เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - การเรียนรู้โดยสัญชาตญาณ และพี่บิ๊กบีผู้เกรี้ยวกราด!

บทที่ 7 - การเรียนรู้โดยสัญชาตญาณ และพี่บิ๊กบีผู้เกรี้ยวกราด!

บทที่ 7 - การเรียนรู้โดยสัญชาตญาณ และพี่บิ๊กบีผู้เกรี้ยวกราด!


"แรงส่งจากสะโพก พลังออกจากเอว ปราณทะลุสู่แขน ศักยภาพถึงปลายหมัด"

"อาวุธคือส่วนขยายของร่างกาย ต้องฝึกจนอาวุธเป็นดั่งแขนขา พลังทะลุเลือดลม จิตรวมเป็นหนึ่ง ถึงจะเข้าใจแก่นแท้ของ 'คนและอาวุธเป็นหนึ่งเดียว' ในวิทยายุทธ์โบราณ"

ในสนามฝึก

เฉิงเย่ก้าวเท้าไปมาราวกับสายลม ปากท่องเคล็ดวิชาที่หลิวปี้สอน มือก็ฟันลมด้วยมีดสั้น

น่าเสียดาย เพลงดาบอันน่าเกรงขามของหลิวปี้ พอมาอยู่ในมือเขา นอกจากท่าจะใหญ่โตขึ้นแล้ว ความรู้สึกเหมือนกำลังหั่นผักทำกับข้าว

อ่อนปวกเปียก ไม่มีแรงส่ง

ตุ้บ

มีดสั้นฟันใส่หุ่นไม้เหล็ก เด้งออกมา ทิ้งรอยบิ่นที่แทบมองไม่เห็นไว้

"ความดุร้ายในการฆ่าฟันของคนยุคใหม่ถูกการศึกษาสมัยใหม่ขัดเกลาจนหมดสิ้น ฉันจะฆ่าไก่สักตัวยังต้องดูคลิปสอนตั้งครึ่งวันกว่าจะกล้าลงมือ นี่ให้ถือมีดไล่ฟันคน..."

เฉิงเย่ส่ายหน้า "ถ้าให้ฉันฝึกเอง ไม่บ้าพลังแบบคนถิ่น คงฝึกเป็นปีก็ไม่มีปัญญาไปสู้กับผู้ติดเชื้อธรรมดาได้"

"แต่โชคดี ฉันยังมีทางอื่น"

เฉิงเย่เก็บมีด เดินไปมุมห้อง ใช้จิตเปิดหน้าจอ

【นักสะสม: เฉิงเย่】

【ระดับปัจจุบัน: lv.1 ฝึกหัด】

【ระดับชีวิต: 0】

【ทักษะ: ว่าง, ว่าง, ว่าง (สามารถติดตั้ง: สัญชาตญาณสัตว์ป่า, พื้นฐานการใช้แรง)】

"ติดตั้ง พื้นฐานการใช้แรง!"

ความคิดแล่นผ่าน

วูบ

เฉิงเย่รู้สึกเหมือนโดนค้อนทุบหัว ตาลาย ขมับเต้นตุบๆ

เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นเปิดกะโหลก แล้วยัดความทรงจำที่ไม่ใช่ของเขาใส่เข้ามา

ฟัน, แทง, เสย...

ในห้วงความคิดที่เลือนราง ชายผิวคล้ำถือดาบยาวฟันไม่ยั้ง ท่าทางเงอะงะแต่แฝงความดิบเถื่อนแบบมวยวัด

เหมือนชั่วพริบตา และเหมือนนานนับเดือน นับปี!

พอเฉิงเย่ได้สติ ชายคนนั้นก็หายไป เหลือแค่มีดสั้นในมือที่ยกขึ้นเล็กน้อย

"ความรู้สึกนี้..."

เฉิงเย่ลองแกว่งมีดเบาๆ แม้ท่ายังดูแข็งๆ แต่การออกแรงต่างจากเมื่อกี้คนละเรื่อง

จากสะโพก สู่เอว สู่แขน สู่อาวุธ!

