- หน้าแรก
- โต้วหลัว วิชากายบรรลุเทพ
- บทที่ 18: สัตว์วิญญาณในร่างคน ลู่เทียนอวี่
บทที่ 18: สัตว์วิญญาณในร่างคน ลู่เทียนอวี่
บทที่ 18: สัตว์วิญญาณในร่างคน ลู่เทียนอวี่
เฟลนเดอร์ใช้เวลาเพียงสามสิบวินาทีในการหิ้วปีกพาลู่เทียนอวี่บินกลับมายังโรงเรียนเชร็ค พอถึงพื้นเขาก็เทศนาทันที "เสี่ยวอวี่ การประลองมีไว้เพื่อขัดเกลาตัวเอง ไม่ต้องทุ่มสุดตัวขนาดนั้นก็ได้"
"วันหลังถ้าเจอคู่ต่อสู้ที่พลังเหนือกว่ามากๆ ก็ยอมแพ้ไปเถอะ ดูสภาพเจ้าสิ... ชนะได้ก็จริงแต่ตัวเองก็หมดสภาพเหมือนกัน"
ลู่เทียนอวี่ยิ้มบางๆ ตอบกลับเสียงเบาหวิว "ท่านผอ.ครับ ผมไม่ชอบความพ่ายแพ้ แม้จะเป็นเรื่องไร้สาระแค่ไหนก็ตาม"
เฟลนเดอร์รู้ดีถึงความดื้อรั้นของลู่เทียนอวี่ บทจะดื้อก็เหมือนอาจารย์ใหญ่เปี๊ยบ มิน่าอาจารย์ใหญ่ถึงยอมสอนให้
เขาไปขอลูกอมฟื้นฟูจากอาจารย์เส้าซินมาสามเม็ด ป้อนให้ลู่เทียนอวี่ แล้วส่งกลับห้อง โดยให้ออสการ์มาช่วยดูแล
ลู่เทียนอวี่นอนหลับตานิ่ง ด้วยอานิสงส์ของกระดูกวิญญาณภายนอก เขาเข้าสู่ภวังค์หลับลึกอย่างรวดเร็ว
เช้าวันรุ่งขึ้น ด้วยพลังลูกอมและเสียงคำรามสายฟ้า เขาตื่นมาตอนหกโมงเช้าเป๊ะ ร่างกายฟิตเปรี๊ยะ
จากนั้นลู่เทียนอวี่ก็เริ่มวงจรการฝึกนรกอีกครั้ง เขาไปสนามประลองแค่เดือนละสองครั้งเท่านั้น
เฟลนเดอร์ตั้งเป้าให้ทุกคนฝึกถึงระดับ 40 และได้ตราประลองระดับเงินก่อนอายุยี่สิบถึงจะจบการศึกษา
ลู่เทียนอวี่เพิ่งสิบสาม พลังระดับ 33 เหลือเวลาอีกเจ็ดปี ขยันขนาดนี้ ระดับราชาวิญญาณก็คงไม่ไกลเกินฝัน
ส่วนตราเงิน ยิ่งหมูตู้สำหรับเขา ด้วยระดับ 33 เขาสามารถตบพวกระดับ 35+ ได้สบายๆ
ถ้าเขาฝึกถึง 37 หรือ 38 คงกวาดเรียบทั้งรุ่นอัคราจารย์วิญญาณ
เฟลนเดอร์มองดูลู่เทียนอวี่ฝึกพลองกับหลี่อวี้ซงแต่เช้า บ่ายไปฝึกแรงโน้มถ่วงกับจ้าวน่าจี
จนกระทั่งค่ำที่เริ่มฝึกร่างกาย หม่าหงจวิ้นกับไต้มู่ไป๋เพิ่งกลับมาถึงโรงเรียน ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี
เดินเข้าลานฝึก เห็นลู่เทียนอวี่ใส่ชุดถ่วงน้ำหนักวิ่งรอบสนาม เหงื่อท่วมตัว
"สัตว์วิญญาณในร่างคนก็คือสัตว์วิญญาณในร่างคนจริงๆ รู้จักแต่ฝึก"
หม่าหงจวิ้นบ่นอุบ กำลังจะกลับหอ แต่พอถึงหน้าหอพัก ก็เจอเฟลนเดอร์ยืนหน้าบอกบุญไม่รับ
"สวัสดีครับอาจารย์"
แก้มยุ้ยๆ ของหม่าหงจวิ้นกระตุกยิกๆ เขาอยู่กับเฟลนเดอร์มาแต่เด็ก รู้ดีว่าหน้าแบบนี้คือลางซวยมาเยือน
เฟลนเดอร์ข่มใจไม่ให้เตะเจ้าอ้วน ตบไหล่ปุๆ "ข้าผนึกพลังวิญญาณเจ้าแล้ว จากนี้ไปวิ่งตามเสี่ยวอวี่ซะ"
"เขาหยุด เจ้าถึงหยุด ถ้าอู้ พรุ่งนี้อดข้าว"
หม่าหงจวิ้นร้องจ๊าก "ไม่นะอาจารย์! ผม... ผมเจ็บแผลจากการประลอง ขยับไม่ได้แล้วครับ โอ๊ยยย"
แกล้งทำท่าจะล้ม เฟลนเดอร์ยิ้มเหี้ยม "ได้ งั้นอดข้าวสามวัน"
"อาจารย์ครับ ผมไปเดี๋ยวนี้แหละ..."
