- หน้าแรก
- หนึ่งวันต่อหนึ่งปีพลัง เจ้ายังเสียใจอีกหรือ
- บทที่ 48 สร้างจิตหอกได้ภายในวันเดียว!
บทที่ 48 สร้างจิตหอกได้ภายในวันเดียว!
บทที่ 48 สร้างจิตหอกได้ภายในวันเดียว!
"สร้างจิตหอกได้ภายในวันเดียว..."
เขาจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยใบหน้าเรียบเฉย
ทว่ามือหนาที่บีบวอลนัทจนแตกละเอียดกลับสั่นระริกไม่หยุด ดูเหมือนเขาจะไม่สามารถสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจได้อีกต่อไป
เขายืนซุ่มดูอยู่ตรงนี้มานานหลายชั่วโมงแล้ว
หลังจากจัดการธุระในพรรคจิ้วปังเสร็จ เขาก็ตั้งใจจะมาตรวจสอบความก้าวหน้าทางวรยุทธ์ของศิษย์คนเล็กด้วยตัวเอง
เพราะเรื่องที่ศิษย์คนนี้ไปก่อไว้ที่โรงเรียนหลงหยาง เขาย่อมได้รับรายงานมาโดยตลอด
พลังเมฆากระเรียน!
ก่อนหน้านี้ยังอยู่แค่ขั้นสมบูรณ์ แต่นึกไม่ถึงว่าตอนนี้จะบรรลุถึงระดับพลังเจตจำนงไปเสียแล้ว
ต่อให้เขาจะเป็นอาจารย์ ก็ยังต้องตกตะลึงกับเรื่องนี้
เพราะตอนที่เขาตรวจสอบครั้งล่าสุด พละกำลังของฮั่วหลิงเฟยยังอยู่ในขั้นสมบูรณ์เท่านั้น เป็นไปได้อย่างไรที่จู่ๆ จะก้าวกระโดดขึ้นมาถึงระดับพลังเจตจำนงได้ในพริบตา?
"หรือว่าศิษย์ของข้าจะแอบซ่อนคมเอาไว้ก่อนหน้านี้?" หลี่เจินหลงขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธความคิดนั้น
การซ่อนคมย่อมมีร่องรอยให้สังเกตเห็นได้บ้าง
ย่อมไม่อาจเล็ดลอดสายตาของเขาไปได้แน่นอน
แต่นึกไม่ถึงเลยว่า...
หลังจากเขามาถึง ฮั่วหลิงเฟยกลับตกอยู่ในสภาวะดิ่งลึกแห่งความรู้แจ้ง บางครั้งก็แทงทวนออกไป บางครั้งก็นิ่งคิด เพลงทวนพิชิตมังกรถูกร่ายรำออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ดวงตาของเขาสั่นไหวด้วยความทึ่ง
เขารู้อยู่แล้วว่าศิษย์คนนี้บรรลุเพลงทวนพิชิตมังกรขั้นเริ่มต้น แต่เมื่อได้เห็นฮั่วหลิงเฟยร่ายรำเพลงทวนในตอนนี้ เขาก็ไม่อาจเก็บงำความตื่นตะลึงได้อีกต่อไป
เพลงทวนพิชิตมังกรขั้นสมบูรณ์!
ไม่เพียงแต่จะบรรลุพลังเมฆากระเรียน แต่ยังฝึกเพลงทวนพิชิตมังกรจนถึงขั้นสมบูรณ์ มิหนำซ้ำในวินาทีสุดท้าย เขายังได้เห็นกับตาว่าฮั่วหลิงเฟยฝึกฝนเพลงทวนจนบรรลุถึงระดับพลังเจตจำนงต่อหน้าต่อตาเขา
หลี่เจินหลงได้แต่อิ่งเงียบไป
และสิ่งที่ฮั่วหลิงเฟยเพิ่งทำสำเร็จเมื่อครู่ นอกจากการบรรลุพลังเจตจำนงแล้ว เขายังได้ก้าวข้ามเข้าสู่ระดับการสร้างจิตหอกอีกด้วย!
"อาจารย์... ท่านมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?"
ฮั่วหลิงเฟยได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากด้านหลัง เขาก็หลุดออกจากภวังค์ความรู้แจ้งทันที เขาหันกลับมามองอาจารย์ด้วยความประหลาดใจ
เขามัวแต่จดจ่อกับการฝึกทวนจนลืมสิ้นทุกสิ่ง นึกไม่ถึงเลยว่าอาจารย์จะมาถึงตัวแล้วแต่เขากลับไม่รู้เรื่อง
"ต้องแก้ไขจุดนี้แฮะ..." หัวใจของเขาสั่นไหวเล็กน้อย โชคดีที่คนมาคืออาจารย์ของเขา หากเป็นศัตรู ป่านนี้ชีวิตของเขาคงดับดิ้นไปนานแล้ว
"มาได้พักใหญ่แล้ว... มา... หยิบหอกของเจ้ามาแทงอาจารย์ดูสิ!"
หลี่เจินหลงพยักหน้า พยายามระงับอารมณ์ในใจก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
เขาออกคำสั่งให้ฮั่วหลิงเฟยใช้หอกจู่โจมเข้าใส่ทันที เพราะต้องการจะทดสอบพละกำลังที่แท้จริงในตอนนี้ของศิษย์รัก
"เอ่อ... อาจารย์แน่ใจนะครับ?" ฮั่วหลิงเฟยตั้งใจจะถามปัญหาบางอย่างพอดี แต่พอได้ยินคำท้า เขาก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
"ถ้าอย่างนั้น... ศิษย์ไม่เกรงใจแล้วนะครับ!"
ฮั่วหลิงเฟยไม่รอคำตอบ เขาควงทวนยาวพุ่งเข้าประชิดตัวในพริบตา
การมียอดฝีมือระดับนี้มาช่วยเป็นคู่ซ้อมให้ ย่อมเป็นสิ่งที่เขาปรารถนาที่สุด!
ยิ่งอาจารย์ของเขาคือจ้าวแห่งเพลงทวนด้วยแล้ว เขายิ่งอยากจะลองวิชาจนตัวสั่น
"ฟุ่บ ฟุ่บ!"
รังสีทวนอันน่าหวาดหวั่นม้วนพัดมวลอากาศ ปลายทวนดำมืดลึกล้ำดุจหุบเหว ประกายแสงเย็นเยียบพุ่งจู่โจมถึงตัวทันที!
"ไม่เลว..." หลี่เจินหลงลอบอุทานในใจเมื่อเห็นทวนนี้ ศิษย์ของเขาคนนี้สร้างจิตหอกได้สำเร็จแล้วจริงๆ
"จิตหอกก่อเกิด เจตจำนงหอกแน่วแน่ ทวนพลิ้วไหวดั่งใจนึก..." หลี่เจินหลงไม่ได้หลบ เขาจ้องมองฮั่วหลิงเฟยที่พุ่งเข้ามาถึงตัว แล้วใช้เพียงสองนิ้วยื่นออกมาคีบปลายทวนที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วไว้ได้อย่างแม่นยำ
แขนของเขามั่นคงดุจขุนเขา ร่างกายไม่ขยับถอยเลยแม้แต่ก้าวเดียว
เขาเอ่ยวิจารณ์ออกมา "ทวนนี้ พอจะมีเค้าลางความสง่างามของอาจารย์ในสมัยก่อนอยู่บ้าง"
เขาสะบัดนิ้วเบาๆ ฮั่วหลิงเฟยก็ถูกแรงมหาศาลซัดจนต้องถอยร่นออกไปอย่างรวดเร็ว
"ทุ่มกำลังออกมาให้หมด" หลี่เจินหลงใบหน้าเรียบเฉย จ้องมองร่างของฮั่วหลิงเฟยแล้วเอ่ยต่อ "ถึงจะทำได้ดี แต่ถ้ามีฝีมือแค่นี้ คิดจะฆ่าฉินยวนในงานประลองยุทธ์ ก็ไม่ต่างอะไรกับฝันกลางวัน"
สิ้นคำพูดของอาจารย์
"อาจารย์ครับ ขออภัยด้วย!"
ฮั่วหลิงเฟยระเบิดพลังออกมาในทันที ทวนยาวในมือขยับวาดลวดลาย เพลงทวนพิชิตมังกรถูกใช้ออกอย่างสุดกำลัง
เงามายามังกรพุ่งทะยานเข้าหาพร้อมเสียงคำรามกึกก้อง เจตจำนงหอกหอบเอาอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวม้วนตลบเข้ามา!
ทวนที่แทงออกไปส่งเสียงมังกรคำรามกัมปนาท คลื่นทวนอันมหาศาลพุ่งเข้ากดดันดุจพายุที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่ง
หลี่เจินหลงเห็นดังนั้น แววตาก็ยิ่งฉายแววทึ่ง "บรรลุพลังพิชิตมังกรแล้วจริงๆ"
"เพียงแต่ความชำนาญยังขาดไปนิด"
"อานุภาพเลยยังดูเบาบางไปหน่อย"
ร่างของเขาขยับเพียงเล็กน้อย ทว่ายังคงเอามือไพล่หลังไว้ เขาใช้ปลายเท้าสะกิดไม้พลองท่อนหนึ่งขึ้นมา แล้วออกแรงถีบส่งมันพุ่งเข้าหาฮั่วหลิงเฟยด้วยความเร็วสูง!
"ปัง!"
เสียงมังกรคำรามระเบิดขึ้น ฮั่วหลิงเฟยสะบัดทวนฟันไม้พลองท่อนนั้นจนขาดครึ่ง ก่อนจะเหยียดยิ้มเหี้ยม "อาจารย์ครับ ท่านดูถูกศิษย์เกินไปแล้ว!"
เขาพุ่งเข้าถึงตัวในชั่วพริบตา ร่างกายโน้มไปข้างหน้าเป็นวงโค้ง ทวนยาวในมือพุ่งแทงออกไปอย่างรุนแรงและรวดเร็วที่สุด!
"ตูม!"
พลังพิชิตมังกรแผดคำรามกึกก้อง
ทุกสิ่งรอบกายสั่นสะท้านไม่หยุด
เสียงมังกรคำรามสอดประสานไปกับคลื่นพลังที่พร้อมจะบดเคี้ยวทุกอย่าง ฝุ่นควันม้วนตลบอบอวล
ทว่าเมื่อทวนฟาดลงไป ฮั่วหลิงเฟยกลับไม่มีสีหน้ายินดีที่จู่โจมถูกเป้าหมาย เขากลับขมวดคิ้วมุ่น "พลาดรึ?"
"ปัง!"
พริบตาเดียว
หลี่เจินหลงปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของฮั่วหลิงเฟยตอนไหนไม่มีใครรู้ เขาหวดเท้าลงมาอย่างแรง พลังมหาศาลกระแทกเข้าที่แผ่นหลังของฮั่วหลิงเฟยอย่างจัง
"แม้จะบรรลุพลังพิชิตมังกรแล้ว แต่ระดับความเฉียบคมยังไม่พอ..." หลี่เจินหลงเอ่ยวิจารณ์ต่อ "แต่ว่า... พลังในหมัดก็นับว่าใช้ได้"
ฮั่วหลิงเฟยตั้งตัวไม่ทัน ร่างปลิวละลิ่วกระแทกพื้นและไถลไปกับดินจนฝุ่นตลบ
เขาไม่นึกเลยว่าอาจารย์จะหลบการโจมตีนี้พ้น
เขาพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น รู้สึกเจ็บแปลบที่แผ่นหลัง เมื่อสัมผัสถึงพละกำลังที่อาจารย์ใช้ เขาก็แอบทึ่งในใจ
โชคดีที่อาจารย์ออมมือไว้
มิฉะนั้น ด้วยพละกำลังระดับนั้น เกรงว่ากระดูกสันหลังของเขาคงได้หักสะบั้นไปแล้ว
จากนั้น หลี่เจินหลงสั่งให้ฮั่วหลิงเฟยลองออกหมัดดู และให้ใช้พลังเมฆากระเรียนออกมา
เมื่อเห็นเงามายาของเมฆากระเรียนปรากฏขึ้น สีหน้าของเขาก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
ศิษย์ของเขาคนนี้ ประสบความสำเร็จแล้วจริงๆ
แม้ปากเขาจะคอยพร่ำบอกว่า ยังงั้นๆ แหละ ก็พอใช้ได้ แค่นี้เองรึ...
แต่นั่นคือมาตรฐานที่เขาใช้ตัดสินตัวเอง
ที่สำคัญคือ เมื่อครู่นี้เขายังแอบใช้พละกำลังที่เหนือกว่าระดับเกลาเนื้อกระดูกออกไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเรื่องนี้สร้างความตกใจให้เขาอย่างมาก
การที่ศิษย์ทำให้เขาต้องใช้พลังที่เกินกว่าระดับชั้นปกติได้นั้น เป็นตัวพิสูจน์ถึงความน่ากลัวของฮั่วหลิงเฟยได้เป็นอย่างดี
นั่นหมายความว่า หากอยู่ในระดับชั้นเดียวกัน ตัวเขาเองก็ยังสู้ฮั่วหลิงเฟยไม่ได้
"ศิษย์ก้าวหน้าเหนือกว่าอาจารย์..." เขาถอนใจยาวในใจ เริ่มจะเข้าใจความรู้สึกของอาจารย์ของเขาในตอนนั้นแล้ว
พลังเมฆากระเรียน พลังพิชิตมังกร และการสร้างจิตหอก หากอยู่ในระดับเดียวกัน คงไม่มีใครเป็นคู่มือของฮั่วหลิงเฟยได้อีกแล้ว
"มิน่าล่ะไอ้หนูนี่ถึงได้มั่นใจนัก..." หลี่เจินหลงเริ่มจะเข้าใจเหตุผลแล้ว
ทว่าในวินาทีต่อมา
เขากลับส่ายหัวเบาๆ
ต่อให้ทักษะการต่อสู้จะยอดเยี่ยมเพียงใด แต่ระดับพลังยังไปไม่ถึง ระดับสูงสุดของขั้นอัคคีใจนั้น คือการจุดอัคคีทั้งสามในร่างกาย เผาผลาญพลังงานดุจเตาหลอมที่รุนแรง
พลังเลือดลมในกายจะพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด
นั่นไม่ใช่สิ่งที่นักรบในระดับเกลาเนื้อกระดูกจะมาเทียบเคียงได้เลย
ยิ่งวรยุทธ์สูงส่งขึ้นเท่าใด ช่องว่างระหว่างระดับชั้นก็จะยิ่งกว้างขึ้นเท่านั้น
ในตอนนี้ ศิษย์ของเขายังหลอมผิวไม่สำเร็จด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับการจะไปสู้กับระดับอัคคีใจ
........................
(จบบท)