- หน้าแรก
- ข้าจะถล่มโลกใบนี้ด้วยกองทัพจักรกล
- บทที่ 26 เมล็ดพันธุ์ของชาวสวน!
บทที่ 26 เมล็ดพันธุ์ของชาวสวน!
บทที่ 26 เมล็ดพันธุ์ของชาวสวน!
บทที่ 26 เมล็ดพันธุ์ของชาวสวน!
เมื่อเห็นข้อความเตือนนั้นไป๋เย่ก็เงียบไปครู่หนึ่ง เขาเอื้อมมือออกไปลองดึงประตูดู เพื่อดูว่าจะเปิดออกได้ไหม แต่ก็เป็นไปตามที่มนุษย์ต้นไม้บอก มันไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับใด ๆ เลย
มนุษย์ต้นไม้เห็นดังนั้นก็หัวเราะออกมา “อย่าดิ้นรนเลย นายไม่มีทางดึงประตูนี้ให้เปิดได้หรอก อย่าว่าแต่นายเลย ถ้ามันไม่ยอมต่อให้เป็นฉันก็ทำไม่ได้ วิธีที่ดีที่สุดคือหาทางให้มันยอมรับ”
ทันทีที่มนุษย์ต้นไม้พูดจบ เสียงจากประตูไม้ก็ดังขึ้น “ถูกต้องแล้ว! คุกเข่าลงมาโขกหัวโชว์ให้ฉันสักหน่อย ถ้าฉันพอใจ…ก็จะเปิดประตูให้นาย ตกลงไหมล่ะ?”
มันพูดไปพลางสั่นไปเล็กน้อย
เมื่อไป๋เย่ได้ยินเช่นนั้นก็แสยะยิ้มอย่างเย็นชาออกมา “อยากให้ฉันโขกหัวให้แกดูงั้นเหรอ?”
ประตูไม้เล็กตอบกลับอย่างเรียบเฉย “ใช่แล้วสิ! ถ้านายโขกหัวซะจนฉันพอใจล่ะก็…บางทีฉันอาจจะเปิดให้นายก็ได้นะ?”
ไป่เย่แสยะยิ้มออกมา เดิมทีเขากำลังคิดว่าการเข้าไปตบหน้ามันดัง ๆ ทันทีเลย มันจะดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ไหม แต่ตอนนี้ไป๋เย่กลับรู้สึกว่ามันเหมาะสมที่สุดแล้ว
ประตูบานนี้...มันช่างกวนโอ๊ยสิ้นดี!
ไป๋เย่ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยกมือขึ้นตบลงไปอย่างแรง
เพี๊ยะ! เสียงดังขึ้นพร้อมกับประตูที่ส่งเสียงร้อง 'อ๊า!' อย่างน่าสังเวช
“นาย...นายกล้าตบฉันเหรอ?” ประตูไม้เล็กพูดด้วยน้ำเสียงตกตะลึง “นายเตรียมตัวตายได้เลย ฉันจำฝ่ามือนี้ไว้แล้ว ฉันไม่มีทางเปิดประตูให้นายเด็ดขาด!!”
เป็นเพราะประตูไม้เล็กไม่มีตา ไม่อย่างนั้น ตอนนี้มันคงมองไป๋เย่ด้วยความเกลียดชังอย่างแน่นอน
ทว่าไป๋เย่กลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย ภายใต้สายตาที่ตกตะลึงของมนุษย์ต้นไม้ที่อยู่ข้าง ๆ เขาได้ยกมือขึ้นแล้วถามอย่างช้า ๆ ว่า “ไม่เปิดเหรอ?”
“ไม่เปิด!”
เพี๊ยะ!
“จะเปิดไม่เปิด?”
“ไม่...ไม่เปิด...”
“จะเปิดไม่เปิด?”
“...”
เพี๊ยะ!
“อ๊าาาา ฉันยังไม่ได้ตอบเลย ทำไมนายถึงตบฉัน!”
ไป๋เย่เกาหัวแล้วพูดว่า “แฮ่ม ๆ ขอโทษที หลัก ๆ คือ ที่จับประตูอันนี้พอตบแล้วมันให้ความรู้สึกที่ดีมาก
มันไม่บาดมือเลย พอตบไปจนชินแล้วก็หยุดไม่ได้ อีกอย่าง เรื่องนี้ไม่สำคัญหรอก ยังไงนายก็ยังไม่ยอมเปิดประตูไม่ใช่เหรอ? เดี๋ยวฉันก็จะตายแล้ว ขอตบให้หนำใจก่อนตายแล้วกัน”
ไป๋เย่พูดจบก็ยกมือขวาขึ้น เตรียมที่จะตบลงไปอีกครั้ง
“อย่า...อย่าตบอีกเลย!!”
