- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นลูกสาวปลอม ผูกระบบแบล็คเทค ก้าวสู่มหาเศรษฐีโลก
- บทที่ 16 เงินเดือน
บทที่ 16 เงินเดือน
บทที่ 16 เงินเดือน
เจียงหวยลู่ขังตัวเองไว้ในห้องน้ำ ปล่อยให้น้ำร้อนไหลผ่านร่างกายอย่างต่อเนื่อง
แม้ในห้องน้ำจะมีอ่างอาบน้ำ แต่เธอเลือกที่จะยืนใต้ฝักบัว ปล่อยให้สายน้ำร้อนระอุไหลผ่านผิวหนัง เธอรู้สึกราวกับว่าจะสามารถดึงพลังความเข้มแข็งออกมาจากความร้อนเหล่านี้ได้
แต่เธอกลับไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตระกูลเจียงถึงทำให้เธอรู้สึกหนาวเหน็บได้ขนาดนี้ ทำไมทั้งเจียงหวยหนิงและคุณแม่ถึงดูชินชากับความเย็นชานี้เหลือเกิน
เธอเคยคิดวาดฝันว่าตระกูลเจียงจะเป็นครอบครัวที่อบอุ่น พ่อแม่รักใคร่กลมเกลียว แม่จะคอยประคบประหงมลูก ๆ และขอเพียงเธอได้รับความรักจากพ่อแม่ เธอก็จะได้มีครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนคนอื่น
แต่ตอนนี้ ตระกูลเจียงกลับเผยโฉมหน้าที่แปลกประหลาดออกมาให้เธอเห็น จนเธอไม่กล้ามองใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากนั้นชัด ๆ
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูห้องน้ำดังขึ้น
“เจียงหวยลู่ เธออาบน้ำมาเป็นชั่วโมงแล้วนะ แม่ให้มาตามลงไปกินข้าว”
เจียงหวยลู่ตัวแข็งทื่อ ไม่อยากจะตอบกลับ แต่สุดท้ายก็เอ่ยออกไป “รู้แล้ว”
เจียงหวยหนิงยืนพิงประตูกอดอกรอให้อีกฝ่ายเปลี่ยนเสื้อผ้า
เมื่อเจียงหวยลู่เดินออกมา เธอเห็นพี่สาวแต่กลับไม่พูดอะไร เดินผ่านหน้าไปดื้อ ๆ แสดงออกชัดเจนว่ากำลังไม่พอใจ
เจียงหวยหนิงนึกขำในใจเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามลงไปข้างล่าง
ที่ชั้นล่าง วันนี้เจียงเฉิงเหอกลับมาทานข้าวที่บ้านด้วย
เขาคือประมุขตระกูลเจียงผู้เคร่งขรึม แม้อายุจะเพิ่งสี่สิบกว่า แต่บุคลิกกลับดูเหมือนคนแก่เฒ่าที่เคร่งเครียด แทบไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์ที่อบอุ่นกับคนในครอบครัวหรือลูกสาวเลย
เมื่อเขาเอ่ยถามถึงความเป็นอยู่ของเจียงหวยลู่ น้ำเสียงนั้นเหมือนกำลังสอบถามความคืบหน้างานจากลูกน้องเสียมากกว่า “ว่ายน้ำเป็นหรือยัง?”
เจียงหวยลู่อู้อี้ตอบในลำคอ “...เป็นแล้วค่ะ”
เธอไม่อยากนึกถึงเลยว่าตัวเองเรียนรู้มาด้วยวิธีไหน และไม่อยากจะลงน้ำอีกเลยด้วยซ้ำ
เจียงเฉิงเหอพยักหน้าเล็กน้อย “เรียนมาตั้งหลายวัน ก็น่าจะเป็นได้แล้ว ตอนนั้นพี่สาวเธอใช้เวลาแป๊บเดียวก็เป็นแล้ว”
เจียงหวยลู่รู้สึกจุกในอก ทำไมพ่อกับแม่ต้องเอาเธอไปเปรียบเทียบกับพี่สาวตลอดเวลา?
ถ้าเจียงหวยหนิงดีเลิศเลอในสายตาพ่อแม่ขนาดนั้น แล้วจะรับเธอกลับมาทำไม?
