- หน้าแรก
- วันสิ้นโลกทั้งที ขอฟาร์มเวลอัปเกรดของให้เทพซ่าก่อนนะครับ
- บทที่ 89 - แสดงความสามารถ และสมรภูมิตัดสิน
บทที่ 89 - แสดงความสามารถ และสมรภูมิตัดสิน
บทที่ 89 - แสดงความสามารถ และสมรภูมิตัดสิน
บทที่ 89 - แสดงความสามารถ และสมรภูมิตัดสิน
หานอวี่ซินอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าตอบรับ
"คุ้นเคยแน่นอน ฉันเป็นคนจินเฉิงโดยกำเนิด อาศัยอยู่ที่นั่นมากว่ายี่สิบปี ตรอกซอกซอยไหนในเมืองฉันเดินมาหมดแล้ว"
หลินเฟิงนึกถึงตำแหน่งที่ติงเฉิงไห่บอก
"รู้จักสวนสาธารณะเหล่าซานไหม"
หานอวี่ซินเลิกคิ้ว
"นั่นมันเขตชานเมืองฝั่งตรงข้ามแม่น้ำแล้ว ปกติถ้าไม่ใช่ไปเดินเล่นก็ไม่ค่อยมีใครไปหรอก ได้ข่าวว่าตอนนี้ถูกกันเป็นเขตหวงห้ามทางทหาร เห็นว่าข้างในมีหลุมหลบภัยนิวเคลียร์ที่ขุดไว้เมื่อหลายสิบปีก่อน เก็บอาวุธยุทโธปกรณ์ไว้เป็นกองพล"
"ถึงจะเก่าไปหน่อย แต่สำหรับกองกำลังพิทักษ์รัฐ ก็พอจะแก้ขัดไปได้..."
หลินเฟิงยักไหล่
"เราไม่ได้จะเข้าไปในตัวเขาเหล่าซาน แต่จะไปที่สถาบันวิจัยตรงชายขอบแถวนั้น เพื่อทำการแลกเปลี่ยนลับๆ กับเพื่อนที่สถาบันวิจัย"
หานอวี่ซินสีหน้าจริงจัง พยักหน้ารับ
"ไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันนำทางเอง"
"ฉันเพิ่งกลับมาจากจินเฉิง จากจุดพักรถไปถึงเหล่าซาน ระยะทางแค่สามร้อยกว่ากิโลเมตร ขับรถสามชั่วโมงก็ถึง"
หลินเฟิงดูเวลา ตอนนี้สิบโมงครึ่ง
"ยังพอมีเวลา เอาของลงก่อน แล้วจะได้ส่งมอบแมลงเป็นชุดต่อไปให้เธอ"
"กินข้าวเที่ยงเสร็จ บ่ายโมงค่อยออกเดินทาง"
"ตอนนี้ไปจัดการธุระเถอะ ไว้ระว่างทางช่วงบ่าย เราค่อยคุยรายละเอียดกัน"
พวกเสิ่นเจี๋ยเพิ่งผ่านการต่อสู้อันระทึกขวัญมา ภายใต้การกำกับของหานอวี่ซิน พวกเขาช่วยกันขนเนื้อสดและเหล็กกล้าลงจากรถบรรทุก สุดท้ายก็ช่วยกันขนแมลงสันหลังทมิฬตัวเป็นๆ สิบตัวจากท้ายรถศึก ยัดกลับใส่รถบรรทุก
ทุกคนเหนื่อยจนแทบหมดแรง รีบกินอาหารกระป๋องกันลวกๆ แล้วทยอยกลับไปพักผ่อนที่โรงแรม
ระหว่างกินข้าว หลินเฟิงพูดกับหานอวี่ซินที่นั่งอยู่ข้างๆ
"ครั้งนี้ทำได้ดี เธอเองก็น่าจะฆ่าแมลงสันหลังทมิฬสักตัว เพื่อตื่นรู้พลังขั้นที่หนึ่งได้แล้ว ไม่อย่างนั้นมีแค่พลังของมนุษย์ดัดแปลง มันจะไม่พอมือเอา"
