เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 49 - Count Dimitri's Castle Ruins (5)

Chapter 49 - Count Dimitri's Castle Ruins (5)

Chapter 49 - Count Dimitri's Castle Ruins (5)


Chapter 49 - Count Dimitri's Castle Ruins (5)

เคาท์เดมิทรีได้รอคอยพวกเขาอยู่ด้วยชัดสูทแฟนซีที่สวมใส่ก่อนหน้านี้ และจากนั้นเขาก็ได้เอ่ยคำทักทายอย่างสุภาพ

"ยินดีต้อนรับสู่ที่ชั้นบน พวกเจ้าได้สนุกกับการพักผ่อนหย่อนใจที่ข้าได้เตรียมไว้ให้ไหม"

ซังจินนั้นไม่ได้มีเวลาว่างมากนักที่จะมาสนทนา

"ฮ่า"

เขาได้ปาดาบบลัดเวเจนออกไปใส่เคาท์ แต่เมื่อดาบได้เข้าไปใกล้ถึงตัวเคาท์เขาก็ได้กลายร่างเป็นฝูงค้างคาวหลบดาบไป

จากซังจินสามารถจะได้บินเสียงหัวเราะที่น่ารำคาญออกมาจากกลุ่มค้างคาวนั้น

"ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ"

"ย้า"

ซังจินได้เรียกดาบบลัดเวเจนกลับมา ในตอนนั้นฝูงค้างคาวก็บินขึ้นไปบนโพเดี่ยมและกลายร่างกลับมาเป็นมนุษย์ เคาท์ก็ได้พูดออกมาด้วยเสียงที่ซุกซน

"ความกระตือร้นๆ....ดูเหมือนว่าสิ่งที่ข้าได้เตรียมไว้ในหน้านี้จะไม่สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าได้"

เคาท์ได้ดึงเรเปียร์ออกมา

"ในฐานะที่ข้านั้นเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้ ข้าจะมอบความบันเทิงให้แก่พวกเจ้าเอง"

เคาท์เดมิทรีนั้นเป็นบอสที่ยากที่จะกำจัด การแปลงร่างเป็นค้างคาวของเขาน่ารำคาญมากมันมีทั้งความเร็ว ความสามารถในการร่ายเวท สติปัญญาที่สูงและทักษะการดูดเลือด

ถ้าหากว่าเพื่อนร่วมทีมคนใดในทีมของเขาถูกดูดเลือดเคาท์มันก็จะฟื้นฟูพลังชิวิตและพละกำลังจนเต็ม

ซังจินจะต้องฆ่าเขาก่อนที่เขาจะสามารถดูดเลือดหนึ่งในเพื่อนร่วมทีมของเขา

ดังนั้นเขาจึงรีบพุ่งออกไปด้านหน้าพร้อมดาบคู่ในตำนานของเขา เคาท์เดมิทรีได้รอให้ซังจินพุ่งเข้ามาใกล้พร้อมกับดาบในมือของเขา

เคาท์นั้นคงตะมั่นใจว่าจะสามารถรับมือกับซังจินได้ด้วยเรเปียร์ในมือของเขา แต่แล้วในการปะทะครั้งแรก ร้อยยิ้มที่มั่นใจของเขาก็ได้หายไป

"เคร๊ง เคร๊ง"

ในการโจมตีเพียงสองครั้งเราเปียร์ก็ได้ถูกปัดออกไปจากมือของเขา เขาจึงถอยกลับไปด้านหลังพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้าง

'ฉันจะไม่บอมให้นายหนีไปหรอก'

ซังจินได้เตรียมดาบของเขาและเหวี่ยงเข้าไปใส่เคาท์ แต่แล้วความรู้สึกของสิ่งที่ดาบสัมผัสก็แปลกไป

"เป้ง"

ในเวลาเดียวกันที่เสียงดังออกมา เคาท์ก็ได้กลายร่างไปเป็นค้างคาวพร้อมกับร่ายเวท

"ความเป็นจริงคือสิ่งลวงตาและสิ่งลวงตานั้นคือความจริง ภาพลวงตา"

ทันใดนั้นฝูงค้างคาวก็บินไปสูงขึ้นและแยกออกจากกันไปในทั้งสี่มุมของห้องจากนั้นก็ได้กลายร่างเป็นเคาท์ ในตอนนี้นั้นมีเคาท์อยู่ทั้งหมดสี่คน