เธอเฝ้ารอให้พ่อแสดงความห่วงใยมากกว่านี้อีกสักนิด แต่เจียงเฉิงเหอพูดประโยคนั้นจบก็ลงมือทานข้าวต่อ โดยไม่มีท่าทีจะพูดอะไรอีก
ระบบเอ่ยขึ้น 【วันนี้นางเอกโดนคุณเล่นงานจนขวัญเสียไปเลยนะเนี่ย】
ตามบทแล้ว นี่คงเป็นเวลาที่ต้องมีใครสักคนลุกขึ้นมาทวงความยุติธรรมให้นางเอก
แต่เจียงจูเยว่ ซึ่งเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเจียงหวยหนิงทำอะไรลงไปบ้าง กลับออกโรงปกป้องเจียงหวยหนิง ส่วนเจียงเฉิงเหอก็สนแค่ผลลัพธ์ ไม่สนวิธีการว่าเจียงหวยลู่จะว่ายน้ำเป็นด้วยวิธีไหน
ช่างเป็นเด็กที่น่าสงสารจริง ๆ
เจียงหวยหนิงลอบถอนหายใจ
หลังมื้อเที่ยง ขณะที่เจียงหวยหนิงกำลังจะออกไปข้างนอก
เจียงหวยลู่ก็เรียกเธอไว้ทันที “พี่สาว ไม่ว่าพี่จะทำอะไร คนในตระกูลเจียงก็จะไม่สนใจจริง ๆ เหรอ?”
เจียงหวยหนิงยิ้มแล้วย้อนถาม “ฉันทำอะไรล่ะ? เรื่องแค่นี้คุ้มให้เธอต้องมาถามฉันด้วยเหรอ?”
พูดจบ เธอก็เดินออกจากบ้านไปทันที
เจียงหวยลู่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ก้มหน้าลงเล็กน้อย สีหน้าอ่านไม่ออก
ทันใดนั้นโทรศัพท์ในกระเป๋าของเธอก็ดังขึ้น
มีสายเรียกเข้า
“เจียงหวยลู่ วันนี้อากาศดี ออกมาเที่ยวกันไหม? พวกเราจะไปสวนสนุกด้วยกัน”
เป็นสายจากหลิวซั่งซู
เจียงหวยลู่เดิมทีไม่ได้คิดจะรับสาย แต่เพราะวันนี้เธออารมณ์ไม่ดีเอาเสียเลย และต้องการออกไปเดินเล่นผ่อนคลายจริง ๆ
“รอฉันหน่อยนะ เดี๋ยวฉันรีบออกไป”
“โอเค เดี๋ยวฉันไปรับ”
เจียงจูเยว่ยืนอยู่ที่ระเบียง มองดูเจียงหวยลู่ขึ้นรถของหลิวซั่งซูและขับออกไป
พ่อบ้านยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยถาม “นายหญิงครับ จะให้ไปตามคุณหนูเล็กกลับมาไหมครับ?”
“ไม่จำเป็น” เจียงจูเยว่ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าทำไมเจียงหวยลู่ถึงไม่เชื่อฟังกันบ้าง
เธอเคยเตือนเจียงหวยลู่ไปแล้วว่าหลิวซั่งซูไม่ได้มีเจตนาดี แล้วทำไมลูกสาวของเธอถึงยังยอมออกไปกับเขาอีก? คนเป็นแม่จะไปทำร้ายลูกในไส้ของตัวเองได้ยังไง?
เธอรู้สึกเหนื่อยใจ ไม่รู้จะอบรมลูกสาวแท้ ๆ คนนี้อย่างไรดี
“เอะอะก็ทำตัวน้อยเนื้อต่ำใจ ถ้าฉันเป็นคนเลี้ยงแกมาจริง ๆ บางทีป่านนี้คนที่จะกระโดดตึกคงเป็นฉัน ไม่ใช่แกหรอก”
พ่อบ้านก้มหน้าลงต่ำ ไม่กล้าเอ่ยปากแม้แต่คำเดียว
การเป็นนายหญิงตระกูลเจียงมาหลายปี เจียงจูเยว่ไม่ใช่คนอ่อนหวานไร้พิษสงอยู่แล้ว คนรับใช้ที่ทำงานมานานต่างเคยเห็นอีกด้านหนึ่งของนายหญิงกันทั้งนั้น
เจียงหวยหนิงมาถึงห้องแล็บ
เหล่านักวิจัยประจำการพร้อมหน้าแล้ว เธอเรียกหัวหน้าทีมหลายคนเข้ามาประชุมและส่งแผนการวิจัยให้
“วิจัยตามแผนงานนี้ ทดสอบสูตรไปทีละสูตร อันไหนผลลัพธ์ดีที่สุด ฉันเอาอันนั้น”
เหล่าหัวหน้าทีมยังไม่ค่อยชินกับรูปแบบการทำงานแบบนี้ ที่ต้องเชื่อฟังเจียงหวยหนิงอย่างเคร่งครัด แต่ถ้าพวกเขาไม่เต็มใจก็คงไม่เซ็นสัญญาจ้างงาน ดังนั้นทุกคนจึงรับคำอย่างรวดเร็ว
เมื่อเทียบกับการงมโข่งอย่างไร้จุดหมายเมื่อก่อน ตอนนี้มีแผนงานชัดเจน แถมเงินเดือนยังเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีละห้าแสนเป็นหนึ่งล้านหยวน พวกเขาจะมีเหตุผลอะไรให้ไม่พอใจล่ะ?