หานอวี่ซินเผยสีหน้าดีใจ
ความจริงทางฝั่งเจ้าหญิงเบ็ตตี้เคยเกลี้ยกล่อมเธอหลายครั้ง ให้เก็บแมลงสันหลังทมิฬไว้เองสักตัวจากห้าตัวที่ขายไปคราวก่อน เพื่อฆ่าและตื่นรู้พลัง ส่วนเรื่องเงินพวกขุนนางจะช่วยออกให้ก่อน
แต่เพื่อไม่ให้หลินเฟิงระแวง หานอวี่ซินจึงไม่กล้าทำโดยพลการ กะว่ารอจังหวะเหมาะๆ ค่อยขออนุญาตหลินเฟิง
ไม่นึกว่าเขาจะเป็นคนเอ่ยปากเอง แถมยังให้แมลงชุดที่สองฟรีๆ อีก
พอหานอวี่ซินกินข้าวเที่ยงเสร็จ ช่วยเฉินเหยียนเหยียนเก็บจานชาม เตรียมจะไปฆ่าแมลงสันหลังทมิฬที่รถบรรทุก...
หลินเฟิงกลับร้องห้ามไว้
"นั่นมันสินค้าที่ต้องส่งให้เธอ ไปเลือกเอาเองในท้ายรถฉันสิ"
หานอวี่ซินทำหน้างง แต่ก็เดินตามเฉินเหยียนเหยียนไปที่ท้ายรถศึก มองดูแมลงเป็นๆ ที่ถูกมัดแน่นอยู่ข้างใน ไม่เพียงมีแมลงสันหลังทมิฬที่ดุร้าย แต่ยังมีแมลงบินสีเขียวที่เธอเคยได้ยินแค่ชื่ออยู่ด้วย
ความแข็งแกร่งของหลินเฟิง สร้างความตื่นตะลึงให้หานอวี่ซินได้ทุกวันจริงๆ
แต่เธอไม่เข้าใจ ว่าทำไมต้องมาเลือกจากตรงนี้
"พวกนี้ไม่ได้เตรียมไว้แลกเปลี่ยน หรือส่งให้หูเฟยเหรอ"
หลินเฟิงตอบอย่างเป็นธรรมชาติ
"เธอเป็นคนที่หูเฟยส่งมา เพราะงั้นก็หักจากโควตาของหูเฟยซะ ครั้งนี้ให้เธอสิบตัว ให้เขาแค่สิบสี่ตัว"
"เหลือห้าตัวไว้แลกกับสถาบันวิจัย ส่วนตัวสุดท้าย ถือเป็นค่าเหนื่อยของเธอ"
"รอจนเธอสร้างอิทธิพลได้มากพอ ค่อยหาโอกาสเปิดอกคุยกับหูเฟย ให้เขาเริ่มดำเนินการแผนการกักตุนเสบียงของเรา"
"จำไว้ อาหารคือสิ่งสำคัญที่สุด รองลงมาคือวัสดุเหล็กกล้า พวกมันสามารถเปลี่ยนเป็นอาวุธทรงพลังได้ภายใต้พลังของฉัน..."
พูดจบ หลินเฟิงก็ยื่นมือเข้าไปในท้ายรถ แตะแผ่นเหล็กกล้าหนาห้ามิลลิเมตรขนาดหนึ่งตารางเมตร วินาทีถัดมา ต่อหน้าต่อตาหญิงสาวทั้งสอง มันก็เปลี่ยนรูปร่างอย่างน่าอัศจรรย์ กลายเป็นปืนพกสีเงินแวววาวที่ดูดุดันกระบอกหนึ่ง
ในฐานะของเลียนแบบ แม้จะใช้งานได้แค่ในระยะร้อยเมตรจากตัวต้นแบบ แต่ด้วยอานุภาพระดับปืนกลหนักของปืนพกระดับเทพเจ้าเลเวล 9 บวกกับคุณสมบัติกระสุนไม่จำกัด มันคืออาวุธเทพในหมู่ไอเทมระดับต่ำอย่างไม่ต้องสงสัย!
