- หน้าแรก
- อกหักกลับเกาะพร้อมระบบ ทะเลนี้คือขุมทรัพย์ทองคำ
- บทที่ 43 พวกเราเป็นเพื่อนกัน
บทที่ 43 พวกเราเป็นเพื่อนกัน
บทที่ 43 พวกเราเป็นเพื่อนกัน
เจียงหานยิ้ม “ถ้าเธออยากกิน ก็กินได้ตามสบายเลย”
“ฉันไม่กินของนายหรอกน่า”
เมิ่งกั่วพลิกดูของในถัง “ยังมีหอยสังข์ตัวใหญ่ตั้งสองตัวแน่ะ รวมกันแล้วขายได้ตั้งสามร้อยหยวนเลยนะ นายจะไม่ขายจริงๆ เหรอ?”
“อืม ตัวหนึ่งฉันกับไห่ไต้จะเก็บไว้ทำมื้อเย็นวันนี้ ส่วนอีกตัวให้เธอ เธอเคยบอกว่าชอบฟังเสียงหอยสังข์ไม่ใช่เหรอ?”
เมิ่งกั่วชะงักไปนิด คราวก่อนเธอแค่พูดลอยๆ ตอนคุยเล่นกับเขา ไม่นึกว่าเขาจะจำได้
“งั้นฉันขอแค่เปลือกหอยสังข์นะ เดี๋ยวฉันแคะเนื้อหอยออกมาให้นายกับจางไห่ไต้กิน”
พูดจบเมิ่งกั่วก็ประคองหอยสังข์ตัวนั้นเข้าไปในครัวหลังร้านอย่างอารมณ์ดี
เจียงหานกินมื้อเช้าไปตอนสายๆ แต่ยังไม่ได้กินมื้อเที่ยง
การขุดปลาไหลมังกรใช้พลังงานเยอะ ตอนนี้เลยหิวจนแสบท้องไปหมดแล้ว
จางไห่ไต้เองก็หิวจนไส้กิ่วเหมือนกัน
ยังดีที่เวลานี้ไม่ใช่ช่วงมื้อเย็น ลูกค้าที่มากินมื้อเย็นยังไม่มา
ในร้านเลยโล่งมาก อาหารเลยออกไว
แกงจืดหอยขม เนื้อหอยสังข์ ปูขนนำไปนึ่ง ยำสาหร่ายคอมบุรสเผ็ด แล้วก็ซุปข้นรวมมิตรทะเลอีกหนึ่งชาม
เจียงหานกับจางไห่ไต้กินกันอย่างมูมมาม
จางไห่ไต้ฟาดข้าวไปสามถ้วย เจียงหานเองก็จัดไปสองถ้วย
เจียงหานโอนเงินให้จางไห่ไต้ 1,400 หยวน มุมปากของจางไห่ไต้ก็ยกยิ้มขึ้นมาอีกรอบ
“พี่หาน ผมรู้สึกว่าเงินผมจะใช้ไม่หมดแล้วเนี่ย”
เจียงหานปรายตามองเขา “ไอ้ขี้คุย ถ้าเงินเหลือใช้มากนักก็เอามาให้ฉันยืมสิ”
“เอาดิ” จางไห่ไต้ไม่ถามสักคำว่าเจียงหานจะเอาเงินไปทำอะไร ควักมือถือออกมาเตรียมโอนเงินให้ทันที
เจียงหานกดมือเขาไว้ “ล้อเล่นน่า นายก็บ้าจี้เชื่อจริง”
ถึงเขาอยากจะซื้อเรือสักลำ แต่ต่อให้จางไห่ไต้เทเงินทั้งหมดมาให้ ก็คงเป็นได้แค่เบี้ยหัวแตก ไม่พอยาไส้อยู่ดี
สองคนกินข้าวอิ่มแล้ว ร่างกายก็ผ่อนคลายลง
ไปนั่งเล่นเกมที่ร้านเน็ตคาเฟ่ได้สักพัก ทั้งคู่ก็เริ่มเบื่อ
ความเหนื่อยล้าจากการหาของทะเลทำให้พวกเขาอยากพักผ่อน
เนื่องจากจางไห่ไต้เช่าห้องพักเอาไว้แล้ว เจียงหานกับจางไห่ไต้เลยไปที่ห้องเช่าด้วยกัน
เจียงหานทำตัวตามสบายเหมือนบ้านตัวเอง ล้มตัวลงนอนในห้องอีกห้องแล้วก็หลับเป็นตาย
หลับยาวจนตื่นมาอีกทีก็เช้าวันรุ่งขึ้น
เจียงหานตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่ นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ “ฉันวางลอบดักปูทิ้งไว้ที่แนวคันกั้นน้ำทะเลนี่หว่า”
เดิมทีกะว่าจะไปดูผลประกอบการตั้งแต่เมื่อวานเย็น แต่ดันลืมสนิทเลย
“นายจะไปด้วยกันไหม?” เจียงหานหันไปถามจางไห่ไต้
จางไห่ไต้ส่ายหน้า “ผมไม่ไปดีกว่า”
ในเมื่อวางลอบไปแล้ว ก็เหลือแค่ไปกู้ขึ้นมา
ถ้าเขาไปด้วย พี่หานจะเกรงใจเปล่าๆ
ถ้าพี่หานไม่แบ่งเงินให้เขาก็แล้วไป แต่ถ้าจะแบ่งให้เขาอีกจะทำยังไง?
