- หน้าแรก
- อกหักกลับเกาะพร้อมระบบ ทะเลนี้คือขุมทรัพย์ทองคำ
- บทที่ 4 เก็บเกี่ยวกวาดเรียบ
บทที่ 4 เก็บเกี่ยวกวาดเรียบ
บทที่ 4 เก็บเกี่ยวกวาดเรียบ
กั้งตั๊กแตนลายเสือที่มีน้ำหนักเกินครึ่งกิโลกรัม ราคาต่อหน่วยจะพุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว
ข้อเสียอย่างเดียวของตัวนี้คือมันไม่มีไข่
แต่ถึงอย่างนั้น วันนี้เขาก็ถือว่ากอบโกยได้คุ้มแสนคุ้มแล้ว
หลังจากจัดการตัวเป้งเสร็จ เขาก็หันไปจับกั้งตั๊กแตนธรรมดาตัวใหญ่ๆ อีกหลายตัว
ส่วนพวกที่ซ่อนตัวอยู่ลึกเกินไป เขาก็เลือกที่จะปล่อยผ่าน ขุดลึกขนาดนั้น เหนื่อยเปล่าๆ
สายตาเหลือบไปเห็น ‘หอยเสียบ’ ที่เกลื่อนอยู่บนพื้นผิว เจียงหานลังเลอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจใช้พลั่วกวาดพวกมันลงถังจนเกลี้ยง
ถึงราคาหอยเสียบจะเทียบกับกั้งไม่ได้ แต่ประเด็นคือเขาชอบกินมันนี่นา
ที่สำคัญคือหอยพวกนี้กองรวมกันอยู่เป็นกระจุก แถมยังลอยหน้าลอยตาอยู่บนผิวโคลน แค่ก้มลงไปโกยก็ได้แล้ว ไม่ต้องออกแรงขุดให้เมื่อย
เขาเพิ่งค้นพบข้อดีอีกอย่างของระบบนี้ คือแม้แต่ของที่อยู่บนพื้นผิว ระบบก็ช่วยไฮไลต์ให้เห็นชัดเจนกว่าสายตาปกติ
หาดเลนสีดำทะมึน เต็มไปด้วยแอ่งน้ำขังระยิบระยับ
ถ้าคนตาดีไม่พอ ก็คงมองข้ามหอยเสียบตัวเล็กๆ พวกนี้ไปแน่
แต่สำหรับเจียงหาน ในรัศมีสิบเมตร ทุกอย่างดูโปร่งแสงไปหมด แยกแยะสัตว์ทะเลออกจากโคลนตมได้ง่ายดายเหมือนปอกกล้วย
พอยกถังน้ำขึ้นมา เจียงหานก็ต้องเซถลาเล็กน้อย ถังหนักอึ้งเลยทีเดียว
มองดูท้องฟ้าที่เริ่มมืดลง น้ำทะเลก็เริ่มหนุนสูงขึ้น เจียงหานหิ้วถังเดินไปหาแอ่งน้ำเพื่อล้างโคลนออกจากเท้า แล้วสวมรองเท้าเดินขึ้นฝั่ง
กว่าเจียงหานจะได้กินข้าวกลางวันก็ปาเข้าไปบ่ายสองครึ่ง แถมพี่สาวมาหายิ่งทำให้เวลาล่วงเลยไปจนกินเสร็จตอนบ่ายสามกว่า
คนในหมู่บ้านนี้นิยมกินข้าวเย็นกันเร็ว
พอเจียงหานโอ้เอ้ที่ชายหาดจนเย็นย่ำ เหล่าป้าๆ น้าๆ ลุงๆ ในหมู่บ้านก็พากันออกมาเดินย่อยอาหารหลังมื้อเย็นพอดี
พอเห็นเจียงหานเดินเท้าเปล่าหิ้วถังกลับมาจากทะเล ทุกคนก็พากันกรูเข้ามามุง
ถึงจะรู้ว่าวันนี้น้ำตาย ไม่น่าจะมีอะไรให้เก็บ แต่ด้วยความว่างจัด เลยอดสอดรู้สอดเห็นไม่ได้
“ได้ของดีมาบ้างไหมพ่อหนุ่ม?” ป้าฟันเหยินฉีกยิ้มกว้างถามเจียงหาน
เด็กจบมหาลัยดูยังไงก็ราศีจับ แต่เรื่องหาของทะเลนี่คงไม่ไหวล่ะมั้ง ได้ข่าวว่าเด็กสมัยนี้แยกต้นหอมกับกุยช่ายยังไม่ออกเลย
ป้าแกก็ถามไปอย่างนั้นเอง แต่เจียงหานกลับพยักหน้าหงึกหงัก
“ก็ได้อยู่ครับ”
คนรอบข้างชะงัก จริงดิ?