คำว่า ‘นักวิจัย’ ฟังดูหรูหรา แต่ในความเป็นจริง เงินเดือนนักวิจัยหลายคนไม่ได้สูงเลย นักวิจัยระดับปฏิบัติการหลายคนได้เงินเดือนแค่สามสี่พันหยวนต่อเดือนเท่านั้น พอได้มาอยู่ที่นี่พวกเขาก็พอใจมากแล้ว
แค่อาจจะดูแปลกใหม่และต้องปรับตัวสักหน่อย แต่พอพลิกดูแผนงาน พวกเขาก็พบว่ามันเขียนไว้ดีมาก ราวกับคนระดับปรมาจารย์ในวงการเป็นคนเขียน ไม่ใช่แค่คำแนะนำมั่วซั่วจากมือสมัครเล่น
นักวิจัยคนหนึ่งที่มีความรู้เรื่องผลิตภัณฑ์ลบรอยแผลเป็นดวงตาเป็นประกาย “บอสครับ แผนงานนี้คนใหญ่คนโตในวงการเขียนให้เหรอครับ? ดูเป็นไปได้สูงมากเลย”
ใบหน้าของเจียงหวยหนิงปรากฏรอยยิ้ม “ไม่ใช่คนใหญ่คนโตที่ไหนหรอก แต่แผนงานมันดีจริง ๆ พวกคุณก็แค่วิจัยไปตามนั้น แน่นอนว่าถ้ามีไอเดียดี ๆ ก็เสนอฉันได้ เรามาลองทดสอบดูได้เสมอ”
มีแผนงานระดับเทพขนาดนี้แล้ว พวกเขาจะไปมีไอเดียอะไรที่ดีกว่านี้ได้อีก?
แต่เรื่องแบบนี้ก็พูดแน่ชัดไม่ได้ เพราะแรงบันดาลใจมักเกิดขึ้นระหว่างการวิจัย “ขอบคุณครับบอส ถ้ามีอะไรพวกเราจะรีบบอกครับ”
เจียงหวยหนิงพยักหน้า หลังจากนักวิจัยออกไป เธอก็คำนวณค่าใช้จ่ายของสถาบันวิจัยแห่งนี้ในใจ
เงินเดือนพนักงานต่อเดือนตกอยู่ที่ประมาณสี่ล้าน บวกค่าประกันสังคมต่าง ๆ ที่ต้องจ่ายให้พนักงานก็น่าจะห้าล้าน นอกจากนี้ยังมีค่าไฟและค่าความเสียหายจากการวิจัยที่ต้องคำนวณเผื่อไว้
นั่นหมายความว่า ห้องแล็บที่ซื้อมาในราคาหนึ่งร้อยล้าน จะมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนประมาณสิบล้าน
นี่ไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ เงินหนึ่งร้อยล้านจ่ายเงินเดือนปีเดียวยังไม่พอเลย แต่โชคดีที่แผนการทดลองมีพร้อมอยู่แล้ว ผลลัพธ์น่าจะออกมาในไม่ช้า พอผลิตภัณฑ์วางตลาด ค่าใช้จ่ายพวกนี้ก็จะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย
เจียงหวยหนิงกลับถึงบ้านด้วยอารมณ์เบิกบาน และเห็นคุณแม่นั่งอ่านหนังสืออยู่ในสวนของคฤหาสน์
เธอรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย วันนี้เธอไม่ได้ไปก่อเรื่องที่ไหน ทำไมแม่ถึงมานั่งรอในสวนแบบนี้?
“แม่คะ แม่รอใครอยู่เหรอ?”
ปกติเจียงจูเยว่ไม่ใช่คนที่จะมานั่งรอใคร นอกจากว่าจะรอเช็กบิลใครสักคน
เจียงจูเยว่เงยหน้าจากหนังสือแล้วเอ่ยว่า “เจียงหวยลู่ออกไปกับเด็กบ้านหลิวคนนั้น”
คิ้วของเธอขมวดเข้าหากันเล็กน้อย “จริง ๆ เลย โตป่านนี้แล้วยังไม่รู้จักหลีกเลี่ยงคำครหา เด็กบ้านหลิวนั่นก็อดีตคู่หมั้นของลูกแท้ ๆ ออกไปกับเขาแบบนี้ ไม่กลัวขี้ปากชาวบ้านบ้างเลยหรือไง”
ทั้งที่เธอเตือนเจียงหวยลู่ไปชัดเจนแล้วแท้ ๆ ว่าให้อยู่ห่างจากคนบ้านหลิวไว้