- หน้าแรก
- อกหักกลับเกาะพร้อมระบบ ทะเลนี้คือขุมทรัพย์ทองคำ
- บทที่ 20 จับปลาไหลทะเล
บทที่ 20 จับปลาไหลทะเล
บทที่ 20 จับปลาไหลทะเล
เจียงหานไม่คิดจะโทษจางไห่ไต้เพราะเรื่องแค่นี้
ปากก็บอกพวกเธอปาวๆ แล้วว่าอย่าเที่ยวไปจับซี้ซั้ว
หอยหมวกเจ๊กบนหินมีให้จับดีๆ ไม่จับ ดันซนไปล้วงหอยตลับราคาถูกที่อยู่ใต้หิน
หอยพวกนี้พอรู้ว่ามีคนมาแตะ ก็ต้องงับป้องกันตัวเป็นธรรมดา
คีมคีบปลาไหลในมือก็มีไม่ใช้ ถุงมือก็ไม่ใส่
ดันเอามือเปล่าไปล้วง
เจียงหานไม่รู้จะด่าว่าโง่หรือใจกล้าดี
ถ้าเป็นเขากับจางไห่ไต้โดนหนีบ หนังหนาๆ อย่างพวกเขาคงเจ็บจี๊ดเดียว แต่ผิวผู้หญิงบอบบาง โดนเข้าไปทีถึงกับได้เลือด
เจียงหานหันไปทางหม่าเสี่ยวเหม่ย “ให้ไห่ไต้ไปส่งคุณกลับก่อนไหม?”
หม่าเสี่ยวเหม่ยส่ายหน้าดิก “ฉันไม่กลับ เลือดออกแค่นิดเดียวเอง ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อีกอย่างฉันยังไม่เห็นปลาปักเป้าเลย”
“คุณจะบ้าเหรอ! ปลาปักเป้าป่ามีพิษร้ายแรงนะ อยากตายหรือไง ถ้าอยากกินจริงๆ ไปซื้อปลาเลี้ยงกินโน่น”
เจียงหานนึกคำจำกัดความได้คำเดียว ‘คนไม่รู้ย่อมไม่กลัว’
หม่าเสี่ยวเหม่ยเบะปากทำท่าน้ำตาคลอ “ฉันไม่ได้จะกินซะหน่อย ฉันเห็นบล็อกเกอร์สายทะเลเขาเอาปลาปักเป้ามาขัดรองเท้า ฉันก็แค่อยากลองเอามาขัดรองเท้าบ้าง”
เจียงหาน: “...”
เขาพูดได้คำเดียวว่า จิตใจผู้หญิงยากแท้หยั่งถึง เขาไม่เข้าใจจุดโฟกัสของพวกเธอจริงๆ
มาหาของทะเลเพื่อจะเอาปลาปักเป้าไปขัดรองเท้าเนี่ยนะ?
จางไห่ไต้เองก็เกาหัวแกรกๆ วงจรความคิดของผู้หญิงพวกนี้นี่มันสุดโต่งจริงๆ
เพราะปลาปักเป้ามีพิษ คนเลยไม่นิยมจับมากิน
ดังนั้นโอกาสที่จะเจอเวลามาเดินหาของทะเลจึงมีสูงมาก
เจียงหานกวาดตามองรอบเดียว ก็เจอเจ้าปลาปักเป้าอยู่ในแอ่งน้ำขังหลายจุด
ถ้าจะเอามาขัดรองเท้า ตัวเล็กหน่อยน่าจะดีกว่า หนามจะได้ไม่แข็งเกินไป แถมหนามยังถี่กว่าด้วย
เขาเดินเข้าไปจับปลาปักเป้าตัวเล็กที่สุดขึ้นมา
ปลาปักเป้าต้องได้รับการกระตุ้นถึงจะพองลม
เจียงหานใช้นิ้วเกาใต้คางมัน เจ้าปลาปักเป้าก็พองตัวกลายเป็นลูกบอลกลมดิก
“ว้าว! เจียงหาน คุณทำได้ยังไงคะ? ทำไมมันถึงพองเป็นลูกบอลเลยล่ะ?”
