เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 91 เตรียมตัวออกทะเล

บทที่ 91 เตรียมตัวออกทะเล

บทที่ 91 เตรียมตัวออกทะเล


เจียงหานตะโกนลั่น ทำเอาอันธพาลคนนั้นหันขวับมาจ้องเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

ทันใดนั้น มันก็คว้ากระเป๋าสตางค์แล้ววิ่งตรงดิ่งเข้ามาหาเจียงหาน

“เฮ้ย! กระเป๋าเงินของฉัน” ชายชราพยายามจะวิ่งไล่ตาม แต่อนิจจาด้วยสังขารที่ร่วงโรยทำให้แข้งขาไม่เอื้ออำนวย

เจียงหานเองก็ยืนงงเป็นไก่ตาแตก

ตามตรรกะทั่วไปแล้ว มันควรจะทิ้งกระเป๋าแล้วโกยแน่บไม่ใช่เหรอ ไหงมันถึงวิ่งพุ่งเข้ามาหาเขาแทนเสียอย่างนั้น

“อยากแส่หาเรื่องนักใช่ไหม!” อันธพาลหนุ่มตะคอกพร้อมกับคว้าก้อนอิฐจากข้างทาง หมายจะฟาดเข้าที่ศีรษะของเจียงหาน

แต่เจียงหานก็ไม่ใช่หมูในอวย เขาเบี่ยงตัวหลบได้อย่างว่องไว

ขณะที่มันกำลังจะง้างมือโจมตีเจียงหานอีกครั้ง จู่ๆ ห่อพัสดุขนาดมหึมาก็ลอยหวือกระแทกเข้าที่หัวของมันอย่างจัง อันธพาลที่เมื่อครู่ยังทำท่าขึงขังพลันร่วงลงไปกองกับพื้น มีดในมือกระเด็นหลุดออกไปไกล

จางไห่ไต้กระโจนขึ้นไปนั่งทับบนตัวของมัน แล้วระดมหมัดใส่ศีรษะไม่ยั้ง

“พี่ไห่ไต้! นี่ฉันเอง ฉันอาเหมาไง อาเหมาจากหมู่บ้านหวงจีข้างๆ เราเคยตีกัน เคยดวดเหล้าด้วยกัน พี่ลืมฉันแล้วเหรอ”

พอได้ยินชื่ออาเหมา เจียงหานก็นึกขึ้นได้ น่าจะเป็นคนเดียวกับที่จางไห่ไต้เคยเล่าให้ฟังว่าไปจับเต่าทะเลแล้วโดนปรับเงินไปสามพันหยวนนั่นแหละ

“ฉันไม่สนว่าแกจะเป็นใคร! กล้ามาแหยมกับพี่หานของฉัน ต่อให้เป็นเง็กเซียนฮ่องเต้ลงมาเองฉันก็จะกระทืบให้เละ”

เจียงหานเห็นท่าไม่ดี ขืนปล่อยให้ซ้อมต่อไปมีหวังได้เกิดเรื่องคอขาดบาดตายแน่ จึงร้องห้ามจางไห่ไต้ไว้

“พอได้แล้ว อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ ส่งตัวให้ตำรวจจัดการเถอะ”

อาเหมาได้ยินดังนั้นก็รีบคุกเข่าโขกศีรษะให้เจียงหานและจางไห่ไต้ทันที “พี่ชายทั้งสอง จะตบจะตีฉันยังไงก็ได้ แต่ขอร้องล่ะ อย่าส่งฉันไปโรงพักเลยนะ”

เขาไม่อยากเข้าไปกินข้าวแดงในคุกจริงๆ ขืนพ่อกับแม่รู้เข้า มีหวังเขาโดนตีขาหักก่อนจะได้เข้าคุกเสียอีก

“ครั้งหน้าอย่าให้ฉันเห็นว่าแกทำชั่วอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะส่งแกเข้าไปนอนในคุกสักสิบปี” เจียงหานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ทว่าแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังรู้สึกเกรงขาม ทั้งที่ภายนอกเขาดูเป็นคนสุภาพเรียบร้อย

อาเหมาโขกศีรษะกับพื้นรัวๆ “ขอบคุณครับพี่ใหญ่ ขอบคุณครับ”

คงเพราะกลัวเจียงหานจะเปลี่ยนใจ พอพูดจบเขาก็รีบใส่ตีนผีวิ่งหนีหายไปทันที

ชายชราเจ้าทุกข์เดินไปเก็บกระเป๋าสตางค์ที่ตกอยู่บนพื้น พลางกล่าวขอบคุณเจียงหานไม่ขาดปาก

“ขอบใจมากนะพ่อหนุ่ม ถ้าไม่ได้เธอช่วยไว้ ป่านนี้กระเป๋าเงินลุงคงหายไปแล้ว”

