- หน้าแรก
- อกหักกลับเกาะพร้อมระบบ ทะเลนี้คือขุมทรัพย์ทองคำ
- บทที่ 89 ตกปลาได้แล้ว
บทที่ 89 ตกปลาได้แล้ว
บทที่ 89 ตกปลาได้แล้ว
เจียงเหวินซานได้ยินที่เจียงหานพูดก็ไม่ได้ว่าอะไรอีก
“ก็จริงนะ คุณครูบอกว่าสายตาของหลิงหลิงเริ่มจะสั้นแล้วด้วย”
“นั่นแหละครับพี่เขย เพราะงั้นต้องพวกหลานๆ ออกมาวิ่งเล่นบ้าง เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ถ้าต้องใส่แว่นตั้งแต่ตอนนี้มันก็ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่หรอกครับ”
เจียงเหวินซานเห็นด้วย “งั้นต่อไปนี้ถ้าพวกลูกทำการบ้านเสร็จหนึ่งใบ ก็ให้พักได้ครู่หนึ่งแล้วกัน”
เด็กๆ กำลังจะดีใจ แต่เจียงเหวินซานก็รีบพูดต่อทันที “สิบนาทีนะ”
ใบหน้าของเด็กน้อยทั้งสองพลันหดหู่ลงอีกครั้ง
“พี่เขยครับ วันนี้พวกหลานๆ ทำการบ้านได้ดีมาก ถือว่าเป็นรางวัลให้พวกเธอได้เล่นนานหน่อยเถอะครับ”
เจียงเหวินซานพยักหน้าเบาๆ แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
เจียงหานเหลือบมองจุดที่เจียงเหวินซานนั่งตกปลาอยู่ “พี่เขยครับ ตรงที่พี่นั่งอยู่น่ะมันไม่มีปลานะครับ”
เจียงเหวินซานปรายตามองเจียงหานแวบหนึ่ง “การตกปลาเขาวัดกันที่ความอดทน นายยังเด็กเกินไป คงไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้หรอก”
เขายังหันไปสอนลูกสาวทั้งสองคนต่ออีกว่า “พวกลูกเองก็เหมือนกัน จะทำอะไรต้องมีความอดทนรู้ไหม? ขอแค่เรามีความอดทน เราก็จะรอจนกว่าจะได้ในสิ่งที่ต้องการเองนั่นแหละ”
“รับทราบค่ะ” เด็กน้อยทั้งสองขานรับเสียงใส
เจียงหานถึงกับพูดไม่ออก คนอื่นเขาเรียกว่า 'นั่งรอให้กระต่ายมาชนตอ' แต่พี่เขยของเขานี่เรียกว่า 'นั่งรอให้ปลามาติดเบ็ด' ของจริง
ในเมื่อบริเวณนั้นไม่มีปลาเลยสักตัว แล้วเขาจะไปรอปลาจากที่ไหนได้?
ปลามันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่โง่เขลาถึงขนาดจะเดินมาเกี่ยวเบ็ดเองเสียเมื่อไหร่
ในตอนนี้ระยะสแกนของเจียงหานกว้างไกลถึง 520 เมตร เขาพาหลานสาวทั้งสองคนไปนั่งลงตรงจุดที่ห่างจากเจียงเหวินซานประมาณ 200 เมตร
ด้วยความเป็นห่วงว่าผิวพรรณที่ขาวผ่องของหลานสาวจะถูกแดดเผาจนหมองคล้ำ เขาจึงกำชับพวกเธออย่างหนักแน่นว่าห้ามถอดหมวกออกเด็ดขาด
เขาแจกจ่ายเบ็ดตกปลาให้หลานสาวคนละคัน
เสียงบ่นพึมพำของเจียงเหวินซานดังแว่วมาจากระยะ 200 เมตร “นายนี่ก็ช่างตามใจพวกเธอจริงๆ เด็กตัวแค่นนี้จะไปตกปลาเป็นได้ยังไง?”
“พี่เขยครับ การตกปลาก็เหมือนกับการทำโจทย์นั่นแหละ ฝึกบ่อยๆ เดี๋ยวก็เก่งเอง ถ้าไม่ลองดูแล้วจะรู้ได้ยังไงล่ะครับ?”