หม่าเสี่ยวเหม่ยกับหม่าเสี่ยวเม่ยมองเจียงหานด้วยสายตาเป็นประกายวิบวับ
เจียงหานโยนปลาปักเป้าลูกบอลให้สองพี่น้อง
พอถึงมือหม่าเสี่ยวเหม่ย เจ้าปลาก็แฟบลง
“ใช้นิ้วสองนิ้วจับตรงแก้ม แล้วใช้อีกนิ้วเกาคางมัน”
หม่าเสี่ยวเหม่ยทำตาม ปลาปักเป้าตัวนั้นก็กลับมาพองลมอีกครั้ง
ตอนพองลมราวกับมันส่งเสียงร้อง “กิ๊วๆๆๆ” ออกมาด้วย เล่นเอาสองสาวใจละลาย
หม่าเสี่ยวเหม่ยใช้ปลาปักเป้าน้อยขัดรองเท้าผ้าใบของตัวเองเสร็จ ก็ส่งต่อให้หม่าเสี่ยวเม่ย
หม่าเสี่ยวเม่ยก็ใช้วิธีที่เจียงหานสอน ทำให้มันพองลมแล้วเอามาขัดรองเท้าบ้าง
ประสบการณ์แบบนี้มันแปลกใหม่สุดๆ
ตอนปล่อยปลาปักเป้าน้อยคืนสู่ธรรมชาติ พวกเธอรู้สึกว่าทริปนี้คุ้มค่าแล้ว
ถึงแม้คราบสกปรกบนรองเท้าจะไม่ออกเลยสักนิดก็ตาม
มัวแต่เสียเวลาไร้สาระ ผ่านไปชั่วโมงครึ่งแล้ว
เจียงหานรู้สึกว่าเวลาทำเงินของเขาถูกสองพี่น้องผลาญไปจนหมด
แถมเจ้าหมึกสายที่เขาเล็งไว้เมื่อกี้ก็หายจ้อยไปแล้ว
เจียงหานต้องเริ่มหาเป้าหมายใหม่
ขณะสแกนไปรอบๆ โขดหิน จู่ๆ เขาก็สแกนเจอปลาไหลทะเลสองตัว
เขารีบเตือนสองสาว “อย่าเดินเพ่นพ่าน ตรงนี้มีปลาไหลทะเล”
โดนปลาไหลทะเลกัด ไม่ใช่แค่เลือดออกซิบๆ แน่
ตอนเด็กๆ เขาเคยเห็นคนโดนปลาไหลทะเลกัดจนกระดูกนิ้วแตก ตั้งแต่นั้นมา พี่สาวก็ห้ามเขาจับปลาไหลทะเลเด็ดขาด
โตป่านนี้แล้ว เจียงหานก็ยังสยองกับไอ้ตัวนี้อยู่
ชาวประมงเฒ่าเก๋าเกมอาจจะกล้าใช้มือจับ แต่เขาไม่กล้า
เขาหยิบคีมคีบปลาไหลออกมา แยงเข้าไปในรูหิน
หนีบทีแรกไม่อยู่ ทีที่สองก็ยังไม่อยู่
เจ้านี่ตัวลื่นมาก แรงเยอะด้วย จะจัดการมันไม่ง่ายเลยจริงๆ
ระบบสแกนช่วยให้เขามองเห็น แต่ไม่ได้ช่วยจับให้
เจอสัตว์ประเภทนี้ ต้องอาศัยเทคนิคล้วนๆ
“พี่หาน ลองเล็งหนีบที่หัวดู ถ้าล็อกหัวได้ มันก็สะบัดไม่หลุดแล้ว” เรื่องนี้จางไห่ไต้ดูจะมีประสบการณ์มากกว่า
เจียงหานคิดตามแล้วก็เห็นด้วย หนีบตัว พอมันสะบัดหัวแรงๆ ก็หลุดได้ เผลอๆ หัวมันจะวกมากัดมือเอา มือจะพังเอาได้
หนีบหัว ถึงตัวจะฟาดงวงฟาดงา แรงมันก็ส่งมาไม่ถึง แถมปลอดภัยกว่า
ติดตรงที่ถึงเขาจะมองเห็นชัดแจ๋ว แต่การจะเล็งหนีบหัวให้แม่นยำก็ยังยากอยู่ดี
เขาลองอยู่หลายครั้ง ในที่สุดก็ล็อกหัวปลาไหลทะเลได้สำเร็จ กันมันดิ้นหลุด เขาต้องออกแรงบีบเพิ่มขึ้นอีก
พอดึงมันออกมาจากรูหินได้ เขาก็รีบโยนลงถังน้ำ