ตอนนี้แค่ตามพี่หานไปหาของทะเล เขาก็ได้เงินตั้งเยอะแยะ เขาเองก็รู้สึกว่าตัวเองเอาเปรียบพี่หานมากพอแล้ว จะให้ตามไปเอาเปรียบทุกเรื่องคงไม่ได้
เจียงหานเห็นจางไห่ไต้ไม่ไป ก็ไม่ได้ว่าอะไร
เขาสวมรองเท้าแล้วเดินออกจากห้อง
รถสามล้อเครื่องยังจอดอยู่ที่หน้าร้านฮ่าวไหลวั่ง ตอนที่เขาเดินไปจะขี่รถ จู่ๆ ก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาขวาง
“พ่อหนุ่ม นายคือคนที่มาส่งของให้ร้านฮ่าวไหลวั่งใช่ไหม?”
เจียงหานมองชายตรงหน้าอย่างระแวดระวัง “ขอโทษนะครับ คุณคือใคร?”
ชายคนนี้ดูอายุราวสี่สิบห้าสิบปี ลงพุงพลุ้ยๆ รูปร่างเริ่มท้วม แต่เวลายิ้มดูใจดีมีเมตตา
เขาชี้ไปที่ร้านรับซื้อของทะเลที่อยู่ข้างๆ ร้านฮ่าวไหลวั่ง
ทุกครั้งที่เจียงหานผ่าน ร้านนี้บางทีก็เปิดบางทีก็ปิด แต่วันนี้เปิดอยู่พอดี
“ผมเป็นเถ้าแก่ร้านรับซื้อของทะเลนั่น แซ่เฉียน”
เจียงหานยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “มีธุระอะไรเหรอครับ?”
เถ้าแก่เฉียนยื่นบุหรี่ให้เจียงหานมวนหนึ่ง เจียงหานยกมือปฏิเสธ “ขอบคุณครับ ผมไม่สูบ”
เถ้าแก่เฉียนเก็บบุหรี่กลับไป ใบหน้ายังคงยิ้มแย้ม “คืออย่างนี้นะ ได้ยินว่าเมื่อวานนายขายปลาไหลมังกรกับหอยสังข์ไปเยอะเลย ไม่รู้ว่ายังมีของเหลืออีกไหม?”
เจียงหานมองเถ้าแก่เฉียนอย่างแปลกใจ “คุณอยากรับซื้อของจากผมเหรอ?”
“ใช่ มีของอะไรเอามาขายผมได้นะ”
เจียงหานยิ่งแปลกใจหนัก “คุณไม่รับซื้อของจากหมู่บ้านเซี่ยเจียงไม่ใช่เหรอครับ?”
