เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 28 แสงสว่างท่ามกลางความมืด

ตอนที่ 28 แสงสว่างท่ามกลางความมืด

ตอนที่ 28 แสงสว่างท่ามกลางความมืด 


ตอนที่ 28 แสงสว่างท่ามกลางความมืด 

ทั้งสี่วิ่งหนีออกจากหมู่บ้านท่าทาง ‘สนุกสนาน’ แต่จะสนุกขนาดไหนนั้นคงต้องไปถามพวกเขาเอง

ซ่งเจิงหันกลับไปมองด้านหลังเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีซอมบี้ตัวไหนตามมาแล้ว

พวกเขามาถึงถนนที่เต็มไปด้วยดินโคลนในสภาพเหนื่อยอ่อน เจ้าลิงผอมและพี่ใหญ่กุ้ยดูไม่เป็นผู้เป็นคนอีกต่อไป ทั้งสองอ้าปากพะงาบๆเหมือนปลาขาดน้ำ ร่างใหญ่โตของพี่ใหญ่กุ้ยลงไปนอนแนบพื้นราวกับกำลังนมัสการพระแม่ธรณี ส่วนลิงผอมนั้นล้มตัวลงข้างๆและอ้าปากกอบโกยอากาศเข้าไป

ฉู่อี้ยืนกอดอกเชิดหน้า ขณะที่ซ่งเจิงหันกลับไปสบตาอีกฝ่ายอย่างท้าทาย สีหน้าของฉู่อี้เปลี่ยนไปมาอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายเขาก็ล้มตัวลงกับพื้นอย่างไม่เต็มใจและปล่อยให้เหงื่อบนร่างกายไหลลงดิน

ซ่งเจิงออกแรงเตะพี่ใหญ่กุ้ยเมื่อลมหายใจของพวกเขากลับมาเป็นปกติ “ตอนนี้กี่โมงแล้ว?” พี่ใหญ่กุ้ยยกศีรษะขึ้นมองนกกาที่กำลังบินกลับบ้านท่ามกลางแสงสีทองยามพระอาทิตย์ตกดิน ก่อนจะลูบท้องและตอบกลับไปอย่างมั่นใจว่า “ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว!”

“จ๊อก… จ๊อก… จ๊อก…”

เสียงท้องร้องประสานกันระงมทำให้พวกเขาพร้อมใจยกมือขึ้นกุมท้องโดยไม่ได้นัดหมาย ท่าทางพร้อมเพรียงดูพิลึกจนน่าขัน คนทั้งสี่เงียบไปครู่หนึ่งก็หัวเราะออกมา

ซ่งเจิงหัวเราะจนหายใจไม่ทัน “ฮ่าๆๆ! เฮ้อ! ฮ่าๆๆ… หัวเราะอะไรไอ้น้อง? ฮ่าๆๆ!”

ฉู่อี้หัวเราะน้ำหูน้ำตาไหล “ไม่รู้เหมือนกัน... ฉันแค่อยากหัวเราะเฉยๆ”

ลิงผอมหัวเราะสุดเสียง “รู้สึกกันไหม ว่าพวกเราเหมือนคนบ้าเลยว่ะ…”

พี่ใหญ่กุ้ยหัวเราะเมื่อได้ยินคำพูดของลิงผอม เขามองไปยังขนมเปี๊ยะสีแดงทางทิศตะวันตกพร้อมกับแลบลิ้นเลียริมฝีปาก “จะได้กินข้าวแล้ว มีความสุขจังเลยโว้ย!”

ฉู่อี้ปาดน้ำตาที่ไหลออกมา “ใช่เลย! กินข้าวกัน! ดีใจชะมัด!”

ซ่งเจิงถีบก้นของพี่ใหญ่กุ้ยพร้อมเอ็ดลั่น “ไอ้ตะกละ!”

พี่ใหญ่กุ้ยมองดูขนมเปี๊ยะทางทิศตะวันตกอีกครั้ง เขาไม่สนใจคำด่าของซ่งเจิงในเวลาที่ท้องร้องดังลั่นเหมือนมีกลองศึกอยู่ข้างในแบบนี้หรอก

ลิงผอมลุกขึ้นกวาดสายตาไปรอบๆพลางใช้มือปัดฝุ่นที่ก้นของตัวเอง ก่อนชี้ไปทางทิศใต้ “ไปทางนั้นกันเถอะพวกเรา”

ซ่งเจิงลุกขึ้นปัดฝุ่นออกจากมือ และดึงพี่ใหญ่กุ้ยให้ลุกขึ้นตาม “ได้ ไปทางนั้นกัน”

พี่ใหญ่กุ้ยมองขนมเปี๊ยะที่ลับขอบฟ้าไปแล้วครึ่งหนึ่งด้วยสายตาละห้อยพลางกลืนน้ำลายลงคอ