เล่นเอาเหงื่อท่วมตัว
การจับปลาไหลทะเลสักตัวนี่ไม่ง่ายเลยแฮะ
นึกขึ้นได้ว่ายังมีอีกตัว เขาจิบน้ำแก้กระหาย แล้วลุยต่อ
เขามองคีมคีบปลาไหลในมือ เจ้านี่ถึงจะทำกันลื่นมาแล้ว แต่พอเจอของแรงเยอะแถมปราดเปรียวอย่างปลาไหลทะเล ก็ดูจะไม่ค่อยตอบโจทย์เท่าไหร่
ร้านขายอุปกรณ์ตกปลาในตำบลมีของน้อย เดี๋ยวเขาลองหาในเน็ตดูดีกว่าว่ามีของดีกว่านี้ไหม
ถ้ามีอุปกรณ์ที่เข้ามือ ต่อให้เขาส่งมาไม่ถึงเกาะ เขาต้องนั่งเรือไปรับเองก็ยังคุ้ม
ตอนที่เขาคีบปลาไหลทะเลตัวที่สองขึ้นมาได้ หม่าเสี่ยวเหม่ยกับหม่าเสี่ยวเม่ยก็ปรบมือเชียร์กันยกใหญ่
ปลาไหลทะเลตกใจ อ้าปากโชว์เขี้ยวแหลมใส่เจียงหาน
เจียงหานสะดุ้งโหยง เกือบทำหลุดมือ
นี่เขาพาคนดูมาด้วยเหรอเนี่ย?
แถมเป็นคนดูที่พร้อมผันตัวเป็นเชียร์ลีดเดอร์ได้ตลอดเวลาซะด้วย
สายตาของหม่าเสี่ยวเม่ยไปสะดุดเข้ากับปลาดาวตัวหนึ่ง แต่เพราะบทเรียนของหม่าเสี่ยวเหม่ย เธอเลยไม่กล้าจับมั่วซั่ว
“เจียงหาน ตรงนั้นมีปลาดาว สวยจังเลย เราจับมันได้ไหมคะ?”
เจียงหานเหลือบมองปลาดาวแวบหนึ่ง
“อืม เห็นแล้ว”
แล้วเขาก็หันหลังกลับ ไปหาของอย่างอื่นต่อ
หม่าเสี่ยวเม่ยอึ้งกิมกี่ ทำไมปฏิกิริยาเป็นงี้ล่ะ?
เธอวิ่งไปดักหน้าเจียงหาน “เราจับมันไปขายกันเถอะ”
เจียงหานเริ่มเปิดคลาสบรรยายให้หม่าเสี่ยวเม่ยฟังอีกรอบ “ถึงปลาดาวบางที่เขาจะกินกัน แต่ปลาดาวแถวบ้านเรามันกินไม่ได้”
“ทำไมถึงกินไม่ได้ล่ะคะ?” หม่าเสี่ยวเม่ยกะพริบตาปริบๆ ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เจียงหานนิ่งไป กินไม่ได้ก็คือกินไม่ได้ เขาจะไปรู้ได้ไงว่าทำไม?
เขาไม่ใช่สารานุกรมเคลื่อนที่นะ
อาจจะเห็นสีหน้าเจียงหานไม่ค่อยดี หม่าเสี่ยวเม่ยเลยรีบเปลี่ยนเรื่อง
“มันหน้าตาสวยดีจัง ฉันขอจับมาเล่นแป๊บหนึ่งได้ไหมคะ?”
เจียงหานมองเธอแล้วหัวเราะ หึหึ
“อยากจับก็จับสิ”
หม่าเสี่ยวเม่ยรู้สึกทะแม่งๆ “ตัวนี้ไม่มีพิษใช่ไหมคะ?”
“ไม่มีพิษ” ถ้ามีพิษจริง เขาคงไม่ให้เธอแตะหรอก
“แล้วมันกัดคนไหม?”
“คุณใส่ถุงมือ ระวังอย่าไปโดนหนามมันก็พอ” ปลาดาวไม่โจมตีคนก่อนหรอก
หม่าเสี่ยวเม่ยได้ยินดังนั้นก็วางใจ สวมถุงมือเดินเข้าไปจับปลาดาว
ยังไม่ทันจะได้เล่น เธอก็รีบโยนปลาดาวกลับลงทะเล
ปลาดาวสวยก็จริง เธอเคยเห็นคนเอาไปทำเป็นของที่ระลึกด้วย
แต่ไม่เห็นมีใครบอกเธอเลยว่า กลิ่นปลาดาวมันจะคาวคลุ้งขนาดนี้!