เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 59 มีค่าขนาดนั้นเลยเหรอ

บทที่ 59 มีค่าขนาดนั้นเลยเหรอ

บทที่ 59 มีค่าขนาดนั้นเลยเหรอ


เจียงหานยิ้มบาง ๆ พลางส่ายหน้า “ฉันกับเธอไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกันแล้ว”

เมิ่งกั่วเห็นเจียงหานไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้จึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

“เอี๊ยมโร้สองตะกร้าที่นายให้พวกเรามา ฉันกับพี่สาวชอบมากเลย ไม่รู้ว่าบนเขายังมีเอี๊ยมโร้อีกไหม นายพาฉันไปเก็บด้วยได้หรือเปล่า”

“ไม่มีแล้วล่ะ” ต่อให้มี ฝนตกลงมาขนาดนี้ เอี๊ยมโร้บนต้นก็คงร่วงหมดแล้ว

อีกอย่างเขามีต้นเอี๊ยมโร้อยู่แค่ห้าต้น แถมต้นหนึ่งยังถูกฟ้าผ่าไปแล้วด้วย

เจียงหานมองท้องฟ้าที่มืดสนิทแล้ว

“เธอกลับคนเดียวไม่ปลอดภัย ให้ฉันไปส่งเถอะ”

“แต่นายยังป่วยอยู่นะ”

“ไม่เป็นไร กินยาแล้วดีขึ้นเยอะ” เธออุตส่าห์มาดูแลเขาถึงที่

ถ้าขากลับเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเสี่ยวกั่ว เขาคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต

ตอนนั้นเอง เมิ่งกั่วก็เหลือบไปเห็นต้นเอี๊ยมโร้ที่ถูกฟ้าผ่าต้นนั้น “ทำไมต้นไม้นี้ดำเมี่ยมแบบนั้นล่ะ แล้วทำไมนายเอาต้นไม้เข้ามาไว้ในบ้าน”

“ฉันจะเอาต้นไม้นี้ไปขายน่ะ” เขากลัวจางไห่ไต้จะไม่เข้าใจ ดังนั้นตอนที่จางไห่ไต้เข้าเมือง เขาเลยไม่ได้ฝากไป

ตอนนี้ฟ้ามืดสนิทแล้ว จุดบริการไปรษณีย์คงปิดไปแล้ว

เขาคงต้องรอส่งพรุ่งนี้

รถสามล้อเครื่องของเขาถูกจางไห่ไต้ขี่ไปแล้ว ส่วนเมิ่งกั่วขี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามา

เจียงหานให้เมิ่งกั่วนั่งซ้อนท้าย ส่วนตัวเองเป็นคนขี่ไปส่งเธอในเมือง

เมิ่งกั่วนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของเจียงหานแล้วรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด

บนโลกนี้ยังมีผู้หญิงที่ไม่ชอบผู้ชายอย่างเจียงหานอยู่อีกเหรอ

แฟนเก่าของเขาคงตาบอดทั้งสองข้างแน่ ๆ

“เจียงหาน วันหลังถ้ามีโจทย์ข้อไหนที่ไม่เข้าใจ ฉันถามนายอีกได้ไหม”

“ได้สิ” เสี่ยวกั่วน่ารักมาก ความอดทนที่เขามีให้เมิ่งกั่วก็พอ ๆ กับที่มีให้หลานสาวทั้งสองคนนั่นแหละ

เจียงหานไปส่งเมิ่งกั่วถึงบ้าน

จางไห่ไต้จอดรถสามล้อเครื่องทิ้งไว้ที่หน้าร้านฮ่าวไหลวั่ง

เขาส่งข้อความบอกจางไห่ไต้ แล้วขี่รถสามล้อเครื่องกลับ

ตอนที่ฝ่าความมืดกลับมาถึงบ้าน อาการหนาวสั่นและเหงื่อออกก็กลับมาเล่นงานเขาอีกครั้ง

เขาค้นยากินตามอาการจากกล่องยาที่เมิ่งกั่วเอามาให้

ตื่นมาอีกทีก็ปาเข้าไปบ่ายโมงครึ่ง ท้องร้องประท้วงด้วยความหิว แต่ร่างกายกลับรู้สึกเบาสบายขึ้นมาก

