- หน้าแรก
- พลิกชะตามาปั้นทีม เดิมพันด้วยบัลลังก์พรีเมียร์ลีก
- บทที่ 1 ไม่เห็นหัวผู้ข้ามมิติกันเลยหรือไง!
บทที่ 1 ไม่เห็นหัวผู้ข้ามมิติกันเลยหรือไง!
บทที่ 1 ไม่เห็นหัวผู้ข้ามมิติกันเลยหรือไง!
"ฉันต้องเป็นผู้ข้ามมิติที่ล้มเหลวที่สุดในประวัติศาสตร์แน่ๆ!"
หยางเฉิงนอนแผ่อยู่บนเตียงในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล ร่างกายไร้ซึ่งเรี่ยวแรงโดยสิ้นเชิง
แม้แต่การหายใจยังเป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง
ทว่าสติสัมปชัญญะของเขากลับแจ่มชัดเป็นพิเศษ
ก่อนที่จะหมดสติไป เขายังคงยืนสั่งการอยู่ข้างสนามในศึกตัดสินแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2023/24 ที่สำคัญที่สุด
ในนาทีที่ 88 อาร์เซนอลภายใต้การคุมทีมของเขา ในที่สุดก็สามารถเจาะตาข่ายของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่นำทัพโดยยอดกุนซือระดับโลกอย่างเป๊ป กวาร์ดิโอลา ได้สำเร็จ
แชมป์แรกในอาชีพการคุมทีมของเขาอยู่แค่เอื้อมแล้ว!
ความปิติยินดีที่พุ่งพล่านอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนเอ่อล้นออกมาทันที จนเขาไม่อาจควบคุมตัวเองได้
โดยเฉพาะเมื่อเขาเห็นสีหน้าท่าทางที่ห่อเหี่ยวของกวาร์ดิโอลาซึ่งอยู่ไม่ไกล เขาก็ยิ่งรู้สึกถึงความสะใจอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
แต่ในวินาทีต่อมา เขาก็ล้มฟุบลง
เขา เห็น ตัวเองถูกหามขึ้นเปลหามส่งไปยังรถพยาบาลในสนามอย่างชัดเจน และ ได้ยิน เสียงแพทย์ฉุกเฉินตะโกนเรียกอยู่ที่ข้างหู...
รถพยาบาลเร่งเครื่องมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
จากนั้นก็ตามมาด้วยความวุ่นวายของการกู้ชีพอย่างเร่งด่วน
เหล่าแพทย์และพยาบาลต่างพยายามพูดคุยกับเขา เขาได้ยินทุกคำพูดอย่างชัดเจน แต่กลับไร้เรี่ยวแรงที่จะตอบสนอง
นี่คือปี 2024
ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าขนาดนี้ ฉันน่าจะยังรอดชีวิตได้ใช่ไหม?
ขณะที่ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจของหยางเฉิง เสียงสัญญาณเตือนจากเครื่องมือแพทย์ที่ดังระรัวก็ทำให้เขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ที่แท้ความรู้สึกยามอยู่บนปากเหวแห่งความตายมันน่าพรั่นพรึงถึงเพียงนี้!
ความทรงจำจากทั้งสองชีวิตไหลเวียนผ่านสายตาประดุจภาพยนตร์
ตั้งแต่ปี 1984 ถึง 2011 นั่นคือช่วงชีวิตอันแสนธรรมดา
ย้อนกลับมาเริ่มต้นใหม่ในปี 1995 จนถึงปัจจุบันในปี 2024 มันคือหน้าประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของการบุกเบิกวงการฟุตบอลยุโรป
อาชีพการคุมทีมของเขาผ่านสโมสรมามากมาย ตั้งแต่ยักษ์ใหญ่อย่างเรอัล มาดริด บาร์เซโลนา เชลซี และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปจนถึงลีกรองของเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ ทุกแห่งล้วนมีร่องรอยการคุมทีมของเขาทั้งสิ้น
30 ปี!
เขาใช้เวลาเต็ม 30 ปีในการดิ้นรนและเคี่ยวกรำตนเองจากมือใหม่จนกลายเป็นเฮดโค้ชระดับโลก
สิ่งที่เขารู้สึกเสียดายที่สุดคือตลอด 30 ปีมานี้ เขาไม่เคยคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้แม้แต่รายการเดียว
รองแชมป์ตลอดกาล
นี่คือรางวัลปลอบใจที่สื่อมวลชนและแฟนบอลมอบให้แก่เขา
แต่ใครบ้างจะไม่ได้ยินเสียงเย้ยหยันที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังฉายานั้น?