ภายใต้การสนับสนุนของเจียงหาน เด็กน้อยทั้งสองคนก็เริ่มนำชิ้นปลาที่สับไว้มาเกี่ยวเข้ากับตัวเบ็ดตามที่เจียงหานสอน
หลิงหลิงเป็นฝ่ายหย่อนสายเบ็ดลงไปก่อน เมื่อเจียงหานเห็นว่าระยะลึกได้ที่แล้วเขาก็สั่งให้เธอหยุดปล่อยสาย
ส่วนว่านว่านนั้นอายุน้อยกว่าหลิงหลิงสองปี บางขั้นตอนเธอยังทำได้ไม่คล่องนัก เจียงหานจึงต้องคอยสอนเธออย่างใกล้ชิดแบบจับมือทำ
ในบริเวณที่พวกเขานั่งอยู่นี้ มีปลาอีคุดชุกชุมเป็นพิเศษ
ปลาชนิดนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่าปลาอีคุดครีบเหลือง แม้สีสันของมันจะไม่ฉูดฉาดนัก แต่บริเวณครีบและหางจะมีสีเหลืองทองแซมอยู่เล็กน้อย
ราคาของมันอยู่ที่ประมาณชั่งละยี่สิบถึงสามสิบหยวน ถือเป็นเมนูสามัญประจำบ้านที่ชาวทะเลคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
เจียงหานมองเห็นปลาอีคุดตัวหนึ่งเริ่มว่ายวนเวียนอยู่รอบตัวเบ็ดของหลิงหลิงแล้ว มันไม่ได้ฮุบเหยื่อในทันที แต่กลับพยายามพ่นน้ำใส่เหยื่ออย่างแรง
ดูเหมือนมันจะพยายามใช้วิธีพ่นน้ำเพื่อให้ชิ้นปลาหลุดเข้าไปในปากของมันเอง ไม่รู้ว่ามันสังเกตเห็นความผิดปกติอะไรเข้าหรือเปล่า เพราะพอมันพ่นน้ำไปได้ครึ่งทางก็หยุดชะงักไปเสียอย่างนั้น
เจียงหานรู้สึกเสียดายแทน เพราะปลาอีคุดตัวนี้ถือว่ามีขนาดค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับตัวอื่นๆ ในบริเวณนี้ เขาจึงบอกให้หลิงหลิงลองสาวสายเบ็ดขึ้นมาอีกนิด
เจียงเหวินซานมองมาทางพวกเขาด้วยสายตาเรียบเฉย เพิ่งจะนั่งลงได้ไม่ทันไรก็เริ่มปรับสายเบ็ดเสียแล้ว ดูท่าทางแล้ววันนี้พวกเขาทั้งสามคนคงต้องกลับบ้านมือเปล่าอย่างแน่นอน
เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าตอนกลับบ้านไปแล้วตกปลาไม่ได้เลยสักตัว เด็กน้อยทั้งสองคนจะร้องไห้โยเยหรือเปล่า
“ว้าว! ปลาติดแล้วค่ะ!” หลิงหลิงร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ
ภายใต้ความช่วยเหลือของเจียงหาน หลิงหลิงก็สามารถดึงปลาอีคุดน้ำหนักประมาณครึ่งชั่งขึ้นมาได้สำเร็จ
“พ่อคะ หนูตกปลาอีคุดได้แล้วค่ะ! พ่อชอบกินปลาอีคุดไม่ใช่เหรอคะ?”
“ปลาอีคุดทอดฝีมือแม่น่ะอร่อยที่สุดเลย เดี๋ยวหนูจะเอาตัวนี้กลับไปให้แม่ทอดให้พ่อกินนะคะ”
มุมปากของเจียงเหวินซานกระตุกวูบ “ขอบใจมากนะหลิงหลิงลูก”
เขาว่ากันว่าพวกมือใหม่มักจะดวงดีเสมอ ท่าทางจะเป็นเรื่องจริงแฮะ
“หลิงหลิงลูก ดวงดีแค่ชั่วครั้งชั่วคราวอย่าเพิ่งลำพองใจไปนะลูก”
“รับทราบค่ะพ่อ”
“ว้าว! หนูเองก็ตกได้เหมือนกันค่ะ!” ว่านว่านร้องตะโกนขึ้นมาบ้าง
ในตอนที่เจียงหานช่วยว่านว่านดึงเบ็ดขึ้นมา สิ่งที่ติดอยู่บนตัวเบ็ดก็คือปลาอีคุดเช่นกัน
ปลาอีคุดตัวนี้มีขนาดเล็กกว่าตัวแรกเล็กน้อย แต่น้ำหนักก็น่าจะอยู่ที่ประมาณสามขีดเห็นจะได้
เจียงหานรีบเกี่ยวเหยื่อให้พวกเธอใหม่อีกครั้ง “หลิงหลิงกับว่านว่านเก่งที่สุดเลยจ้ะ เดี๋ยวเรามาช่วยกันตกปลาให้ได้เยอะกว่านี้อีกนะ ดีไหม?”