ได้ยินว่าอดข้าวสามวัน หม่าหงจวิ้นก็หายเป็นปลิดทิ้ง พุงกระเพื่อมวิ่งตามลู่เทียนอวี่ต้อยๆ
วิ่งไปแค่สิบรอบ ปอดหม่าหงจวิ้นแทบระเบิด ส่วนลู่เทียนอวี่แค่เสื้อเปียกเหงื่อ
การวิ่งทางไกลต้องมีเทคนิค คุมจังหวะหายใจและความเร็วให้คงที่ ไม่งั้นหอบกิน
ลู่เทียนอวี่เคยสอนเทคนิคพวกนี้ให้แล้ว แต่ดูทรงเจ้าอ้วนคงคืนครูไปหมด
ชั่วโมงต่อมา หม่าหงจวิ้นนอนแผ่หรา หอบแฮ่กๆ ต่อให้เฟลนเดอร์ขู่ฆ่าก็ไม่ลุกแล้ว
สามทุ่ม ลู่เทียนอวี่หยุดวิ่ง ลากสังขารกลับหอ อาบน้ำ
นั่งสมาธิอีกสองชั่วโมง แล้วถึงเข้านอน
หกเดือนผ่านไป ลู่เทียนอวี่ยังคงกิจวัตรเดิม เฟลนเดอร์ไม่ส่งเขาไปสนามประลองอีก
เขาเห็นว่าสิ่งที่ลู่เทียนอวี่ขาดที่สุดคือพลังวิญญาณ ส่วนเทคนิคและประสบการณ์ได้จากสองอาจารย์จอมโหดอยู่แล้ว
เมื่อถึงฤดูกาลรับสมัครนักเรียนใหม่ ลู่เทียนอวี่แตะระดับ 34 ไต้มู่ไป๋กับออสการ์เพิ่มมาสองระดับ หม่าหงจวิ้นเพิ่มมาระดับเดียวแบบหืดจับ
ช่วงที่ลู่เทียนอวี่จะทะลุระดับ 34 หม่าหงจวิ้นร้องโหยหวนบ่อยมาก เพราะหลี่อวี้ซงชอบเอาผลงานลู่เทียนอวี่ไปขิงใส่เฟลนเดอร์กับจ้าวน่าจี
สองอาจารย์เลยเรียกศิษย์ตัวเองมาติวเข้ม ชีวิตนรกดำเนินไปเดือนกว่า จนกระทั่งมีการรับน้องใหม่
โรงเรียนเชร็คหยุดพักไม่กี่วัน จ้าวน่าจีกับหลี่อวี้ซงก็ถือโอกาสปฏิเสธการเป็นคู่ซ้อมให้ลู่เทียนอวี่
สำหรับคนบ้าฝึกอย่างเขา การฝึกคนเดียวโดยไม่มีคู่ซ้อมระดับสูงมันไม่สะใจ
ช่วงหยุด เขาเลยเข้าเมืองสั่วทัว สั่งตีชุดถ่วงน้ำหนักสามร้อยจิน และสั่งตัดเสื้อผ้าอีกห้าชุด
ตกเย็นไปสนามประลอง แข่งแบบตัวต่อตัว ส่วนพวกแข่งถึงตายเขาไม่ยุ่ง
แม้วิญญาจารย์จะแข่งได้แค่วันละประเภท แต่ลู่เทียนอวี่ดูการแข่งอื่นฟรีได้
คนอื่นเสียตังค์ดู แต่เขาดูฟรี แถมมีห้องพักนักกีฬาให้นอนฟรีด้วย
ที่สนามประลอง วิญญาจารย์แทบจะได้ทุกอย่างฟรี ยกเว้นค่าลงทะเบียนกับบริการพิเศษ
ลู่เทียนอวี่สิงอยู่สนามประลองห้าวัน แข่งเสร็จก็กลับโรงเรียน
วันรุ่งขึ้นเป็นวันเปิดเรียน ตามอนิเมะ ถังซาน เสี่ยวอู่ จูจู๋ชิง และนิ่งหรงหรง น่าจะมาถึงแล้ว
