- หน้าแรก
- อกหักกลับเกาะพร้อมระบบ ทะเลนี้คือขุมทรัพย์ทองคำ
- บทที่ 58 แฟนเก่าต้องเสียใจแน่
บทที่ 58 แฟนเก่าต้องเสียใจแน่
บทที่ 58 แฟนเก่าต้องเสียใจแน่
เมิ่งกั่วทำปากยื่นอย่างแง่งอน “เห็นหน้าฉันแล้วนายไม่ดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันได้ยินจางไห่ไต้บอกว่านายไม่สบาย ก็เลยไปเอากุญแจบ้านนายมาจากเขาแล้วรีบมาดูเนี่ย เพราะมัวแต่ถามทาง รองเท้าฉันเปียกหมดแล้วเห็นไหม”
ปกติเมิ่งกั่วจะใส่รองเท้าผ้าใบพื้นเรียบ แต่ตอนนี้บนเท้าของเธอกลับสวมรองเท้าแตะคีบของเจียงหานอยู่
เท้าของเมิ่งกั่วเล็กกะทัดรัด พอมาใส่รองเท้าแตะของเจียงหานเลยดูหลวมโครกครากไปหลายเบอร์
เมิ่งกั่ววางกล่องยาแก้หวัดแบบชงลงบนโต๊ะ “เชอะ! อุตส่าห์หวังดีเอายาแก้หวัดมาให้ ถ้านายไม่อยากต้อนรับ ฉันกลับก็ได้”
เจียงหานรีบห้ามเธอไว้ “ฉันไม่ได้ไม่ต้อนรับ”
เมื่อกี้เขาแค่ประหม่าไปหน่อย
อากาศร้อนแบบนี้ บางทีอยู่บ้านเขาก็ถอดเสื้อเดินไปเดินมา
เขาแค่กลัวว่าสภาพถอดเสื้อของตัวเองจะทำให้เธอตกใจ
พอก้มลงเห็นว่าตัวเองสวมเสื้อกล้ามอยู่ เขาถึงได้โล่งอก
“ฉันแค่เวียนหัวน่ะ เมื่อกี้คงมึนจนเบลอไปหน่อย”
“เหรอ ไหนขอดูหน่อยสิ” เมิ่งกั่วเขย่งปลายเท้า แล้วเอามือทาบลงบนหน้าผากของเจียงหาน
“ตายนี่ นายตัวร้อนจี๋เลย”
“จริงเหรอ” เจียงหานไม่ทันคิดจริง ๆ ว่าตัวเองจะเป็นไข้ มิน่าล่ะถึงได้เวียนหัวขนาดนี้
“โชคดีนะที่ฉันเอายาลดไข้มาด้วย”
ไม่รู้ว่าเมิ่งกั่วไปเอากล่องยาออกมาจากไหน หลังจากหยิบยาลดไข้มากล่องหนึ่งแล้ว เจียงหานก็เห็นว่าข้างในยังมียาอยู่อีกเพียบ
“เธอไปเอายาพวกนี้มาจากไหนเยอะแยะ”
“ฉันซื้อมาน่ะสิ ได้ยินว่าที่บ้านนายไม่มียาแก้หวัดติดไว้สักกล่อง ยาอื่น ๆ ก็คงไม่มีเหมือนกัน ฉันเลยซื้อยาสามัญประจำบ้านติดมาให้ด้วย แล้วก็ซื้อกล่องปฐมพยาบาลมาให้กล่องหนึ่ง”
เจียงหานเห็นว่าในกล่องยามียาสามัญอยู่หลายชนิดจริง ๆ นอกจากนั้นยังมีทิงเจอร์ไอโอดีน ผ้าพันแผล สำลีก้าน และอุปกรณ์ทำแผลอื่น ๆ ที่ต้องใช้บ่อย ๆ
เจียงหานรู้สึกซาบซึ้งใจ “ขอบคุณนะ”
ใบหน้าเล็ก ๆ ของเมิ่งกั่วแดงระเรื่อ “ไม่ต้องขอบคุณหรอก นายส่งของให้ที่ร้านเราบ่อย ๆ ก็ถือว่าเป็นคู่ค้าคนหนึ่ง ฉันก็ถือซะว่ามาเยี่ยมเยียนคู่ค้าก็แล้วกัน”
“เธอต้มโจ๊กให้ฉันด้วยใช่ไหม” โจ๊กนั่นคงเคี่ยวจนเปื่อยได้ที่ กลิ่นหอมถึงได้เข้มข้นกว่าตอนแรกเสียอีก
หน้าของเมิ่งกั่วแดงก่ำกว่าเดิม “ฉันไม่รู้ว่านายจะตื่นเมื่อไหร่ กลัวว่าตื่นมาแล้วจะหิวข้าวน่ะ เพราะนายเป็นหวัดอยู่ฉันเลยไม่ได้ใส่อาหารทะเล แต่ใส่เป็นหมูชิ้นที่ย่อยง่ายแทน”
