- หน้าแรก
- อกหักกลับเกาะพร้อมระบบ ทะเลนี้คือขุมทรัพย์ทองคำ
- บทที่ 46 อาจจะแค่โชคดีก็ได้
บทที่ 46 อาจจะแค่โชคดีก็ได้
บทที่ 46 อาจจะแค่โชคดีก็ได้
เจียงเฟิ่งเดินไปที่บ่อพักน้ำ เธอมองเห็นของในบ่อและเห็นของที่เจียงหานตั้งใจจะเอาไปขาย
“นี่แกใช้ลอบดักปูจับมาเหรอ” เจียงเฟิ่งแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
หลังจากส่งลูกไปโรงเรียนแล้ว เธอก็เคยไปวางลอบดักปูเหมือนกัน
ช่วงแรกๆ ก็พอจะจับได้สักอย่างสองอย่าง แต่หลังๆ ของที่ได้ก็น้อยลงเรื่อยๆ
หลังจากคว้าน้ำเหลวติดต่อกันหลายครั้ง เจียงเฟิ่งก็ขี้เกียจจะไปวางลอบแล้ว
เอาเวลาว่างตรงนี้ไปถักอวนยังจะได้เงินเสียกว่า
แต่ของที่เจียงหานได้มาพวกนี้...
“ผมวางลอบทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อวานซืน เดิมทีว่าจะไปกู้ตอนเย็นเมื่อวาน แต่ดันลืมไปสนิทเลยครับ ก็เลยเพิ่งไปกู้มาเมื่อเช้านี้”
ลองคิดดูแล้ว ถ้าเขาไปกู้ตั้งแต่เมื่อวาน ของที่ได้ก็คงไม่เยอะขนาดนี้
งั้นต่อไปเขากู้ลอบสองวันครั้งดีกว่า แบบนี้เขาก็จะได้สบายขึ้นหน่อยด้วย
“แกไปวางลอบแถวไหนมา”
“ก็ตรงแนวคันกั้นน้ำทะเลนั่นแหละ”
เจียงเฟิ่งนึกไม่ถึงจริงๆ ว่าจะเป็นตรงแนวคันกั้นน้ำทะเล ที่ตรงนั้นเธอก็เคยไปวางลอบ แต่ไม่เห็นจะมีของพวกนี้เหมือนเจียงหานเลย
ตอนนั้นเอง มือถือของเจียงหานก็สั่นแจ้งเตือน คนในกลุ่มแชทห้องเรียนกำลังแท็กหาเขาอีกแล้ว
หลังจากรู้ว่าเขาอาศัยอยู่บนเกาะ คนพวกนี้วันๆ ก็เอาแต่อยากจะดูชีวิตประจำวันบนเกาะของเขา
[หูตานเจิน: @เจียงหาน วันนี้ทำอะไรอยู่เหรอ]
[อวี๋เหอ: @เจียงหาน ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน]
[เถียนเฉิงเหวิน: ตัวเองไปใช้ชีวิตริมทะเลไม่ได้ ได้ดูชีวิตริมทะเลของคนอื่นก็ยังดี]
เจียงหานจนปัญญาจะจัดการกับคนพวกนี้จริงๆ
[เจียงหาน: กินขนมเล่นอยู่]
[หลี่เฟยเยว่: กินขนมอะไร]
เจียงหานรู้สึกว่าคนพวกนี้เอาตากล้องมาติดไว้ที่ตัวเขาเลยจะดีกว่าไหม
เขาถ่ายรูปของที่ตัวเองกำลังกิน แล้วส่งลงไปในกลุ่ม
เพื่อนอีกหลายคนทำหน้างง
นี่มันอะไรกัน
หูตานเจินกะพริบตาปริบๆ ของสิ่งนี้เธอรู้จักดี
[หูตานเจิน: เจียงหาน ที่นายกินอยู่คงไม่ใช่ ‘วุ้นหนอนถั่ว’ หรอกนะ]
[เจียงหาน: ไม่เลวนี่ เธอรู้จักวุ้นหนอนถั่วด้วย]
[หูตานเจิน: นี่คือวุ้นหนอนถั่วจริงๆ เหรอ ของแท้หรือเปล่า เดี๋ยวนี้ของปลอมเยอะนะ]
[เจียงหาน: พี่สาวผมเคี่ยวเองกับมือ คุณว่าจะจริงหรือปลอมล่ะ]
[หลิวโปหง: @หูตานเจิน ของนี่มันแพงมากเหรอ]
[หูตานเจิน: ก็พอกินได้]