เฉินเหยียนเหยียนนั้นชินแล้วกับปาฏิหาริย์ของหลินเฟิง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่หานอวี่ซินได้เห็นปาฏิหาริย์เกิดขึ้นตรงหน้า!
ก่อนหน้านี้เธอเข้าใจผิดมาตลอด ว่าพลังของหลินเฟิงมีแค่กระสุนพิเศษ พอได้เห็นการสร้างปืนพก และเห็นหลินเฟิงใช้มันยิงต้นไม้ใหญ่ร้อยเมตรหักโค่น...
หานอวี่ซินถึงตระหนักได้ว่า พลังที่แท้จริงของหลินเฟิง คู่ควรกับความทะเยอทะยานที่เขาวางแผนไว้จริงๆ!
มิน่าล่ะ เขาถึงต้องการรวบรวมแผ่นเหล็กกล้า ของพรรค์นี้เมื่ออยู่ในมือเขา สามารถข้ามขั้นตอนการหลอมตีอันยุ่งยาก กลายเป็นอาวุธสังหารได้ทันที
"เข้าใจแล้ว นอกจากอาหาร ฉันจะพยายามรวบรวมเหล็กกล้าพวกนี้มาให้มากที่สุด"
พูดจบ หานอวี่ซินก็หันไปมองแมลงสันหลังทมิฬที่อยู่ข้างๆ ยกดาบยาวในมือขึ้นด้วยความคาดหวัง แล้วแทงเข้าไปที่จุดอ่อนหลังดวงตาของมันอย่างแรง
นั่นคือสมองของแมลงสันหลังทมิฬ และเป็นจุดตายเดียวที่จะปลิดชีพมันได้ในการโจมตีครั้งเดียว
หลังจากแทงซ้ำๆ จนแมลงสันหลังทมิฬที่เหลือพลังชีวิตแค่ไม่กี่สิบแต้มสิ้นใจตาย พลังงานที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ก็ไหลเข้าสู่ร่างของหานอวี่ซิน
เมื่อเสร็จธุระ หลินเฟิงจึงแจ้งให้หูเฟยส่งคนมารับแมลงเป็นๆ ของวันนี้ไป
รอจนรถบรรทุกอีกคันมาถึง และขนแมลงสันหลังทมิฬเก้าตัวไปภายใต้การกำกับของหานอวี่ซิน หลินเฟิงเห็นว่าได้เวลาแล้ว จึงสั่งออกเดินทาง
เฉินเหยียนเหยียนขับรถ หลินเฟิงคอยระวังภัย หานอวี่ซินนั่งเบาะหลังคอยบอกทาง
รถศึกปีกวายุเลเวล 16 ค่อยๆ เคลื่อนออกจากจุดพักรถ
มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นทิศทางตรงกันข้าม เป็นครั้งแรก
ผ่านเมืองที่รกร้างทรุดโทรมสองข้างทาง และกองขยะที่ทับถมเกลื่อนถนน ความรู้สึกหดหู่แบบวันสิ้นโลก ปรากฏชัดขึ้นหลังจากผู้คนอพยพหนีไปหมดแล้ว
หลินเฟิงนึกถึงใบหน้าดื้อรั้นของเด็กสาวคนหนึ่ง ไม่รู้ว่าป่านนี้ เธอจะตามหาญาติเจอหรือยัง
อาศัยช่วงที่ถนนข้างหน้ายังมีสัญญาณนำทาง หานอวี่ซินหยิบแผนที่ที่เตรียมไว้ออกมา ใช้นิ้ววาดเส้นทางอธิบายให้หลินเฟิงฟัง
"เราหาแผนที่ธรณีวิทยาจากหลายที่มาเทียบดูแล้ว ถ้าจะตัดสินแพ้ชนะกับพวกแมลง จุดที่ดีที่สุดคือพื้นที่ด้านหลังสองทะเลสาบ แถบเทือกเขาอู่หลิงและเทือกเขาเทียนเสีย"
"ที่นั่นความสูงเหนือระดับน้ำทะเลสองพันเมตรขึ้นไป ภูมิประเทศเป็นหุบเขาสลับซับซ้อน เป็นภูเขาหิน ไม่เอื้อให้พวกแมลงขุดรูทำรังใต้ดิน พวกมันต้องบุกมาบนดิน ปีนเขาข้ามห้วยเข้ามา"
"แถมในหุบเขายังมีหลุมหลบภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกใต้ดินเก่าแก่มากมาย สะดวกให้เรากักตุนเสบียงล่วงหน้า"
"ขึ้นไปทางตะวันตกเฉียงเหนือสามร้อยกิโลเมตร ก็คือด่านอู่เหล่า ประตูสู่ภาคกลาง..."