ส่วนฉู่อี้จ้องมองภาพแสงสุดท้ายของวัน ที่ย้อมหมู่เมฆให้เป็นสีแดงเพลิงตาไม่กะพริบ “สวยจริง ๆ ไม่รู้ว่าต่อไปจะมีโอกาสเห็นมันอีกหรือเปล่า”

ซ่งเจิงยื่นมือให้ “มีสิ ต้องมีโอกาสอีกแน่นอน” ฉู่อี้มองมือสกปรกของซ่งเจิงก่อนจะยิ้มแฉ่งอวดฟันขาวสะอาดจนอีกฝ่ายตาพร่า เขาจับมือซ่งเจิงลุกขึ้นยืนด้วยแววตาเปล่งประกายราวกับทองยี่สิบสี่กะรัต

ทั้งสี่เดินต่อไปไม่ไกลจนถึงสถานที่นัดพบ ลิงผอมมียศเป็นนายพลส่วนซ่งเจิงและพี่ใหญ่กุ้ยเป็นเพียงนายทหารธรรมดา พวกเขาเริ่มตั้งค่ายกันอย่างเรียบง่าย ฉู่อี้ที่เฝ้ามองอยู่นั้นอยากร่วมวงด้วยใจแทบขาด ลิงผอมที่เหลือบไปเห็นจึงพยักหน้าอนุญาตด้วยความขบขัน

ยังไม่ทันที่ลิงผอมจะได้พักหายใจ ซ่งเจิงและฉู่อี้ก็เริ่มส่งเสียงโหวกเหวกทันที เมื่อเขาหันไปมองกลับต้องโมโหยิ่งกว่าเดิม ซ่งเจิงเป็นตัวป่วน ฉู่อี้ก็เป็นตัวป่วน และเมื่อป่วนกับป่วนมาเจอกันย่อมทำให้ความวุ่นวายทวีคูณยิ่งขึ้น!

กระโจมชั้นดีกลายสภาพเป็นก้อนกลมจนลิงผอมต้องตะโกนด่าออกมา “พวกนาย! ไปเก็บผักเก็บปลาเลยไป!”

ซ่งเจิงและฉู่อี้ย่นคอลงพลางถอนหายใจอย่างปลงตก “เหมือนโลกนี้กำลังหัวเราะเยาะเย้ยฉันอยู่เลย”

ทั้งสองหันมามองหน้ากันด้วยความประหลาดใจก่อนโผเข้ากอดกันทันที “เพื่อนรู้ใจ!”

ลิงผอมได้แต่หัวเราะอย่างเอือมระอา “เหอะๆ …”

เด็กไร้ประโยชน์ทั้งสองคน วิ่งไปยังป่าใกล้เคียงเพื่อหาผลไม้

ซ่งเจิงมองดูผืนป่าตรงหน้าพลางเกาหัวไปมา “นายรู้เหรอ ว่าอะไรกินได้กินไม่ได้?”

ฉู่อี้พยักหน้าและยกมือลูบคางอย่างใช้ความคิด “ฉันไม่รู้…”

ซ่งเจิงเงยหน้ามองท้องฟ้า เขาไขว้มือไว้ด้านหลังก่อนพึมพำออกมา “เฮ้อ… เมื่อก่อนฉันก็พอรู้อยู่หรอก แต่โลกนี้มันเปลี่ยนไปมากแล้ว จนตอนนี้ฉันไม่รู้อะไรเลย”

ฉู่อี้ยกมือขึ้นกอดอก “บางที นี่อาจเป็นโอกาสให้เราได้ทำความรู้จักกับโลกใบนี้ใหม่อีกครั้ง…”

แววตาของซ่งเจิงเปล่งประกายขึ้นมาทันที “สุดยอด นายพูดได้ดีนี่! พูดดีจริงๆ!”

ฉู่อี้โบกมือไปมาอย่างเขินอาย “ไม่ขนาดนั้นหรอกน่า…”

ลิงผอมกัดฟันแน่น “นี่คือสาเหตุที่พวกนายกลับมามือเปล่างั้นเหรอ?”

ซ่งเจิงส่ายหน้า “ลมพัดน้ำตาของฉันไปหมดแล้ว นายเลยไม่เห็นว่าฉันซาบซึ้งกับคำพูดนั้นแค่ไหน”

ฉู่อี้ช่วยเสริม “ใช่! ถ้อยคำเพราะๆแบบนี้ก็มีไว้สำหรับคนประเสริฐเท่านั้นแหละ ชาวโลกธรรมดาไม่เข้าใจหรอก!”

