- หน้าแรก
- อกหักกลับเกาะพร้อมระบบ ทะเลนี้คือขุมทรัพย์ทองคำ
- บทที่ 16 รับเลี้ยงคู่แฝด
บทที่ 16 รับเลี้ยงคู่แฝด
บทที่ 16 รับเลี้ยงคู่แฝด
เจียงหานมองคู่แฝดคู่นี้อีกครั้ง หน้าตายังดูละอ่อน น่าจะเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยมาหมาดๆ
“ห้องรับแขกบ้านผมให้พวกคุณพักได้ แต่สภาพไม่ได้ดีอะไรนะ”
หม่าเสี่ยวเหม่ยกับหม่าเสี่ยวเม่ยได้ยินเจียงหานพูดแบบนั้นก็รีบตอบทันควัน “ไม่เป็นไรค่ะ ขอแค่มีที่ให้พวกเราซุกหัวนอนก็พอ”
เจียงหานจึงเปิดประตูต้อนรับ “เข้ามาสิ”
ผู้ใหญ่บ้านถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก โชคดีที่เจียงหานยอมให้คนพัก ไม่อย่างนั้นวันนี้แกก็ไม่รู้จะไปทำยังไงต่อดี
หม่าเสี่ยวเหม่ยกับหม่าเสี่ยวเม่ย พอเข้าบ้านปุ๊บก็วางเป้ใบมหึมาลงจากหลังทันที
“ขอโทษนะคะ ที่นี่อาบน้ำได้ไหม? พวกเราสองพี่น้องเดินทางมาทั้งวัน ยังไม่ได้อาบน้ำเลย”
คู่แฝดคู่นี้หน้าตาหมดจดงดงาม พวกเธอบอกว่าชอบท่องเที่ยวไปทั่ว แต่ผิวพรรณกลับยังขาวผ่อง
แถมยังดูผอมเพรียวแบบมีน้ำมีนวล
“ที่นี่ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นครับ ถ้าคุณจะอาบน้ำ ต้องต้มน้ำอาบเอง”
สองพี่น้องไม่ได้ทำตัวเรื่องมาก ถามแค่ว่าเจียงหานมีกาน้ำร้อนไหม
สุดท้ายเจียงหานก็หยิบ ‘ขดลวดต้มน้ำ’ มาให้พวกเธออันหนึ่ง
พร้อมกับยื่นถังน้ำใบใหญ่สีแดงให้ด้วย “ใช้กาน้ำร้อนต้มมันช้า ถังน้ำใบนี้ผมเพิ่งซื้อมาใหม่ ยังไม่ได้ใช้ พวกคุณเอาขดลวดต้มน้ำเสียบปลั๊กแล้วจุ่มลงไปในถัง รอให้น้ำในถังร้อนก็ตักอาบได้เลย”
ใบหน้าพิมพ์เดียวกันของสองพี่น้องฉายแววงุนงงออกมาเหมือนกันเปี๊ยบ
แล้วก็กะพริบตาปริบๆ พร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย “ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอคะ?”
วิธีการที่เรียบง่ายและดิบเถื่อนแบบนี้ พวกเธอเกิดมาไม่เคยได้ยินมาก่อน
“เมื่อก่อนพี่สาวผมก็ต้มน้ำอาบแบบนี้แหละ คนในหมู่บ้านเมื่อก่อนก็ทำกันทั้งนั้น”
ตัวเขาที่เป็นผู้ชายอกสามศอก ร้อนขนาดนี้ไม่ต้องต้มน้ำหรอก ใช้น้ำเย็นราดตัวก็จบ
สองพี่น้องกล่าวขอบคุณ แล้วลองไปต้มน้ำตามวิธีที่เจียงหานบอก
อาจจะเพราะรู้สึกแปลกใหม่ ผ่านไปแป๊บเดียวพวกเธอก็จะเอามือไปแตะวัดอุณหภูมิที่ถังน้ำทีหนึ่ง
จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงร้องตื่นเต้นตูมตามของพวกเธอ
“คุณพระ! มันต้มน้ำได้จริงๆ ด้วย!”
“หรือนี่จะเป็นภูมิปัญญาของชนชั้นแรงงาน?”
“ทำไมถึงคิดวิธีนี้ขึ้นมาได้นะ?”
เจียงหานมุมปากกระตุก วิธีการที่พวกเขาใช้กันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย พอไปอยู่ในสายตาพวกเธอกลับกลายเป็นภูมิปัญญาชนชั้นแรงงานไปซะงั้น?
