เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 48 - Count Dimitri's Castle Ruins (4)

Chapter 48 - Count Dimitri's Castle Ruins (4)

Chapter 48 - Count Dimitri's Castle Ruins (4)


Chapter 48 - Count Dimitri's Castle Ruins (4)

เพ่ง หลงได้มองกลับไปที่ด้านหลังของเขา ในห้องนั้นเต็มไปด้วยซากศพของแมมมุมต่างๆ แมงมุมพวกนั้นได้ถูกเผาจนตาย ตัดออกเป็นชิ้นๆ หัวถูกเตะออกไปและตายด้วยเขี้ยวขอหมาป่า

จิโอวานี่ได้หันมาเรียกเขาจากด้านข้าง

"เฮ้ นายกำลังทำอะไรอยู่นายคนจีน มาเร็ว"

เพ่ง หลงจึงมองไปที่ด้านหน้าอีกครั้ง นักล่าทั้งสี่คน จินนี่และหมาป่าได้รอเขาอยู่ในลิฟ

"อา โอเค"

เพ่ง หลงได้เดินเข้าไปในลิฟทันที

"ครืดด ครืดด"

เมื่อนักล่าทั้งสี่คนได้เข้าไปยืนด้านในลิฟก็ได้เริ่มที่จะขึ้นไปอีกครั้งและเสียงลิฟครูดกับกำแพงก็ดังออกมา

ในขณะที่ลิฟกำลังเคลื่อนตัวอยู่ เพ่ง หลงก็หันไปมองหน้าของโดมินิคครู่หนึ่ง ใบหน้าของเขาซีดคล้ายกับคนที่ตายไร้เรี่ยวแรง คำสาปของแวมไพร์นั้นนอกจากจะลดสเตตัสแล้วมันยังลดกำลังใจอีกด้วย

มันเป็นที่เข้าใจได้ 30 นาทีต่อจากนี้มันเกี่ยวข้องกับความเป็นตายของเขา

"ฟุด ฟิด ฟุด ฟิด"

หมาป่าตัวใหญ่ได้เดินไปรอบๆลิฟเพื่อที่จะดมกลิ่น เพ่ง หลงได้เหบ่มองไปที่หมาป่าตัวนั้น

นับตั้งแต่ในตอนที่เขาได้ถูกหมาป่ากัดจนเกือบตานใน 'ป่าอเฮนน่า' เขาก็ได้กลัวเจ้าสิ่งนี้ไปโดยไม่รู้ตัว จากนั้นนักล่าชาวเกาหลีก็ได้ออกคำสั่งกับหมาป่า

"เคนนั่งลง"

ด้วยเพียงคำสั่งเดียวนี้หมาป่าก็ได้เดินอย่างโอ้อวดและลงไปนั่งอยู่ข้างเท้าของชาวเกาหลี เมื่อสักครู่ก่อนหน้านี้มันพึ่งได้ฉีกพวกแมงมุมอย่างบ้าคลั่งเช่นเดรัจฉาน

'เขามันใจว่ามันจงรักไักดีต่อเจ้านาย'

ในขณะที่เขากำลังคิดอยู่ ทันใดนั้นเคก็ได้พูดออกมา

"นายเพ่ง หลง"

"อา ง่าไง"

"นายมีทักษะที่สามารถจะยิงลูกธนูหลายๆดอกในครั้งเดียวไหม"

เพ่ง.หลงได้คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบกลับมา

"อา ใช่แล้วฉันสามารถลูกธนูแตกตัวได้ ฉัน.."

เขาเริ่มที่จะอธิบายความสามารถของมัน แต่เขาก็หยุดลงและเปิดหน้าต่างข้อมูลของธนูออกมาเพราะมันจะง่ายกว่า

ธนูกรงเล็บมังกร - ธนูแห่งโจฮาน

ธนูระดับวีรบุรุษ - ความแข็งแรง A ความคล่องแคล่ว B

ทักษะใช้งาน

ลูกธนูแตกตัว (III)

หลังจากลูกธนูถูกยิงออกไป มันจะแยกออกด้วยเวทมนตร์และโจมตีไปในพื้นที่เดียวกัน

คูลดาว 5 นาที

ดวงตามังกร (III)