พอเดินออกมาที่ห้องโถง ก็เห็นขนมปังที่เมิ่งกั่วทิ้งไว้ให้เมื่อคืน

พอกินขนมปังรองท้อง เรี่ยวแรงก็เริ่มกลับมา

เพื่อตัดปัญหาความยุ่งยาก เขาควรรีบส่งต้นเอี๊ยมโร้ที่ถูกฟ้าผ่านี่ออกไปให้เร็วที่สุด เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์เห็นเจียงหานจะส่งต้นไม้โทรม ๆ นี่ก็พากันตกตะลึง

“คุณส่งของชิ้นนี้ไปอาจจะไม่คุ้มนะ” มันหนักเกินไป แถมกินพื้นที่มากด้วย

ค่าขนส่งแพงกว่ามูลค่าของสิ่งของตั้งเยอะ

“ไม่เป็นไรครับ ขอแค่ส่งไปได้ก็พอ”

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่อยู่ที่เจียงหานจะจัดส่ง แล้วชั่งน้ำหนักต้นไม้

“แค่ค่าส่งอย่างเดียวก็ 330 หยวนแล้วนะ”

“ตกลงครับ” เงินสามร้อยกว่าหยวนแลกกับการส่งของไปถึงที่หมาย นับว่าคุ้มแสนคุ้ม

เจียงหานกลัวว่าจะเกิดความเสียหายระหว่างขนส่ง “ขอโทษครับ ผมขอซื้อประกันพัสดุให้ต้นไม้นี้ได้ไหม”

เจ้าหน้าที่มองเขาด้วยความตกใจ “แค่ต้นไม้ผุ ๆ ต้นเดียว ไม่ต้องทำประกันหรอกมั้ง” ลำพังค่าส่งก็แพงหูฉี่แล้ว

“ไม่ครับ ผมจะทำ” ของแบบนี้ทำประกันไว้จะอุ่นใจกว่า

“งั้นก็ได้ ประกันของทางเราคิดที่ 1 ต่อ 1,000 ของมูลค่าสินค้า ต้นไม้ผุ ๆ ของคุณนี่...”

เจ้าหน้าที่ประเมินด้วยสายตา ต้นไม้นี่น่าจะราคาซักสิบหรือยี่สิบหยวนได้มั้ง

“ผมจ่ายค่าเบี้ยประกัน 280 หยวน”

เจ้าหน้าที่มองเจียงหานราวกับมองคนสติไม่ดี “คุณรู้ไหมว่าเบี้ยประกัน 280 หยวน หมายความว่าของชิ้นนั้นต้องมีมูลค่าเท่าไหร่”

“ก็สองแสนแปดไงครับ ไม่ใช่ 280 แล้วก็ไม่ใช่ 2,800”

“ต้นไม้ผุ ๆ นี่น่ะนะราคาตั้งสองแสนแปด” สภาพดำเมี่ยมแบบนี้ ให้ฟรียังไม่มีใครเอาเลยมั้ง

เจียงหานขมวดคิ้ว “ที่นี่ซื้อประกัน 280 ไม่ได้เหรอครับ”

เจ้าหน้าที่รู้สึกว่าเจียงหานกำลังก่อกวน “ตอนนี้ผมยุ่งมาก ไม่มีเวลามาล้อเล่นกับคุณหรอกนะ”

เขาคิดว่าเจียงหานคงถอดใจตั้งแต่ได้ยินราคาค่าส่งแล้ว แต่กลัวเสียหน้าเลยแกล้งหาเรื่อง

“ถ้าจะส่งก็ส่ง ถ้าไม่ส่งก็ขนไม้ผุ ๆ ของคุณกลับไป”

ของพรรค์นี้วางไว้ที่นี่ก็เกะกะเปล่า ๆ

หัวหน้าสถานีขนส่งเดินเข้ามา “เกิดอะไรขึ้น”

“ผู้จัดการฟางครับ เขามาก่อกวน”

เจ้าหน้าที่เล่าเรื่องราวให้ฟัง

สีหน้าของเจียงหานไม่สู้ดีนัก แต่ยังคงรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ “ผมแค่ต้องการซื้อประกันพัสดุ”

ผู้จัดการฟางมองดูท่อนไม้นั้น ก็รู้สึกว่ามันไม่น่าจะมีราคาค่างวดอะไร แต่เขามีความอดทนมากกว่าลูกน้อง

