- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นลูกสาวปลอม ผูกระบบแบล็คเทค ก้าวสู่มหาเศรษฐีโลก
- บทที่ 30 เปิดตัวสินค้าใหม่
บทที่ 30 เปิดตัวสินค้าใหม่
บทที่ 30 เปิดตัวสินค้าใหม่
ฉีอวี่อวิ๋นไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าใบสมัครของเธอจะได้รับการอนุมัติ
รอยแผลเป็นบนใบหน้าของเธอนั้นรักษายากมาก บริษัทชวงเสียงเทคโนโลยีไม่กลัวหรือไงว่าสินค้าของตัวเองจะถูกครหาว่าไร้ประสิทธิภาพ?
แต่ถึงจะคิดแบบนั้น เธอก็ยังออกไปรับพัสดุอยู่ดี
เมื่อเปิดกล่องพัสดุ ฉีอวี่อวิ๋นเห็นกล่องครีมลบรอยแผลเป็นที่ห่อหุ้มด้วยฟองน้ำกันกระแทกอย่างดี ตัวกล่องเป็นสีม่วงควันบุหรี่ ดูงดงามชวนฝันและดึงดูดสายตาเป็นอย่างมาก
เมื่อถือไว้ในมือ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังถือสกินแคร์ระดับเคาน์เตอร์แบรนด์มากกว่าครีมลบรอยแผลเป็นทั่วไป
ฉีอวี่อวิ๋นเคยใช้ครีมลบรอยแผลเป็นมาแล้วสารพัดยี่ห้อ ตั้งแต่ราคาหลักสิบไปจนถึงหลักพัน เธอแทบจะลองมาหมดแล้ว แต่ทาไปนานแค่ไหน ผลลัพธ์ก็มีเพียงแค่ช่วงแรกที่ดูเหมือนจะดีขึ้นนิดหน่อย หลังจากนั้นต่อให้ครีมราคาแพงแค่ไหน รอยแผลเป็นพวกนั้นก็ไม่ยอมจางลงแม้แต่นิดเดียว
บรรจุภัณฑ์ของครีมตัวนี้ดูหรูหรามีราคามาก
เมื่อหมุนฝาเปิดออก ฉีอวี่อวิ๋นก็ได้กลิ่นหอมสมุนไพรอ่อน ๆ ลอยมาแตะจมูก เธอแยกไม่ออกว่าเป็นส่วนผสมของอะไรบ้าง แต่กลิ่นนั้นชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย
ขณะที่กำลังจะป้ายครีมลงบนใบหน้า จู่ ๆ เธอก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปใบหน้าของตัวเองเก็บไว้
เธอไม่ได้พิจารณาใบหน้าของตัวเองชัด ๆ มานานแล้ว แต่ครั้งนี้ระหว่างที่แต่งรูปเพื่อโพสต์ เธอกลับจ้องมองมันอยู่นาน
หลังจากใส่แฮชแท็ก #เช็กอินครีมลบรอยแผลเป็นฮ่วนซินสิบห้าวัน และแท็กบริษัทชวงเสียงเทคโนโลยีตามกติกาเรียบร้อยแล้ว ฉีอวี่อวิ๋นก็เริ่มลงมือทาครีม
วินาทีที่เนื้อครีมสัมผัสกับผิวหน้า ความรู้สึกแรกคือความเย็นสบายและชุ่มชื้นอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าผิวเพิ่งผ่านการทำสปามาหมาด ๆ
เธอชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะทาครีมให้ทั่วรอยแผลเป็น จากนั้นจึงส่งข้อความไปบอกแม่ให้ช่วยเฝ้าร้านแทนหน่อย
ทาครีมไว้เต็มหน้าแบบนี้จะให้ใส่หน้ากากอนามัยทับก็คงไม่ได้ แต่ถ้าไม่ใส่ ลูกค้าเห็นเข้าคงตกใจกลัวจนกระทบธุรกิจที่ร้าน ฉีอวี่อวิ๋นจึงทำได้เพียงขอความช่วยเหลือจากแม่
เธอกลับเข้าไปในห้องนอน มองตัวเองในกระจก มือสั่นระริกขณะลูบไล้ไปเหนือรอยแผลเป็น
จะได้ผลไหมนะ?
ฉีอวี่อวิ๋นเองก็ไม่รู้ แต่เธอก็ยังคงเช็กอิน ถ่ายรูป และอัปโหลดตามข้อกำหนดทุกวัน
ตลอดสามวันแรก เธอไม่ได้สนใจรอยแผลเป็นบนหน้าเท่าไหร่นัก เพราะรู้สึกว่ามันไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร จนกระทั่งวันที่สี่ ฉีอวี่อวิ๋นได้รับข้อความหลังไมค์
โมโม่: พี่สาวคะ รูปพี่เป็นรูปจริงหรือเปล่า? แต่งรูปหรือเปล่าคะ? ฉันเองก็มีแผลเป็นจากไฟไหม้มาหลายปีแล้วเหมือนกัน ได้โปรดอย่าหลอกกันเลยนะคะ
ฉีอวี่อวิ๋นงุนงงไปชั่วขณะ เธอหยิบกระจกขึ้นมาส่องดู จางลงแล้วเหรอ?