ความจริงเจียงหานก็รู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ใครใช้ให้สายตาเขาดีเกินเหตุแบบนี้ล่ะ ในเมื่อเห็นแล้ว ร่างกายมันก็ตอบสนองไปเองด้วยการตะโกนออกไป ปกติพวกขโมยขโจรพอได้ยินเสียงคนร้องทักก็มักจะตกใจแล้วหนีไป ใครจะไปคิดว่าเจ้านี่มันจะบ้าดีเดือดวิ่งเข้าใส่เขาแบบนี้

“คุณลุงครับ เงินอยู่ครบไหม”

ชายชรายังคงมีอาการตื่นตระหนกอยู่บ้าง “เรื่องเงินหายเป็นเรื่องเล็ก แต่รูปถ่ายของยายแกที่อยู่ในกระเป๋านี่สิสำคัญกว่า ยายแกจากไปหลายปีแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาลุงก็มีแค่รูปใบนี้แหละที่อยู่เป็นเพื่อน”

พูดไปพูดมาชายชราก็น้ำตาซึม

เจียงหานอดนึกถึงพ่อกับแม่ของตัวเองไม่ได้ คู่ชีวิตที่รักกันมากก็มักจะเป็นแบบนี้ พอฝ่ายหนึ่งจากไป อีกฝ่ายก็เฝ้าแต่คิดถึงคะนึงหา สุขภาพของแม่เขาไม่ค่อยสู้ดีอยู่แล้ว พอพ่อจากไป ด้วยความตรอมใจ เพียงครึ่งปีแม่ก็ตามพ่อไปอีกคน

เจียงหานเห็นชายชราอารมณ์อ่อนไหว จึงเดินไปซื้อซุปถั่วแดงใส่น้ำตาลกรวดจากร้านเครื่องดื่มเย็นๆ มาให้ถ้วยหนึ่ง เขาเป็นคนประเภททำตัวไม่ถูกเวลามีคนมาขอบคุณซ้ำๆ จึงหาข้ออ้างขอตัวแยกย้ายกับจางไห่ไต้เดินออกมา

เจียงหานมองห่อพัสดุในมือจางไห่ไต้ “นั่นอะไรน่ะ”

เมื่อกี้จางไห่ไต้ก็ใช้เจ้านี่แหละฟาดหัวอาเหมา ดูท่าทางจะหนักเอาเรื่อง

“อ๋อ นี่ต้นกล้าเอี๊ยมโร้ครับพี่ ผมสั่งแบบต้นใหญ่มาเลย ลำต้นหนาปึก ทางร้านบอกว่าปีหน้าก็ออกผลให้กินแล้ว”

มิน่าล่ะ ถึงได้ทุบอาเหมาจนมึนได้ ที่แท้ก็ต้นไม้นี่เอง

“พี่หาน สวนเอี๊ยมโร้บ้านพี่มีต้นหนึ่งตายไปไม่ใช่เหรอครับ เอาต้นนี้ไปปลูกแทนสิ ไม่แน่ปีหน้าอาจจะโดนฟ้าผ่าอีกรอบก็ได้นะ”

เจียงหานส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ “ครั้งนั้นมันแค่บังเอิญน่า ถ้าผ่าง่ายขนาดนั้น ป่านนี้บนเขาก็มีแต่ไม้เหลยมู่เต็มไปหมดแล้ว ของแบบนี้ถ้าหาง่ายมันจะมีราคาได้ยังไง”

“ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ครับ อย่างน้อยเราก็มีเอี๊ยมโร้กิน ทางร้านบอกว่าพันธุ์นี้หวานเจี๊ยบ ถ้าไม่อร่อยเราก็เอามาดองเหล้า”

เจียงหานคิดตามก็เห็นด้วย “งั้นก็เอาไปปลูกเถอะ”

ต้นเอี๊ยมโร้ที่บ้านเขามีน้อยอยู่แล้ว ยิ่งหายไปต้นหนึ่งก็ยิ่งน้อยลงไปอีก หามาปลูกเพิ่มก็ดีเหมือนกัน

“ได้เลยครับพี่ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าผมจะรีบไปจัดการให้”

เดิมทีจางไห่ไต้ลงมาแค่จะรับพัสดุแล้วซื้อบุหรี่ขึ้นห้อง ใครจะไปคิดว่าจะมาเจอเหตุการณ์ระทึกขวัญเข้า

“พี่หาน เมื่อก่อนผมก็เคยเป็นนักเลงหัวไม้เหมือนไอ้อาเหมานี่แหละ ถ้าพี่ไม่กลับมาดึงผมไว้ ป่านนี้ผมคงมีสภาพไม่ต่างจากมัน”

เมื่อก่อนเขาไม่เคยรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันน่ารังเกียจแค่ไหน แต่เมื่อกี้พอได้เห็นชายชราประคองรูปถ่ายภรรยาด้วยความทะนุถนอม เขาก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำลงไปจริงๆ

