเหงื่อท่วมตัว
สุดท้ายเขาก็ตกผลึกเป็นประสบการณ์
ต่อให้คีมดีแค่ไหน ก็สู้มือเปล่าของตัวเองไม่ได้ ถ้าใช้คีมคีบไม่ออก เขาก็ใช้มือจับมันซะเลย
หมึกสายที่นี่มีเยอะมากจริงๆ ผ่านไปไม่นาน เขาก็จับหมึกสายมาได้สิบกว่าตัว มีทั้งตัวละสามชั่ง ห้าชั่ง ตัวใหญ่สุดน่าจะหนักราวๆ เจ็ดแปดชั่งได้
เขาเอาหมึกสายใส่ลงในถัง
สำหรับเจ้าหมึกสายพวกนี้ เขาไม่กล้าใส่จนเต็มเกินไป กลัวว่าขาพวกมันจะพาดขอบถังแล้วไต่หนีออกไปได้
พอใส่หมึกสายได้ค่อนถัง เขาก็เปลี่ยนไปใช้ถังใบใหม่ รอจนถังทั้งสองใบเต็ม เขาก็เทหมึกสายพวกนี้ลงไปในห้องเก็บปลาใต้ท้องเรือ
ใต้ก้อนหินยังมีปูทะเลซ่อนอยู่อีกไม่น้อย
ปูทะเลพวกนี้หนักตัวละประมาณหนึ่งชั่ง เจียงหานเผลอแป๊บเดียวก็จับปูทะเลได้เต็มถังใหญ่
พอจับปูทะเลเสร็จ เขาก็กลับมาจับหมึกสายต่อ
ด้วยความสามารถในการมองทะลุและการสแกน ประสิทธิภาพของเขาจึงสูงลิ่ว แทบจะจับได้ร้อยทั้งร้อยไม่มีพลาด
โทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น เมิ่งกั่วโอนเงินมาให้เขา 1,000 หยวน
[เมิ่งกั่ว: เจียงหาน นายดวงดีชะมัด ปลากะพงขาวสองตัวนั้นของนาย มีเถ้าแก่คนหนึ่งเหมาไปแล้ว ถ้าขายตามน้ำหนัก ปลากะพงขาวน่าจะขายไม่ได้ราคานี้หรอกนะ]
เจียงหานใช้ฟันกัดถุงมือแล้วดึงถอดออก จากนั้นก็ส่งสติกเกอร์ขอบคุณไปให้เมิ่งกั่ว
เมิ่งกั่วส่งข้อความเสียงกลับมาอีก “ฉันไปส่งพี่สาวกับหลานสาวทั้งสองของนายถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้วนะ ส่งถึงหน้าประตูบ้านเลยด้วย”
คำสุดท้ายน้ำเสียงของเธอลากยาวฟังดูออดอ้อนจนใจสั่น
เจียงหานส่งข้อความเสียงกลับไปเช่นกัน “พี่สาวส่งข้อความมาบอกผมแล้ว”
คิดไปคิดมา เจียงหานก็กดส่งซองอั่งเปาไปให้เมิ่งกั่ว
เมิ่งกั่วตอบกลับมาด้วยสติกเกอร์รูปโกรธ
[เมิ่งกั่ว: นายเห็นฉันเป็นคนยังไงฮะ? หลานสาวทั้งสองของนายน่ารักจะตาย ฉันชอบเด็กสองคนนั้นย่ะ]
เมิ่งกั่วไม่ยอมรับเงิน
เจียงหานยืนอึ้งเหม่อลอยอยู่พักใหญ่ คราวก่อนคนที่บอกให้เขาแสดงความขอบคุณเป็นรูปธรรมก็คือเธอ พอตอนนี้เขาแสดงออกเป็นรูปธรรมแล้ว เธอก็ดันมาโกรธอีก
เฮ้อ จิตใจผู้หญิงนี่ลึกสุดหยั่งราวมหาสมุทรจริงๆ
[ติ๊ง โฮสต์ขายอาหารทะเลได้ 1,000 หยวน ได้รับคะแนนระบบ 1,000 คะแนน]
[รวมกับคะแนนคงเหลือครั้งก่อน คะแนนระบบรวม: 2,007 คะแนน]
[คะแนนระบบยังไม่ถึงเกณฑ์แลกเปลี่ยน]
[โฮสต์ยังคงมีระยะสแกน 520 เมตร]
[ขอให้โฮสต์พยายามต่อไป สู้ๆ]
เจียงหานรู้สึกขอบคุณที่การแลกเปลี่ยนของระบบนี้มีระบบดีเลย์
ไม่อย่างนั้นตอนที่เขากดรับเงินในกลุ่ม ถ้าทุกครั้งที่รับซองอั่งเปาแล้วระบบมาตะโกนใส่หู เขาคงประสาทกินตายพอดี
เจียงหานสวมถุงมือ แล้วคว้าจับหมึกสายตัวหนึ่งที่พยายามจะหลบหนีเอาไว้ได้
ดวงอาทิตย์ค่อยๆ คล้อยต่ำลงทางทิศตะวันตก
จางไห่ไต้หิ้วเพรียงตีนเต่ามาถังครึ่ง เดินตรงเข้ามาหา
“พี่หาน รวยเละแล้ว เพรียงตีนเต่าเพียบเลย”
แล้วเขาก็หันไปเห็นของที่เจียงหานจับได้ “พี่หาน ตรงนี้มีหมึกสายกับปูทะเลเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?”
“นั่นสิ ฉันก็ไม่นึกเหมือนกัน” ต่างที่ต่างถิ่น ผลลัพธ์ที่ได้ก็ต่างกันจริงๆ
พวกเขามองน้ำทะเลที่ค่อยๆ หนุนสูงขึ้น เจียงเหวินซานก็โทรศัพท์เข้ามา
“น้ำขึ้นแล้ว เรากลับกันเถอะ ฉันรอพวกนายอยู่ที่หาดทรายจุดแรกนะ”