- หน้าแรก
- รวยข้ามภพด้วยระบบฟาร์มออโต้
- บทที่ 22 - หยุด! ชูมือขึ้นแล้วยืนพิงกำแพง
บทที่ 22 - หยุด! ชูมือขึ้นแล้วยืนพิงกำแพง
บทที่ 22 - หยุด! ชูมือขึ้นแล้วยืนพิงกำแพง
บทที่ 22 - หยุด! ชูมือขึ้นแล้วยืนพิงกำแพง
ในวิลล่า ผีตนอื่นแตกตื่นกันหมด รีบวิ่งออกมาดูที่หน้าประตู พอเห็นสภาพอันน่าเวทนาของผีไส้ไหล ทุกตนก็ตัวสั่นงันงก
โหดเหี้ยมเกินคน!
โหดกว่าผีอย่างพวกมันซะอีก
ฟาดจนแขนเริ่มล้า หลินเยี่ยถึงยอมหยุดมือ ตอนนี้ร่างของผีไส้ไหลโปร่งแสงจนเกือบจะจางหายไป นอนร้องครวญครางอยู่กับพื้น
หลินเยี่ยเลิกสนใจผีไส้ไหล หันปลายกิ่งหลิวชี้ไปที่เหล่าผีหน้าประตู พอโดนกิ่งหลิวชี้หน้าประกอบกับสายตาพิฆาต เหล่าผีก็รีบส่งยิ้มประจบประแจงทันที
"ยืนเรียงหน้ากระดานเรียงหนึ่ง เดี๋ยวนี้! ห้ามขยับ!"
หลินเยี่ยตวาดลั่น เหล่าผีรีบเข้าแถวอย่างว่าง่าย รวมผีไส้ไหลที่นอนกองอยู่ด้วยก็มีทั้งหมดเก้าตน
"ใครแอบอยู่ในบ้านรีบออกมา เดี๋ยวนี้! ถ้าให้ฉันเข้าไปลากคอออกมา อย่าหาว่ากิ่งหลิวในมือไร้น้ำใจ"
หลินเยี่ยตะโกนเข้าไปในบ้าน ทันใดนั้นเงาร่างหนึ่งก็เดินออกมาจากภาพวาด "ชิงหมิงซ่างเหอถู" (ภาพวาดทิวทัศน์ริมน้ำในเทศกาลเชงเม้ง) ที่แขวนอยู่กลางห้องโถง อีกมุมหนึ่งมีผีมุดออกมาจากแจกันลายครามใบยักษ์ และที่จอทีวีเจ็ดสิบนิ้วก็มีผีสาวคลานออกมาเหมือนในหนังสยองขวัญ
หลินเยี่ยเห็นแล้วมุมปากกระตุก สรรหาที่ซ่อนกันเก่งจริงๆ
"ยังมีอีกไหม... ถ้าไม่บอกแล้วฉันเจอเอง พวกแกโดนด้วยนะ"
ผีทั้งสิบเอ็ดตนส่ายหน้าพร้อมกัน หลินเยี่ยแสยะยิ้ม ง้างกิ่งหลิวฟาดใส่ผีไส้ไหลที่นอนอยู่บนพื้นอีกที
เพียะ!
เสียงกิ่งหลิวกระทบเนื้อ (วิญญาณ) ดังสนั่น เคล้าเสียงโหยหวนของผีไส้ไหล ผีที่เหลือสะดุ้งโหยง หดคอกันเป็นแถว ผีตนที่แก่ที่สุดกลั้นใจตอบเสียงสั่น "มะ... ไม่มีแล้วจ้ะพ่อหนุ่ม"
สามนาทีต่อมา
ผีทั้งสิบสองตน (รวมผีไส้ไหล) นั่งยองๆ เอามือประสานท้ายทอย หลินเยี่ยนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้ตรงหน้า ในมือถือกิ่งหลิวคอยหวดพื้นขู่เป็นระยะ ทำเอาเหล่าผีสั่นเป็นเจ้าเข้า
เหอซานลอยลงมาจากชั้นบน ส่ายหน้าให้หลินเยี่ยเป็นเชิงบอกว่าในบ้านเคลียร์แล้ว ไม่มีผีซ่อนอยู่อีก หลินเยี่ยถึงได้เริ่มสอบสวน "เล่ามาสิ พวกแกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง"
"ฉันแค่ผ่านมา..."