“พอเถอะ โลกนี้ไม่มีคำว่าถ้าหรอก เราแค่ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอ”

จางไห่ไต้เกาหัวแกรกๆ คำพูดของพี่หานบางทีเขาก็ฟังไม่ค่อยเข้าใจหรอก แต่เขารู้สึกว่ามันต้องมีเหตุผลแน่ๆ

พอกลับถึงบ้าน เจียงหานก็พบว่าบนโต๊ะอาหารมีปลาอีคุดทอดน้ำปลาจานหนึ่ง กับซุปกระดูกหมูต้มหน่อไม้ฤดูร้อนวางรออยู่

ใต้จานปลาทอดยังมีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ สอดไว้

‘เอาไว้กินมื้อดึกนะ’

ลายมือไก่เขี่ยแบบนี้ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นฝีมือพี่สาว ขนาดวันนี้พี่เขยอยู่บ้าน เธอยังอุตส่าห์แอบเอาของกินมาส่งให้เขาอีก ช่างไม่เกรงใจสามีบ้างเลย

เจียงหานเล่นเกมในมือถือฆ่าเวลา เอนหลังงีบหลับบนเก้าอี้โยกไปพักหนึ่ง ตื่นมาก็จัดการฟาดอาหารทั้งสองอย่างจนเกลี้ยง

ปกติหน่อไม้มักจะออกในฤดูใบไม้ผลิ หรือที่เรียกว่าหน่อไม้ฤดูใบไม้ผลิ บางพื้นที่อาจมีหน่อไม้ออกในหน้าร้อนบ้าง แต่รสชาติมักจะติดขม

แต่ที่นี่มีหน่อไม้ให้กินทั้งฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน โดยเฉพาะหน่อไม้ฤดูร้อนนี้ รสชาติไม่เพียงไม่ขม แต่ยังหวานกรอบอีกด้วย

เนื้อสัมผัสอ่อนนุ่ม อร่อยอย่าบอกใคร เอามาดองเค็มก็รสชาติดีไม่แพ้กัน ถ้ามีข้าวสวยร้อนๆ สักถ้วย เจียงหานคงเจริญอาหารกว่านี้

เมื่ออิ่มหนำสำราญ เจียงหานก็ปิดแอร์แล้วเข้าไปนอนในห้อง

เขาเปิดหน้าต่างรับลมทะเลที่พัดโชยเข้ามา เย็นสบายโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศ จุดยากันยุงเสียหน่อยก็นอนหลับปุ๋ยได้ตลอดคืน

เช้าวันรุ่งขึ้น จางไห่ไต้มาหาหลังจากไปปลูกต้นเอี๊ยมโร้เสร็จเรียบร้อย เจียงหานบอกเขาไว้แล้วว่าวันนี้จะออกทะเล เขาเลยรีบมาแต่เช้าตรู่

“พี่หาน วันนี้เราจะวนเรือรอบเกาะเหมือนเดิมไหมครับ”

“ก็ต้องอย่างนั้นสิ”

พี่เขยกำชับนักหนาว่าเรือลำนี้ห้ามออกไปไกลเกินร้อยเมตรจากฝั่ง พวกเขาสามารถล่องเรือไปพลางตกปลาไปพลางได้ ในถ้ำทะเลนั่น เขายังมีหอยเชลล์ให้เก็บอีกเพียบ ส่วนเพรียงเอาไว้ก่อนแล้วกัน คนที่อยากซื้อในกลุ่มแชทส่วนใหญ่ก็ได้ของกันไปหมดแล้ว รอให้พวกนั้นกินหมดก่อนค่อยว่ากันใหม่

พอนึกถึงตอนแซะเพรียง ความปวดเมื่อยที่แขนก็แล่นพล่านขึ้นมาทันที

เอาเป็นว่าวันนี้เขาของดกิจกรรมขุดเพรียงก็แล้วกัน

ขณะที่พวกเขากำลังเตรียมข้าวของจะออกจากบ้าน เสียงโทรศัพท์ของเจียงหานก็ดังขึ้น เป็นสายจากเจียงเฟิ่ง

“อาหาน วันนี้พวกแกจะออกทะเลกันหรือเปล่า”

“ออกครับพี่ มีอะไรหรือเปล่า”

“พาหลิงหลิงกับว่านว่านไปด้วยได้ไหม”

“ได้อยู่แล้วครับ” เจียงหานแปลกใจเล็กน้อย ปกติถ้ามีเวลาว่าง พี่สาวมักจะเคี่ยวเข็ญให้หลานสาวทั้งสองทำแบบฝึกหัด

แต่วันนี้กลับเป็นฝ่ายเอ่ยปากให้หลานๆ ตามเขาออกทะเลเสียอย่างนั้น

จบบทที่ บทที่ 91 เตรียมตัวออกทะเล

คัดลอกลิงก์แล้ว