ผ่านห้องออสการ์ เห็นถังซานนอนซมให้ออสการ์ดูแล
ออสการ์ที่ปกติจะอ่านหนังสือโป๊ วันนี้นั่งเหม่อมองกำแพง หน้าแดงยิ้มหวานเยิ้มเหมือนคนมีความรัก
ลู่เทียนอวี่ขำเบาๆ แล้วกลับห้องไปทำกิจวัตรเดิม
เช้าวันต่อมา ตื่นหกโมง นั่งสมาธิสองชั่วโมง
แปดโมงกินข้าว อาจารย์เส้าซินเตือนว่าวันนี้เด็กใหม่เข้าเรียน
สิบโมงเฟลนเดอร์จะเรียกรวมพลแนะนำตัว
อาจารย์เส้ากลัวลู่เทียนอวี่จะบ้าฝึกจนลืมงานรับน้องที่มีปีละครั้ง
ลู่เทียนอวี่รับคำ กินเสร็จก็ใส่ชุดถ่วงน้ำหนักสามร้อยจิน
วิ่งรอบหมู่บ้านใกล้ๆ ผ่านกระท่อมร้างที่เคยเห็น พบว่ามันไหม้วอดไปแล้ว
กลับมาถึงหน้าโรงเรียน เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงก่อนรวมพล เขาตัดสินใจหยุดฝึก
กลับไปอาบน้ำ เปลี่ยนเป็นชุดสั่งตัดใหม่เอี่ยม แล้วเดินไปลานฝึก
มาถึงขอบสนาม เห็นหนุ่มสาวเจ็ดคนยืนอยู่ สี่ชายสามหญิง บุคลิกโดดเด่น มีแค่สองสาวที่เขาไม่คุ้นหน้า
กวาดตามอง เห็นถังซานกับเสี่ยวอู่ยังตัวติดกันเหมือนเดิม ไม่รู้เสี่ยวอู่จะกระซิบกระซาบอะไรนักหนา
เห็นแล้วนึกสนุก แอบใช้อวตารวิญญาณยุทธ์
"โซล"
ตอนนี้โซลของเขาวาร์ปได้ทีละสามสิบเมตร สองจังหวะก็มาโผล่ข้างหลังถังซานกับเสี่ยวอู่ "รับมือ!"
ถังซานที่กำลังคุยเพลินๆ ไหวตัวทัน ผลักเสี่ยวอู่พ้นทาง พร้อมใช้วิชา หัตถ์หยกเร้นลับ รับหมัดลู่เทียนอวี่
พร้อมกันนั้น ลู่เทียนอวี่เตะกวาดใส่เอวซ้าย ถังซานใช้วิชาเคลื่อนไหวเงาพรายหลบวูบ
จังหวะที่ถังซานหลบ เท้าลู่เทียนอวี่เปลี่ยนเป็น 'ก้าวโซล' มือรัวหมัดใส่ไม่ยั้ง
ถังซานเปิด เนตรปีศาจสีม่วง มองเห็นช่องโหว่ทะลุปรุโปร่ง
ฉวยโอกาสใช้ เคลื่อนย้ายบุปผา ปัดป้อง ลู่เทียนอวี่ยิ้มกริ่ม กางขาออก "มวยอ่อน: ราชสีห์คู่"
พลังมวยอ่อนอัดแน่นที่ฝ่ามือ วิชาเคลื่อนย้ายบุปผาของถังซานที่เน้นใช้ความอ่อนสยบความแข็ง
มาเจอมวยอ่อนที่จับต้องยากก็ไปไม่เป็น ถังซานรู้ดีว่าโดนเข้าไปทีมีเจ็บ
รีบใช้ เคลื่อนไหวเงาพราย หลบฉาก หมัดลู่เทียนอวี่วืดไปโดนพื้น ถังซานหายวับไปราวภาพลวงตา
"ตู้ม..."
หมัดที่ดูนุ่มนวลกระแทกพื้น พลังมวยอ่อนระเบิดตูม พื้นดินเจ็ดแปดตารางเมตรแตกละเอียด
พลังทำลายล้างทำเอาทุกคนอ้าปากค้าง ถ้าโดนคนคงเละเป็นโจ๊ก
จูจู๋ชิงที่เพิ่งผ่านศึกกับถังซาน เสี่ยวอู่ และนิ่งหรงหรงมาเมื่อวาน ยอมรับในตัวถังซานแล้ว เห็นเพื่อนโดนเล่นงานก็พุ่งเข้ามาช่วย
"อวตารวิญญาณยุทธ์ ทักษะที่หนึ่ง: โลกันตร์สยบหล้า"
จูจู๋ชิงปล่อยพลังวิญญาณออกมา ลู่เทียนอวี่จับสัมผัสได้
พลังมวยอ่อนที่มือสลายไป จังหวะที่กรงเล็บจะถึงตัว เขากระโดดลอยตัวขึ้นฟ้า
ถังซานเห็นดังนั้น รีบเรียกวิญญาณยุทธ์ "ทักษะที่หนึ่ง: พันธนาการ"
เถาหญ้าเงินครามพุ่งขึ้นมารัดร่างลู่เทียนอวี่
จูจู๋ชิงโล่งอก แต่เสี่ยวอู่ตะโกนเตือน "ยังไม่จบ ระวังตัวด้วย!"
สิ้นเสียงเสี่ยวอู่ เถาวัลย์ที่รัดลู่เทียนอวี่ขาดกระจุย ลู่เทียนอวี่แค่เดินพลังมวยอ่อนทั่วร่างแล้วระเบิดออก
"เท้าพายุ..."
หลุดจากพันธนาการ ลู่เทียนอวี่เตะกลางอากาศ ส่งใบมีดลมสามสายพุ่งใส่ถังซาน เสี่ยวอู่ และจูจู๋ชิง ทั้งสามหลบได้อย่างหวุดหวิด ใบมีดลมเฉือนพื้นเป็นรอยลึก
นิ่งหรงหรงได้สติ เรียกวิญญาณยุทธ์ "หอแก้วเจ็ดสมบัติ: หนึ่งเพิ่มพลัง สองเพิ่มความเร็ว..."
แสงหลากสีพุ่งเข้าเสริมพลังให้เพื่อนทั้งสาม
ได้บัฟแล้ว เสี่ยวอู่ตะโกน "เตรียมตัวโดนยำได้เลย! วันนี้พวกเรามีตัวช่วย!"
"ทักษะที่สอง: เสน่ห์อาคม"
ลู่เทียนอวี่เห็นแสงสีชมพูวูบหนึ่ง สติกลับมาทันที แต่ร่างยังร่วงลงพื้น
จูจู๋ชิงฉวยโอกาสพุ่งเข้าใส่ทิ้งภาพติดตาเป็นทาง แต่ก่อนลู่เทียนอวี่จะถึงพื้น เขาเหยียบอากาศ
"เดินชมจันทร์..."
ร่างของเขาเคลื่อนที่กลางอากาศเหมือนเดินบนพื้นดิน หลบกรงเล็บจูจู๋ชิงไปห้าเมตร
"อะไรนะ..."
"เป็นไปได้ไง!"
นิ่งหรงหรงและจูจู๋ชิงอุทานพร้อมกัน ท่าเมื่อกี้มันผิดธรรมชาติเกินไป
"ทักษะที่สอง: ปรสิต"
ลู่เทียนอวี่หลบจูจู๋ชิงพ้น แต่ไม่พ้นทักษะที่สองของถังซาน
เถาหญ้าเงินครามงอกออกมาจากตัวเขารัดแน่น ร่างร่วงตุ้บลงพื้น
เสี่ยวอู่พุ่งเข้ามา วงแหวนเหลืองสว่างวาบ เตรียมใช้ท่าถนัด
จูจู๋ชิงสายความเร็วก็ไม่น้อยหน้า วงแหวนเหลืองปรากฏเหนือหัว
"ทักษะที่หนึ่ง: คันศรเอว"
"ทักษะที่สอง: ร้อยกรงเล็บโลกันตร์"
ลู่เทียนอวี่รู้ตัวว่าประมาทไป เขารู้จักทักษะถังซานดี แต่ถังซานก็รู้จุดอ่อนเขาดีเหมือนกัน