"ไอ้เฒ่าฉางชวนมา..."
"หยุด!"
ผีแย่งกันพูดจนฟังไม่ได้ศัพท์ หลินเยี่ยสั่งเบรก แล้วชี้กิ่งหลิวไปที่ผีไส้ไหล "แกเล่ามา"
ผีไส้ไหลสะดุ้งเฮือก มองกิ่งหลิวอย่างหวาดระแวง รีบตอบ "ข้าล่องลอยมาเรื่อยๆ... รู้สึกว่าที่นี่อยู่สบาย ก็เลยปักหลักอยู่ยาวเลย"
หลินเยี่ยถามผีตนอื่นก็ได้คำตอบคล้ายๆ กัน
สรุปแล้ว พวกนี้ก็แค่ผีน่าสงสาร
ตอนมีชีวิตไม่ได้ร่ำรวย ไม่อยากไปนอนเบียดเสียดในสุสานรวม พอตายไปแล้วก็อยากลองใช้ชีวิตหรูหราในวิลล่าบ้าง ส่วนทำไมต้องเป็นหลังนี้ ก็เพราะหลังอื่นถ้าไม่ก็มีคนอยู่ ก็ยังเป็นบ้านเปล่าไม่ได้ตกแต่ง มีแค่หลังนี้แหละที่ตกแต่งเสร็จพร้อมอยู่แต่ไม่มีคน
ในบรรดาผีทั้งหมด ผีไส้ไหลอยู่มานานที่สุด และตายโหดสุด ตนอื่นตายเพราะโรคภัยไข้เจ็บ แต่ไอ้หมอนี่โดนฟันตาย สมัยมีชีวิตเป็นนักเลง วันหนึ่งนึกคึกอยากเลียนแบบฉากในละคร เดินไปถามพ่อค้าขายแตงโมว่า "แตงนี่รับประกันความหวานไหม" ไปกวนตีนพ่อค้าอีท่าไหนไม่รู้ โดนพ่อค้าคว้ามีดจ้วงไส้ไหลตายคาที่
"ตอนนี้วิลล่านี้เป็นของฉันแล้ว พวกแกควรไปปรโลกได้แล้ว อยู่บนโลกมนุษย์ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก"
พอรู้ว่าฮวงจุ้ยบ้านไม่ได้มีปัญหา หลินเยี่ยก็โล่งใจ ไล่พวกผีไปซะก็จบเรื่อง
เหล่าผีมองหน้ากันเลิ่กลั่ก สุดท้ายก็หันไปมองผีไส้ไหลเป็นตาเดียว
"เอ่อ... คือ... พวกเราขอไม่ออกไปได้ไหมจ๊ะ"
ผีไส้ไหลกลั้นใจพูด พอเห็นหลินเยี่ยตาขวางก็รีบแก้ตัว "พวกเราไม่มีที่ไปจริงๆ"
"ไม่มีที่ไป? ผีก็ต้องไปยมโลกสิ จะไม่มีที่ไปได้ไง พูดจาภาษาผีๆ"
ผีไส้ไหลทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ก็เป็นผีนี่หว่า จะให้พูดภาษาคนรึไง
"พวกเราอยู่ที่นี่นานเกินไป จนเลยเวลาไปยมโลกแล้ว..."