เพื่อให้เจียงหานตัดใจ เขาจึงถ่ายรูปต้นไม้ดำเมี่ยมนั้นส่งไปให้บริษัทประกันดู

“คุณครับ ผมส่งรูปไปให้ทางบริษัทประกันแล้ว ทางนั้นมีผู้เชี่ยวชาญประเมินราคา รบกวนคุณรอสักครู่ ถ้าทางบริษัทประกันยอมรับการทำประกัน ก็ไม่มีปัญหาครับ”

เจียงหานขมวดคิ้ว ของสิ่งนี้มีมูลค่าเท่าไหร่ คนซื้อกับคนขายเป็นคนกำหนดไม่ใช่หรือไง

เจียงหานกำลังจะเอ่ยปาก มือถือของผู้จัดการฟางก็ดังขึ้น

ผู้จัดการฟางจ้องหน้าจอโทรศัพท์เขม็ง

ดูเหมือนจะไม่อยากเชื่อสายตา

“คุณเจียงครับ รบกวนกรอกเอกสารด้วยครับ บริษัทประกันอนุมัติการทำประกัน”

เจ้าหน้าที่ทุกคนในสถานีขนส่งต่างพากันตะลึงงัน “ผู้จัดการฟางครับ เบี้ยประกัน 280 จริงเหรอครับ”

“อืม 280” นั่นหมายความว่าของสิ่งนี้มีมูลค่าสองแสนแปดหมื่นหยวนจริง ๆ

สถานการณ์พลิกผันทันที

เจ้าหน้าที่ทุกคนในสถานีขนส่งเปลี่ยนท่าทีเป็นขึงขัง

พวกเขากุลีกุจอเข้ามาดูแลเจียงหาน และช่วยกันห่อหุ้มต้นเอี๊ยมโร้สีดำเมี่ยมนั้นอย่างประณีตบรรจงหลายชั้น

กลัวเหลือเกินว่าถ้าห่อไม่ดีแล้วเกิดความเสียหายขึ้นมาระหว่างทางจะเป็นเรื่องใหญ่

นี่เป็นของที่มีมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่สาขานี้เคยรับส่งมาเลยทีเดียว

ผู้จัดการฟางยื่นนามบัตรให้เจียงหานด้วยความนอบน้อม “คุณเจียงครับ พนักงานที่นี่มีการหมุนเวียนบ่อย วันหน้าถ้ามีปัญหาอะไร ติดต่อผมโดยตรงได้เลยนะครับ”

เจียงหานกล่าว “ขอบคุณครับ” แล้วรับนามบัตรใบนั้นไว้

เกาะแห่งนี้ห่างไกลความเจริญ แถมมีจุดบริการขนส่งแค่แห่งเดียว การได้คุยกับคนที่มีอำนาจตัดสินใจโดยตรงย่อมดีกว่า

เจียงหานรับใบเสร็จมาถ่ายรูปส่งให้เสิ่นเริ่น

ตอนขี่รถสามล้อเครื่องกลับ เขาบังเอิญเจอคนที่ไม่อยากเจอเข้าพอดี

“เจียงหาน นั่นนายใช่ไหม”

เจียงหานหันไปมอง ก็เห็นเย่เถียนเถียนลงมาจากรถรับจ้างป้ายดำ

รถคันนี้น่าจะเรียกมาจากในตัวเมือง

เนื่องจากถนนในหมู่บ้านยังเป็นทางลูกรัง บวกกับฝนฟ้าคะนองเมื่อวาน ทำให้ทางเดินในหมู่บ้านกลายเป็นโคลนเละเทะ

รถรับจ้างพวกนี้ไม่อยากขับเข้าไปในหมู่บ้าน เลยทิ้งคนไว้แค่ปากทาง

เย่เถียนเถียนโบกมือให้เจียงหาน “นั่นรถสามล้อของนายเหรอ ไปส่งฉันหน่อยสิ”

กระโปรงกับรองเท้าของเธอเพิ่งซื้อมาใหม่ ๆ พื้นเลอะเทอะขนาดนี้

ขืนเดินเข้าไป รองเท้ากับกระโปรงเธอต้องเปื้อนหมดแน่

ภาพของเมิ่งกั่วที่สวมรองเท้าแตะของเขาเดินย่ำเท้าเปล่าผุดขึ้นมาในหัวของเจียงหานทันที

เล็บเท้าของเธอยังทาสีชมพูหวานแหววสีนั้น...

จบบทที่ บทที่ 59 มีค่าขนาดนั้นเลยเหรอ

คัดลอกลิงก์แล้ว