เส้นสายของแรงที่จินตนาการไว้เป็นล้านรอบ ในที่สุดก็เชื่อมต่อกัน เฉิงเย่รู้สึกว่าทุกครั้งที่ฟัน เหมือนกำลังก้าวเท้าวิ่ง ยิ่งวิ่งยิ่งมีแรง ยิ่งคล่อง!

"สุดยอด สุดยอดไปเลย!"

"ท่านี้น่าจะออกแรงแบบนี้ ไม่ใช่แค่กดลงไปดื้อๆ แต่ต้องใช้สะโพกนำเอว เอวนำแขน ให้ร่างกายเป็นคานงัด สร้างแรงกระแทกเหมือนค้อนปอนด์ทุบลงมา"

หลิวปี้สอนมาแค่สามท่า

ผ่าลง, แทงตรง, ฟันเฉียงเสย

ทุกท่าเป็นท่าฆ่าคน เฉิงเย่เคยคิดว่ามันงั้นๆ แต่พอผสมผสานกับความทรงจำกล้ามเนื้อจากสกิล มันช่างน่าเกรงขาม

ปัง

มีดสั้นฟันฉับลงบนหุ่นไม้ ประกายไฟแลบ

เฉิงเย่ก้มดู รูม่านตาหดเกร็ง รอยฟันลึกตั้งสองเซนติเมตร เกินมาตรฐานขั้นต่ำของการต่อสู้ระยะประชิดไปแล้ว

"เสียดาย เทคนิคถึง แต่ร่างกายยังไม่ถึง"

"ถ้าฉันมีพละกำลังแบบพี่บิ๊กบี มีดนี้คงลึกสักห้าเซนต์... หรือหกเซนต์"

วิเคราะห์เสร็จ เฉิงเย่เริ่มลองอีกสกิล

แต่ก่อนอื่น เขาถอดสกิลพื้นฐานการใช้แรงออกก่อน

ความทรงจำกล้ามเนื้อที่ถาโถมเข้ามาจางหายไป มีดสั้นในมือที่เริ่มคล่อง กลับมาเงอะงะอีกครั้ง

ความต่อเนื่องลื่นไหลของสามท่าดาบก็หายไปพร้อมกัน

ตุ้บ

ลองฟันดูหนึ่งที มีดกระทบหุ่นไม้

เฉิงเย่เก็บมีดสังเกต ตามคาด ทีแรกแทบไม่เป็นรอย ทีนี้มีรอยลึกชัดเจนประมาณเจ็ดแปดมิลลิเมตร

"ถ้าเป็นแบบนี้ ช่องสกิลสามช่องก็พอใช้ช่วงแรกแล้ว!"

เฉิงเย่พยักหน้า ยินดีปรีดา

การติดตั้งสกิลไม่ได้ให้แค่ประสบการณ์การออกแรง แต่ยังให้ความทรงจำกล้ามเนื้อที่เข้าชุดกันมาด้วย

พอถอดสกิล ความทรงจำกล้ามเนื้อหายไป แต่ประสบการณ์การออกแรงยังอยู่ครบ

พูดให้เห็นภาพง่ายๆ

ติดตั้งสกิลเหมือนมียอดฝีมือมาถ่ายทอดพลังวัตร ได้ระดับขั้นสูงและลมปราณที่เข้ากันทันที

ถอดสกิล ลมปราณถูกดึงกลับ แต่ระดับความเข้าใจและการหยั่งรู้ยังอยู่

"มีระดับขั้นที่เพียงพอ รู้ว่าต้องฝึกยังไง ออกแรงยังไง แถมติดตั้งสกิลเพื่อเช็คจุดบกพร่องของตัวเองได้ตลอด นี่มันเจ๋งกว่ามีอาจารย์มวยมาจับมือสอนอีกนะเว้ย"

เฉิงเย่ดื่มด่ำกับความสุข

หลิวปี้ ไอ้หนุ่มจอมพลังนั่นสู้เก่งจริง แต่สอนห่วยแตก

อ้าปากก็ให้โกรธ หุบปากก็ให้ทิ้งสติ

ดีที่เขามีทักษะการเรียนรู้และเลียนแบบสูง ไม่งั้นคงโดนจับได้ว่าพันธุกรรมคนละชั้น

"เดี๋ยวนะ ฉันทะลุมิติมาสิงร่างไม่ใช่เหรอ? ตามหลักน่าจะมีสมองคนยุคใหม่ บวกพลังกายคนแดนร้างสิ..."