คงไม่ใช่แค่หอยแมลงภู่ไม่กี่ตัวหรอกนะ?
แถวนี้เวลามาหาของทะเล ส่วนใหญ่ก็จะเจอแต่หอยแมลงภู่ ซึ่งเยอะจนกินไม่ทัน ต้องเอาไปตากแห้ง เก็บไว้กินจนเบื่อ แค่ได้ยินชื่อก็อยากจะอ้วกแล้ว
คนแก่พวกนี้สายตาฝ้าฟาง
พอก้มมองลงไปในถัง ทีแรกก็เห็นแค่เงาดำๆ ตะคุ่มๆ
แต่พอเพ่งมองดีๆ จนรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เสียงสูดปากด้วยความตกใจก็ดังระงม
“คุณพระช่วย!”
“แม่เจ้าโว้ย!”
ด้วยความตกใจเกินเหตุ หัวของป้าฟันเหยินกับป้าจินจวี๋เลยโขกกันดังโป๊ก
“วันนี้น้ำตายไม่ใช่เรอะ ทำไมมีกั้งตั๊กแตนได้ล่ะ?”
“แถมยังเป็นกั้งลายเสืออีกต่างหาก!”
“นี่มันรวยเละเลยนะเนี่ย!”
“อุ๊ยตาย! ตัวนี้มีไข่แดงๆ ด้วย!”
ช่วงนี้เป็นฤดูปิดอ่าว ของทะเลตามธรรมชาติเลยเป็นที่ต้องการสุดๆ
กั้งธรรมดาๆ โลนึงก็ร้อยกว่าหยวนแล้ว ส่วนเจ้ากั้งลายเสือเนี่ย หายากขนาดนี้ พวกชาวบ้านเองก็กะราคาไม่ถูก
แต่กะคร่าวๆ โลละสองร้อยต้องมี ถ้าใจกล้าๆ หน่อยอาจพุ่งไปถึงสามร้อยกว่า
ดูจากของในถังเจียงหาน กะด้วยสายตาน่าจะมีสักสิบโลได้
ถึงจะมีกั้งธรรมดากับหอยเสียบปนอยู่บ้าง แต่พวกเขามั่นใจว่าถังนี้มูลค่าเกินพันหยวนแน่นอน
“ฉันเห็นมันเพิ่งออกจากบ้านไปไม่ถึงสองชั่วโมงเลยนะ แป๊บเดียวหาเงินได้มากกว่าค่าแรงเราทำงานหลายวันซะอีก”
“หลายวันที่ไหนล่ะ ยุคนี้ค่าแรงหมู่บ้านชาวประมงอย่างเรามันจะสักเท่าไหร่กันเชียว”
คนข้างๆ ถึงกับเงียบกริบ ก็จริงของมัน อยู่หมู่บ้านชาวประมงมันไม่มีอนาคตจริงๆ นั่นแหละ
เจียงหานยิ้มบางๆ “วันนี้โชคดีเฉยๆ ครับ”
ชาวบ้านได้ยินแบบนั้นก็ค่อยโล่งอกไปหน่อย ที่แท้เจ้าหนุ่มนี่ก็แค่ฟลุ๊คเดินไปเหยียบขี้หมาเข้าให้ (โชคดี)
เจียงหานล้วงกระเป๋า หยิบซองบุหรี่ยี่ห้อ ‘ลี่ฉวิน’ ออกมา
ปกติเขาไม่ค่อยสูบ แต่ซองนี้ซื้อมาตั้งแต่วันที่เลิกกับเย่เถียนเถียน
สูบไปมวนเดียวแล้วก็เลิก
จะมานั่งทำตัวซังกะตายเพราะผู้หญิงคนเดียวทำไม ไร้สาระ
เขาดึงบุหรี่ออกมามวนหนึ่ง จุดไฟส่งให้ลุงจาง “ลุงจางครับ น้าเจียงเอ๋อร์เหมาเขายังรับซื้อของทะเลอยู่ไหม?”