เจียงหานดูโทรศัพท์อีกครั้ง พยากรณ์อากาศบอกว่าพายุไต้ฝุ่นจะขึ้นฝั่งที่เมืองชางเฉิงในอีกห้าชั่วโมงข้างหน้า ก่อนจะถึงเมืองชางเฉิง หางเลขของพายุก็จะกวาดผ่านเกาะของพวกเขาไปสักรอบ
พายุไต้ฝุ่นครั้งนี้มีความรุนแรงระดับ 10.5 จัดเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง ได้แต่หวังว่าส่วนที่รุนแรงที่สุดของพายุจะไม่พัดมาโดนเกาะของพวกเขา
เจียงหานเดินตรวจตราความเรียบร้อยรอบบ้าน ปิดหน้าต่างทุกบานจนแน่นหนา
เวลานี้เสียงตามสายในหมู่บ้านก็เริ่มประกาศเตือน ให้ทุกคนรีบกลับบ้าน อย่าเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอก และให้เตรียมพร้อมรับมือพายุไต้ฝุ่น
โทรศัพท์มีข้อความจากจางไห่ไต้เด้งเข้ามา
[พี่หาน พายุจะเข้าแล้วนะ]
นึกขึ้นได้ว่าจางไห่ไต้ยังอยู่ในตัวตำบล เจียงหานเลยตอบกลับไป
[ฉันรู้แล้ว นายยังไม่กลับมาอีกเหรอ]
[ผมไม่กลับแล้ว ร้านเน็ตปิดพอดี ผมเลยขอนอนเฝ้าร้านให้เขาซะเลย]
เจียงหานนึกไม่ถึงว่าจางไห่ไต้จะยึดร้านเน็ตเป็นบ้านไปจริงๆ
หลังจากจัดการมาตรการความปลอดภัยชั้นล่างเสร็จ เจียงหานก็ขึ้นไปชั้นบน มีสาวๆ สองคนพักอยู่ข้างล่าง เขาเป็นผู้ชายลงไปป้วนเปี้ยนก็คงไม่สะดวก
อีกอย่าง เมื่อคืนเขานอนไม่พอจริงๆ บวกกับวันนี้คงออกไปหาของทะเลไม่ได้แน่ เขาเลยกะว่าจะนอนชดเชยส่วนที่ขาดไปเมื่อวาน
น่าเสียดายอยู่อย่างเดียว คือวันนี้เป็นวันน้ำเกิด
เดือนหนึ่งมีวันน้ำเกิดอยู่ไม่กี่วัน ดันมาโดนพายุไต้ฝุ่นทำพังซะได้
เจียงหานเพิ่งจะล้มตัวลงนอน เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก ปรากฏว่าเป็นข้อความโอนเงินจากพี่สาวของเขา
ยอดเงินสองพันหยวน
เจียงหานไม่ได้กดรับ แต่ทำเลียนแบบพี่สาว ด้วยการโอนกลับไปให้เธอสองพันหยวนเหมือนกัน
เจียงเฟิ่งเห็นยอดเงินโอนกลับมาก็ชะงัก น้องชายเธอเอาแต่บอกว่ามีเงิน ที่แท้ก็มีเงินจริงๆ สินะ
เงินก้อนนี้คงเป็นเงินเก็บจากการทำงานตอนอยู่หนานเฉิง รอให้เขาใช้เงินจนร่อยหรอเมื่อไหร่ เธอค่อยถามเขาใหม่อีกทีแล้วกัน
เจียงเหวินซานที่นอนอยู่ข้างๆ สะกิดเมีย “นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คนเดียวเป็นบ้าอะไร?”