เฉิงเย่คิดไปคิดมา สรุปเอาเองว่ายีนร่างเดิมคงไม่เหมาะกับยุคนี้ เฉิงหลงถึงรีบส่งลูกไปอยู่ในกำแพง ไม่สอนวิชาต่อสู้สักนิด

ติดตั้งสกิลพื้นฐานการใช้แรงอีกครั้ง ความทรงจำกล้ามเนื้อที่คุ้นเคยกลับมา

รอบนี้เฉิงเย่แค่ตัวสั่นนิดหน่อย ก็รับความทรงจำกล้ามเนื้อทั้งหมดกลับเข้าร่างได้

"ดูเหมือนการติดตั้งสกิลครั้งแรก ต้องทำในที่ปลอดภัย ครั้งต่อๆ ไปผลกระทบจะน้อยลงมาก"

เฉิงเย่จำใส่ใจ แล้วรีบกดติดตั้งสัญชาตญาณสัตว์ป่า

"หือ?"

เตรียมรับแรงกระแทกทางความทรงจำแล้ว แต่ผ่านไปหลายวินาที เฉิงเย่กลับอุทาน

แปลกแฮะ ทำไมไม่รู้สึกอะไรเลย?

ลองถอด ติดตั้งใหม่ ก็ยังไม่รู้สึกต่างจากเดิม

"หรือจะเป็นสกิลติดตัว?"

เฉิงเย่ขมวดคิ้วครุ่นคิด

ตอนนั้นเอง วิทยุสื่อสารที่วางไว้ข้างๆ ก็ดังขึ้น

【หลิวปี้: ถึงหน้าประตูแล้ว ออกมากินข้าว】

เพื่อทดสอบสกิล เลิกงานปุ๊บเฉิงเย่ก็ดิ่งมาสนามฝึก ข้าวยังไม่ได้กิน

ตอนซ้อมไม่รู้สึก ตอนนี้เห็นข้อความถึงรู้ตัวว่าหิวไส้กิ่ว เหมือนอดข้าวมาหลายวัน

"น่าจะเพราะสร้างความทรงจำกล้ามเนื้อใหม่ ใช้พลังงานไปเยอะ"

เก็บมีดเข้าที่ เฉิงเย่รีบเดินไปทางออก เห็นหลิวปี้ถือถุงยืนโบกมือเรียกแต่ไกล

"พี่บี รวยแล้วเหรอ? ไหนบอกจะเอาแค่เจลสารอาหารมาให้?"

เฉิงเย่รับถุงเปิดดู ถึงกับอึ้ง

ข้างในมีเนื้อสังเคราะห์ตากแห้งสองถุงเต็มๆ กับขนมปังอัลคาไลน์ขนาดเท่าฝ่ามืออีกสามก้อน

ถึงขอบขนมปังจะมีราขึ้นนิดหน่อย แต่ในยุคแดนร้างแบบนี้ ในเมืองแห่งความสุข หรือแม้แต่เมืองชั้นใน นี่คืออาหารรสเลิศหาได้ยาก!

"เนื้อแห้งคือค่าทำขวัญจากการ์เซีย ขนมปัง... หัวหน้าติงให้"

หลิวปี้ตอบเสียงอู้อี้

เฉิงเย่เพิ่งสังเกตว่าวันนี้หลิวปี้ดูอารมณ์ไม่ดี แม้จะฝืนยิ้ม แต่หางตายังมีความขุ่นมัว

"เกิดอะไรขึ้น?"

