- หน้าแรก
- อกหักกลับเกาะพร้อมระบบ ทะเลนี้คือขุมทรัพย์ทองคำ
- บทที่ 42 ฝีมือล้วน ๆ
บทที่ 42 ฝีมือล้วน ๆ
บทที่ 42 ฝีมือล้วน ๆ
เมื่อก่อนผู้เฒ่าผู้แก่ชายทะเลที่มีความเชี่ยวชาญบางคน สามารถตัดสินได้ว่ามีอะไรอยู่ใต้ดินโดยดูจากคุณภาพของดินและแนวโพรง
แต่เด็กหนุ่มสองคนนี้ยังดูเด็กมาก พวกเขาเลยไม่คิดว่าทั้งคู่จะมีทักษะแบบนั้น
จังหวะนั้นเอง พวกเขาก็เหลือบไปเห็นหอยสังข์จุกพราหมณ์ที่เกือบจะล้นออกมาจากถังน้ำใบหนึ่งของเจียงหาน
“คุณพระช่วย หอยสังข์จุกพราหมณ์เยอะขนาดนี้เชียว!”
“ที่พวกเธอหามาได้มีแต่ของดีๆ ทั้งนั้นเลยนี่”
“เดี๋ยวนี้คนมาหาของทะเลเจอของกันน้อยลงทุกที ยิ่งพวกของดีราคาแพงนี่ยิ่งแทบไม่มีให้เห็น พวกเธอทำได้ยังไงเนี่ย?”
เจียงหานยิ้มให้พวกเขาอย่างเป็นกันเอง “ผมมีตาทิพย์ครับ มองทะลุลงไปเห็นใต้ดินได้เลย”
ชาวบ้านที่มุงดูถลึงตาใส่เจียงหานอย่างหมั่นไส้ “คนหนุ่มสมัยนี้ ชอบล้อเล่นไปเรื่อย”
“ไม่ใช่ถ่ายละครนะ จะมามีตาทิพย์อะไรกัน?”
เจียงหานหัวเราะแห้งๆ “นั่นสิครับ ผมล้อเล่น ผู้หลักผู้ใหญ่ที่บ้านเคยสอนวิชาให้ผมนิดหน่อยน่ะครับ ตอนนี้เลยพอเอาตัวรอดได้ไม่ถึงกับอดตาย”
ชาวบ้านที่มุงดูเข้าใจทันที นี่คือวิชาที่สืบทอดกันมาในตระกูล
ได้ยินว่าทางแถบในแผ่นดินใหญ่ ก็มีพวกวิชาขุดสุสานที่สืบทอดกันมาเหมือนกัน แค่ดูภูเขาดูน้ำข้างบน ก็รู้ได้ว่าข้างล่างมีสุสานใหญ่หรือไม่
วิชาแบบนี้ คนเขาคงไม่สอนให้คนนอกแน่ๆ และพวกเขาก็คงเรียนเลียนแบบไม่ได้
เมื่อเห็นเจียงหานกับจางไห่ไต้หิ้วถังน้ำเดินไปทางอื่น
ชาวบ้านต่างก็เริ่มทยอยแยกย้ายกันไป
แทนที่จะมายืนดูคนอื่นขุดของดี สู้เอาเวลาไปขยันหาของเล็กๆ น้อยๆ กลับไปต้มซุปกินเองดีกว่า
แต่ก็ยังมีชาวบ้านอีกสามคนที่ไม่คิดจะหาของแล้ว เดินตามหลังเจียงหานกับจางไห่ไต้ไปติดๆ
พวกเขาอยากจะดูให้เห็นกับตาว่าสองคนนี้มีวิชาดีจริงหรือเปล่า
เห็นแค่เจียงหานหิ้วถังน้ำ เดินไปหยุดยังจุดหนึ่งอย่างมีเป้าหมายชัดเจน
เขาวาดวงกลมลงบนพื้นตรงจุดนั้น
จากนั้นก็ลงมือขุดหลุมพร้อมกับจางไห่ไต้
ดินตรงนี้นิ่มมาก ไม่ต้องออกแรงเยอะก็ขุดได้
ต่อให้ใช้มือเปล่าโกย ก็ยังโกยออกไปได้ไม่น้อย
คราวนี้ขุดหลุมลึกเกือบสามเมตร
เจียงหานกระโดดลงไป แล้วจับปลาไหลมังกรตัวนั้นออกมาได้อย่างแม่นยำ
ชาวบ้านสามคนที่ตามมาดูถึงกับอ้าปากค้าง
นี่มันจะเก่งเกินไปแล้ว
ถ้ามีฝีมือขนาดนี้ จะต้องไปเข้าโรงงานขันน็อตทำไมกัน
พอเจียงหานขุดปลาไหลมังกรตัวที่สี่ออกมาได้ ชาวบ้านเหล่านั้นถึงกับปรบมือให้เลยทีเดียว
พร้อมกันนั้นก็รู้สึกอิจฉาตาร้อนสุดๆ
ถ้าพวกเขามีวิชาแบบนี้บ้างก็คงจะดี
ป้ากุ้ยฮวากับป้าเป้าหยาก็เดินผ่านมาทางนี้พอดี
พวกแกจับกุ้งได้สองสามตัว กับปูขนอีกไม่กี่ตัว
รวมๆ กันแล้วน่าจะขายได้สักร้อยกว่าหยวน
ตอนแรกพวกแกก็ดีใจกันอยู่หรอก รู้สึกว่าวันนี้ได้อานิสงส์โชคดีจากเจียงหานมาด้วย
แต่พอมาเห็นผลงานของเจียงหาน ความดีใจที่มีก็เหลือแค่ความอิจฉาล้วนๆ
คนกับคนเทียบกันแล้วมันน่าเจ็บใจจริงๆ
แต่ถึงอย่างนั้นป้ากุ้ยฮวาก็ยังดีใจแทนเจียงหานอยู่มาก สองครอบครัวเป็นเพื่อนบ้านกันมาตั้งหลายปี
ตอนที่พ่อแม่ของเจียงหานสิ้นบุญ ไม่รู้ว่าเป็นห่วงพี่น้องคู่นี้ขนาดไหน
ตอนนี้พ่อแม่ของพวกเขาคงนอนตายตาหลับได้แล้ว
เพียงแต่ถ้าเจียงหานเอาแต่อยู่บนเกาะแบบนี้ ที่อุตส่าห์ไปร่ำเรียนจบมหาวิทยาลัยดังมาก็คงเสียเปล่า
เจียงหานไม่รู้ว่าป้ากุ้ยฮวากำลังคิดอะไรอยู่ เขาขุดหลุมอีกหลุม แล้วก็จับปลาไหลมังกรออกมาได้อีกตัว
ป้ากุ้ยฮวากับป้าเป้าหยาเห็นดังนั้น บวกกับได้ยินชาวบ้านคนอื่นคุยกัน ในที่สุดก็เข้าใจกระจ่างแจ้งเสียทีว่าเจียงหานไม่ได้พึ่งดวงมาตั้งแต่ต้น แต่เขาพึ่งฝีมือล้วนๆ
พื้นที่กว้างใหญ่ขนาดนี้ มีจุดให้ขุดตั้งมากมาย ทำไมทุกจุดที่เจียงหานเลือกขุดถึงมีปลาไหลมังกรอยู่ข้างใต้กันล่ะ?
ชาวบ้านบางคนเห็นเจียงหานขุดปลาไหลมังกรได้เยอะขนาดนั้น ก็วิ่งเข้ามาดูอีก
พวกเขาอยากให้เจียงหานพาหาของทะเลด้วย
อยากจะเดินตามก้นเจียงหานเผื่อจะได้เก็บตกอะไรได้บ้าง
แต่การขุดปลาไหลมังกรแบบนี้ มันต้องระบุเป้าหมายเจาะจงเกินไป
ต่อให้พวกเขาไปขุดหลุมอยู่ข้างๆ ก็ขุดไม่เจอปลาไหลมังกรหรอก
ชายชราคนหนึ่งสะกิดเจียงหาน “พ่อหนุ่ม แถวนี้ยังมีปลาไหลมังกรอีกไหม?”