เมิ่งกั่วเงยหน้ามองเจียงหาน ดวงตากลมโตคู่สวยกะพริบวิบวับเป็นประกาย “ตอนนี้หิวหรือยัง จะกินเลยไหม”
เจียงหานพยักหน้ายิ้ม ๆ “คุณหนูเมิ่งกั่ว ช่วยตักให้ผมสักชามได้ไหมครับ”
“อื้ม” เมิ่งกั่วดูท่าทางมีความสุขมาก เธอหันหลังวิ่งเข้าครัวไปตักโจ๊ก
เจียงหานอ่านฉลากยายาลดไข้ แล้วแกะออกมาเม็ดหนึ่งดื่มน้ำกลืนลงคอไป
ยาตัวนี้ออกฤทธิ์ดีมาก ตอนที่เมิ่งกั่วยกโจ๊กมาถึง เหงื่อเขาก็ออกท่วมตัว อาการเวียนหัวก็ทุเลาลงไปเยอะ
เมิ่งกั่ววางชามโจ๊กลงบนโต๊ะ “รีบกินตอนร้อน ๆ สิ”
เธอหยิบผักดองปรุงรสออกมาอีกซอง “เอาหน่อยไหม”
เจียงหานรู้สึกว่าเมิ่งกั่วเป็นพยาธิในท้องเขาชัด ๆ เมื่อกี้ตอนได้กลิ่นโจ๊กเขายังนึกอยู่เลยว่าถ้าได้ผักดองสักซองคงดีเลิศ
นึกไม่ถึงว่าเมิ่งกั่วจะเอาผักดองมาวางตรงหน้าเขาจริง ๆ
เขาพิศดูใบหน้าจิ้มลิ้มอ่อนหวานของเมิ่งกั่วอย่างละเอียด “เธอไม่ใช่โดราเอมอนจริง ๆ เหรอ” ทำไมถึงเสกของออกมาได้ทุกอย่างเลย
เมิ่งกั่วขำกับคำพูดของเจียงหาน “ถ้าฉันเป็นโดราเอมอน ฉันคงขอพรให้ตัวเองไปแล้ว”
เจียงหานกินไปพลางมองเธอไปพลาง รสชาติโจ๊กดีมากจริง ๆ ต่อให้ไม่สบายอยู่ก็ยังเจริญอาหาร
“ถ้าขอพรได้จริง เธอจะขออะไร”
เมิ่งกั่วตอบแบบไม่ต้องคิด “แน่นอนว่าขอให้สอบผ่านวิชาหลักเศรษฐศาสตร์กับภาษาอังกฤษน่ะสิ”
เจียงหานเงยหน้าขึ้น “พวกเธอเรียนการจัดการโรงแรม ต้องสอบวิชาพวกนี้ด้วยเหรอ”
เมิ่งกั่วทำปากยื่น “นั่นสิ ฉันก็งงเหมือนกัน ทำไมต้องสอบไอ้พวกนี้ด้วย แถมหน่วยกิตยังตั้งเยอะ”
“ฉันเรียนการจัดการการเงิน ไม่รู้ว่าข้อสอบของเธอ ฉันจะทำได้หรือเปล่านะ” เจียงหานพูดเปรย ๆ
เมิ่งกั่วมองเขาด้วยความตะลึง แม้ว่าเธอจะเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยหนานเฉิงเหมือนกัน แต่ตอนสอบเข้าปีนั้น เธอเข้าคณะนี้มาด้วยคะแนนคาบเส้นเป็นคนสุดท้ายพอดี
ไม่ใช่ว่าเธอเรียนไม่เก่ง แต่เธอเลือกเก่งเฉพาะวิชา คะแนนวิชาอื่น ๆ ดีหมดมาตายเอาที่ภาษาอังกฤษนี่แหละ
เธอนึกว่าเข้ามหาวิทยาลัยแล้วจะสบาย เธอชอบงานบริหารโรงแรมเลยเลือกเรียนการจัดการโรงแรม นึกไม่ถึงว่าการจัดการโรงแรมก็ต้องเรียนภาษาอังกฤษ แล้ววิชาหลักเศรษฐศาสตร์นั่นก็ทำเธอปวดหัวจะแย่
ถ้าให้ลงมือปฏิบัติจริง เธอเชื่อว่าเธอทำได้ดีกว่าใคร แต่ไอ้ทฤษฎีในตำราพวกนี้ เธอสู้พวกหนอนหนังสือไม่ไหวจริง ๆ
เรียนอีกปีเดียวเธอก็จะจบแล้ว เธอกลัวเกรดตัวเองจะไม่พอจบจริง ๆ
“ในมือถือฉันมีรวมโจทย์ข้อที่ทำผิดอยู่ นายช่วยดูให้หน่อยได้ไหม” เมิ่งกั่วอ้อนเสียงอ่อนเสียงหวาน
เธอส่งมือถือไปให้แล้ว แต่พอคิดอีกทีก็ทำท่าจะดึงกลับมา
“แย่จริง นายป่วยอยู่นี่นา ฉันจะไปรบกวนนายได้ยังไง”
แต่เจียงหานกลับคว้ามือถือมาได้ก่อนที่เธอจะดึงกลับไป
เขาดูโจทย์ในคลังข้อสอบพวกนั้น เนื้อหาแม้จะไม่เหมือนกับที่เขาเรียนมาซะทีเดียว แต่หลักการพื้นฐานมันก็เหมือน ๆ กัน เขาเลยรู้สึกว่าโจทย์พวกนี้ง่ายมาก
เขาอธิบายโจทย์ข้อหนึ่งที่เมิ่งกั่วทำยังไงก็ไม่เข้าใจให้เธอฟัง
เมิ่งกั่วฟังจบก็ตาโตด้วยความทึ่ง
“เจียงหาน นายเก่งชะมัด เราเรียนคนละคณะกันแท้ ๆ แต่นายทำโจทย์ของพวกเราได้ด้วย”
ข้อที่เจียงหานเพิ่งอธิบายไปเป็นวิชาหลักเศรษฐศาสตร์ เมิ่งกั่วเลยเปิดโจทย์ภาษาอังกฤษให้เจียงหานดูอีกข้อ
โจทย์ภาษาอังกฤษของเมิ่งกั่วส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษเชิงประยุกต์ที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมและการบริการ
พื้นฐานภาษาอังกฤษของเจียงหานดีมากอยู่แล้ว โจทย์พวกนี้สำหรับเขาเลยไม่มีความยากอะไร
เขาอธิบายให้เมิ่งกั่วฟัง เมิ่งกั่วก็ยิ่งมองเจียงหานด้วยสายตาบูชา
“เจียงหาน นายอธิบายได้เข้าใจง่ายกว่าศาสตราจารย์อีก จางไห่ไต้บอกว่านายเรียนเก่ง ที่แท้ก็เรื่องจริง ระดับนายเนี่ยสอบปริญญาโทได้สบายเลยไม่ใช่เหรอ”
เจียงหานชะงักไปครู่หนึ่ง หวนนึกถึงเรื่องราวแย่ ๆ ในอดีตขึ้นมา
“เจียงหาน เป็นอะไรไป” เมิ่งกั่วความรู้สึกไวมาก
“เมื่อก่อนฉันมีแฟนคนหนึ่ง เป็นคนในหมู่บ้านนี้แหละ แล้วก็เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยหนานเฉิงด้วยกัน ต่อมาเธอเรียนต่อปริญญาโท แต่ฉันไม่ได้เรียน เธอรู้สึกว่าฉันไม่คู่ควรกับเธอแล้ว ก็เลยทิ้งฉันไป”
เมิ่งกั่วมองเจียงหานอย่างตกตะลึง “เป็นไปได้ยังไง นายเรียนเก่งขนาดนี้ จะสอบไม่ติดได้ยังไง”
เจียงหานยิ้มขื่น ถ้าเขาคิดจะสอบจริง ๆ เขาก็สอบติดได้แน่นอน
ต่อให้ปีนี้ไม่ติด ปีหน้าก็ต้องติดแน่
“เสี่ยวกั่ว ไม่สำคัญแล้วล่ะ ฉันว่าตอนนี้ฉันก็มีความสุขดี”
เมิ่งกั่วดูเหมือนจะเข้าใจความหมายของเจียงหาน นึกถึงของทะเลที่เจียงหานเอามาส่งที่ร้านช่วงนี้
วันหนึ่งหาเงินได้ตั้งเป็นหมื่น ทำไมจะต้องไปเรียนต่อปริญญาโทด้วยล่ะ
แถมเธอยังดูออกว่า ชีวิตแบบนี้ของเจียงหานดูอิสระเสรีมาก และเขาก็ชอบสถานะที่เป็นอยู่ตอนนี้ของตัวเองจริง ๆ
“ถ้าแฟนเก่านายรู้ว่าตอนนี้เจียงหานเก่งขนาดนี้ เธอจะต้องเสียใจแน่ ๆ”