หลังจากผ่านความยากลำบากมา 30 ปี แชมป์ที่รอคอยมาแสนนานกำลังจะมาถึงมืออยู่แล้ว แต่กลับคาดไม่ถึงว่า...
ไม่ยินยอม!
แม้แต่ในห้วงจิตสำนึก หยางเฉิงก็ยังสั่นสะท้านไปทั้งตัว
ความสำเร็จที่เรอัล มาดริดคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 3 สมัยติดต่อกัน ก็ถูกสร้างขึ้นบนรากฐานที่เขาวางไว้
เขาเป็นผู้นำพาบาร์เซโลนาออกจากจุดตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นรากฐานให้ไรจ์การ์ดสร้างดรีมทีมยุคที่ 2 และกวาร์ดิโอลาสร้างดรีมทีมยุคที่ 3
แชมป์ยุโรปสมัยแรกของเชลซีควรจะเป็นของเขา
การฟื้นตัวของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจากหล่มตมหลังจากเฟอร์กูสันวางมือ และการรักษาศักยภาพในการแข่งขันในฐานะมหาอำนาจของยุโรป ก็ได้รับอานิสงส์จากการปฏิรูปทีมขนานใหญ่ของเขา
แม้แต่กวาร์ดิโอลา หลังจากพามันเชสเตอร ซิตี้คว้าแชมป์ ก็ยังกล่าวขอบคุณเขาเป็นพิเศษสำหรับมรดกอันล้ำค่าที่เขาทิ้งไว้ให้
30 ปีเต็ม!
ถ้วยแชมป์ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาหลายครั้งนับไม่ถ้วน
แต่ทุกครั้ง ด้วยเหตุผลร้อยแปดพันประการ มันกลับหลุดลอยไปเสมอ
จนกระทั่งถึงปี 2024 ทุกคนยอมรับว่าหยางเฉิงคือกุนซือระดับโลก แต่เขาก็ยังไร้ซึ่งถ้วยแชมป์
ฉันเจ็บใจนัก!
หากฉันได้รับโอกาสอีกครั้ง ฉันจะ...
ติ๊ด...
...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูที่เร่งรีบดังขึ้น
หยางเฉิงสะดุ้งสุดตัวและตื่นขึ้นทันที
เขาลุกขึ้นนั่งบนเตียง ราวกับคนจมน้ำที่เพิ่งได้รับการช่วยเหลือ หอบหายใจอย่างหนักหน่วง
แผ่นหลังของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ
หลังจากปรับลมหายใจได้เล็กน้อย สติของเขาก็ค่อยๆ แจ่มชัดขึ้น
เขารู้สึกประหลาดใจที่พบว่าตัวเองไม่ได้อยู่บนเตียงในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล แต่กลับนอนอยู่ในสำนักงานที่คับแคบแห่งหนึ่ง
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
หยางเฉิงนั่งอยู่บนเตียง กวาดสายตามองไปรอบๆ
เขาไม่คุ้นเคยกับสำนักงานแห่งนี้เลย พลางพยายามค้นหาเบาะแสจากความทรงจำอย่างบ้าคลั่ง
ในขณะนั้นเอง ความทรงจำแปลกปลอมก็พรั่งพรูเข้ามา
เขาย้อนเวลากลับมาอีกครั้งแล้ว!
จากปี 2024 ย้อนกลับมาสู่ฤดูร้อนปี 2003
ชื่อของเขายังคงเป็นหยางเฉิง และปีนี้เขามีอายุ 23 ปี
ณ เวลานี้ เขาอยู่ในสำนักงานของสโมสรฟุตบอลเบย์สวอเตอร์ ไชนีส ทางตอนเหนือของสวนไฮด์ปาร์ก ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
เบย์สวอเตอร์ ไชนีส?