ฟังคำแก้ตัวของผีไส้ไหล หลินเยี่ยถึงบางอ้อ
ผีตายแล้วต้องไปยมโลกน่ะถูกแล้ว แต่มีเงื่อนไขเรื่องเวลา ภายใน 49 วันหลังตาย วิญญาณจะได้รับการเรียกตัว ชี้ทางไปสู่ภพหน้า แต่ถ้าพลาด 49 วันนี้ไป เสียงเรียกนั้นจะหายไป
"พวกแกไม่รู้เรื่องนี้เหรอ"
"ก็เพิ่งเคยตายครั้งแรก ใครจะไปรู้ล่ะจ๊ะ"
เห็นหน้าซื่อๆ (ปนสยอง) ของพวกผี หลินเยี่ยก็พูดไม่ออก เออว่ะ มีเหตุผล เพิ่งเคยตายครั้งแรกนี่นะ
"งั้นพอดีเลย ตาเฒ่าเหอเพิ่งตายได้ไม่นาน พวกแกก็เกาะขบวนแกไปยมโลกพร้อมกันเลยสิ"
หลินเยี่ยชี้ไปที่เหอซาน แกยังตายไม่ถึง 49 วัน น่าจะพาพวกนี้ไปได้
แต่เหอซานส่ายหน้ารัวๆ "ไม่ได้หรอกน้องชาย ฉันไปตามเสียงเรียกได้ก็จริง แต่ผีแต่ละตนมีเส้นทางของตัวเอง อย่างตาเฒ่าหวัง เสียงเรียกแกก็ไปอีกทาง ฉันว่าผีแต่ละตนมีทางไปยมโลกเฉพาะตัวนะ"
หลินเยี่ยขมวดคิ้ว เรื่องนี้ไม่ตรงกับตำนานที่เคยรู้มา ถ้าปรโลกมีจริง ระบบไม่น่าจะซับซ้อนขนาดนี้สิ ตำนานเล่าขานกันมาเป็นพันปี นักพรตหรือพระสมัยก่อนก็น่าจะมีวิชาจริง ไม่น่าจะพลาดเรื่องสำคัญแบบนี้
ตรงไหนที่มันผิดพลาด?
เอาจริงๆ หลินเยี่ยไล่ตะเพิดพวกนี้ไปก็จบเรื่อง ส่วนพวกมันจะไปไหนต่อก็เรื่องของมัน แต่เขารู้ดีว่าขืนปล่อยผีพวกนี้ออกไปโดยไปยมโลกไม่ได้ ก็คงไม่พ้นไปสิงสู่บ้านคนอื่นสร้างความเดือดร้อนอีก
"ตาเฒ่าเหอ พาพวกมันไปหลังบ้านก่อน ส่วนแก... อยู่ต่อ"
หลินเยี่ยชี้ไปที่ผีไส้ไหล เจ้านี่ปรากฏตัวให้คนเห็นได้ เอาไว้ใช้แบกของ ส่วนผีตนอื่นจะเอายังไง เดี๋ยวเขากลับไปถามนักพรตติ่งเสวียนที่โลกต่างมิติก่อน
แต่ตอนนี้ต้องย้ายของก่อน
ของก็ไม่มีอะไรมาก เสื้อผ้าสองลัง กับเงินอุตสาหกรรมพวกนั้น ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าเขาขายเหมาให้คนขับรถขนของไปถูกๆ
ตอนคนขับรถขนของมาส่งที่วิลล่า มองหลินเยี่ยด้วยสายตาแปลกๆ ขนของมาเยอะแยะ แต่ไม่เคยเห็นใครย้ายจากห้องเช่ารูหนูมาอยู่วิลล่าหรูแบบนี้เลย
พลาดแล้ว รู้งี้กดราคาเครื่องใช้ไฟฟ้าลงอีกหน่อย คนรวยระดับนี้ต่อราคาอีกไม่กี่ร้อยคงไม่ว่าอะไรหรอกมั้ง
ในใจคนขับรถ หลินเยี่ยกลายเป็นเศรษฐีผ้าขี้ริ้วห่อทองไปเรียบร้อย
ขนของลงเสร็จ คนขับรถขับออกไปพลางพิมพ์แชทในกลุ่มคนขับรถ "เมื่อก่อนฟังนิยายพวกเขยแต่งเข้าบ้านหรือราชาอะไรนั่น นึกว่าคนเขียนมโน วันนี้เจอตัวจริงเสียงจริงแล้วว่ะ"
...
ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ จัดของเข้าที่เข้าทาง หลินเยี่ยทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงคิงไซส์ สบายกว่าเตียงในอพาร์ตเมนต์เยอะ ห้องนอนห้องเดียวยังใหญ่กว่าห้องชุดเดิมของเขาอีก ชีวิตคนรวยนี่มันฟินจริงๆ
นอนกลิ้งไปมาสักพัก หลินเยี่ยก็ลุกไปหลังครัว ข้าวสารกับเนื้อสัตว์ที่ซื้อตุนไว้กองอยู่ในห้องเก็บของ เขาแบกข้าวสารกับเนื้อสัตว์ข้ามมิติกลับไป
วินาทีที่เท้าแตะพื้นโลกต่างมิติ สีหน้าหลินเยี่ยเปลี่ยนไปทันที ช่วงที่เขาปล่อยบอทสามวัน มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน
[จบตอน]