- หน้าแรก
- ข้าเปิดร้านอาหารในดินแดนโต่วหลัว เหล่าวิญญาญจารย์ขอเหมาจ่ายรายเดือน
- บทที่ 24 นี่แหละความรัก! มโนกันไปทั้งบาง!
บทที่ 24 นี่แหละความรัก! มโนกันไปทั้งบาง!
บทที่ 24 นี่แหละความรัก! มโนกันไปทั้งบาง!
บทที่ 24 นี่แหละความรัก! มโนกันไปทั้งบาง!
เมื่อมองดอกเบญจมาศปาฏิหาริย์ทะลุฟ้าที่ถูกยื่นมาตรงหน้า พรหมยุทธ์เบญจมาศก็ถึงกับตกตะลึงจนร่างแข็งทื่อ
สมุนไพรวิเศษที่ส่องประกายสีทองต้นนั้นลอยนิ่งอยู่เบื้องหน้าเขา แผ่รัศมีอันอบอุ่นออกมา
กลีบดอกทุกกลีบล้วนใสดุจแก้วผลึก กักเก็บพลังอันมหาศาลเอาไว้
นี่… นี่เป็นเรื่องจริงหรือ?
พรหมยุทธ์เบญจมาศยื่นมือออกไปโดยไม่รู้ตัว สัมผัสสมุนไพรวิเศษต้นนั้นอย่างสั่นเทา
สัมผัสที่ได้รับบอกเขาว่า นี่ไม่ใช่ความฝัน!
"เฒ่าภูต~ เจ้า….."
น้ำเสียงของเขาสั่นเครืออย่างรุนแรง พรหมยุทธ์เบญจมาศถึงกับพูดออกมาเป็นประโยคที่สมบูรณ์ไม่ได้
เขาไม่คาดคิดเลยว่าพรหมยุทธ์ภูตจะยอมสละสมุนไพรวิเศษที่เหมาะสมกับตนเองที่สุด เพื่อแลกดอกเบญจมาศปาฏิหาริย์ทะลุฟ้าต้นนี้มาให้เขา
นี่คือสมบัติล้ำค่าที่เขาเพิ่งสูญเสียไปเมื่อวานนี้!
คือสมุนไพรวิเศษที่เขาเฝ้าฝันถึง!
คือของล้ำค่าที่เขาร้องห่มร้องไห้ก็ไม่อาจรักษาไว้ได้!
บัดนี้... บัดนี้มันกลับมาอยู่ในมือของเขาอีกครั้ง!
"ร้องไห้ทำไม!"
พรหมยุทธ์ภูตเบือนหน้าหนีอย่างขัดเขิน ใบหน้าที่ดำคล้ำนั้นฉายแววไม่เป็นธรรมชาติออกมาวูบหนึ่ง
"บุรุษอกสามศอก ร้องไห้ไม่หยุดหย่อน เหมือนสตรีไม่มีผิด! ข้าเกลียดท่าทางเช่นนี้ของเจ้าที่สุด!"
น้ำเสียงแหบห้าวของเขาไม่ได้อ่อนโยนแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังฟังดูหยาบกระด้างอยู่บ้าง
"รีบลุกขึ้น! นั่งยองๆ อยู่บนพื้นมันน่าดูที่ไหนกัน!"
พรหมยุทธ์เบญจมาศกอดดอกเบญจมาศปาฏิหาริย์ทะลุฟ้าไว้แน่น แต่น้ำตากลับยิ่งไหลพราก
ครั้งนี้มิใช่ความเสียใจ แต่เป็นความซาบซึ้ง
ขณะที่พรหมยุทธ์ภูตยังคงยืนตำหนิพรหมยุทธ์เบญจมาศอย่างขัดเขินอยู่ตรงนั้น ทันใดนั้นเอง—
"เฒ่าภูต!"
พรหมยุทธ์เบญจมาศดีดตัวลุกขึ้นจากพื้นทันที ยังไม่ทันที่พรหมยุทธ์ภูตจะได้ตั้งตัว เขาก็โผเข้าสวมกอดอีกฝ่ายอย่างกะทันหัน!
"ให้ตายสิ!"
พรหมยุทธ์ภูตถึงกับตื่นตระหนกไปทั้งร่าง
นี่มันสถานการณ์อะไรกัน?
เหตุใดเจ้าเย่วกวนนี่ถึงได้โผเข้ามากอดข้าอย่างกะทันหันเช่นนี้?
เขาไม่ได้เตรียมใจไว้เลยสักนิด!
"เย่วกวน เจ้าบ้าไปแล้วหรือ?! ปล่อยข้า!"
ใบหน้าของพรหมยุทธ์ภูตพลันแดงก่ำราวกับตับหมู เขาพยายามผลักพรหมยุทธ์เบญจมาศออกอย่างสุดกำลัง แต่อีกฝ่ายกลับกอดแน่นเหลือเกิน
"ข้าไม่ปล่อย!"
พรหมยุทธ์เบญจมาศจมูกร้อนผ่าว น้ำเสียงเจือสะอื้น
"เฒ่าภูต เจ้าดีต่อข้าเกินไปแล้ว!"
"ข้า... ข้าซาบซึ้งจนอยากจะร้องไห้!"
"ใครต้องการให้เจ้าซาบซึ้งกัน!"
พรหมยุทธ์ภูตกระวนกระวายจนกระทืบเท้า "ปล่อยข้าเร็วเข้า! หากมีคนมาเห็นเข้าจะดูไม่ดี!"
น่าเสียดายที่พรหมยุทธ์เบญจมาศไม่ยอมฟังแม้แต่น้อย กลับยิ่งกอดแน่นขึ้นไปอีก
ภาพนี้ ทำให้หูเลี่ยน่าทั้งสามคนที่อยู่ด้านข้างถึงกับมองจนตาค้าง
ลูกตาของเอี้ยนแทบจะถลนออกมา "ให้ตายสิ... กอดกันแล้ว กอดกันแล้ว!"
มุมปากของเสียเยวี่ยกระตุก "รู้สึกเหมือนว่าพวกเราได้เห็นอะไรที่ไม่ควรเห็นเข้าเสียแล้ว..."
หูเลี่ยน่ายิ่งแล้วใหญ่ ตื่นเต้นจนพูดไม่ออก ได้แต่ตัวสั่นหอบหายใจแรงๆ
แต่ในใจของนางกลับตะโกนก้อง: นี่แหละความรัก!
ส่วนหลินเฟิงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โยก บัดนี้สีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนไปอย่างน่าสนใจยิ่ง
บอกตามตรง ในฐานะผู้ข้ามมิติเช่นเขา มีฉากไหนบ้างที่ไม่เคยเห็น?
แต่ว่า ฉากเช่นนี้เขากลับไม่เคยเห็นมาก่อนจริงๆ!
เขาไม่คาดคิดเลยว่า บุรุษร่างใหญ่สองคนจะสามารถแสดงฉากเช่นนี้ออกมาได้...
มุมตาของหลินเฟิงกระตุกไม่หยุด มองราชทินนามพรหมยุทธ์ทั้งสองที่กอดกันอยู่เบื้องหน้า เขารู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างบอกไม่ถูก
นี่มันเรื่องอะไรกัน? ที่เขาเปิดคือร้านอาหารนะ ไม่ใช่สถานที่สุดพิสดารอะไรสักหน่อย!
แล้วเจ้าจิ้งจอกน้อยนั่นเล่า!
เจ้าจะหน้าแดงทำไม?
เจ้ากำลังตื่นเต้นอยู่สินะ?
เจ้าต้องกำลังตื่นเต้นอยู่แน่ๆ!
"เจ้าปล่อยข้าเร็วเข้า! ผู้อาวุโสยังมองอยู่!"
พอถูกเอ่ยชื่อหลินเฟิง พรหมยุทธ์เบญจมาศจึงได้สติกลับคืนมาในที่สุด
เขาจึงยอมคลายอ้อมกอดจากอีกฝ่ายอย่างอาลัยอาวรณ์ แต่สายตาของเขาก็ยังคงมองใบหน้าด้านข้างของพรหมยุทธ์ภูตอย่างอ่อนโยน
"เอ่อ... ผู้อาวุโส..."
ใบหน้าของพรหมยุทธ์ภูตดำคล้ำราวกับก้นหม้อ เสียงสั่นเทาอยู่บ้าง
"เมื่อครู่พวกเรา... ไม่ได้มีความหมายอย่างที่ท่านคิดนะขอรับ..."
"เฒ่าภูตพูดถูก!"
พรหมยุทธ์เบญจมาศรีบอธิบายเสริม เพียงแต่สายตาที่แทบจะเกาะติดอยู่บนร่างของพรหมยุทธ์ภูตนั้น ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่มีความน่าเชื่อถือเลย
"พวกเราแค่... แค่ตื่นเต้นเกินไปหน่อยขอรับ!"
ตื่นเต้นกับผีสิ!
หลินเฟิงบริภาษอยู่ในใจ แต่ภายนอก เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นเบาๆ เป็นเชิงว่าตนไม่สนใจชีวิตส่วนตัวของพวกเขา
"เอาล่ะ ความสัมพันธ์ของพวกเจ้าจะดีหรือไม่ดีก็ไม่เกี่ยวกับข้า"
หลินเฟิงเอนกายพิงเก้าอี้โยกอย่างเกียจคร้าน น้ำเสียงเจือไปด้วยความรำคาญราวกับจะบอกว่า 'อย่ามาแสดงความรักต่อหน้าข้า'
"ที่นี่คือร้านอาหาร ไม่ใช่ศูนย์ให้คำปรึกษาปัญหาหัวใจ"
เมื่อพรหมยุทธ์ภูตได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าก็ยิ่งดำคล้ำขึ้น อยากจะหาหลุมมุดเข้าไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด
ส่วนพรหมยุทธ์เบญจมาศกลับไม่สนใจแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลับกอดดอกเบญจมาศปาฏิหาริย์ทะลุฟ้าอย่างเปี่ยมสุข ใบหน้าเต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจ
ในขณะนั้นเอง พรหมยุทธ์ภูตก็พลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาหันขวับไปมองพรหมยุทธ์เบญจมาศ
"จริงสิ เย่วกวน!"
น้ำเสียงของพรหมยุทธ์ภูตกลับกลายเป็นจริงจังขึ้นมา
"การที่เจ้าได้ดอกเบญจมาศปาฏิหาริย์ทะลุฟ้ากลับคืนมา คนที่เจ้าควรขอบคุณที่สุดจริงๆ แล้วมิใช่ข้า"
พรหมยุทธ์เบญจมาศชะงักไปครู่หนึ่ง เงยหน้าขึ้นมองพรหมยุทธ์ภูตอย่างงุนงง
"หมายความว่าอย่างไร?"
พรหมยุทธ์ภูตมองท่าทางเหม่อลอยของสหายเก่า อยากจะเขกมะเหงกใส่เขาสักที
แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงยื่นนิ้วออกไปจิ้มหน้าผากของพรหมยุทธ์เบญจมาศอย่างแรง
"เจ้าคนโง่!"
พรหมยุทธ์เบญจมาศถูกจิ้มจนเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง พลางชูนิ้วดอกกล้วยไม้ชี้ไปที่พรหมยุทธ์ภูตอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ "เฒ่าภูต เจ้าแกล้งข้าอีกแล้ว!"
"ข้าแกล้งเจ้ารึ?" พรหมยุทธ์ภูตแค่นเสียงเย็นชา "ข้าว่าในหัวของเจ้ามีแต่กลีบดอกไม้เสียมากกว่า!"
"เจ้าลองคิดดูให้ดีสิ เหตุใดผู้อาวุโสหลินจึงต้องมอบรางวัลเป็นสมุนไพรวิเศษให้แก่ข้า?"
พรหมยุทธ์เบญจมาศกระพริบตา ยังคงมีสีหน้างุนงง "ก็เพราะเจ้าทำตัวดีอย่างไรเล่า"
"แล้วเหตุใดจึงต้องนำดอกเบญจมาศปาฏิหาริย์ทะลุฟ้ามารวมไว้ในตัวเลือกด้วยเล่า?"
"เพราะ... เพราะ..." พรหมยุทธ์เบญจมาศอ้ำๆ อึ้งๆ อยู่ครึ่งค่อนวัน ก็ยังพูดไม่ออก
พรหมยุทธ์ภูตจิ้มหน้าผากของพรหมยุทธ์เบญจมาศอย่างแรงอีกครั้ง "เจ้าคนหัวไม้เอล์ม!"
"ผู้อาวุโสหลินต้องเห็นว่าเจ้าน่าสงสารเป็นแน่ จึงได้เสนอเรื่องที่จะมอบรางวัลให้แก่ข้า!"
"แต่เหตุใดรางวัลของผู้อาวุโสจึงมิใช่การเพิ่มพลังวิญญาณ มิใช่การวิวัฒนาการวิญญาณยุทธ์ แต่กลับเป็นสมุนไพรวิเศษเล่า?"
"อีกทั้งผู้อาวุโสยังจงใจนำดอกเบญจมาศปาฏิหาริย์ทะลุฟ้ามารวมไว้ในตัวเลือกด้วย มิใช่ว่าคาดการณ์ไว้แล้วหรือว่าข้าจะเลือกดอกเบญจมาศปาฏิหาริย์ทะลุฟ้า แล้วจึงมอบให้แก่เจ้า?"
"ว่าไปแล้ว ก็ยังคงเป็นเพราะผู้อาวุโสมีจิตใจเมตตากรุณา อยากจะยืมมือข้า เพื่อมอบสมุนไพรวิเศษให้แก่เจ้าเท่านั้น!"
"ผู้ที่ต้องการจะช่วยเจ้าอย่างแท้จริง คือผู้อาวุโสหลิน"
เปรี้ยง!
ถ้อยคำเหล่านี้ประดุจดั่งสายฟ้าฟาด ฟาดเปรี้ยงลงบนศีรษะของพรหมยุทธ์เบญจมาศ
เขาเบิกตากว้าง มองหลินเฟิงอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"ผู้อาวุโส..... ท่าน....."
หลินเฟิงเอนกายพิงเก้าอี้โยก ใบหน้าสงบนิ่งดุจผืนน้ำ ไม่ได้ยอมรับ และก็ไม่ได้ปฏิเสธ
เพียงแต่ในขณะนี้เขาพูดอะไรไม่ออกอย่างที่สุด เจ้าพรหมยุทธ์ภูตนี่ความคิดจะเตลิดไปถึงไหนกัน?
ที่เขามอบรางวัลให้กุ่ยเม่ย ก็เพียงเพื่อต้องการส่งเสริมความคิดที่จะช่วยแบ่งเบาภาระธุรกิจของเฟิงหร่านถิงของเขา
ที่เขามอบรางวัลเป็นสมุนไพรวิเศษ ก็เพราะในมือของเขามีแต่สมุนไพรวิเศษ!
ส่วนเรื่องยืมมือกุ่ยเม่ยเพื่อมอบดอกเบญจมาศปาฏิหาริย์ทะลุฟ้าให้แก่พรหมยุทธ์เบญจมาศ?
อย่ามาพูดเหลวไหลเลย เขายังไม่คาดคิดเลยด้วยซ้ำว่ากุ่ยเม่ยจะยอมสละสมุนไพรวิเศษเพื่อเย่วกวน!
แต่ท่วงท่าเช่นนี้ กลับทำให้ทุกคนในที่นั้นล้วนคิดว่าพรหมยุทธ์ภูตได้พูดความจริงออกมาแล้ว
หูเลี่ยน่าใช้มือปิดปาก แววตาเต็มไปด้วยความเลื่อมใส "ผู้อาวุโสช่างอ่อนโยนเหลือเกิน... ขะ... ข้าจะร้องไห้แล้ว..."