คนอื่นๆเริ่มที่จะรู้สึกหวาดกลัว ซังจินได้ถอยกลับเข้าไปรวมกลับทีมเป็นครั้งแรกและกล่าวขึ้น

"คนทำดาเมจ มันจะดีมากหากนายสามารถที่จะโจมตี แต่การหลีกเลี่ยงการถูกกัดนั้นสำคัญมาก โดบเฉพาะกับจิโอวานี่ ช่วยอยู่ใกล้กันและปกป้องกันเองไว้"

"เข้าใจแล้ว"

"ซาดาเมียร์ นายมีเวทมนตร์ที่สามารถใช้แยกแยะภาพลวงตาไหม"

"....."

"นายสามารถที่จะเผามันเพื่อเช็คดูว่ามันเป็นเพียงขี้เถ้าได้ไหม"

"อา...ใช่แล้ว.."

คำพูดของซังจินนั้นเร่งรัดเป็นอย่างมาก ซาดาเมียร์จึงก้มลงขออภัยเขา

"ข้าขอโทษด้วยนายท่านที่ไม่สามารถจะใช้เวทมนตร์ขาว...."

"ไม่เป็นไร เพียงแค่เลือกหนึ่งในพวกมันในด้านขวาและใช้เวทไฟใส่มัน"

"ข้าจะทำให้สำเร็จ นายท่าน"

ซังจินมองลงไปและพูดออกมา

"เคนนายจัดการหนึ่งตัวในด้านซ้าย ฉันจะใช้กระดิ่งให้เอง"

"โฮ่ง"

"สุดท้ายนี้...พวกนายจะต้องร่วมมือกันเพื่อจัดการเจ้าอีกตัวที่เหลืออยู่"

"โอเค"

นักล่าทั้งสี่คนตอบกลับมาพร้อมๆกัน

เมื่อซังจินให้คำแนะนำเสร็จสิ้น เขาก็เริ่มนับ

"3 2 1 ไป"

ซังจินได้นำกระดิ่งออกมาจากกระเป๋าและสั่นมันในขณะที่เขาได้วิ่งเข้าใส่เคาท์ที่เขาไม่รู้ว่าเป็นตัวจริงหรือไม่

"จงเผาไหม้ทุกอย่างในเส้นทาง บอลไฟ"

ซาดาเมียร์ได้ร่ายมนตร์ออกมา

"กรร"

เคนได้ขู่ออกมาในขณะที่พุ่งเข้าไปใส่เคาท์อีกตัวหนึ่ง

"ย้าโฮ่"

มาฮาเดสได้พุ่งออกไปพร้อมกับตะโกนออกมา ซังจินได้ฟันเข้าใส่ที่เคาท์แล้วจากนั้นมันก็เริ่มจะหดตัวลงแล้วหายไป

'ภาพลวงตา ตัวไหนกันคือตัวจริง'

ซังจินมองออกไปรอบๆ ซาดาเมียร์ได้ส่ายหัว เคนก็ได้ยืนอยู่ตัวคนเดียว เหลือเพียงตัวเดียวที่เหลืออยู่เบื้องหลังคนอื่นๆ ทางด้านนักล่าทั้งสี่คนกำลังแหงนหน้ามองขึ้นไป

ซังจินได้ไล่สายตาออกไปตามพวกเขาและพบว่าในตอนนี้เคาท์ได้ลอยอยู่ด้านบนพร้อมร่ายเวท

"ใบมีดแห่งสายลมที่ตัดเหล็กกล้า คมมีดวายุ"

คงมีดสีเขียวได้ปรากฏขึ้นที่นิ้วของเขาและพุ่งเข้าใส่เหล่านักล่า

"ไปหลบหลังฉัน"

จิโอวานี่ได้ยกโล่ขึ้นมาและพยายามที่จะป้องกันนักล่าคนอื่นๆที่อยู่หลังเขาแต่เขาก็ไม่เร็วพอ

"ฟึบ ฟึบ"

ใบมีดลมส่วนใหญ่ได้ถูกป้องกันด้วยโล่ของเขา แต่ก็มีบางส่วนได้ไปถูกเพ่ง หลง

"อั๊ก"

ใบมีดได้กรีดผ่านเกราะของเขาและทิ้งบาดแผลเอาไว้ ซังจินวิ่งออกไปหาเคาท์เพียงตัวเดียวที่เหลืออยู่ในทันที แต่เขาก็ลอยกลับขึ้นไปในอากาศและ

"ความเป็นจริงคือสิ่งลวงตาและสิ่งลวงตานั้นคือความจริง ภาพลวงตา"

เขาได้ร่ายเวทมนตร์นี้ขึ้นมาอีกครั้ง

"กรร..."

ซังจินกัดฟันแน่น มันเป็นศัตรูที่น่ารำคาญมากในการต่อสู้ด้วย นักล่าคนอื่นๆได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งโดยไม่ต้องให้ซังจินบอก แค่เพียงพวกเขาคนหนึ่งก็จะสามารถคืนพลังให้แก่เคาท์ได้

เคาท์ได้เสร็จสิ้นการแยกร่างเป็นสี่ร่างอีกครั้ง

"นายท่านถึงเวลาแล้ว"

"โฮ่ง ๆ ๆ"

เวทมนตร์อัญเชิญของทั้งสองหมดเวลาลงแล้ว

'อา...'

"10 นาทีได้ผ่านไปแล้วนับตั้งแต่ที่เขาได้ทำการอัญเชิญมา เคนได้กลับไปเป็นรูปสลักไม้และซาดาเมียร์ก็ได้กลับเข้าไปในตะเกียง ทางเลือกของเขาได้ลดลงแล้ว

'มาฮาเดสไปด้ายซ้าย โดมินิคไปทางด้านขวา จิโอวานี่และเพ่ง หลงอยู่ในแนวหลัง'

มันจะเป็นเรื่องดีหากเป็นเช่นนี้ แต่ว่าถ้าหากมีใครคนใดคนหนี่งได้ถูกกัดสถานการณ์ก็จะเลวร้ายยิ่งขึ้น ซังจินจึงเปลื่ยนความคิดนี้

เขาจะต้องจัดการอย่างรวดเร็วเนื่องจากอาการโดมินิค แต่เขาก็ได้ตัดสินใจที่จะดำเนินการอย่างใจเย็นและระมัดระวัง

'ฉันรู้สึกเสียใจกับโดมินิคแต่ว่าฉันจะต้องใช้เวลาของฉันจัดการทั้งสี่ตัวด้วยตนเอง"

การพยายามวิ่งออกไปทางใดทางหนึ่งโดยไม่ระมัดระวังอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ซังจินจึงมองไปรอบๆและเขาก็สังเกตุเห็นเลือด

เขาได้เห็นหยดลือดอยู่บนพื้นห้อง มันไม่ได้กระจัดกระจายไปทั่วแต่มันมีเพียงแค่พื้นที่บางแห่งเท่านั้น

'มันมาจากไหน'

ซังจินได้นึกกลับไปในความทรงจำ ในตอนแรกที่เขาได้เผชิญหน้ากับเคาท์ เขาคิดว่าดาบของเขาได้ปะทะกับอะไรบางอย่าง เคาท์ก็อาจจะได้รับบาดเจ็บในตอนนั้น ไม่สิเขาจะต้องได้รับบาดเจ็บในตอนนั้นแน่นอน

ภาพลวงตาทั้งหมดนั้นถูกฟันแขนซ้ายและมีเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่มีเลือดไหลออกมาจากมัน

'นั้นจะต้องเป็นตัวจริง'

ซังจินได้หันกับไปกระซิบเพ่ง หลงที่ยืนอยู่ข้างๆ

"เพ่ง หลง เลือดนั่น"

เพ่ง หลงได้เข้าใจในสองคำนี้ในทันที จากนั้นซังจินก็พุ่งออกไปในทันที ดูเหมือนว่าเคาท์นั้นจะได้รับความแปลกใจ

เคาท์ได้เริ่มที่จะร่ายเวทออกมา

"กล้ามเนื้อและขาจงอ่อนแรง สโลว"

ซังจินเริ่มที่จะเคลื่อนไหวช้าลงเล็กน้อยและเคาท์ก็เริ่มที่จะถอยออกไปพร้อมกับแปลงร่างเป็นค้างคาว

"ภาพลวงตา"

ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่รู้ว่าซังจินรู้ได้อย่างไรว่าตัวไหนคือตัวจริง เขาจึงจะทำการแยกร่างอีกครั้งในขณะที่เลือดติดอยู่

"เพ่ง หลง"

ซังจินได้ตะโกนออกมาเมื่อเราช้าลง

เพ่ง หลงรีบรั้งสายธนูแล้วตะโกนออกมา

"ลูกศรแตกตัว"

ลูกศรของเขาได้พุ่งออกไปและเข้าไปปักค้างคาวในฝูงนั้น

ซังจินได้วิ่งเข้าไปหาฝูงค้างคาวนั้นและเก็บดาบลงไปในปอกขณะที่มันเริ่มกลายเป็นเคาท์อีกครั้ง

"เสียงคร่ำครวญของคนตาย"

"กรี๊ดดดดดด"

ชั่วหรือหนึ่งแวมไพร์ก็ร้องออกมาด้วยความหวาดหลัวและทุกทรมานประสานกับเสียงของทักษะนี้

****

จิโอวานี่ได้คืนสติกลับมาหลังจากที่ได้สั่นกลัวอยู่ครู่หนึ่ง เขานั้นรู้สึกอายเล็กน้อย แต่มันก็หายไปอย่างรวดเร็ว

"ตะ..ตาย"

โดมินิคกำลังแทงหอกใส่อากาศในขณะที่กำลังประสาทหลอน

"อ๊ากก"

เพ่ง หลงได้วิ่งไปไกลพร้อมกับร้องออกมา ส่วนมาฮาเดสก็ปิดตาลงทำสมาธิ จิโอวานี่ได้มองสำรวจไปรอบๆเพื่อค้นหาแวมไพร์และเค

แต่แล้วโอเปอเรเตอร์ก็ประกาศออกมา

[บอสเคาท์เดมิทรีได้ถูกกำจัดแล้ว]

[จะกลับสู่ตลาดมืดในอีก 1 ชั่วโมง 2 นาที 45 วินาที]

เขาได้เห็นเคสะบัดเลือดออกจากดาบและเก็บดาบเข้าฝักจากระยะไกลและจิโอวานี่ก็ได้เห็นหัวของเคาท์ตกอยู่ที่เท้าของเค เขาจึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก

แต่เคก็ได้มาหาเขาและพูดขึ้น

"ไปกันเถอะ เราได้เสียเวลามาแล้วประมาณ 15 นาที...ดังนั้นเราก็น่าจะเหลือเวลาอีก 15 นาที ดังนั้นเราจะต้องไม่เสียเวลาไปอีก"

จิโอว่านี่ประหลาดใจกับคำพูดของเขา ผิวของโดมินิคยังคงซีดอยู่ดังนั้นจึงยังมีสิ่งที่ต้องทำ แต่เขาก็มีคำถาม

"แต่ว่า..พวกเขาจะไปไหน"

จากนั้นเคก็ตอบกลับมา

"อา จริงสิ"

เคได้ปรบมือขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้ถึงบางอย่างและจากนั้นก็หันไปพูดกับโอเปอเรเตอร์

"โอเอเรเตอร์ ฉันต้องการจะใช้ทักษะนักล่าสมบัติหนึ่งครั้ง ดังนั้นช่วยให้คำใบ้เกี่ยวกับสถานที่ลับหรือบอสลับที"

[ก่อนอื่นฉันจะบอกคุณเกี่ยวกับสถานที่ลับในแผนที่]

"คืออะไร..."

จิโอวานี่เริ่มพูดออกมา แต่ซังจินก็ขัดขวางเขาไว้โดยการเอานิ้วมาขึ้นมาและบอกให้เขาเงียบ

"ชู่วว..."

โอเปอเรเตอร์ได้เริ่มที่จะพูดออกมาอีกครั้ง

[พ่อค้าเร่ที่ได้มาจากแดนไกล]

[ได้ปืนเขามาพร้อมกับหีบสมบัติ]

[เพื่อค้นหาปราสาทที่จะให้เขาได้เฉลิมฉลองด้วยความปิติยินดี]

['เจ้านายของปราสาทแห่งนี้จะจ่ายให้กับสมลบัติของข้า']

[แต่สิ่งเดียวที่รอเขาอยู่ที่ปราสาทเก่า]

[นั้นเป็นสัตว์ประหลาดที่แปลกประหลาด ดังนั้นเขาจีงวิ่งหนี]

[แต่เขาก็ได้ถูกจับในไม่ช้าและกลายเป็นรังไหม]

คำอธิบายของโอเปอเรเตอร์ได้จบลง และจินโอวานี่ก็หันไปมองที่เคพร้อมกับคำถามที่มีมากขึ้นกว่าเดิม แต่แล้วเคก็เริ่มพูดกับตัวเอง

"พ่อค้าเร่ร่อนที่มาจากแดนไกล...กลายไปเป็นรังไหม..."