เถ้าแก่เฉียนนึกขึ้นได้ เหมือนช่วงก่อนหน้านี้จะมีคนโทรมาถามเขาเรื่องรับซื้อของทะเล
พอรู้ว่าเป็นชาวบ้านจากหมู่บ้านเซี่ยเจียง เขาเลยบอกให้เอาของไปขายให้เจียงเอ๋อร์เหมา
สำหรับเขาแล้ว ไม่ว่าชาวบ้านจะเอามาขายเอง หรือเจียงเอ๋อร์เหมาเอามาขาย เขาก็ให้ราคาเท่ากัน
เขาได้กำไรเท่าเดิม ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่หยวนเดียว
ถ้าชาวบ้านเอาของมาส่งให้เขาโดยตรง ชาวบ้านก็ได้เงินมากขึ้นจริง แต่ผลประโยชน์ของเจียงเอ๋อร์เหมาจะเสียหาย
แบบนั้นความสัมพันธ์ของเขากับเจียงเอ๋อร์เหมาคงมองหน้ากันไม่ติด
สู้ให้ทุกคนมีเงินใช้ด้วยกันดีกว่า เจียงเอ๋อร์เหมาจะได้ขยันช่วยเขาหาของด้วย
ใครจะไปนึกว่าไอ้หนุ่มนี่ไม่ยอมเอาของไปให้เจียงเอ๋อร์เหมา แต่ดันเอาไปส่งให้ร้านฮ่าวไหลวั่งแทน
ได้ยินว่าพักนี้ ไอ้หนุ่มที่ชื่อเจียงหานคนนี้ เอาของดีไปส่งให้ร้านฮ่าวไหลวั่งตั้งเยอะ
นี่มันกระทบผลประโยชน์ของเขาชัดๆ
เถ้าแก่เฉียนยังคงยิ้มสู้ “ผมนึกว่าคุณจะเหมือนชาวบ้านคนอื่น ที่งมได้หอยแมลงภู่มานิดๆ หน่อยๆ ก็จะเอามาขายผม ผมไม่มีเวลามานั่งรับซื้อของแบบนั้นหรอก แต่ถ้าคุณมีของดีมันก็อีกเรื่อง วันหลังคุณเอาของมาส่งที่ร้านผมโดยตรงเลย ผมจะให้ราคาดีๆ แน่นอน”
เจียงหานยิ้มให้เถ้าแก่เฉียน ตอนแรกเขากะว่าจะปฏิเสธไปตรงๆ
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าร้านฮ่าวไหลวั่งกับร้านรับซื้อของทะเลร้านนี้อยู่ติดกัน ทำธุรกิจควรผูกมิตรไว้ก่อน ถ้าเพราะเรื่องของเขาทำให้สองร้านนี้มองหน้ากันไม่ติดคงไม่ดีแน่
“เถ้าแก่เฉียนครับ น้องสาวเจ้าของร้านอาหารเป็นเพื่อนผมน่ะครับ ของของผมคงไม่ได้ขายผ่านช่องทางรับซื้อปกติ”
ของของตัวเองขายให้เพื่อนตัวเอง มันไม่ใช่แค่เรื่องผลประโยชน์เพียวๆ แล้ว
จังหวะนั้นเอง เมิ่งกั่วก็เดินออกมาจากร้านพอดี “เจียงหาน นายยังอยู่ในเมืองเหรอเนี่ย!”
“เมื่อคืนฉันไม่ได้กลับน่ะ” เจียงหานพูดพลางขยิบตาให้เมิ่งกั่ว “เธอบอกเถ้าแก่เฉียนหน่อยสิ ว่าเราเป็นเพื่อนกันหรือเปล่า?”
เมิ่งกั่วตบไหล่เจียงหาน “ถ้าไม่ใช่เพื่อน แล้วจะเป็นอะไรล่ะ?”
พูดจบ หน้าเล็กๆ ของเธอก็แดงระเรื่อ
เถ้าแก่เฉียนมองจนอึ้ง นี่มันเหมือนคู่รักหนุ่มสาวจีบกันชัดๆ?
ถ้าสองคนนี้เป็นแฟนกัน งั้นไอ้หนุ่มนี่เอาของไปส่งให้ร้านอาหารก็เป็นเรื่องปกติสิ
เผลอๆ ด้วยความสัมพันธ์แบบนั้น ของพวกนั้นอาจจะกึ่งขายกึ่งให้ด้วยซ้ำ
เถ้าแก่เฉียนยิ่งคิดก็ยิ่งปวดใจ รู้สึกเหมือนเงินก้อนโตหลุดลอยไป
รอยยิ้มบนหน้าเถ้าแก่เฉียนเริ่มเจื่อนลง “งั้นเชิญพวกคุณคุยกันตามสบายนะ”
พูดจบก็ปิดประตูร้าน ขี่รถจักรยานไฟฟ้าออกไป ไม่รู้ว่ารีบไปทำอะไร
“กินมื้อเช้าหรือยัง? ไปกินด้วยกันไหม?” เมิ่งกั่วกะพริบตาโต ถามเจียงหานด้วยน้ำเสียงนุ่มนิ่ม
ร้านฮ่าวไหลวั่งไม่ได้ขายอาหารเช้า
แต่บางทีถ้าเจียงหานกับจางไห่ไต้เกิดอยากกินมื้อเช้าที่ร้านขึ้นมา
เมิ่งเฟยก็จะทำบะหมี่ทะเลหรือข้าวผัดทะเลให้กิน
แต่พวกซาลาเปาอะไรพวกนี้ไม่มีแน่นอน
เดิมทีเจียงหานไม่คิดจะกินมื้อเช้าอยู่แล้ว
เป็นแบบนี้มาหลายปี
มื้อเช้านี่กินบ้างอดบ้าง กินหรือไม่กินก็ดูจะไม่ต่างกัน
“ยังไม่ได้กิน งั้นไปกินด้วยกันสิ”