คำว่าพอกินได้ของเธอ คือพอกินได้สำหรับลูกเศรษฐีรุ่นสองอย่างเธอ
เธอแค่นึกไม่ถึงว่า เจียงหานจะกินวุ้นหนอนถั่วเป็นแค่ขนมกินเล่น
หูตานเจินแคปรูปร้านวุ้นหนอนถั่วที่เธอซื้อประจำลงในกลุ่ม
วุ้นหนอนถั่วร้านนี้เป็นของแท้ วัตถุดิบข้างในที่ใช้ก็เป็นของจริง ร้านอื่นเธอไม่กล้าซื้อกินหรอก
หลิวโปหงเห็นรูปที่หูตานเจินแคปมาแล้วก็รู้สึกเข็ดฟัน
[หลิวโปหง: @เจียงหาน นายเอาของราคาชั่งละหลายร้อยมากินเล่นเนี่ยนะ]
หลิวโปหงรู้สึกว่า ของในชามใบใหญ่ของเจียงหานนั่นน่าจะมีสักสองชั่งได้
แล้วเขาก็เอาช้อนตักกินแบบนั้นเลยเหรอ
เจียงหานนึกไม่ถึงว่าวุ้นหนอนถั่วในเน็ตจะขายแพงขนาดนั้น เขาซื้อหนอนถั่วเลี้ยงมาในราคาชั่งละ 200 หยวน หนอนถั่วหนึ่งชั่งเอามาทำวุ้นหนอนถั่วได้ตั้งเยอะ
วุ้นหนอนถั่วชามใหญ่ของเขาชามนี้ รวมๆ แล้วก็ใส่หนอนถั่วไปแค่ไม่กี่ตัว
ไม่คิดเลยว่าพวกนั้นจะตกใจกันขนาดนี้
จังหวะนี้เองหลิวโปหงก็ทักแชทส่วนตัวมาหาเขา
[หลิวโปหง: นายไม่คิดจะกลับมาทำงานในเมืองจริงๆ เหรอ]
[เจียงหาน: ฉันเป็นพวกความอดทนต่ำ ชีวิตในเมืองใหญ่ไม่เหมาะกับฉันหรอก]
[หลิวโปหง: ฉันพิจารณาดูแล้ว สุดท้ายก็เลือกอยู่ที่บริษัทเดิม เพราะยังไงเขาก็เพิ่มเงินเดือนให้ฉัน 500 หยวน ถ้าฉันย้ายไปบริษัทอื่น คงไม่ได้เงินเดือนเท่านี้แน่]
เจียงหานถอนหายใจ ก่อนเรียนจบหลิวโปหงเป็นคนที่ฮึกเหิมที่สุดในห้อง ยังเคยลากเขาไปคุยเรื่องอนาคตอยู่เลย
นึกไม่ถึงว่าพอเรียนจบมา เงินแค่ 500 หยวนจะทำให้เขายอมเลือกสิ่งที่ขัดกับใจตัวเอง
[หลิวโปหง: หนอนถั่วที่บ้านนายน่าจะราคาถูกมากสินะ คงไปเดินเก็บฟรีๆ ตามชายหาดได้เลยใช่ไหม]
เจียงหานส่งสติ๊กเกอร์กลับไปให้หลิวโปหงตัวหนึ่ง แล้วไม่ได้พูดอะไรอีก หลิวโปหงไม่มีต้นทุนทางบ้าน การต้องต่อสู้ดิ้นรนในเมืองใหญ่ตัวคนเดียวไม่ใช่เรื่องง่าย
เขาอย่าไปพูดอะไรกระตุ้นอีกฝ่ายจะดีกว่า
เจียงเฟิ่งเห็นเจียงหานกินวุ้นหนอนถั่วหมดแล้ว ก็เก็บชามกระเบื้องใส่กลับเข้าไปในถุงพลาสติก
ตอนจะกลับ เธอถามขึ้นมาอีกประโยค “วันนี้แกเอาลอบดักปูไปวางไว้ที่ไหนอีกล่ะ”
เจียงหานชะงัก ความจำเขาช่วงสองสามวันนี้มันแย่ถึงขีดสุดจริงๆ
พอกู้ลอบขึ้นมาแล้ว เขาดันลืมเอาไปวางกลับคืน
เจียงเฟิ่งเห็นเจียงหานหยิบลอบดักปูออกมาก็อึ้งไปเหมือนกัน “แกไม่ได้วางกลับลงไปเหรอ”
“เดี๋ยวผมไปวางเดี๋ยวนี้แหละ”
ในมือเจียงเฟิ่งยังหิ้วของทะเลที่เจียงหานแบ่งไว้ให้ นึกขึ้นได้ว่าในบ่อพักน้ำไม่มีอะไรจะเอามาทำเหยื่อได้แล้ว จึงถามขึ้นอีกว่า “แกจะใช้อะไรทำเหยื่อล่อ”