“ถ้าตบอีก ประตูจะแตกแล้วนะ!!” ประตูไม้เล็กตะโกนอย่างเจ็บปวด น้ำเสียงมีความรู้สึกน้อยใจ
“โอ้? ถ้าไม่อยากให้ฉันตบ แล้วนายจะเปิดประตูไหมล่ะ?” ไป๋เย่ถาม
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ประตูไม้เล็กก็เงียบไป
ชายคนนี้ช่างน่ารังเกียจจริง ๆ ไม่อยากเปิดประตูให้เลย
เมื่อไป๋เย่ไม่ได้รับการตอบกลับ เขาจึงถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างเงียบ ๆ แล้วพูดกับเสี่ยวไป๋ว่า “มานี่เสี่ยวไป๋ เล็งไปที่จุดนี้แล้วตบทีนึงสิ”
“???”
นายยังเป็นคนอยู่ไหมเนี่ย?
ถ้าฝ่ามือนี้ตบลงไป ฉันไม่ถูกตบตายเหรอเนี่ย?
ประตูไม้เล็กตกตะลึงในใจ รีบเปิดปากพูด “อย่า...อย่าเลย ฉันจะเปิด...ฉันจะเปิดให้ ไม่ได้เหรอไง”
มันไม่มีพลังในการต่อสู้ แต่มีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งมาก แต่น่าเสียดายที่ครั้งหนึ่งมันเคยซน เลยถูกผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งตบเข้าให้จนทิ้งรอยร้าวที่มองไม่เห็นไว้
รอยนั้นก็ยังไม่หายจนถึงตอนนี้และชายคนนี้ก็น่ารังเกียจยิ่งกว่า ถ้าเขาตบที่อื่น ประตูไม้เล็กก็จะไม่สนใจเลยแต่เขากลับเลือกตบซ้ำ ๆ ตรงจุดที่ประตูไม้เล็กเจ็บปวด ตบแล้วตบอีก ถ้าตบต่อไป มันจะต้องแตกออกจริง ๆ แล้ว
“งั้นฉันยังต้องเอาหัวโขกให้นายดูอีกไหม?”
“ไม่...ไม่แล้ว~” เสียงของประตูไม้เล็กเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
“ไม่แล้วก็ยังไม่เปิดประตูอีก? จะเอายังไง? อยากโดนตบอีกเหรอ?” ไป๋เย่พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“...โอ้~”
ประตูไม้เล็กรู้สึกอัดอั้นตันใจอย่างที่สุด แต่สุดท้าย เมื่อมองเห็นฝ่ามือเหล็กขนาดมหึมาของเสี่ยวไป๋ในร่างหุ่นยนต์ ประตูไม้เล็กก็ยอมเปิดประตูออกอย่างเงียบ ๆ
เมื่อก่อน บรรดานักผจญภัยที่มาที่นี่แล้วอยากให้มันเปิดประตูให้นั้น มีใครบ้างที่ไม่ต้องเอาหัวโขกเพื่อให้มันพอใจแต่ชายคนนี้...
น่าชิงชัง!! ประตูไม้เล็กกัดฟันอยู่ในใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
เสียง ‘แกร๊ก’ พร้อมกับที่ประตูเปิดออก หลังจากนั้นก็มีฝุ่นควันฟุ้งขึ้นมาเล็กน้อย
มนุษย์ต้นไม้ที่อยู่ตรงประตูตกตะลึงเล็กน้อย
เกิดอะไรขึ้น?
ทำไมจู่ ๆ ประตูก็เปิดออกได้ล่ะ?
มันมองไปที่ประตูไม้เล็ก ดวงตาเผยความรู้สึกที่อยากจะตีเหล็กเมื่อยังร้อน ก็แค่ตบนายไม่กี่ฉาดเอง
ทำไมถึงได้ไร้กระดูกสันหลังขนาดนี้ล่ะ?”