"การ์เซียโดนฉันจับห้อยหัวซ้อม ตอนนี้อยู่ห้องฉุกเฉินสถานีอนามัย"

หลิวปี้พูดเรียบๆ เหมือนเล่าเรื่องคนอื่น ทำเอาเฉิงเย่หนังตากระตุก

เฮ้ยพี่ ซ้อมคนปางตาย ทำไมพูดเหมือนพี่โดนซ้อมวะ?

เดี๋ยวนะ พี่ไปซ้อมการ์เซียทำไม? เพราะผมไปรีดไถเขามา 5 แต้มเหรอ?

ไม่น่าใช่มั้ง?

"เดี๋ยวนะ... คงไม่ใช่เพราะผมหรอกนะ?"

"ก็เกี่ยวนิดหน่อย แต่ไม่ใช่ทั้งหมด" หลิวปี้ส่ายหน้า "เจ้าหน้าที่เปลี่ยนเวรกันมันเรื่องปกติ แต่ไอ้แก่นั่นดันมาหาเรื่องตอนเลิกงาน เที่ยวบอกใครต่อใครว่าไอ้หนูอย่างแก เอาชื่อฉันไปขู่มัน แถมยังปากดีว่าฝ่ายตะวันออกไม่มีน้ำยา น่าขำชะมัด"

"อย่าว่าแต่พี่หลงเคยช่วยชีวิตพ่อมันตอนออกภารกิจเลย แค่สถานการณ์ที่สองฝ่ายกัดกันจะเป็นจะตายตอนนี้ มันก็ไม่ควรเสนอหน้ามาเป็นเป้า"

"หัวหน้าติงสั่งให้พี่ลงมือ?"

เฉิงเย่เริ่มเข้าใจ คิ้วขมวดเข้าหากัน

อารมณ์ดีๆ จากการอัพเกรดสกิล หายวับไปทันที

เรื่องเล็กน้อยแท้ๆ แต่พอเป็นเรื่องศึกภายใน ทุกคนก็กลายเป็นเบี้ยในมือติงอี่ซานกับฮาร์ลิน

ฝ่ายตะวันออกอ่อนแอ เขาเป็นเบี้ยเล็กสู้การ์เซียไม่ได้ เสียรังวัด ติงอี่ซานก็ต้องส่งเบี้ยตัวใหญ่กว่าไปกู้สถานการณ์

"ช่างมันเถอะ กินข้าว กินเสร็จรีบซ้อม เล่ห์เหลี่ยมอะไรก็ไม่สำคัญเท่าหมัดหนัก"

หลิวปี้โบกมือ

สองคนนั่งยองๆ ข้างป้ายรถเมล์ เฉิงเย่กินเร็วมาก เนื้อแห้งสองถุงหมดเกลี้ยง ขนมปังแข็งโป๊กอีกสองแผ่นก็ตามลงไป

จนต้องรวยถึงจะฝึกยุทธได้ ถ้าพลังงานไม่พอ ยิ่งฝึกร่างกายยิ่งพัง

"กินจุขึ้นขนาดนี้ แสดงว่าที่ฝึกไปได้ผล"

หลิวปี้แปลกใจ แต่ที่แปลกใจกว่าคือผลงานในสนามฝึกของเฉิงเย่

เรื่องยิงปืนข้ามไปก่อน มันต้องใช้เวลา มือปืนเทพๆ ต้องใช้กระสุนเลี้ยง

การต่อสู้ระยะประชิด เมื่อวานเฉิงเย่รุก หลิวปี้รับ วันนี้สลับกัน หลิวปี้รุก เฉิงเย่รับ

"พี่มาแล้วนะ!"

หลิวปี้ตะโกนลั่น ข่มขวัญไว้ก่อน แต่หมัดที่เหวี่ยงมาใช้แรงแค่หนึ่งส่วน

ตุ้บ

เสียงปะทะหนักหน่วง เฉิงเย่ใช้ศอกรับ แล้วอาศัยจังหวะทิ้งไหล่กดศอก แขนฟาดลงมาราวกับแส้

"กล้าดีนี่!" หลิวปี้รูม่านตาหดเกร็ง ไม่หลบ ใช้ท่อนแขนรับตรงๆ วัดแรง

เพียะ!