เจียงหานหยิบขวดหัวเชื้อเหยื่อล่อออกมา เขาพบว่าหัวเชื้อที่ซื้อจากในเน็ตกับที่ซื้อจากร้านอุปกรณ์ตกปลาในตำบลให้ผลลัพธ์พอๆ กัน
ดังนั้นจะใช้อันไหนก็ไม่ต่างกัน
“แกจะใช้ไอ้นี่เหรอ” เจียงเฟิ่งถาม
“คราวที่แล้วผมใส่เนื้อหอยลงไปด้วย”
แต่รอบนี้ ดูเหมือนจะไม่มีอะไรให้ใส่ได้เลย
รู้งี้ไม่โยนปลาจาระเม็ดขาวตัวนั้นกลับลงทะเลก็ดีหรอก เอามาสับละเอียดทำเหยื่อล่อได้
คิดไปคิดมา เจียงหานก็จะไปตักปลาแบล็คฟิชในถังมาทำเหยื่อ
เจียงเฟิ่งเห็นแล้วก็ทำหน้าปวดใจ ปลาแบล็คฟิชธรรมชาตินี่ราคาไม่ใช่ถูกๆ ขายได้ชั่งละเป็นร้อยเลยนะ
ปลาแบล็คฟิชของเจียงหานแต่ละตัวหนักประมาณสองชั่ง ปลาตัวละ 200 หยวน จะตัดใจเอามาทำเหยื่อล่อได้ยังไง
“แกอยู่นี่แหละ เดี๋ยวพี่ไปหามาให้”
เจียงหานไม่อยากรบกวนเจียงเฟิ่ง แต่พี่สาวเขาวิ่งออกไปแล้ว
ตอนกลับมา ในมือเธอมีปลาทูแขกเพิ่มมาสองตัว
“ปลาทูแขกนี่กลิ่นคาวแรง เอามาทำเหยื่อล่อดีนักล่ะ”
ถ้าพูดถึงเรื่องประสบการณ์ เจียงเฟิ่งมีมากกว่าเจียงหานเยอะ
“พี่ ปลาทูแขกสองตัวนี้เท่าไหร่ เดี๋ยวผมโอนให้”
เจียงเฟิ่งถลึงตาใส่เจียงหาน “ปลาทูแขกชั่งละสามสี่หยวนแค่นี้แกยังจะมาคิดเงินกับพี่อีกเหรอ งั้นของที่แกให้พี่มาตั้งเยอะแยะ พี่ก็ต้องโอนเงินให้แกด้วยไหม”
เจียงหานเงียบกริบ ถ้าขืนคิดเล็กคิดน้อยกันแบบนี้ คงคิดกันไม่จบไม่สิ้น
เจียงเฟิ่งหั่นปลาทูแขกแต่ละตัวออกเป็นสามท่อน แล้วแยกใส่ลงไปในกระบอกเหยื่อของลอบแต่ละอัน
ตอนนี้อย่าว่าแต่ปลาเลย ต่อให้เป็นคนจมูกไม่ค่อยดีอย่างเจียงหาน ก็ยังได้กลิ่นคาวของปลาทูแขกโชยมาเตะจมูก
ดูท่าปลาทูแขกจะเหมาะเอามาทำเหยื่อล่อจริงๆ
เจียงหานออกไปวางลอบ เจียงเฟิ่งก็เดินตามหลังเขาไป
หลักๆ คืออยากจะไปเรียนรู้วิชาจากน้องชาย ลอบดักปูของน้องชายจับของได้เยอะขนาดนี้ จะต้องมีเคล็ดลับอะไรแน่ๆ
ผลปรากฏว่าเธอเห็นเจียงหานโยนลอบดักปูลงไปในทะเลแบบส่งๆ
เจียงเฟิ่ง “...”
ตอนที่เจียงหานหันกลับมา ก็เห็นพี่สาวตัวเองกำลังมองเขาด้วยสีหน้าตกตะลึง
“พี่ เป็นอะไรไป ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า”
เจียงเฟิ่งส่ายหน้า “พี่ไม่เป็นไร”
เธอไม่พูดอะไรเลยจะดีกว่า น้องชายเธออาจจะแค่โชคดีจริงๆ ก็ได้
เธอหิ้วของที่เจียงหานให้แล้วเดินกลับบ้านไป
ในใจคิดว่า โชคของคนเรามันต้องมีวันหมด ถ้าโชคของน้องชายหมดลงเมื่อไหร่ เธอจะต้องดูแลน้องชายให้ดี
เพราะน้องชายของเธอเป็นเด็กดีจริงๆ
พอกลับถึงบ้าน ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายเธอก็ส่งข้อความไปหาเจียงหาน
[ขายของทะเลได้เงินมาแล้ว ก็จำไว้ว่าต้องเก็บออมให้เยอะๆ นะ]