เผ้ย
ยังอุตส่าห์เป็นด่านที่สามได้
ขยะเอ๊ย
ราวกับว่าประตูไม้เล็กรู้สึกถึงความคิดในใจของมนุษย์ต้นไม้ จึงพูดขึ้นอย่างแผ่วเบาว่า “ลองหาผู้แข็งแกร่งระดับนายท่านของฉันมาตบนายเพื่อทิ้งบาดแผลไว้ แล้วให้ชายคนนี้มาตบบาดแผลของนายอย่างบ้าคลั่ง
ดูไหมล่ะ?”
ผู้แข็งแกร่งระดับนายท่านของมันนะเหรอ?
มนุษย์ต้นไม้ได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึง ทันใดนั้นก็รู้สึกตัวสั่น
งั้นก็ช่างมันเถอะ
ฝ่ามือนั้น คงตบมันให้ตายได้เลย แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เข้าใจแล้วว่าทำไมประตูไม้เล็กถึงยอมเปิด
ชายคนนี้โชคดีเกินไปหรือเปล่า? ทำไมถึงบังเอิญตบไปโดนตำแหน่งบาดแผลของประตูไม้เล็กได้ง่ายขนาดนั้น?
ไป๋เย่ไม่รู้ว่ามนุษย์ต้นไม้กำลังคิดอะไรอยู่ เขาแค่จ้องมองประตูไม้ที่เปิดออกจนสุด จากนั้นก็หันไปมองมนุษย์ต้นไม้แล้วยิ้มพร้อมพูดว่า “ดูเหมือนว่าฉันจะผ่านแล้วนะ”
“...อืม”
มนุษย์ต้นไม้พยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้แล้วพูดว่า “นายเข้าไปได้เลย นายท่านเคยบอกไว้ว่า ตราบใดที่มีคนเข้าไปได้ ถ้านายอยากจะเอาอะไรในบ้านไปก็เอาไปได้ทั้งนั้น”
“ฮี่ ๆ งั้นฉันเข้าไปนะ”
“เสี่ยวไป๋ เธอรอฉันอยู่ข้างนอก” ไป๋เย่รอคอยคำพูดนี้มานานแล้ว
หลังจากสั่งเสี่ยวไป๋แล้ว เขาก็รีบก้าวเข้าไปในบ้านทันที
เมล็ดพันธุ์ในกระถาง
บ้านหลังนี้ไม่มีใครเข้ามาเป็นเวลานานแล้ว แน่นอนว่าไม่มีใครทำความสะอาดด้วย ฝุ่นจึงสะสมอยู่เต็มไปหมด ไป๋เย่มองสำรวจสถานการณ์ภายในบ้านและเห็นหีบสมบัติอยู่ที่มุมห้องทันที ทันใดนั้นใบหน้าของเขาก็เผยความยินดี
มันคือ…
หีบสมบัติทองแดง
แต่ไป๋เย่ไม่ได้รีบร้อนที่จะเปิดหีบสมบัติ เขามองไปยังส่วนอื่น ๆ แทน
การจัดวางภายในบ้านนั้นเรียบง่ายมาก มีเตียงหนึ่งหลัง โต๊ะหนึ่งตัว เก้าอี้สามตัว นอกเหนือจากนี้ก็เป็นแท่นรอบห้อง บนแท่นวางโถแก้วไว้หลายใบ ในโถแก้วนั้นเคยปลูกเมล็ดพันธุ์บางชนิดมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะตายไปหมดแล้ว ไม่มีคุณค่าใด ๆ
สิ่งนี้ทำให้ไป๋เย่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
เป็นเพราะหลังจากที่เขาได้เห็นเสี่ยวจู๋และเสี่ยวเซียงแล้ว ไป๋เย่ก็พอจะเข้าใจความสามารถพิเศษของชาวสวนว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับพืช ดังนั้น พืชที่ชาวสวนเพาะปลูกจึงไม่น่าจะเป็นพืชธรรมดา
น่าเสียดาย...
ไป๋เย่ส่ายหัว สุดท้ายเขาก็มองไปที่โต๊ะ ตรงนั้นมีกระถางต้นไม้วางอยู่และบนกระถางนั้นมีเมล็ดพันธุ์เม็ดหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนมาก มันเปล่งแสงสีขาวเรืองรองจาง ๆ
เมื่อมองไปที่เมล็ดพันธุ์เม็ดนี้ ข้อความแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของไป๋เย่
[เมล็ดพันธุ์ของชาวสวน: เมล็ดพันธุ์ของชาวสวน เมื่อใช้แล้วจะได้รับอาชีพพิเศษ : ชาวสวน จำกัดเฉพาะมนุษย์เท่านั้น]