ผิวสีเข้มของหลิวปี้โดนฟาดจนขึ้นรอยแดง

แม้กระดูกแข็งๆ จะรับแรงกระแทกส่วนใหญ่ไว้ แต่แรงที่เหลือก็เหมือนเข็มทิ่มเส้นประสาท ทำเอาเจ็บจี๊ด

ในที่สุดก็มีแรงแล้ว!

หลิวปี้หรี่ตา สองวันก่อนเฉิงเย่ยังเจาะเกราะไม่เข้า วันนี้ทำให้เขาเจ็บได้

พัฒนาการก้าวกระโดดแบบนี้ ไม่ใช่แค่เซอร์ไพรส์ แต่คือช็อก

"เตรียมตัว พี่จะเอาจริงแล้วนะ!"

ปากบอกเอาจริง แต่หลิวปี้เพิ่มแรงจากหนึ่งส่วน เป็นสองส่วน

ฟังดูไม่เยอะ แต่เพิ่มขึ้นเท่าตัว เฉิงเย่รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลทันที

"พี่บีผ่านความเป็นความตายมาเป็นสิบปี ฆ่าผู้ติดเชื้อเป็นหมื่น โหดชิบหาย"

"แต่วันนี้ฉันก็ไม่อ่อน!"

ฟัน, ทุบ, กัน, เหวี่ยง ท่าทางการออกแรงพื้นฐานถูกถ่ายทอดผ่านหมัดและแขน

รังสีอำมหิตเหมือนสัตว์ป่าแผ่ออกมาจากตัวเฉิงเย่

หลิวปี้ใจหายวาบ เผลอเพิ่มแรงไปอีกครึ่งส่วน ครึ่งส่วน ครึ่งส่วน...

ปัง

เฉิงเย่กระเด็นไปกระแทกหุ่นไม้ เกือบสำรอกเนื้อแห้งที่กินไปออกมา

"เวรละ!"

หลิวปี้หน้าถอดสี พุ่งตัวไปรับเฉิงเย่อย่างไว

ไม่รู้ทำไมเมื่อกี้เขารู้สึกเหมือนกำลังสู้กับสัตว์กลายพันธุ์ เลยเผลออัดแรงไปถึงสี่ส่วน!

หมัดนี้แรงเท่ายอดฝีมือฝึกมาจี่สิบปี เฉิงเย่จะรับไหวได้ไง?

"พี่บี... พี่เป็นคู่ซ้อม... ต้อง... หักเงิน!"

เฉิงเย่อ้วกลม มุมปากมีเลือดซึม

กว่าจะกดเลือดลมที่ตีขึ้นมาลงไปได้ ถึงเค้นเสียงบ่นออกมา

หมัดเมื่อกี้เหมือนโดนสิบล้อชน ปลิวแบบไร้ทางสู้จริงๆ

เทคนิคอะไร การออกแรงอะไร สัญชาตญาณสัตว์ป่าอะไร...

เดี๋ยวนะ ต้องเรียกว่าโหมดสัตว์ป่าถึงจะถูก

เฉิงเย่นึกย้อนกลับไป พอปะทะปุ๊บ เขาเหมือนโดนของ ไม่ใช้สมองคิด พึ่งสัญชาตญาณและการตอบสนองล้วนๆ อย่างที่หลิวปี้เคยสอนเป๊ะ

"โทษทีๆ พี่ผิดเอง"

หลิวปี้ขอโทษรัวๆ แต่แววตาเต็มไปด้วยความปิติ ไม่มีเค้าความขุ่นมัวก่อนหน้า ยิ้มร่า:

"พี่หลงหลอกพี่อีกแล้ว พรสวรรค์แก เหนือกว่าพี่แน่นอน!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 7 - การเรียนรู้โดยสัญชาตญาณ และพี่บิ๊กบีผู้เกรี้ยวกราด!

คัดลอกลิงก์แล้ว