เขาพึมพักออกมาและจากนั้นตาของเขาก็เบิกกว้างและเริ่มเดินไปที่ประตู

"ไปกันเถอะ"

นักล่าทุกคนต่างก็กลับมาเป็นปกติและทำตามที่เขาบอก นักล่าทุกคนได้เดินไปที่ลิฟและมันก็เริ่มเคลื่ยนไหวอีกครั้ง

"ครืดด ครืดด"

เสียงครูดของลิฟได้ดังออกมา ในขณะเดียวกันมาฮาเดสที่ได้เงียบตลอดมาก็ถามขึ้น

"โทษทีนะ แต่ว่า..อะไรที่นายกำลังพบายามจะทำมันให้สำเร็จ"

เคได้ตอบคำถามของเขา

"อา..นี้มันเป็นภารกิจเสริมประเภทหนึ่งที่จะให้สมบัติเป็นรางวัล"

"สมบัติ?"

เพ่ง หลงได้แสดงความสนใจในคำพูดของเขา

"ใช่แล้ว นายจะเห็นมันเมื่อนายไปที่นั่น ฉันนั้นคิดว่าพวกนายทั้งหมดนั้นโชคดี คนนั่น..ที่แต่งกายประหลาดๆ...มันควรจะพิสูจน์ว่าเป็นประโยชน์"

จากนั้นจิโอวานี่ก็หันไปถามเขา

"นายหมาถึงอะไรมีประโยชน์"

แทนที่จะตอลคำถามของเขา เคได้พูดอย่างอื่นแทนในขณะที่เคาะนิ้วลงบนริมฝีปาก

"นายกังวลเกี่ยวกับการได้รับผลงานต่ำในครั้งนี้ใช่ไหม"

จิโอวานี่ เพ่ง หลง โดมินิค เขาหันาสนใจทั้งหมด มันเป็นหัวข้อที่น่ากลัวสำหรับพวกเขา เคยังคงพูดต่อไป

"คนที่พวกเรากำลังจะไปเจอกัน เขาจะทำให้นายได้รับผลประโบชน์อย่างมาก ทุกคนควรจะได้รับสิ่งที่ดีจากนี้"

เคยังคงพูดเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ

"สมบัติก็ส่วนของสมบัติ ข้อตกลงก็ส่วนของข้อตกลง...แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับฉันหละ"

โดมินิคได้ถามออกมา เคจึงหันไปมองเขา

"ในตอนนี้ที่นายได้พูดถึงมัน...มันอาจจะแก้ไขได้ง่ายๆ"

โดมินิคได้เอียงหัวของเขาด้วยความสับสน

"นายจะทำอะไร..."

ในขณะนั้น

"ติ้ง"

เสียงของลิฟได้ดังออกมาและพวกเขาก็ได้มาถึงชั้นที่ 4 ในห้องของมอนสเตอร์ของแฟรงเก็นสไตเพื่อที่จะลงไปอีกพวกเขาจะต้องไปอีกฝั่งของห้องเพื่อที่จะลงลิฟอื่นๆ เคได้รีบเดินไปในขณะที่เขาพูดออกมา

"ตามฉันมาเร็วๆ และก็เชื่อใจฉัน นายจะไม่เสียใจแน่นอน"

จิโอวานี่ยังคงอยากรู้อยู่ว่าเขานั้นหมายถึงอะไร

"เราจะไปที่ไหนหละ"

เคตอบกลับมา

"เธอบอกว่ารังไหมในก่อนหน้านี้ใช่ไหมหละ เรากำลังจะไปที่ห้องของแมงมุมในชั้นที่สอง

 

จบบทที่ Chapter 49 - Count Dimitri's Castle Ruins (5)

คัดลอกลิงก์แล้ว