เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 เข้าเมือง

บทที่ 7 เข้าเมือง

บทที่ 7 เข้าเมือง


“รู้ว่าพี่เก่งก็ดีแล้ว” เจียงหานยัดเงินคืนใส่มือจางไห่ไต้

“พรุ่งนี้ไปหาของทะเลกันไหม?” เจียงหานถาม

“ไปทำไมอะพี่ เหนื่อยจะตายชัก” จางไห่ไต้คิดว่าคนอย่างเขาไปเดินก้มๆ เงยๆ คงโดนชาวบ้านหัวเราะฟันร่วง

“กลับมาคราวนี้ พี่ตั้งใจจะหากินที่นี่ วันนี้พี่ก็เพิ่งไปมา พรุ่งนี้ก็จะไปอีก ขาดลูกมืออยู่พอดี”

จางไห่ไต้รีบตบอดยืนยัน “พี่หานวางใจได้ เรื่องแรงงานขอให้บอก ผมแรงควายเรียกพี่อยู่แล้ว พี่สั่งมาได้เลย”

เจียงหานขำพรืด “อ้าว ไหนเมื่อกี้บอกเหนื่อย”

“ผมพูดตอนไหน ใครพูด ไม่มี๊!”

เจียงหานส่ายหัวอย่างระอา “แล้วยังจะไปตีกันอีกไหม?”

จางไห่ไต้ส่ายหัวดิก “มีงานการทำเป็นหลักแหล่งแล้ว ใครจะไปตีกันให้โง่”

เขาไม่กล้าบอกเจียงหานหรอกว่า ตอนออกมาจากคุกใหม่ๆ เขาก็อยากหางานสุจริตทำ

แต่เกาะมันแคบ ข่าวลือไปไว ใครๆ ก็รู้ว่าเขาขี้คุก

งานดีๆ อย่าหวังจะได้แอ้ม

จะไปแบกหามขึ้นเรือ หรือทำงานท่าเรือ เถ้าแก่เขาก็รังเกียจ หาว่าเป็นตัวซวย

ไปๆ มาๆ ก็เลยกลับมาลอยชายไปวันๆ

ไหนๆ ก็ว่างอยู่แล้ว ได้ไปช่วยงานลูกพี่ก็ยังดีกว่าอยู่เฉยๆ

เจียงหานรู้ว่าเนื้อแท้จางไห่ไต้ไม่ใช่คนเลวร้าย ถ้าพ่อแม่ใส่ใจสักนิด คงไม่เตลิดไปขนาดนั้น

“เอาล่ะ พี่น้องคิดบัญชีชัดเจน เอ็งจะเอาค่าแรงรายวัน หรือจะเอาส่วนแบ่ง?”

จางไห่ไต้รู้ดีว่าหาของทะเลมันไม่ได้เงินถุงเงินถัง วันนึงได้ไม่กี่สิบหยวน ขืนรับค่าแรง พี่หานคงขาดทุนย่อยยับ

“ผมเอาส่วนแบ่งก็ได้พี่ แบ่งให้ผมสักส่วนเดียว (10%) ก็พอ”

สมมติพี่หานหาได้ยี่สิบหยวน เขาได้สองหยวนก็พอใจแล้ว ดีกว่าหายใจทิ้งไปวันๆ

“โอเค ดีลที่หนึ่งส่วน” เจียงหานเองก็แฟร์กับเพื่อนเสมอ

“รถมอเตอร์ไซค์ที่บ้านอยู่ไหม? เอาออกมาใช้หน่อย” เขาจะเข้าตัวเมือง มีรถเครื่องไปสะดวกกว่า

จำได้ว่ารถคันนี้ซื้อมาหลังจากจางไห่ไต้ติดคุก พ่อแม่เอาเงินสินบนที่ได้มาปรนเปรอตัวเอง แถมยังเอาไปเป็นสินสอดให้พี่ชายคนโตแต่งงาน

สุดท้ายรถคันนี้ก็ตกเป็นของพี่ชายคนโต

จางไห่ไต้มีสีหน้าลำบากใจนิดหน่อย แต่พอรู้ว่าเจียงหานจะใช้ เขาก็ไม่ลังเล อย่างมากกลับมาก็โดนพ่อแม่ด่า โดนพี่ชายเตะสักทีสองที

จางไห่ไต้ฉวยโอกาสที่คนในบ้านเผลอ ขโมยมอเตอร์ไซค์ออกมาจนได้

เจียงหานเป็นคนขี่ จางไห่ไต้อนท้าย

“ถ้าที่บ้านถาม ให้บอกว่าพี่จ้างเอ็งทำงาน วันละแปดสิบหยวน เข้าใจไหม?”

จางไห่ไต้เข้าใจว่าพี่หานคงอยากรักษาหน้า “รับทราบครับพี่ ต่อไปใครถาม ผมจะคุยฟุ้งเลยว่าพี่จ่ายให้ผมวันละแปดสิบ”

เจียงหานพยักหน้าพอใจ ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งคู่ก็มาถึงตัวเมือง

เจียงหานมุ่งหน้าไปร้านอุปกรณ์ตกปลาเป็นที่แรก เขาต้องซื้อเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับหาของทะเล

ของที่บ้านเก่านั่นสนิมกินจนใช้การไม่ได้แล้ว

เริ่มจากคีม เอาไว้ใช้ตามซอกหิน ร้านมีแต่คีมจับปลาไหล พอเอามาจับหมึกสายก็พอไหว

เจียงหานเลือกทั้งแบบปากตรงและปากงออย่างละสองอัน

ต่อรองราคาอยู่นาน สุดท้ายจบที่สี่อันร้อยห้าสิบหยวน

จากนั้นก็ซื้อรองเท้าบูทยางกันน้ำสองคู่ ถุงมือจับสัตว์ทะเลอีกหนึ่งโหล

ถุงมือพวกนี้กันลื่นกันหนามตำ แต่ก็พังง่าย เลยซื้อตุนไว้เยอะหน่อย

เสื้อกันแดดอีกสองชุด เวลาออกแดดทะเล ไม่ใช่แค่หน้า แต่แขนขาก็ต้องกันให้ดี ไม่งั้นแดดเลียจนผิวลอกเป็นแผ่นแน่

ถ้าจะไปหาของตอนกลางคืน ก็ต้องมีไฟฉายคาดหัว จะได้มีมือว่างทำงาน

ตามด้วยพลั่วเหล็ก คราดเหล็ก

เอาแบบด้ามสั้น จะได้ลงน้ำหนักเบาๆ ของไม่ช้ำ

แล้วก็เอาพลั่วด้ามยาวมาด้วย อันนี้ไว้ทุ่นแรงเวลางัดของหนัก

เถ้าแก่ร้านเห็นเจียงหานช้อปแหลก ก็รีบเชียร์ขายของ “รับลอบดักปลาไปหน่อยไหมพ่อหนุ่ม ลอบล็อตใหม่คุณภาพแจ๋วเลยนะ”

เห็นเจียงหานลังเล เถ้าแก่ก็รีบเสริม “ถึงช่วงนี้จะปิดอ่าว แต่เอาไปวางดักตามอ่างเก็บน้ำหรือแม่น้ำก็ได้นี่”

แม้จะเป็นเกาะ แต่แหล่งน้ำจืดบนเกาะมักขาดแคลน

ยกเว้นเกาะเจียววาที่มีแม่น้ำสายใหญ่และอ่างเก็บน้ำ

แต่แหล่งน้ำพวกนั้นอยู่ไกลจากบ้านเจียงหานพอสมควร

เจียงหานตั้งใจกลับมาใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ไม่อยากหาเรื่องเหนื่อยเกินตัว

แต่ทนลูกตื๊อเถ้าแก่ไม่ไหว เลยจัดลอบขนาดกลางมาหกอัน เผื่อไว้ใช้โอกาสหน้า

แถมหัวเชื้อล่อปลามาอีกกระปุกใหญ่

ก่อนจะเดินออกจากร้าน สายตาเจียงหานไปสะดุดกับวัตถุคล้ายปืนฉีดน้ำวางกองอยู่ที่มุมร้าน

“เถ้าแก่ นี่มันอะไร?”

เถ้าแก่เห็นคนสนใจก็ตาเป็นประกาย ของใหม่สั่งมาตั้งนาน ชาวบ้านไม่รู้จักเลยขายไม่ออก

“นี่มัน ‘กระบอกสูบกุ้ง’ ใช้ดีนักแล แค่เอาปากกระบอกครอบรูแล้วดึงก้านสูบ พรวดเดียวของก็ขึ้นมาแล้ว”

“ชื่อกระบอกสูบกุ้ง แต่ใช้สูบกั้ง สูบหนอนทะเลได้หมด”

ฟังแล้วเจียงหานตาลุกวาว นี่มันไอเทมเทพชัดๆ สะดวกกว่าใช้พลั่วขุดตั้งเยอะ

“แล้วมันจะไม่ทำให้กั้งตาย หรือตัวขาดเหรอครับ?”

สมัยเด็กๆ เวลาจับกั้งต้องใช้บ่วงดัก ซึ่งต้องใช้ฝีมือมาก ดึงเบาไปก็หลุด ดึงแรงไปตัวก็ขาด

“ไม่ขาดแน่นอน รับประกันความสด ดิ้นกระแด๋วๆ เลยล่ะ” เถ้าแก่ตบกยืนยัน

“มีคู่มือใช้งานไหม?”

เถ้าแก่อึ้งกิมกี่ ชาวเกาะซื้อของใครเขาถามหาคู่มือกัน แต่เพื่อการขาย แกก็รีบไปคุ้ยหามาให้

เจียงหานอ่านคู่มือแล้วรู้สึกว่านี่แหละนวัตกรรมที่รอคอย

ไม่เจอทะเลไม่กี่ปี เครื่องมือหากินพัฒนาไปไกลขนาดนี้เชียว

“ขายยังไงครับ?”

“อันละแปดสิบ ราคาต้นทุนแล้วเนี่ย”

“ผมเหมาของไปตั้งเยอะ ลดหน่อยไม่ได้เหรอ?”

เถ้าแก่ส่ายหน้า “ลดไม่ได้แล้วจริงๆ”

ตอนแรกกะขายอันละสองร้อย แต่ดองไว้นานจนฝุ่นจับ แค่ขายออกได้ก็บุญแล้ว

เจียงหานกัดฟันซื้อมาสองอัน

จางไห่ไต้ถามว่าเอาสวิงตักปลาด้วยไหม แบบด้ามยาวอันละสิบหยวน เลยจัดมาอีกสองอัน

เงินสองพันห้าร้อยหยวนที่พกมา ละลายไปกับร้านอุปกรณ์ตกปลาถึงพันหกร้อย

เดินออกจากร้าน เจียงหานเหลือบไปเห็นห้องแถวข้างๆ ที่ปิดประตูเงียบ

หน้าประตูแขวนป้ายกระดาษลังเขียนว่า: รับซื้อของทะเล

และมีเบอร์โทรศัพท์ทิ้งไว้

จบบทที่ บทที่ 7 เข้าเมือง

คัดลอกลิงก์แล้ว