ตอนเจียงหานยังเด็ก บ้านของเจียงเอ๋อร์เหมาก็ทำธุรกิจรับซื้อของทะเลอยู่แล้ว
สมัยก่อนเวลาเขาหาหอยหาปูได้ ก็เอาไปขายที่นั่นแหละ
ลุงจางยืดอกรับบุหรี่อย่างภาคภูมิใจ ขนาดเด็กจบมหาลัยยังมาขอความรู้จากเขา แสดงว่าเขานี่ก็กว้างขวางพอตัว
“รับสิ รับตลอดแหละ ของพวกนี้เอาไปขายให้มันได้เลย”
เจียงหานพยักหน้า “ขอบคุณครับลุง”
ขบวนชาวบ้านผู้ว่างงานพากันเดินตามเจียงหานไปเป็นพรวน จนมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านเจียงเอ๋อร์เหมา
ทุกคนอยากรู้ใจจะขาดว่าของครึ่งถังนี้จะทำเงินได้เท่าไหร่
เจียงเอ๋อร์เหมาเห็นคนแห่กันมามืดฟ้ามัวดินก็ตกใจ นึกว่ามีเรื่องอะไร จนกระทั่งสายตาไปสะดุดอยู่ที่เจียงหานกลางวงล้อม
เจียงเอ๋อร์เหมากับเจียงหานถึงจะแซ่เจียงเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวดองเป็นญาติกันแต่อย่างใด
“อ้าว นึกว่าไปเรียนหนังสือหนังหาในเมือง กลับมาหาของทะเลทำไมล่ะเนี่ย?”
ถ้าจำไม่ผิด วันนี้น้ำตายไม่ใช่เหรอ
เขาก้มมองลงไปในถังน้ำของเจียงหาน เพียงแวบเดียวเท่านั้น เขาก็แทบกระโดดตัวลอย
“กั้งลายเสือ?!”
“ครับ” เจียงหานพยักหน้ารับเรียบๆ
เจียงเอ๋อร์เหมานึกในใจ เด็กมีความรู้มันต่างกับชาวบ้านตาดำๆ อย่างพวกเราจริงๆ เจอของดีขนาดนี้ยังทำหน้านิ่งได้ขนาดนี้
เขาพินิจพิจารณากั้งลายเสือเหล่านั้นอย่างละเอียด สดมาก เป็นกั้งธรรมชาติของแท้แน่นอน
ในถังมีหลายตัวที่น้ำหนักน่าจะราวๆ สองขีด ส่วนตัวอื่นๆ ขนาดคละกันไป
กะด้วยสายตา ตัวที่เกินห้าขีดน่าจะมีสักห้าตัว ตัวเล็กสุดในกลุ่มนี้ดันมีไข่ซะด้วย
เขาหยิบกั้งลายเสือตัวใหญ่ๆ ขึ้นมาชั่งน้ำหนักทีละตัว
“สองขีดเก้า”
“สามขีดหนึ่ง”
“สี่ขีดหก”
“สี่ขีดสาม”
ตัวใหญ่สุดหนักถึงหกขีด!
เจียงเอ๋อร์เหมาสูดลมหายใจเข้าลึก กั้งห้าตัวนี้เอาไปวางขายที่ไหนก็ถือเป็นของเกรดพรีเมียม
แยกขายเดี่ยวๆ ได้ราคาดีแน่นอน
“คนกันเองในหมู่บ้าน น้าให้ราคาจริงใจเลยแล้วกัน เหมาหมดถังนี้... น้าให้พันห้า!”
ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง พวกเขาเดาว่าน่าจะเกินพัน
แต่ไม่คิดว่าจะพุ่งไปถึงพันห้า!
“เจียงหาน เอ็งนี่มันดวงเฮงจริงๆ!”
“น้ำตายแท้ๆ ยังหาเงินได้เป็นพัน”
“ถึงว่าสิ คนมีความรู้ ดวงมันก็ต้องดีกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว”
สีหน้าของเจียงหานยังคงเรียบเฉย ชาวบ้านอาจจะรู้ราคาของทะเลทั่วไป
แต่กับของหายากแบบนี้ พวกเขาไม่รู้หรอกว่าราคาตลาดจริงๆ มันเท่าไหร่
เจียงหานเองก็ไม่ใช่ว่าจะรู้ดีไปกว่าใคร แต่ตอนอยู่ริมหาดเขาแอบเช็กราคาในเน็ตมาแล้ว
กั้งลายเสือไซส์ครึ่งกิโลขึ้นไป อย่างตัวเล็กสุดที่มีไข่ ขายปลีกได้ตัวละสามร้อยสบายๆ
ตัวสามขีดกว่าก็น่าจะสองร้อย
ตัวสี่ขีดกว่าเกือบห้าขีด ราคาก็น่าจะแตะสามร้อย
ตัวสี่ขีดหก ขายสักห้าร้อยกว่าก็น่าจะได้
แค่นี้ก็ปาเข้าไปพันสามแล้ว