ยิงลูกธนูออกไปเพื่อตรวจจับศัตรูนอกสายตา

คูลดาว 5 นาที

ธนูที่เคยถูกใช้โดยหนึ่งใน 4 โจรในตำนานโจฮาน

ว่ากันว่าประสิทธิภาพของคันธนูจะมากขึ้นตามผู้ถือครอง

"แบบนี้นี่เอง"

เคได้อ่านหน้าต่างข้อมูลสั้นๆและหยักหน้ารับ

"ถ้าหากฉันให้สัญญาณ ก็จงยิงลูกธนูให้มากที่สุดเข้าใส่ชุดเกราะ"

เพ่ง หลงเอียงหัวลง

'หืม ชุดเกราะอะไร'

เพ่ง หลงนั้นต้องการที่จะถาม แต่เคก็ได้หันหัวไปทางจินนี่และบอกกับจินนี่

"ซาดาเมียร์ นายเตรียมพร้อมที่จะใช้โซ่สายฟ้า"

"รับทราบ นายท่าน"

ในขณะที่เพ่ง หลงยังคงงงอยู่ลิฟก็ได้หยุดลง

"ติ้ง"

เสียงได้ดังออกมและประตูลิฟก็เปิดออก ไม่เหมือนกับในชั้นแรกที่ต้อนรับพวกเขาด้วยนักเต้นและดนตรีหรือกองทัพแมงมุมในชั้นสอง ในชั้นสามแห่งนี้เงียบสนิท

ในทางเดินยาวนั้นไม่มีอะไรนอกเหนือไปจากชุดเกราะที่ว่่างเปล่าที่ถูกสวมใส่โดยหุ่น

"ทำไมห้องนี้ถึงเป็นแบบนี้ ศัตรูอยู่ที่ไหน"

จิโอวานี่ได้ถามออกมาและเพ่ง หลงก็ได้คิดกับตัวเอง

'ทำไมชายคนนั้นถึงได้รู้ว่าในชั้นถัดไปจะมีชุดเกราะพวกนี้'

ในขณะที่เขากำลังนึกสงสัย เคก็ได้ให้สัญญาณเขา

"โอเคเริ่มยิงได้ เล็งไปที่ศัตรูให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"

'ศัตรู'

เพ่ง หลงได้เต็มไปด้วยคำถาม แต่เขาก็ได้ตัดสินใจทำตามที่เคได้บอก เริ่มจากเรื่องของ 'คำสาปเลือด' เขารู้มากจนเกินไปแม้แต่ในรายละเอียดที่ไม่ปรากฏในแผ่นข้อมูล

เพ่ง หลงได้เงยหน้าขึ้นไปมองเพดานและได้เห็นโคมไฟระย้าแขวนอยู่ด้านบน

'สิ่งนี้มันควรจะมีประโยชน์'

เขาได้เล็งไปที่โคมไฟและตะโกนออกมา

"ลูกธนูแตกตัว"

ลูกธนูของเขาได้พุ่งเข้าไปโดนโคมไฟระย้าและเมื่อนั้นเองลูกธนูก็ได้แยกออกมาหลายๆดอกพุ่งใส่ทั่วพื้นที่ มันได้พุ่งลงไปใสพวกชุดเกราะเป็นส่วนใหญ่

"ตรวจพบผู้บุกลุก"

"ด้วยแขนนี้"

"กำจัดศัตรูของเจ้านาย"

หุ่นที่สวมใส่ชุดเกราะอยู่ได้เริ่มมีชีวิตขึ้นและยกอาวุธขึ้น ความเร็วของพวกนั้นดูจะไม่น่าประทับใจซักเท่าไหร่

จิโอวานี่ได้ยกขวาและโล่ขึ้นมาเตรียมตัวพุ่งไปปะทะ แต่ซังจินก็ได้หยุดเขาไว้

"เดี๋ยวก่อน..รอครู่หนึ่ง"

พวกชุดเกราะที่ได้เริ่มเคลื่อนไหวก็ได้เดินตรงเข้ามาทางลิฟ

"รออีกหน่อย..."

เคได้รออยู่สักพักหนึ่งและส่งสัญญาณไปให้กับจินนี่

"ซาดาเมียร์"

จินนี่ได้เริ่มร่ายเวทในทันที

"สายฟ้าที่น่าหวาดหวั่น จงแพร่กระจายจากศัตรูไปสู่ศัตรูเรื่อยๆ"

ในเวลาเดียวกันเคก็ได้ร่ายเวทบทเดียวกันกับจินนี่

"สายฟ้าที่น่าหวาดหวั่น จงแพร่กระจายจากศัตรูไปสู่ศัตรูเรื่อยๆ"

พลังงานสายฟ้าได้เริ่มรวบรวมขึ้นมาที่มือของเขา

"โซ่สายฟ้า"

"โซ่สายฟ้า"

แสงได้ว่างขึ้นที่มือของเขาและพุ่งเข้าไปใส่กองทัพมี่เข้ามาใกล้ ชุดเกราะที่ด้านหน้าได้ถูกสาวฟ้าและล้มลง จากนั้นสายฟ้าก็ยังคงพุ่งไปต่อสู่ตัวอื่นๆเรื่อยๆ

มีเพียงไม่กี่ตัวที่ยังรอดอยู่และพวกมันก็ได้ยืนอยู่ในท้ายสุดของห้อง

"ไปกันเลย"

ศัตรูที่หุ้มเกราะความจริงแล้วจะจัดการได้ยากมาก แต่ว่าพวกมันได้ถูกโจมตีจนบาดเจ็บจากสายฟ้าก่อนหน้านี้ พวกเขาจึงได้ถูกทำลายลงด้วยการโจมตีของจิโอวานี่และโดมินิค

ชั้นสามได้เคลียไปแล้วด้วยระยะเวลาเพียงแค่กระพริบตาไม่กี่ครั้ง นักล่าทั้งหมดได้ไปที่ลิฟชั้นต่อไปอย่างรวดเร็ว

และจากนั้นลิฟก็เริ่มขึ้นไปอีกครั้ง

****

ซังจินได้พยายามนึงถึงความทรงจำในอดีตของเขา

'อะไรกันนะที่อยู่บนชั้นที่สี่"

และแล้วเขาก็นึกออก มันเป็นห้องมอนสเตอร์ของแฟรงเก็นสไต พวกมันนั้นไม่เร็วมากนัก แต่ก็มีพลังชีวิตที่สูงทำให้ต้องใช้เวลาในการจัดการมันลง

'ฉันคิดว่าเราจะต้องโจมตีแบบไม่หยุดเพื่อไม่ห้เวลาเหนือต่ำกว่า 10 นาที..'

มอนสเตอร์ของแฟรงเก็นสไตนั้นมันให้ความรู้สึกเหมือนกับมินิบอส ในแง่ของพลังชีวิตมันนั้นมีพลังชีวิตที่สูงกว่ามอนสเตอร์ทั้งหมดที่เขาได้ต่อสู้มาจนถึงตอนนี้ มันมากกว่าของเคาท์เดมิทรีซะอีก มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ว่าจะต้องใช้เวลาที่นานขึ้นสักหน่อย

ซังจินมองลงไปที่ดาบทั้งสองเล่มของเขา มูนสเปคและบลัดเวเจน

'..ฉันคิดว่ามันไม่เลวเลยที่จะทดสอบความสามารถของมันว่าเป็นเล่นไร'

แต่

"อั๊ก.."

โดมินิคได้จับหน้าผากของเขาและเริ่มร้องออกมา ไม่มีเวลาที่จะเสียไปได้อีก เขาได้พยายามอย่างหนักเพื่อที่จะประหยัดเวลามากที่สุด ซังจินจึงหันไปหาซาดาเมียร์

"ซาดาเมียร์นายมีเวทมนตร์ดีบัพที่ลดพลังป้องกันของศัตรูไหม"

"แน่นอน"

"ถ้าอย่างนั้นใช้มันเพื่อศัตรูปรากฏขึ้น"

"รับทราบ"

จากนั้นซังจินหันหน้าไปมองนักล่าคนอื่นๆและพูดชึ้น

"ช่วยฉันอีกครั้งด้วยมือของพวกนาย โจมตีศัตรูด้วยทุกอย่างที่พวกนายมีซะ"

เพ่ง หลงหยักหน้ารับ มาฮาเดสได้พนมมือขึ้นและภาวนาจากนั้นก็ตอบกลับมา

"แน่นอน"

"ติ้ง"

ลิฟได้หยุดลงและเสียงก็ดังออกมา ชั้นที่สี่นั้นเป็นห้องแล็บ เครื่องมือที่ไม่รู้จักและสารเคมีต่างๆได้มีอยู่ทั่วห้องแห่งนี้

และที่ตรงกลางได้มียักษ์ยืนอยู่ในขณะที่ตาปิด เมื่อนักล่าได้เข้ามาที่ชั้นที่สีืเครื่องมือที่อยู่รอบฐยักษ์เอาไว้อยู่ก็เริ่มขยับ

จากนั้นมันก็ได้เริ่มฉีดสารเคมีเข้าใส่อกของยักษ์และสายฟ้าก็แปร๊บออกมา

"ก๊าซ~"

"ไปกัน"

ซังจินตะโกนออกมาในขณะที่วิ่งไปข้างหน้า ซาดาเมียร์ก็ได้ร่ายเวทออกมา

"ร่างกายที่เปราะบาง และแตกหัก ความอ่อนแอ"

แสงสีดำแปลกๆได้ปรากฏขึ้นเหบือหัวของศัตรู

"ฟิ้ว"

ลูกธนูของเพ่ง หลงได้พุ่งเข้าใส่หัวของมันและฝังเขาไป แต่มอนสเตอร์ของแฟรงเก็นสไตไม่ใช่สิ่งที่จะตายด้วยของเช่นนั้น ซังจินได้วิ่งออกไปและเหวี่ยงดาบคู่ของเขา

"ย๊าก"

เขาวิ่งพร้อมกับตะโกนออกมา

"ย้าโฮ่"

มาฮาเดสก็ได้พุ่งเข้ามาเตะเช่นกัน ดาบของซังจินนั้นได้ปักลงบนอกของมันและเท้าของมาฮาเดสก็ได้เคะเข้าที่ปายคาง

****

"ครืดด ครืดด"

ลิฟได้เริ่มเลื่อนขึ้นไปอีกครั้ง ซังจินได้มองกลับไปที่ด้านหลัง มอนสเตอร์ในก่อนหน้านี้ได้กลายเป็นกองเลือดและเศษชิ้นส่วนเล็กๆ

'ในตอนนี้มันใช้เวลาประมาณ...กี่นาที'

ครั้งก่อนที่เขาได้สู้พร้อมกับห้าคนในชีวิตที่แล้วมันได้ใช้เวลาถึง 10 นาที แต่ในครั้งนี้มันจบลงเร็วมาก ซังจินมองลงไปที่ดาบของเขา

'พลังโจมตีของมันอยู่ในระดับที่ต่างจากครั้งก่อนๆแล้ว'

นักล่าคนอื่นๆอาจจะไม่ทราบ แต่ซังจินสามารถที่จะบอกได้จากการที่ได้ต่อสู้กับมอนสเตอร์ของแฟรงเก็นสไตเป็นครั้งที่สอง

'..ฉันก็อาจจะสามารถเคลียการจู่โจมด้วยตนเองได้...'

ซังจินได้มองไปที่คนรอบๆเขา

เหมือนกับพระจริงๆ มาฮาเดสไม่มีการเปลื่ยนแปลงสถานภาพของเขา เขาได้ยืนนิ่งอย่างสงบ

แต่จิโอวานี่และเพ่ง หลงดูจะหวาดกลัว ถึงแม้ว่าการจู่โจมจะดำเนินไปด้วยดีแต่พวกเขาก็ดูจะยังกังวลอยู่มาก ซังจินคิดขึ้นกับตัวเอง

'ต้องเป็นเพราะระดับค่าผลงาน'

เขานั้นเข้าใจในความรู้สึกของพวกเขา ถ้สหากเป็นในทะเลทรายหรือในสุสานที่เขาออกไปด้วยตัวคนเดียว พงกเขาก็จะไม่คำนวณค่าผลงานของซังจินได้ แต่ในตอนนี้ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบทุกคนในปาตี้จะสามารถเห็นได้ว่าซังจินทำอะไรไปบ้างด้วยตัวเขาเอง เหมือนกับว่าผลงาน 70%-80% จะถูกผูกขาดไว้กับซังจิน มันจึงทำให้พวกเขารู้สึกอันตรายเป็นอย่างมาก

แม้ว่าพวกเขาจะอ่อนแอกว่าซังจินแต่พวกเขาก็เป็นหนึ่งใน 0.01% ของมนุษยชาติที่แข็งแกร่ง พวกเขาสามารถจะรู้ได้จากประสบการณ์ของพวกเขาว่าถ้าหากพวกเขาไม่แข็งแกร่งขึ้นในตอนนี้ พวกเขาก็จะต้องตายในภายหลังแน่นอน

สาเหตุที่ว่าทำไมโดมินิคถึงทำบุ่มบ่ามเช่นนั้นไม่ยากจะคาดเดาเลย

'แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้ ฉันไม่สามารถจะหยุดการเติบโตของฉันไว้ได้...'

เขากำลังอยู่ในสวาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกและซังจินได้ตระหนักถึงความหมายนั้น การที่เขาจะแข็งแกร่งขึ้นนั้นมันก็จะทำให้พันธมิตรอ่อนแอลงและในกรณีเช่นนี้มันก็เหมือนกับฆ่าพวกเขาทางอ้อม การทำงานร่วมกันกับทีมก็เป็นสิ่งที่ค่อนข้างดี แต่ว่าซังจินนั้นก็ได้มีพลังที่มหาศาลจากทั้งห้าบทที่ผ่านมา

แม้ว่ามาฮาเดสจะเป็นผู้ที่อยู่รอดจนถึงช่วงท้ายๆในชีวิตที่แล้ว แต่ในตอนนี้เขาก็จะมีปัญหาในเรื่องของค่าผลงานของเขา ถ้าหากไม่มีซังจินอยู่ เขาก็จะสามารถมีแต้มผลงานที่มากถึง 40% ได้

และผลของสิ่งนี้จะค่อยๆแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป เหมือนกับในความจริงที่ว่าคนที่รวยก็จะมีแต่รวยขึ้น แต่กับคนจนก็จะมีแต่ยิ่งจนลง

คนที่แข็งแกร่งมากก็จะได้รับผลงานที่มากและจะเติบโตแข็งแกร่งยิ่งขึ้น หากย้อนกลับไปที่โลกซังจินนั้นเป็นเพียงแค่คนที่จนที่สุดในโลก แต่หากเป็นที่นี่เขาก็จะเป็นคนทีร่ำรวยที่สุดคนหนึ่ง

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่คำของอิกกอสะท้อนขึ้นมาในใจเขา

'ไม่ใช่ว่าในที่แห่งนี้มันดำเนินไปเช่นเดียวกันโลกหรอ'

ซังจินเลียริมฝีปากของเขา อิกกอนั้นเป็นคนที่ไม่ใช่คนดี แต่คำพูดของเขาก็ได้ติดอยู่ในใจ ซังจนิส่ายหัวออกมา เขาตัดสินใจที่จะลบอิกกอออกไปจากความทรงจำของเขา

'นี้จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ฉันจะผูกขาดแต้มทั้งหมด ฉันจะใช้แต้มที่ได้จากรอบนี้ เพื่อให้ได้รับ 'ไอเทมนั้น' จาก 'มืดยิ่งกว่าสีดำ'..และจากนั้นเรื่องเช่นนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว'

เขานั้นจะล่าบอสร่วมกับทีมของเขาแต่จะปล่อยพวกลูกน้องธรรมดาให้กับพวกเขาจัดการกันเอง และสำหรับตัวเขาเอง เขาก็จะล่าศัตรูในระหว่างที่กระโดดจากการจู่โจมไปสู่อีกการจู่โจมหนึ่ง ด้วยรูปแบบเช่นนี้สภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้ก็จะแก้ปัญหาได้เอง

'เกมส์นี้มันมีโครงสร้างแบบนี้'

ซังจินตอบกลับความทรงจำในหัวของเขา

'เพียงเพราะมันมีโครงสร้างที่ปัญญาอ่อนเช่นนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องทำตามสิ่งที่มันให้ทำ'

นี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่เขาจะถูกจำกัดด้วยระบบ เริ่มจากการจู่โจมครั้งต่อไปเขาก็จะสามารถเดินทางผ่านมิติได้อย่างอิสระ

"ติ้ง"

เสียงของลิฟได้ดังออกมา มันเป็นชั้นที่ห้าแล้วและนี้ก็เป็นชั้นสุดท้าย ที่ด้านหน้าของพวกเขาก็ได้มีเคาท์เดมิทรียืนรออยู่

[คำเตือน]

[บอส 'เคาท์พันปีเดมิทรี' ปรากฏตัว]

 

จบบทที่ Chapter 48 - Count Dimitri's Castle Ruins (4)

คัดลอกลิงก์แล้ว