ทันทีที่ชื่อแปลกหูนี้ปรากฏขึ้นในหัวของหยางเฉิง เขาก็รู้สึกปวดศีรษะตุบๆ
นี่มันปัญหาใหญ่ชัดๆ
พ่อของเขา หยางเจี้ยนกั๋ว สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาในช่วงทศวรรษที่ 80 โดยเริ่มจากธุรกิจรองเท้าและเครื่องแต่งกาย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างแบรนด์กีฬาของจีนเอง
ในปี 1996 กระแสการส่งนักเตะจีนไปค้าแข้งต่างแดนกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในวงการฟุตบอลจีน
หยางเจี้ยนกั๋วพลาดขบวนรถไฟขบวนนี้ แต่เขาก็หาช่องทางอื่นจนได้ โดยการเข้าซื้อทีมสมัครเล่นระดับล่างในลอนดอนเมื่อปี 1997
ตามวิสัยทัศน์ของเขา เขาต้องการใช้เวลาไม่กี่ปีในการพาทีมสมัครเล่นทีมนี้ขึ้นสู่พรีเมียร์ลีก เพื่อใช้เป็นบันไดให้นักเตะจีนก้าวไปสู่เวทีโลก
ด้วยเหตุนี้ เขาถึงกับทุ่มเงินมหาศาลซื้อที่ดินผืนใหญ่ในย่านเบย์สวอเตอร์ ทางตอนเหนือของไฮด์ปาร์ก เพื่อวางแผนสร้างสนามแข่งขันและสนามฝึกซ้อมที่สามารถจุผู้ชมได้หลายหมื่นคน
วีรกรรมอันยิ่งใหญ่นี้เคยได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากสื่อมวลชนและแฟนบอลในประเทศจีน
ทว่างานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา
ทีมเบย์สวอเตอร์ ไชนีส ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงไม่กี่ปีแรก แต่หลังจากเลื่อนชั้นขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงลีกทู พวกเขาก็พบว่าการจะก้าวต่อไปนั้นยากลำบากเหลือเกิน
การลงทุนมหาศาลอย่างต่อเนื่องทำให้สภาพคล่องทางการเงินของตระกูลหยางมีปัญหา จนต้องระงับโครงการสร้างสนามและสนามฝึกซ้อม
หนี้สินถาโถมเข้ามาดั่งภูเขาถล่ม บดขยี้สโมสรจนพังพินาศ
ในขณะเดียวกัน มันยังส่งผลกระทบไปถึงธุรกิจของตระกูลหยางในประเทศจีนด้วย
หากก้าวพลาดเพียงนิดเดียว อาจหมายถึงความล่มจมทั้งตระกูล
หยางเจี้ยนกั๋วต้องรีบบินกลับประเทศจีนเพื่อประคองสถานการณ์ทางธุรกิจ
ทิ้งให้หยางเฉิง ลูกชายคนเดียวที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย ต้องอยู่ที่อังกฤษเพื่อรับหน้าเสื่อจัดการกับเผือกร้อนชิ้นนี้แทนพ่อชั่วคราว
หลังจากเรียบเรียงความทรงจำเสร็จสิ้น หยางเฉิงก็ยิ้มแห้งๆ ออกมา
สวรรค์ไม่เห็นหัวผู้ข้ามมิติกันเลยจริงๆ!
ชีวิตความเป็นอยู่ยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ
คราวก่อนที่ย้อนเวลาไปเยอรมนีในปี 95 อย่างน้อยเขาก็ยังมีงานทำและมีใบอนุญาตโค้ช
แต่ตอนนี้ล่ะ?
เขากลายเป็นเศรษฐีทันที ไม่สิ มหาเศรษฐีที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวต่างหาก
แถมยังเป็นหนี้สกุลเงินปอนด์อีกด้วย!
จูหยวนจางปฐมกษัตริย์ราชวงศ์หมิงเริ่มสร้างตัวจากชามข้าวใบเดียว ส่วนฉันเริ่มต้นด้วยหนี้สินหลายสิบล้านปอนด์
เราต่างก็มีอนาคตที่สดใสกันทั้งคู่...
ในชีวิตก่อน หยางเฉิงเคยคุมทีมเชลซีและอาร์เซนอลมาก่อน จึงคุ้นเคยกับลอนดอนเป็นอย่างดี
ทางตอนเหนือของไฮด์ปาร์กคือย่านคนรวยที่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็นนอตติ้งฮิลล์ เบย์สวอเตอร์ หรือแพดดิงตัน ล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียงก้องโลก
จะไปหาที่ดินผืนใหญ่สำหรับสร้างสนามและสนามฝึกซ้อมมาจากไหนกัน?
ต้องบอกว่าเทพเจ้าแห่งการข้ามมิตินั้นสุดยอดจริงๆ
แต่ทำเลทองขนาดนี้ มันเหลือเชื่อมาก!
...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง
"อาเฉิง ตื่นหรือยัง?"