ลิงผอมรู้สึกเลี่ยนจนแทบอาเจียนกับคำพูดไร้สาระของทั้งสองคน ออกไปด้วยกันไม่ทันไร กลับมาก็เป็นบ้าไปแล้ว! ไม่อยากเชื่อว่าเด็กพิลึกสองคนมารวมตัวกันจะเป็นเอามากขนาดนี้!

ซ่งเจิงและฉู่อี้เห็นท่าทางคลื่นไส้ของลิงผอมจึงรีบนำเห็ดที่เก็บได้ออกมาแย่งกันอวดทันที “นายดูนี่สิ! ดูนี่! เห็ดของฉันดูดีกว่าของเขาอีก!” ลิงผอมส่ายหัวทันทีที่เห็นเห็ดเหล่านั้นก่อนจะดึงกริชออกมา...

ซ่งเจิงกำลังทำอาหารจากผักผลไม้ป่าที่พี่ใหญ่กุ้ยเก็บมาได้พลางบ่นพึมพำ ใบหน้าของเขาเป็นสีเขียวคล้ำและบวมตุ่ยเพราะรอยฟกช้ำ “ฉันก็แค่ล้อเล่นเอง…”

ฉู่อี้ที่อยู่อีกด้านกำลังดิ้นรนแก้เชือกที่มัดมือทั้งสองข้างเอาไว้ “ฮึบ… ฮึบ… ฮึบ…” เขาพยายามคายเห็ดพิษหลากสีที่ถูกจับยัดใส่ปากออกมา ลิงผอมแสยะยิ้มพลางหยิบกริชขึ้นมาวางไว้ข้างตัว

เมื่อซ่งเจิงเห็นท่าทางของฉู่อี้ที่กำลังถูกวางยาพิษอย่างน่าอนาถ ก็รีบผัดข้าวต่อด้วยความหวาดกลัว

ซ่งเจิงนอนลงข้างฉู่อี้หลังกินอิ่มจนพุงกาง เขาทอดสายตามองดวงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับบนท้องฟ้าอย่างสบายใจ ฉู่อี้ที่กำลังแคะฟันอยู่เอ่ยชมขึ้น “พี่ซ่งผัดข้าวได้อร่อยมาก!”

ซ่งเจิงลูบท้องตัวเองอย่างพึงพอใจ “งั้นเหรอ? ฉันเคย…” จู่ๆเขาก็หยุดพูดและหันไปจ้องมองท้องฟ้าที่พร่างพราวไปด้วยหมู่ดาว “สวยจริงๆ …”

ฉู่อี้ไม่ได้สนใจคำตอบไม่ชัดเจนของซ่งเจิงก่อนหน้านี้ เขาใช้มือหนุนหัวตัวเองนอนดูดาวเช่นกัน “ใช่ สวยมาก… ฉันเคยได้ยินมาว่า ถ้าเราอธิษฐานกับดวงดาวเหล่านี้อย่างตั้งใจ พวกเขาจะได้ยินคำขอของเรานะ…”

ซ่งเจิงยิ้ม “งั้นเรามาลองกันเถอะ…”

ฉู่อี้ลุกขึ้น เขามองไปยังซ่งเจิงก่อนหันไปมองดวงดาวที่ลอยเต็มฟ้า “ได้เลย!”

เมื่อพูดจบเด็กหนุ่มก็หลับตาลงพร้อมกุมมือทั้งสองข้างไว้ที่อก

ซ่งเจิงเองก็หลับตาลงพลางอธิษฐานเงียบๆในใจ เขาอยากกลับไปพบหลี่ว่านหลู อยากเป็นหัวหน้าในค่ายแห่งนี้ และที่สำคัญที่สุด… ขอให้พวกเขาจัดการสุนัขกลายพันธุ์ได้สำเร็จ ขอให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข นับจากวันนี้ไปอย่าได้พบเจอความหวาดกลัว และขอให้มีอาหารกินอิ่มท้อง

เมื่อซ่งเจิงลืมตาขึ้นอีกครั้งจึงเห็นว่าฉู่อี้กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า ซ่งเจิงลูบหน้าตัวเองก่อนถามออกไปด้วยความสงสัย “ทำไม? หน้าฉันมีอะไรติดอยู่รึไง?”

ฉู่อี้ตั้งสติ แววตาของเขาทอประกายวูบไหว “พี่ซ่ง… ดวงดาวช่างสวยเหลือเกิน ดวงจันทร์ก็ด้วย”

ซ่งเจิงหลุดยิ้ม “เด็กโง่ มันก็สวยไปหมดนั่นแหละ…”

ฉู่อี้ได้แต่เกาหัว และส่งยิ้มยิงฟันสดใสมาให้

จบบทที่ ตอนที่ 28 แสงสว่างท่ามกลางความมืด

คัดลอกลิงก์แล้ว