“ฉันดีใจน่ะสิ น้องชายฉันรู้จักความขึ้นเยอะเลย”
เจียงเหวินซานไม่ได้พูดอะไร เจียงหานก็แค่สอบติดมหาวิทยาลัยดีๆ แต่สมัยนี้ใบปริญญามันไม่ได้มีค่าเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
แค่เจียงหานไม่มาเป็นภาระให้ครอบครัวเขา ก็ถือว่าบุญโขแล้ว
เจียงหานไม่กดรับเงิน เจียงเฟิ่งก็ยิ่งไม่มีทางกดรับเงินคืน
ยอดเงินโอนของทั้งสองคนเลยค้างเติ่งอยู่ในหน้าแชตอยู่อย่างนั้น
เจียงหานคิดว่าในที่สุดจะได้นอนสักที เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีก
เจียงหานเริ่มหงุดหงิด ตอนไปเปิดประตูสีหน้าเลยไม่ค่อยสู้ดีนัก
แล้วเขาก็เห็นแฝดผู้พี่ หม่าเสี่ยวเหม่ย ยืนอยู่ตรงหน้าในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าไหมพริ้วบางเฉียบ
คอเสื้อนั่น ถ้าต่ำลงกว่านี้อีกนิดคงปิดอะไรไม่มิดแล้ว
“มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”
น้ำเสียงของเจียงหานเย็นชาจนหม่าเสี่ยวเหม่ยสะดุ้ง “ขอโทษค่ะ คือฉันอยากจะโทรบอกที่บ้านว่าปลอดภัยแล้ว แต่โทรไม่ติดเลย”
เจียงหานถอนหายใจ คว้าเสื้อกล้ามสีขาวมาสวมทับ แล้วเดินนำออกจากห้อง
“ข้างล่างสัญญาณไม่ค่อยดี ในห้องผมสัญญาณดีกว่า คุณเข้าไปโทรในห้องผมเถอะ”
หม่าเสี่ยวเหม่ยกล่าวขอบคุณรัวๆ แล้วเดินเข้าไปในห้องของเจียงหาน
ตอนเจียงหานเดินออกมา เธอแอบมองแผ่นหลังของเขาอยู่หลายแวบ
หุ่นแซ่บมาก นี่มันสไตล์ 'ใส่เสื้อดูผอม ถอดออกมามีกล้าม' ชัดๆ
ตอนเจียงหานลงมาข้างล่าง หม่าเสี่ยวเม่ยกำลังกางเต็นท์อยู่ในห้องรับแขก
“คุณไม่ไปโทรบอกที่บ้านเหรอ?”
เจียงหานไม่รู้จะเรียกพวกเธอยังไง ถึงจะรู้ชื่อ ก็แยกไม่ออกอยู่ดีว่าใครเป็นใคร
“เดี๋ยวค่อยไปค่ะ” เธอก็สวมชุดนอนสายเดี่ยวผ้าไหมแบบเดียวกับพี่สาว
ตอนเจียงหานเดินเข้ามา เธอเผลอดึงชายกระโปรงลงเพื่อจะปิดท่อนขาขาวเนียน แต่กลายเป็นว่าคอเสื้อกลับยิ่งรั้งต่ำลงไปอีก
เจียงหานทำหน้าไม่ถูก รีบเบนสายตาไปทางอื่น มาใส่ชุดวับๆ แวมๆ ในบ้านเขาแบบนี้ เห็นเขาเป็นพระอิฐพระปูนหรือไง?
เขาทำอะไรพวกเธอไม่ได้ กะว่าจะหนีไปนอนห้องพี่สาว พี่สาวแต่งงานออกไปแล้วก็ไม่ค่อยได้กลับมานอน แต่ห้องก็ยังเก็บไว้ให้เหมือนเดิม
แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ถูกหม่าเสี่ยวเม่ยเรียกไว้อีก “ขอโทษนะคะ ที่นี่มีอะไรกินบ้างไหมคะ?”
เจียงหานตัดรำคาญ กะว่าจะสละบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของตัวเองให้
แต่หม่าเสี่ยวเม่ยกลับพูดด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร “พวกเราสองพี่น้อง ตลอดทางถ้าไม่กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ก็กินข้าวกล่องอุ่นร้อน หรือไม่ก็ข้าวสวยเวฟ เรากินอาหารขยะพวกนี้จนเอียนแล้วค่ะ อยากกินอะไรที่เป็นอาหารคนบ้าง”
เจียงหานกัดฟันกรอด เรื่องมากจริงแม่คุณ
แต่เขาก็ต้องจำยอม
ตอนนี้ทั่วประเทศกำลังรณรงค์เรื่องภาพลักษณ์การท่องเที่ยว
เกาะเจียววานานทีปีหนจะมีนักท่องเที่ยวหลงมา
ถ้าวันไหนเกิดดังขึ้นมาเพราะชาวเกาะเจียววาแล้งน้ำใจ คงได้ขายหน้าประชาชีแน่
เขาจินตนาการออกเลยว่าหน่วยงานท่องเที่ยวที่อื่นจะหัวเราะเยาะเกาะเจียววายังไง
“ทำกับข้าวเป็นไหม?”
เจียงหานชี้ไปทางครัว “ในครัวมีข้าวสาร มีหม้อหุงข้าว แล้วก็มีกระทะไฟฟ้า พวกคุณทำกินกันเองได้เลย”
หม่าเสี่ยวเม่ยได้ยินว่ามีของพวกนี้ก็ดีใจจนเนื้อเต้น
“ขอบคุณนะ เจียงหาน”