"ต่อให้สุดท้ายสู้ไม่ได้ ก็ยังถอยกลับไปตั้งหลักที่แผ่นดินใหญ่ด้านหลังได้"
หลินเฟิงพยักหน้า เทือกเขาอู่หลิงอยู่ทางตะวันตกของบึงอวิ๋นเมิ่ง ห่างจากเจียงหนานโดยมีมณฑลฮุยและมณฑลอวี้จางคั่นอยู่ ระยะทางห่างกันแปดร้อยกิโลเมตรจากตะวันออกไปตะวันตก...
แต่ทั้งสองมณฑลมีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน หากแนวป้องกันเมืองอู๋แตกพ่าย แม่พันธุ์แมลงสามารถรุกรานสองมณฑลนี้ได้อย่างรวดเร็วผ่านทางน้ำ
ถ้าไม่มีการสกัดกั้นที่มีประสิทธิภาพ อย่างมากแค่ปีเดียว ที่ราบลุ่มที่มีความสูงต่ำกว่าพันเมตร ก็จะถูกกองทัพแมลงยึดครองจนหมด
เวลาของมนุษยชาติ เหลือไม่มากแล้วจริงๆ
สำหรับหลินเฟิงเอง ก็เช่นกัน
หลังจากหารือยืนยันจุดยุทธศาสตร์ตัดสินศึก รถศึกปีกวายุลงจากทางด่วน เข้าสู่เมืองจินเฉิง
เพื่อเลี่ยงเขตตัวเมืองที่มีผู้คนแออัด และป้องกันไม่ให้รูปลักษณ์รถศึกที่สะดุดตาไปดึงดูดปัญหา หานอวี่ซินจึงบอกทางให้เฉินเหยียนเหยียนขับเข้าเส้นทางเล็กๆ ที่ไม่สะดุดตา
สุดท้ายก็ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำทางทิศใต้ เข้าสู่เขตเมืองฝั่งตรงข้าม
ขณะแล่นอยู่บนสะพาน มองเห็นเรือสินค้าแล่นขวักไขว่ในแม่น้ำ ขนย้ายเครื่องจักรหนักจากโรงงานอุตสาหกรรมในเมืองจินเฉิงอย่างไม่หยุดหย่อน
รวมถึงโรงงานเหล็ก และโรงงานผลิตอาวุธอื่นๆ ทั้งเครื่องกลึงและวัตถุดิบ
นี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงของการยื้อเวลาในสงครามเมืองอู๋
ทิวทัศน์อันงดงามในอดีต ภายใต้แสงอาทิตย์อัสดง ดูวังเวงและสิ้นหวังชอบกล
ข้ามแม่น้ำไป ก็เห็นภูเขาเหล่าซานตั้งตระหง่านมืดครึ้มอยู่ไกลๆ
หลินเฟิงหยิบมือถือขึ้นมา ติดต่อติงเฉิงไห่
"ฮัลโหล ฉันใกล้ถึงแล้ว"
"จุดแลกเปลี่ยนอยู่ตรงไหน"
[จบแล้ว]