“ดีค่ะ!” เด็กน้อยทั้งสองขานรับพร้อมกันด้วยน้ำเสียงใสแจ๋วราวกับนกการะเวก
เจียงเหวินซานรู้สึกว่าพวกเธอช่างไร้เดียงสาเสียจริง คนเราจะมีดวงดีขนาดนั้นได้ยังไงกัน ที่นึกอยากจะให้ปลาติดเบ็ดมันก็ติดขึ้นมาง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ
เขานั่งอยู่ตรงนี้มาตั้งสองชั่วโมงแล้ว ยังไม่เห็นปลามาตอดเบ็ดเลยสักตัวเดียว
แต่ก็นะ เด็กๆ ก็คือเด็ก วันนี้ถือว่าให้พวกเธอได้เล่นสนุกก็แล้วกัน
ภายใต้การดูแลของเจียงหาน เด็กน้อยทั้งสองคนก็เริ่มหย่อนเบ็ดลงไปอีกครั้งอย่างคล่องแคล่ว คราวนี้เด็กทั้งสองคนดึงเบ็ดขึ้นมาแทบจะพร้อมกันเลยทีเดียว
หลิงหลิงเป็นเด็กที่หัวไวมาก ครั้งนี้เจียงหานไม่ได้เข้าไปช่วยเลย แต่เธอสามารถดึงเบ็ดขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง
บนตัวเบ็ดของพวกเธอมีปลาอีคุดติดขึ้นมาอีกคนละตัว ปลาทั้งสองตัวน้ำหนักไม่มากนัก อยู่ที่ประมาณสามถึงห้าขีด
แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้เจียงเหวินซานเริ่มรู้สึกอิจฉาขึ้นมาตะหงิดๆ แล้ว
เด็กน้อยทั้งสองคนนำปลาไปใส่ไว้ในถังน้ำ
“พ่อคะ พวกหนูได้ปลามาสี่ตัวแล้วค่ะ เดี๋ยวให้แม่ทอดปลาอีคุดให้กินคนละตัวเลยนะคะ”
“พ่อคะ พวกหนูเก่งไหมคะ? แล้วพ่อล่ะคะ พ่อตกได้กี่ตัวแล้ว?”
เจียงเหวินซาน: “...”
“พวกลูกเก่งมากจ้ะ ถ้าพวกลูกตั้งใจเรียนให้เก่งได้แบบนี้ก็คงจะดีไม่น้อยเลยนะ”
พอเจียงเหวินซานวกกลับมาเรื่องเรียนอีกครั้ง อารมณ์ของเด็กน้อยทั้งสองคนก็พลันหม่นหมองลงทันที
เจียงหานเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง เขาชักจะสงสัยแล้วว่าพี่เขยของเขากำลังอิจฉาลูกสาวตัวเองอยู่หรือเปล่า
อิจฉาลูกสาวตัวเองเนี่ยนะ?
เพียงเพราะปลามันยอมกินเบ็ดของลูกสาว แต่ไม่ยอมกินเบ็ดของเขาอย่างนั้นเหรอ?
ปกติเขาก็ไม่เคยเห็นพี่เขยเป็นคนใจแคบขนาดนี้มาก่อนเลยนะ
“พี่เขยครับ หรือพี่จะลองมาย้ายมาตกตรงนี้ดูไหมครับ? ตรงนี้ปลามันชุมมากเลยนะ”
“ไม่ล่ะ ฉันว่าตรงที่ฉันนั่งอยู่นี่ก็ดีแล้ว อีกประเดี๋ยวปลาตัวใหญ่ต้องมาติดเบ็ดแน่ๆ”
เจียงหานไม่คิดว่าจะมีปลาตัวใหญ่หลงมาหรอก เพราะเท่าที่เขาสแกนดูในระยะสายตาก็ไม่เห็นวี่แววของปลาตัวใหญ่เลยสักตัว
ในทางกลับกัน ตรงจุดที่พี่เขยของเขานั่งอยู่ กลับมีฝูงปลากะตักแถบฟ้าว่ายวนเวียนอยู่กลุ่มใหญ่
แต่ปลากะตักพวกนี้ตัวเล็กจิ๋วมาก น้ำหนักต่อตัวแค่ประมาณยี่สิบกรัมเท่านั้น ถึงตกขึ้นมาได้ก็เอาไปทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
และที่สำคัญ ต่อให้เป็นปลากะตักตัวเล็กๆ พวกมันก็ยังไม่ยอมชายตาแลเบ็ดของพี่เขยเขาเลยสักนิด