- หน้าแรก
- อกหักกลับเกาะพร้อมระบบ ทะเลนี้คือขุมทรัพย์ทองคำ
- บทที่ 47 ดวงดีเกินไปแล้ว
บทที่ 47 ดวงดีเกินไปแล้ว
บทที่ 47 ดวงดีเกินไปแล้ว
วันหน้าถ้าโชคไม่ดี เงินพวกนี้จะได้มีไว้ใช้สอย
เจียงหานให้ปลาแบล็คฟิชเธอมาหนึ่งตัว ปูทะเลก้ามหักหนึ่งตัว และปูขนอีกสองตัว
เดิมทีเจียงหานจะให้ปูม้าเธออีกตัวด้วย แต่เธอไม่เอา และคืนปูม้าตัวนั้นกลับไป
ช่วงนี้เจียงหานมักจะเอาอาหารทะเลมาส่งให้เธออยู่เรื่อย ที่บ้านเธอเลยไม่ขาดแคลนอาหารทะเลจริงๆ
เธอก้มมองของในมืออีกครั้ง ปูทะเลก้ามหักขายไม่ได้ราคา
เธอก็เลยจะเอามันไปนึ่งให้ลูกกินพร้อมกับปูขนสองตัวนั้น
ปลาแบล็คฟิชเป็นปลาเนื้อดี ราคาก็แพง ปกติเธอไม่กล้าตัดใจซื้อมากินหรอก
คิดไปคิดมา ก่อนจะกลับเข้าบ้าน เธอก็เอาปลาแบล็คฟิชไปขายให้กับคนรับซื้อของทะเลในหมู่บ้าน
ปลาแบล็คฟิชธรรมชาติหนึ่งตัว หนักสองชั่งสองขีด ขายได้ตั้ง 150 หยวน
เจียงเฟิ่งตัดสินใจว่าจะเก็บเงินก้อนนี้ไว้ให้เจียงหาน ถือซะว่าเธอช่วยเขาเก็บเงินก็แล้วกัน
ตอนที่เจียงหานหิ้วของขึ้นรถสามล้อเครื่อง เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากพนักงานส่งพัสดุ
เมล็ดพันธุ์ที่เขาสั่งซื้อไปเมื่อไม่กี่วันก่อนมาถึงจุดรับพัสดุในตำบลแล้ว พนักงานถามเขาว่าจะเข้ามารับเองที่ตำบล หรือจะให้ไปส่งที่ในหมู่บ้าน
ถ้าให้ไปส่งที่หมู่บ้าน ก็ต้องรออีกสองวัน
“พี่ครับ ผมถามหน่อย ที่นั่นส่งพัสดุได้ไหมครับ”
“ได้แน่นอนครับ ที่นี่ทั้งรับและส่งพัสดุเลย”
“งั้นเดี๋ยวผมเข้าไปรับที่ตำบลเองครับ”
เจียงหานลงจากรถสามล้อเครื่องไฟฟ้า แล้วไปเคาะประตูบ้านป้ากุ้ยฮวาที่อยู่ข้างบ้าน “ป้าครับ ที่บ้านมีของแห้งบ้างไหม พวกหอยแมลงภู่แห้ง สาหร่ายคอมบุแห้ง หรือหมึกแห้งก็ได้ครับ”
โดยทั่วไปชาวประมงมักจะมีของพวกนี้ติดบ้านไว้อยู่แล้ว
เดี๋ยวนี้แม้จะหาของใหญ่ๆ จากการเดินชายหาดได้ยาก แต่ของอย่างหอยแมลงภู่หรือสาหร่ายคอมบุก็มีไม่ขาด
พอกินกันเองไม่ทัน ก็จะเอาไปตากแห้ง
หอยแมลงภู่พอตากแห้งแล้วก็จะเรียกว่า ต้านไช่ (ผักจืด) แค่เรียกต่างกันเท่านั้นเอง
ตอนที่หม่าเสี่ยวเหม่ยกับหม่าเสี่ยวเม่ยมาเดินชายหาดกับเขาครั้งที่สอง พวกเธอช่วยเขา สูบกุ้งแม่หอบไปได้ตั้งเยอะ
เขาเป็นคนไม่ชอบติดค้างใคร ก็เลยกะว่าจะซื้อของแห้งส่งไปให้พวกเธอ
ป้ากุ้ยฮวาได้ยินว่าเจียงหานจะขอซื้อของ แกก็ดีใจเป็นธรรมดา
แกหยิบหอยแมลงภู่แห้งถุงใหญ่ สาหร่ายจีไฉ่แห้งถุงใหญ่ และหมึกแห้งถุงใหญ่มาให้เขา
ป้ากุ้ยฮวาไม่ได้บอกราคา แต่เจียงหานยัดเงินใส่มือแกไป 600 หยวน
มองดูเจียงหานจากไป ป้ากุ้ยฮวาก็ยิ้มจนตาหยี ต่อให้แกไปเดินชายหาดแล้วจับอะไรไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ตราบใดที่เจียงหานยอมมาซื้อของที่บ้านแก แกก็หาเงินได้มากกว่าพวกยายแก่คนอื่นๆ ในหมู่บ้านแล้ว
ช่วงนี้แกกอบโกยเงินจากเจียงหานไปได้ไม่น้อยเลย
ไม่ได้การละ แกต้องไปชายหาดไปเก็บสาหร่ายคอมบุกลับมาให้เยอะกว่านี้ เผื่อวันไหนเจียงหานมาถามซื้ออีก
ต่อให้เขาไม่ซื้อ แกก็เก็บไว้กินเองได้ ยังไงก็ไม่ขาดทุน
ตอนที่เจียงหานขึ้นขี่รถสามล้อเครื่องไฟฟ้าอีกครั้ง น้าเอ๋อร์เหมาก็มายืนขวางอยู่ตรงหน้าเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
เจียงหานยิ้มทักทายน้าเอ๋อร์เหมา “น้าเอ๋อร์เหมา ออกมาเดินเล่นเหรอครับ”
พูดจบ ไม่รอให้น้าเอ๋อร์เหมาตอบรับ เขาก็ขี่รถสามล้อเครื่องไฟฟ้าอ้อมผ่านตัวแกไปเลย
น้าเอ๋อร์เหมาโกรธจนหนวดกระดิก
ที่แกจงใจมายืนขวางหน้า ก็เพราะคิดว่าอย่างน้อยเจียงหานก็น่าจะเห็นแก่ที่เป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน แล้วขายของให้แกบ้าง
อย่างน้อยของรอบนี้ก็น่าจะขายให้แก
ผลคือเจียงหานแค่ทักทาย แล้วก็ขี่อ้อมแกไปเลย
แกเห็นชัดๆ ว่าบนรถสามล้อเครื่องของเจียงหานมีถังน้ำวางอยู่สองใบ
ในหมู่บ้านไม่มีความลับหรอก
คนในหมู่บ้านถ้าไม่ลือกันว่าเขาจับปลาไหลมังกรได้ ก็บอกว่าเขาจับปลาเก๋าบั้งแฉกได้ ไหนจะปูทะเล ปูม้า...
ของพวกนี้มีแต่ของดีๆ ทั้งนั้น
แต่ของพวกนี้ไม่เคยหลุดมาขายให้แกเลยสักอย่าง
แล้วแกก็ดันพูดอะไรไม่ออกด้วย
ของพวกนั้นเป็นของเจียงหาน เขาพอใจจะขายให้ใครก็ขาย ต่อให้เง็กเซียนฮ่องเต้ลงมา ก็ยังเป็นสิทธิ์ของเจียงหานอยู่ดี
“นี่ผ่านไปกี่วันเอง เจียงหานซื้อรถสามล้อเครื่องแล้วเหรอ เขาไม่คิดจะกลับเข้าเมืองแล้วจริงๆ เหรอเนี่ย”
คนพูดคือแม่ของเย่เถียนเถียน สองสามวันมานี้เธอกลับไปเยี่ยมบ้านเดิม
พอกลับมาก็เห็นเจียงหานขี่รถสามล้อเครื่องไฟฟ้าออกจากหมู่บ้านไปพอดี
“ซื้อมาหลายวันแล้ว” ป้าหลี่มีความสัมพันธ์อันดีกับแม่ของเย่เถียนเถียน
แกก็เลยเล่าเรื่องที่รู้ให้แม่ของเย่เถียนเถียนฟัง
“รถสามล้อเครื่องไฟฟ้านี่ราคาไม่ใช่ถูกๆ นะ นอกจากรถสามล้อเครื่องแล้ว เจียงหานยังซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นกับเครื่องซักผ้าด้วย”
แม่ของเย่เถียนเถียนฟังจบก็ยิ่งดูแคลน “ซื้อของมาเยอะขนาดนี้ แสดงว่าไม่คิดจะกลับเข้าเมืองแล้วจริงๆ เป็นถึงเด็กจบมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่กลับต้องมาติดแหง็กอยู่บนเกาะกันดารแบบนี้ พูดออกไปไม่อายเขาหรือไง”
ป้าหลี่พอโดนแม่ของเย่เถียนเถียนพูดกรอกหู ก็รู้สึกเสียดายแทนขึ้นมา “นั่นสิ อุตส่าห์ร่ำเรียนมาตั้งหลายปีเสียเปล่าหมด ถ้าจะมาเป็นชาวประมง ต่อให้ไม่รู้หนังสือสักตัวก็เป็นได้”
แล้วแกก็หันไปมองแม่ของเย่เถียนเถียนด้วยความอิจฉา “ยังไงเถียนเถียนบ้านเธอก็เก่งกว่า สอบติดปริญญาโทได้ เป็นบุญของตระกูลจริงๆ”
รอยยิ้มมุมปากของแม่เย่เถียนเถียนยิ่งกว้างขึ้น “ก็เพราะเถียนเถียนของเราเป็นคนรักดีด้วยแหละ”
“จริงสิ ตอนนี้ปิดเทอมหน้าร้อนไม่ใช่เหรอ โรงเรียนอื่นเขาหยุดกันหมดแล้ว ทำไมเถียนเถียนถึงไม่กลับมาพักบ้างล่ะ”
พอพูดถึงเรื่องนี้ แม่ของเย่เถียนเถียนก็ยิ่งยืด “ระดับปริญญาโทแล้ว จะไปเหมือนเด็กมหาวิทยาลัยทั่วไปได้ยังไง พวกเขาต้องตามอาจารย์ที่ปรึกษาทำงานตั้งเยอะแยะ”
“งั้นไม่ลำบากแย่เหรอ วันหยุดก็ไม่มีเลย?”
“วันหยุดก็มี แต่ไม่ได้หยุดยาวขนาดนั้น อาทิตย์หน้าเถียนเถียนของเราก็กลับมาแล้ว”
แม่ของเย่เถียนเถียนยิ่งพูดยิ่งมีความสุข ลูกสาวเธอช่างมีวิสัยทัศน์จริงๆ ที่เลิกกับคนอย่างเจียงหาน คนอย่างเจียงหานน่ะ ไม่คู่ควรกับลูกสาวเธอจริงๆ
.
.
.
เมิ่งกั่วพอเห็นเจียงหาน ใบหน้าที่มีแก้มยุ้ยแบบเด็กๆ ก็ยิ้มกว้าง ราวกับจะละลายความหนาวเหน็บของฤดูหนาวได้
“นายเพิ่งกลับเข้าหมู่บ้านไปไม่ใช่เหรอ ทำไมมาอีกแล้วล่ะ” จะไปเดินชายหาดก็ไม่น่าจะเร็วขนาดนี้นี่นา
“เมื่อวานซืนวางลอบดักปูไว้ไม่กี่อัน ได้ของมานิดหน่อย กลางวันอากาศร้อน กลัวเก็บไว้ที่บ้านแล้วจะเน่า ก็เลยรีบเอามาส่งก่อน”
เมิ่งกั่วชะโงกหน้าไปดูที่ถังน้ำของเจียงหาน “โห มีปลาเก๋าบั้งแฉกด้วย ปูม้าก็มี นี่นายวางลอบไปกี่อันเนี่ย”
“วางไปหกอัน”
เมิ่งกั่วเดาะลิ้น “เจียงหาน นายเก่งจังเลยนะ”
“เมื่อวานยังมีคนมากินข้าวที่ร้านเรา บ่นว่าเดี๋ยวนี้ชายหาดจับของยากขึ้นทุกวัน วางลอบเป็นสิบอันก็แทบไม่ได้อะไร นายสิดีจัง วางลอบแค่หกอันก็ได้ของมาตั้งเยอะ”
เจียงหานยิ้ม “สงสัยดวงผมจะดีมั้ง”
“งั้นดวงนายก็ดีเกินไปแล้วล่ะ”
เมิ่งกั่วพาเจียงหานไปที่จุดชั่งน้ำหนัก
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาอาหารพอดี ในร้านยุ่งมาก เมิ่งเฟยปลีกตัวออกมาไม่ได้ ก็เลยให้เมิ่งกั่วมาช่วยชั่งของให้เจียงหานคนเดียว
“ปลาแบล็คฟิชหนึ่งตัว สองชั่งครึ่ง คิดให้ 300 หยวน”
“ปูทะเลตัวใหญ่หนึ่งตัว สองชั่ง คิดให้ 180 หยวน”
“ปูม้าสามตัว รวมห้าชั่ง คิดให้ 990 หยวน”
“รวมทั้งหมดเป็นเงิน 1,470 หยวน”
เมิ่งกั่วพูดจบก็โอนเงินให้เจียงหาน 1,500 หยวน
เจียงหานรู้สึกว่าการวางลอบดักปูนี่มันสะดวกดีจริงๆ แค่เอาลอบไปวางทิ้งไว้ ของก็เข้าไปเอง ถึงเวลาก็แค่ไปกู้ขึ้นมาก็ได้เงินแล้ว
[ติ๊ง โฮสต์ขายอาหารทะเลได้เงิน 1,500 หยวน ได้รับคะแนนระบบ 1,500 คะแนน]