เธอดูไม่ออก จนกระทั่งเปิดอัลบั้มรูปย้อนดูรูปที่ถ่ายไว้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ถึงได้ตระหนักว่ารอยแผลเป็นจางลงจริง ๆ
ทีแรกเธอตกตะลึงจนไม่อยากจะเชื่อ จากนั้นขอบตาก็เริ่มร้อนผ่าว อยากจะร้องไห้แต่น้ำตากลับไม่ไหลออกมา
ฉีอวี่อวิ๋นตั้งสติแล้วพิมพ์ตอบกลับไป: รูปไม่ได้แต่งค่ะ ฉันใช้กล้องสดจากมือถือถ่ายเลย ก่อนสมัครทดลองใช้ ทางชวงเสียงเทคโนโลยีแจ้งไว้แล้วว่าห้ามแต่งรูป ถ้าเธอไม่ทัก ฉันก็คงไม่ทันสังเกตว่าแผลบนหน้าจางลง แต่ฉันเพิ่งใช้มาได้แค่สี่วันเองนะ...
โมโม่: งั้นแสดงว่าได้ผลดีมากเลยสินะคะ? ครีมตัวนี้มีใบรับรองมาตรฐานไหมคะ?
ฉีอวี่อวิ๋น: มีค่ะ เขาส่งมาให้พร้อมกับสินค้า เดี๋ยวฉันถ่ายรูปให้ดูนะคะ 【รูปภาพ】
หลังจากคุยกับโมโม่จบ ฉีอวี่อวิ๋นก็นั่งนิ่งอยู่หน้ากระจก มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นของตัวเอง ในที่สุดน้ำตาก็ไหลพรากออกมา
เธอรีบเช็ดน้ำตาออกอย่างลนลาน กลัวว่าน้ำตาจะไปชะล้างครีมบนหน้าออกจนหมด
ครีมตัวอย่างทดลองใช้มีปริมาณแค่ 20 กรัม สำหรับคนที่มีแผลน้อยคงใช้ได้พอสมควร แต่สำหรับเธอมันไม่พอแน่ ๆ
เธอต้องขยันทำงาน เก็บเงินซื้อครีมตัวนี้มาใช้ให้ได้ จะมัวมานั่งหดหู่อยู่แบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว
ฉีอวี่อวิ๋นมองกระปุกครีมที่พร่องไปกว่าครึ่ง แล้วเก็บมันเข้าที่อย่างระมัดระวังด้วยความเสียดาย
ไม่รู้ว่าครีมลบรอยแผลเป็นตัวนี้จะตั้งราคาขายไว้ที่เท่าไหร่...
ฉีอวี่อวิ๋นคิดในใจว่า ต่อให้ราคาหลักหมื่น เธอก็จะกัดฟันซื้อมาใช้ให้ได้ เธอโหยหาชีวิตปกติเหลือเกิน ไม่อยากถูกจ้องมองด้วยสายตาแปลกประหลาดอีกแล้ว แม้ว่าสายตาเหล่านั้นจะไม่ได้มีเจตนาร้ายก็ตาม
พริบตาเดียว หนึ่งสัปดาห์ก็ผ่านไป
ตอนที่เจียงหวยลู่หอบหิ้วถุงพะรุงพะรังกลับมาบ้าน เจียงหวยหนิงก็เริ่มสั่งการให้ฝ่ายการตลาดของชวงเสียงเทคโนโลยีโปรโมต "ครีมลบรอยแผลเป็นฮ่วนซิน" และให้บรรดาบล็อกเกอร์ช่วยกันรีวิวแนะนำสินค้า
ไม่ว่าจะเป็นบล็อกเกอร์สายรีวิว หรือสายป้ายยา ใครก็ได้ทั้งนั้น ขอแค่สร้างกระแสให้ได้เร็วที่สุดเป็นพอ
แน่นอนว่ากระแสที่โหมกระหน่ำอาจทำให้บางคนรู้สึกต่อต้าน แต่สินค้าของเจียงหวยหนิงไม่ได้โฆษณาเกินจริง ทุกอย่างคือความจริง
เธอเพียงแค่ใช้การตลาดเป็นเครื่องมือช่วยให้ครีมลบรอยแผลเป็นตัวนี้ได้รับความนิยมสมกับคุณภาพของมันโดยเร็วที่สุดเท่านั้น
เนื่องจากมีบันทึกการเช็กอินตลอดสิบห้าวันของผู้ทดลองใช้หนึ่งร้อยคนเป็นเครื่องยืนยัน กระแสตอบรับจึงถูกจุดติดขึ้นได้อย่างง่ายดาย
ในวันที่สินค้าเปิดตัวอย่างเป็นทางการ มีผู้คนมากมายกดติดตามร้านค้า รอคอยเวลาที่จะวางจำหน่าย
เจียงหวยหนิงสั่งการ “ตั้งค่าสต็อกสินค้า รุ่นราคา 1,999 หยวน จำนวน 10,000 ชิ้น และรุ่นราคา 6,999 หยวน จำนวน 3,000 ชิ้น”
หากสินค้าทั้งหมดนี้ขายหมดเกลี้ยง บริษัทของเจียงหวยหนิงจะทำยอดขายได้ถึงหกสิบล้านหยวนในพริบตา