หยางเฉิงมองไปทางประตู พยายามปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ "ครับ อาหลิน"
ชายวัยกลางคนที่ตะโกนเรียกอยู่ด้านนอกคือ หลินจงชิว ผู้จัดการฝ่ายการเงินเก่าแก่ที่ติดตามหยางเจี้ยนกั๋วมาตั้งแต่เริ่มก่อร่างสร้างตัว
คุณพ่อตัวดีของเขาหนีกลับจีนไปกู้สถานการณ์ ทิ้งหลินจงชิวไว้คอย ช่วยเหลือ หยางเฉิง
หยางเฉิงเดินไปเปิดประตู
หลินจงชิวมองดูนายน้อยที่เพิ่งจบมหาวิทยาลัย ด้วยใบหน้าขาวสะอาดหล่อเหลาที่ยังแฝงความไร้เดียงสา แล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ
อาเฉิงหน้าตาเหมือนแม่และมีนิสัยอ่อนโยน ขาดความเฉียบขาดแบบนักธุรกิจ
แม้ภัยพิบัติกำลังจะมาถึงตัว เขาก็ยังนอนหลับได้อย่างสบายใจ
"ตัวแทนของเศรษฐีรัสเซียจากเชลซีใกล้จะมาถึงแล้ว รีบเตรียมตัวเร็วเข้า เดี๋ยวอาจะจัดการเรื่องเจรจาเอง ยึดตามที่เราคุยกันไว้ ยืนกรานที่ราคา 10 ล้านปอนด์ เข้าใจไหม?"
หลินจงชิวกำชับ
การที่หยางเฉิงอยู่ที่ลอนดอน เดิมทีก็เป็นแค่ตุ๊กตาสัญลักษณ์เท่านั้น เรื่องราวต่างๆ หลินจงชิวเป็นคนจัดการทั้งหมด
แต่คำว่า เชลซี ที่หลุดจากปากหลินจงชิว ดึงดูดความสนใจของหยางเฉิงทันที
"อับราโมวิชเหรอครับ?"
"ใช่ คนที่มาคราวนี้มีทั้งตัวแทนธนาคารของเขา แคช แฮร์ริส ประธานของซีมัวร์ เพียร์ซ อินเวสต์เมนต์ แบงก์"
"และซูเปอร์เอเยนต์ชื่อดัง ปินี ซาฮาวี"
"ได้ข่าวว่าสองคนนี้เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เขาเข้าซื้อทีมเชลซีสำเร็จในปีนี้"
หยางเฉิงขมวดคิ้ว
ในชีวิตก่อน เขาเคยคุมทีมเชลซีอยู่ 2 ฤดูกาล ฤดูกาลแรกเป็นการวางรากฐาน ส่วนฤดูกาลที่สองคือช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ
พวกเขาจบด้วยการเป็นรองแชมป์พรีเมียร์ลีก เป็นรองแค่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดของเฟอร์กูสัน และทำผลงานได้อย่างไร้เทียมทานในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
ทว่า ทันทีที่ทีมผ่านรอบรองชนะเลิศด้วยการเขี่ยบาร์เซโลนาของกวาร์ดิโอลาตกรอบอย่างยากลำบาก และหยางเฉิงกำลังมุ่งมั่นที่จะคว้าถ้วยแชมป์ยุโรป เขากลับถูกไล่ออกระหว่างนั่งเครื่องบินกลับจากบาร์เซโลนามายังลอนดอน
เหตุผลก็คือเขาปฏิเสธที่จะขายดิดิเยร์ ดร็อกบา ที่เริ่มโรยรา!
หลังจากเขาโดนไล่ออก ผู้ช่วยโค้ชของหยางเฉิงก็พาทีมลงแข่งนัดชิงชนะเลิศและคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกไปครอง
ตอนนี้ ทันทีที่เขาย้อนเวลากลับมา เชลซีก็มาเคาะประตูบ้านอีกครั้ง ศัตรูย่อมมีทางโคจรมาพบกันจริงๆ!
"อาหลิน ทำไมเราต้องขายที่ดินผืนนี้ด้วยครับ" หยางเฉิงแกล้งถามอย่างถ่อมตน
หลินจงชิวรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
"ผมหมายถึง ที่ดินผืนนี้ทำเลดีมาก ผมดูมาแล้ว ในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรมีรถไฟใต้ดินผ่านถึง 6 สาย และมีสถานีรถไฟใต้ดิน 5 แห่ง รวมถึงสถานีใหญ่อย่างแพดดิงตัน ซึ่งสำคัญมากต่อลอนดอนและสหราชอาณาจักร"
"เราเอาที่ดินนี้ไปจำนอง หาผู้ร่วมทุน แล้วทำอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้เหรอครับ แบบนั้นน่าจะกำไรมากกว่านะ?"
หลินจงชิวมองหยางเฉิงด้วยความประหลาดใจ แววตาฉายแววทึ่งวูบหนึ่ง
ตามมาด้วยความชื่นชม
แต่ไม่นาน เขาก็ส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มขมขื่น
"อาเฉิง เธอคิดง่ายเกินไปแล้ว"
หยางเฉิงไม่เข้าใจ
"ที่ดินนี้เป็นของเราก็จริง แต่ถูกกำหนดการใช้งานไว้แล้ว ในผังเมืองของลอนดอน ที่ดินตรงนี้ใช้สร้างได้แค่สนามกีฬากับสนามฝึกซ้อมเท่านั้น"
"เราเคยคิดแผนแบบที่เธอว่ามาแล้ว แต่มันเป็นไปไม่ได้เลย ไม่ต้องพูดถึงว่าจะมีนักลงทุนสนใจไหม แค่การขอเปลี่ยนผังเมืองก็เป็นเรื่องยุ่งยากและกินเวลานานมาก ถ้าไม่มีเวลาหลายปีก็อย่าหวังเลย"
"ต่อให้รัฐบาลยอมเปลี่ยนผังเมือง เราก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมมหาศาลจนตาค้าง"
หลินจงชิวถอนหายใจอย่างหมดหนทางเมื่อพูดถึงตรงนี้
"สภาพคล่องของเราขาดสะบั้นแล้ว นักเตะหลายคนพอได้ยินข่าวลือก็เริ่มประท้วงสโมสร เราขายนักเตะออกไปหลายคน แต่มันก็เหมือนน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ตอนนี้ทางเดียวคือต้องรีบขายที่ดินผืนนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อหยุดวิกฤตไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้"
นี่คือการตัดเนื้อร้ายเพื่อรักษาชีวิต
หลังจากขายที่ดินผืนนี้ไปแล้ว เบย์สวอเตอร์ ไชนีส จะเป็นอย่างไรต่อไป?
คำตอบนั้นชัดเจนอยู่แล้ว
ถ้าแม้แต่สนามเหย้าและสนามฝึกซ้อมยังถูกขายไป สโมสรจะยังดำรงอยู่ได้อีกหรือ?
หยางเฉิงไม่เคยคาดคิดเลยว่า ทันทีที่ข้ามมิติมา เขาต้องเผชิญกับสถานการณ์เลวร้ายขนาดนี้
มันไม่มีทางอื่นจริงๆ หรือ?
"เราลองทุกวิถีทางแล้ว อาเฉิง"
หลินจงชิวเห็นความไม่ยินยอมในแววตาของหยางเฉิง จึงพูดปลอบใจ "ถึงความพยายามหลายปีจะต้องสูญเปล่า แต่อย่างน้อยก็ไม่ถึงกับหมดตัว และหลังจากอับราโมวิชซื้อเชลซีแล้ว เขากำลังตั้งใจจะสร้างสนามและฐานฝึกซ้อมแห่งใหม่พอดี"
"ตอนนี้มีแค่พวกเขาเท่านั้นที่สนใจที่ดินผืนนี้ และมีปัญญาจ่ายเงินจำนวนนี้ได้"
พูดจบ หลินจงชิวก็ยื่นมือมาตบไหล่หยางเฉิงเบาๆ
"อย่าคิดมากเลย ไปล้างหน้าล้างตาเถอะ อาจะไปเตรียมตัวแล้ว"
เมื่อมองดูแผ่นหลังของหลินจงชิวที่เดินจากไป ไฟแห่งความมุ่งมั่นบางอย่างก็ลุกโชนขึ้นในใจของหยางเฉิง
เขาไม่ยอมแพ้หรอก!
ในชีวิตก่อน เขาเป็นเพียงเฮดโค้ชที่ถูกสโมสรยักษ์ใหญ่เหล่านั้นเชิดไปมา
ชีวิตนี้เขาจะต้องเดินซ้ำรอยเดิมอีกอย่างนั้นหรือ?
หยางเฉิงไม่เชื่อเด็ดขาด!
มันต้องมีหนทางอื่นสิ!