เจียงหานยิ้มให้ชายชราคนนั้น “ไม่น่ามีแล้วครับ”
ต่อให้มี เขาก็ไม่บอกหรอก
แต่อันที่จริงปลาไหลมังกรแถวนี้ก็ถูกเขาขุดไปเกือบหมดแล้วเหมือนกัน
ความจริงแล้วเขารู้สึกสยองกับพวกสัตว์ตัวยาวๆ คล้ายงูแบบนี้อยู่เหมือนกัน วันนี้จับไปตั้งเยอะ เล่นเอาเขารู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
เห็นว่าเวลายังเหลือ
เขาเลยเก็บหอยขมกับหอยทรายมาอีกหน่อย
หอยขมกับหอยทรายราคาไม่แพง ครั้งนี้เขาไม่คิดจะขาย
กะว่าจะเก็บไว้กินเอง
เทียบกับอาหารทะเลแล้ว โอกาสที่พวกเขาจะได้กินสัตว์น้ำจืดพวกนี้มีน้อยกว่าจริงๆ
ตอนที่งมหอยขม เขาก็ถือโอกาสจับปูทะเลตัวใหญ่มาได้อีกสามตัว
จางไห่ไต้เองก็ดวงดีไม่เบา ได้ปูขนมาหลายตัว แถมยังเก็บหอยกะพงได้อีกเพียบ
กว่าพวกเขาจะใส่ถังน้ำสี่ใบจนเต็ม น้ำก็จวนเจียนจะขึ้นแล้ว
ชาวบ้านเหล่านั้นได้แต่มองตาละห้อย ดูชายหนุ่มร่างโตสองคนหิ้วถังน้ำสี่ใบเดินออกไปอย่างทุลักทุเล
ในขณะที่ถังน้ำในมือพวกเขานั้น หิ้วขึ้นมาได้สบายๆ
เนื่องจากอากาศร้อน แถมยังแต่งตัวมิดชิด
ทั้งเจียงหานและจางไห่ไต้ต่างก็เหงื่อท่วมตัว
ที่บ้านเจียงหานติดเครื่องทำน้ำอุ่นแล้ว ชายหนุ่มสองคนอาบน้ำเสร็จก็ยังไม่กล้าพัก รีบขี่รถสามล้อเครื่องมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองทันที
ตอนนี้เป็นเวลากลางวัน อากาศร้อนจัด
แถมของที่จับมาได้คราวนี้มีแต่ของดีราคาแพง กลัวว่าถ้าอากาศร้อนเกินไปพวกมันจะขาดออกซิเจนตายเสียก่อน รีบเอาไปขายให้เร็วที่สุดน่าจะชัวร์กว่า
เมิ่งเฟยกับเมิ่งกั่วเห็นของที่เจียงหานขนมาคราวนี้ก็ตกใจตาโต
เมิ่งกั่วตบไหล่เจียงหานดังป้าบ “ใช้ได้เลยนี่เจียงหาน แต่ละครั้งนี่หาแต่ของดีตัวเป้งๆ มาได้ทั้งนั้น”
เจียงหานยักคิ้วให้เมิ่งกั่ว “พี่ใช้ฝีมือล้วนๆ นะจะบอกให้”
เมิ่งกั่วมองเจียงหานด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปนิดหน่อย “จ้าๆ รู้แล้วว่าเก่ง”
พอได้ยินเมิ่งเฟยเร่ง เมิ่งกั่วก็รีบเอาของพวกนี้ขึ้นชั่งทีละอย่าง
“ปลาไหลมังกรห้าตัว รวมสิบหกชั่ง ชั่งละห้าร้อยหยวน รวมแปดพันหยวน”
“หอยสังข์จุกพราหมณ์ยี่สิบสามชั่ง ชั่งละสองร้อยยี่สิบหยวน รวมห้าพันหกสิบหยวน”
“ปูทะเลสามตัว รวมหกชั่ง ชั่งละเก้าสิบหยวน รวมห้าร้อยสี่สิบหยวน”
“รวมค่าของทะเลทั้งหมด เป็นเงินหนึ่งหมื่นสามพันหกร้อยหยวน”
พอเมิ่งกั่วคิดเงินเสร็จ ก็โอนเงินให้เจียงหานทันที
จำนวนเงินนี้เกินความคาดหมายของเจียงหานไปอีกแล้ว
ราคาที่เมิ่งเฟยให้เขานั้นยุติธรรมเสมอมา
แม้เงินรอบนี้จะน้อยกว่าคราวก่อนนิดหน่อย แต่คราวก่อนมีคนตั้งสี่คน สองพี่น้องหม่าเสี่ยวเหม่ยกับหม่าเสี่ยวเม่ยก็ช่วยได้เยอะ
ตอนที่พวกเธอไป ก็ทิ้งส่วนแบ่งอาหารทะเลไว้ให้หมดเลย
รอบนี้เขากับจางไห่ไต้แค่สองคน มีรายได้ขนาดนี้ก็นับว่าดีมากแล้ว
[ติ๊ง โฮสต์ขายของทะเลได้เงิน 13,600 หยวน ได้รับแต้มระบบ 13,600 แต้ม]
[รวมกับแต้มสะสมเดิม แต้มระบบรวมทั้งหมด: 14,837 แต้ม]
[ขณะนี้สามารถใช้แต้มระบบ 12,500 แต้ม แลกเปลี่ยนระยะสแกน 25 เมตร ยืนยันการแลกเปลี่ยนหรือไม่]
[แลกเปลี่ยนสำเร็จ โฮสต์มีระยะสแกน 145 เมตร]
[แลกเปลี่ยนสำเร็จ แต้มระบบคงเหลือ 2,337 แต้ม]
[ขอให้โฮสต์พยายามต่อไป!]
“เจียงหาน ของในถังใบนี้ไม่ขายเหรอ?” เมิ่งกั่วทำหน้าแบ๊ว ถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“ไม่ขาย อันนี้ฉันเก็บไว้กินเอง”
“เยอะขนาดนั้นเลย ของจะล้นออกมาอยู่แล้วนะ”