และเมื่อหักต้นทุนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้ว ก็ยังเหลือกำไรมากกว่าสี่สิบล้านหยวน
“รับทราบค่ะ”
หลังจากตั้งค่าสต็อกเสร็จ ทุกคนต่างกลั้นหายใจรอวินาทีที่ "ฮ่วนซิน" จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
พนักงานหลายคนตื่นเต้นยิ่งกว่าเจียงหวยหนิงเสียอีก
พวกเขาหวังว่าฮ่วนซินจะทำยอดขายได้ถล่มทลาย
แต่นี่เป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกของชวงเสียงเทคโนโลยี แม้จะใช้ดีและมีการตลาดช่วยดัน แต่ก็ยังขาดฐานลูกค้าที่มั่นคง ต่อให้พยายามนำเสนอจุดเด่นแค่ไหน ลูกค้าจำนวนมากก็ยังคงมีความลังเลสงสัย
ดังนั้น สุดท้ายแล้วจะมีลูกค้ากี่คนที่ยอมควักกระเป๋าจ่าย พวกเขาก็ไม่อาจรู้ได้
ผลลัพธ์ถูกเฉลยออกมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อถึงเวลาสิบนาฬิกาตรง ระบบหลังบ้านของร้านค้าก็ปล่อยสินค้าตามเวลาที่กำหนด
ในขณะเดียวกัน ตัวเลขสต็อกสินค้าหลังบ้านก็ลดลงด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ไม่ว่าจะราคา 1,999 หรือ 6,999 สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว ราคาของครีมลบรอยแผลเป็นนี้ถือว่าไม่ถูกเลย
แต่เคสตัวอย่างจากผู้ทดลองใช้กว่าร้อยคน ได้มอบความหวังให้กับผู้คนที่ทนทุกข์ทรมานจากรอยแผลเป็นเก่ามาอย่างยาวนาน
พวกเขาคือคนกลุ่มแรกที่หวั่นไหวไปกับกระแสนี้
ดังนั้นเมื่อสินค้าวางขาย คนกลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มแรกที่แห่กันเข้ามา แม้ราคา 1,999 จะไม่ถูก แต่ก็ไม่ได้แพงจนเอื้อมไม่ถึง คนส่วนใหญ่ใช้เงินเดือนเดือนเดียวก็พอจะซื้อได้
สต็อกครีมลบรอยแผลเป็นรุ่น 1,999 หายไปอย่างรวดเร็ว เพียงแค่หนึ่งชั่วโมงหลังวางขาย ก็มียอดสั่งซื้อกว่าสามพันออเดอร์ ส่วนรุ่น 6,999 นั้นช้ากว่า จากจำนวนสามพันชิ้น ตอนนี้ขายออกไปได้เพียงสามร้อยกว่าชิ้นเท่านั้น
แต่นี่ถือเป็นเรื่องปกติ ทุกคนคาดการณ์ไว้แล้ว
ขั้นตอนต่อไปคือการรอคอย
รอให้ผ่านพ้นวันนี้ไป ดูว่าฮ่วนซินจะสามารถขายสินค้าจนหมดเกลี้ยงสต็อกได้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังของทุกคนไม่ได้สูงนัก โดยปกติเมื่อเปิดตัวสินค้าใหม่ ยอดขายจะพุ่งเร็วที่สุดในช่วงสองชั่วโมงแรก และจะค่อย ๆ แผ่วลงในภายหลัง
พอถึงตอนเที่ยง ทุกคนก็เริ่มถอดใจเรื่องที่จะขายสินค้าให้หมดเกลี้ยง
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นตอนบ่ายสามโมง
บุคคลผู้มีจิตใจดีงามซึ่งถูกไฟคลอกสาหัสขณะเข้าไปช่วยเหลือผู้อื่น ได้ออกมาพูดรับรองคุณภาพของครีมลบรอยแผลเป็นตัวนี้
ในขณะเดียวกัน ก็มีผู้ทดลองใช้อีกคนออกมาขอโทษ โดยสารภาพว่าเธอไม่ได้ใช้ครีมต่อเนื่องสิบห้าวันตามกติกา แต่หลังจากค้นพบประสิทธิภาพอันน่ามหัศจรรย์ของมัน เธอจึงมอบครีมที่เหลือให้กับผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตลูกสาวของเธอไว้