เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13 ความลับของน้ำยาวิวัฒนาการ

ตอนที่ 13 ความลับของน้ำยาวิวัฒนาการ

ตอนที่ 13 ความลับของน้ำยาวิวัฒนาการ


ตอนที่ 13 ความลับของน้ำยาวิวัฒนาการ

ในขณะที่กำลังเดินทางกันอยู่ ซ่งเจิงนั่งฟังพี่ใหญ่กุ้ยวางแผนการสำรวจครั้งนี้อย่างตั้งใจ จากการที่ทีมสำรวจออกมาลาดตระเวนก่อนแล้ว ทำให้ในครั้งนี้เหล่าทีมสำรวจเลือกที่จะเดินทางไปยังพื้นที่ทางด้านตะวันตกของเมืองก้อนหินน้อย

สถานที่แห่งนั้นมีอาคารสูง มีตึกหลายชั้นรวมตัวกันอยู่เป็นจำนวนมาก ในตอนที่ทางกองทัพสร้างเมืองนี้ก็เพียงเพื่อต้องการกวาดล้างเหล่าซอมบี้ที่อยู่ด้านนอก ดังนั้นภายในอาคารจึงมีตาข่ายอยู่เป็นจำนวนมาก

การออกสำรวจครั้งนี้ก็เพื่อต้องการฆ่าซอมบี้ที่อยู่ที่นี่โดยเฉพาะ หากโชคดี ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถทำเป้าหมายฆ่าซอมบี้เดือนละห้าสิบตัวสำเร็จก็เป็นได้

ในขณะที่กำลังเดินทางกันอยู่ พี่ใหญ่กุ้ยอธิบายถึงลักษณะของซอมบี้แต่ละประเภทให้ซ่งเจิงเข้าใจ โดยสรุปได้ว่า การกำเนิดซอมบี้ในตอนแรกเกิดจากโรคระบาดเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว จากนั้นโรคระบาดก็นำไปสู่การเกิดเชื้อไวรัส

อย่างไรก็ตามมีชนิดหนึ่งที่ทำให้ศพกลายเป็นซอมบี้และมีคนจำนวนนับไม่ถ้วนที่ติดเชื้อนี้ จากนั้นเมื่อถึงเวลาหนึ่ง คนเหล่านั้นก็ฟื้นขึ้นมา กลายเป็นซอมบี้ที่ไร้สติสัมปชัญญะ พวกมันจ้องแต่จะกัดกินคนเพื่อแพร่กระจายเชื้อ

นอกจากนี้ยังมีสัตว์ร้ายอีกจำนวนมากที่ติดเชื้อไวรัสนี้เช่นกัน ทำให้พวกมันมีนิสัยดุร้ายมากยิ่งขึ้น เจ้าพวกนี้มีความน่ากลัวมากกว่าเหล่าซอมบี้เสียอีก เวลานี้สัตว์หลายชนิดยังคงกลายพันธุ์และเก็บรักษาสัญชาตญาณความสามารถของตัวเองเอาไว้

เรื่องนี้ทำเอาทุกคนต่างก็เกิดอาการหวาดกลัวมากขึ้น เมื่อเทียบกับชาติที่แล้วซอมบี้ธรรมดาไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก และสิ่งที่เปลี่ยนไปก็เพียงตอนนี้พวกมันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยและมีพลังเพิ่มมากขึ้น

แต่พวกมันยังคงไวต่อเสียงและแสงอยู่ ตอนกลางวันที่มีแสงแดด พลังงานของพวกมันจะลดลงไปไม่ใช่น้อย สำหรับสุนัขธรรมดาเมื่อติดเชื้อไวรัสแล้ว พวกมันจะมีความไวต่อกลิ่นมากขึ้น อีกทั้งยังก้าวร้าวและกระหายเลือด

ส่วนแมวธรรมดานั้น เมื่อติดเชื้อไวรัสแล้วพวกมันจะไวต่อเสียงรวมถึงคล่องแคล่วและวิ่งเร็วขึ้น แถมยังมีชีวิตยืนยาวอย่างน่าตกใจ และหากไม่ถูกฆ่าตาย นับว่าเป็นเรื่องยากมากที่มันจะตายเอง

ที่กล่าวมานี้ เป็นซอมบี้ระดับต่ำซึ่งถือว่าจัดการได้ยากในระดับหนึ่ง นอกจากนี้สัตว์จำพวกหนู กบ คางคก และพวกสัตว์น้ำต่างๆอาศัยอยู่ใต้เมืองหรือตามแม่น้ำและแหล่งน้ำใต้ดิน รวมถึงบรรดาสัตว์ที่หลบซ่อนอยู่ตามท่อระบายน้ำจะชอบอยู่กันเป็นกลุ่ม พวกมันมีนิสัยก้าวร้าวและมักจะมีพิษ

ผู้ที่มีชีวิตรอดจากการเป็นซอมบี้ในช่วงสิบปีนี้ ท้ายที่สุดแล้วก็ถูกเหล่าซอมบี้และสัตว์ร้ายกลายพันธุ์เหล่านั้นพรากเอาชีวิตไปหมด แต่ก็ยังมีคนที่รอดชีวิตบางคนโชคดีที่ได้มารวมกลุ่มกัน

จากนั้นจึงร่วมมือกันต่อสู้กับซอมบี้เพื่อเอาชีวิตรอด ทำให้ภายในระยะเวลาอันสั้นนั้นเกิดวิวัฒนาการในร่างกายของมนุษย์ขึ้นมา ในบรรดากลุ่มคนผู้โชคดีมีคนหนึ่งที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม โดยไม่ทราบว่าเขามีพลังอันน่ามหัศจรรย์นั้นได้อย่างไร

เขากลายเป็นคนที่แข็งแกร่งมากกว่าคนอื่น มีพลังมหาศาลกับความเร็วที่พัฒนาขึ้นมาก รวมถึงปฏิกิริยาตอบสนองก็ค่อนข้างรวดเร็วขึ้น แม้ว่าจะเผชิญหน้ากับซอมบี้หรือสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งมากเพียงใด เขาก็สามารถจัดการได้ในเวลาอันรวดเร็ว!

แต่ผู้รอดชีวิตที่อยู่ด้านนอก หรือก็คือเขตป้องกันชั้นที่สอง เขตนั้นจะเป็นกลุ่มสังคมใหม่อีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อเก็บวัตถุดิบและวัสดุทุกเดือน จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องออกมาทำหน้าที่บริเวณด้านนอก

โดยพวกเขามุ่งหน้าไปยังเมืองก้อนหินน้อยเพื่อไปฆ่าซอมบี้ และเมืองนี้ชนิดของซอมบี้ที่มากที่สุดคือเหล่าซอมบี้ระดับต่ำสุด

ซอมบี้เกิดจากคนธรรมดาที่ติดเชื้อไวรัส หรือไม่ก็โดนกัดแพร่เชื้อจนกลายเป็นซอมบี้ พวกนี้ถือว่าเป็นระดับต่ำที่สุด มันไม่มีความสามารถพิเศษอะไร มีเพียงพลังที่มากกว่าคนธรรมดาเท่านั้น อีกทั้งยังไม่มีจิตสำนึกใดๆทั้งสิ้น

พวกมันมีความไวต่อกลิ่นของมนุษย์มาก โดยเฉพาะกลิ่นคาวเลือด และการจะโจมตีซอมบี้เหล่านี้แบบปกตินั้นค่อนข้างไร้ประโยชน์ หากทำได้ก็เพียงชะลอการเคลื่อนที่ของพวกมันให้ช้าลงเท่านั้น

แต่จุดอ่อนของพวกมันอยู่ที่ตำแหน่งศีรษะ ดังนั้นเพียงแค่ตัดหัวของมันได้ ซอมบี้พวกนี้ก็จะตายทันที ซอมบี้ระดับต่ำพวกนี้ไม่ค่อยบุกเข้ามาปะทะกับผู้คนสักเท่าไหร่ นอกจากว่าจะโชคร้ายเดินเข้าไปเจอกลุ่มพวกมันเข้า

ปกติแล้วทีมสำรวจมักจะพบกับพวกมันก็ตอนที่ต่อสู้กับเหล่าสัตว์ร้ายโดยไม่ระวังตัวทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ และหากเจ้าซอมบี้ระดับต่ำพวกนี้มีวิวัฒนาการ มันจะกลายเป็นซอมบี้ในระดับหนึ่ง ซึ่งมีความน่ากลัวมากขึ้น

ซอมบี้ระดับหนึ่งไม่เพียงจะมีพลังที่มากขึ้นอย่างก้าวกระโดดเท่านั้น แต่ความเร็วของมันยังเพิ่มขึ้นอย่างหาที่เทียบไม่ได้ นอกจากนี้ยังวิวัฒนาการจนมีความสามารถมากขึ้นอีกด้วย! เช่นร่างกายที่แข็งราวกับก้อนหิน อีกทั้งยังมีพลังที่เปลี่ยนไปเป็นรูปแบบต่างๆ

มีคนกล่าวว่าพลังหมัดของพวกมันบางตัวสามารถชกจนทำให้ร่างกายแตกละเอียดได้ในหมัดเดียว!

และบางตัวที่ร่างกายมีขนสีเทา เจ้าพวกนี้นอกจากจะเป็นซอมบี้ที่เคลื่อนไหวเร็วมากแล้ว มันยังให้ความรู้สึกราวกับเป็นวิญญาณ โดยผู้คนมักจะมองไม่เห็นเงาของมัน จนทำให้ถูกพวกมันลอบฆ่าจากทางด้านหลังได้!

ทั้งยังมีซอมบี้ที่มีความสามารถพิเศษอีกประเภทหนึ่ง ที่มีวิวัฒนาการทางด้านสติปัญญา มันสามารถส่งเสียงเพื่อเรียกซอมบี้ตัวอื่นๆได้ ซอมบี้ชนิดนี้เรียกว่ามีวิวัฒนาการที่น่ากลัวที่สุด

หลังจากได้ยินเรื่องนี้ ถึงแม้ซ่งเจิงจะเตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่ชายหนุ่มก็ยังรู้สึกตกใจอยู่ดี และคิดอยู่ในใจคนเดียวอย่างเงียบงัน

หากเขาไปเจอซอมบี้เหล่านั้นคงไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน เเต่จังหวะนั้นพี่ใหญ่กุ้ยดูออกว่าซ่งเจิงเกิดความรู้สึกประหม่า เขาจึงหัวเราะออกมาก่อนที่จะพูดปลอบว่า

"ซ่งเจิง นายไม่ต้องกังวลนะ พวกซอมบี้ที่มีวิวัฒนาการระดับสูงในเมืองก้อนหินน้อยถูกกำจัดไปจนเกือบหมด ตั้งแต่ตอนที่กองทัพทำการกวาดล้างแล้ว อีกอย่างพวกเราทีมสำรวจก็เคยพบซอมบี้ระดับหนึ่งเพียงครั้งเดียวพร้อมรายงานไปยังเบื้องบนแล้ว เพื่อให้คนของกองทัพและมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ออกมาทำการกวาดล้าง ดังนั้นที่เมืองก้อนหินน้อยจึงมีแต่ซอมบี้ระดับต่ำ นอกจากจะดวงซวยจริงๆถึงจะเจอ"

ซ่งเจิงพยักหน้าและถามกลับ "พี่ใหญ่กุ้ย ซอมบี้ระดับหนึ่งเป็นซอมบี้ที่ดุร้ายที่สุดใช่หรือเปล่าครับ?"

พี่ใหญ่กุ้ยส่ายหัวพลางพูดออกมาว่า "ซอมบี้ระดับหนึ่งเป็นเพียงซอมบี้ชนิดหนึ่ง ยังมีการพัฒนาไปยังระดับสอง และระดับสามอีก แต่ว่าพวกซอมบี้ระดับสูงเหล่านั้น ปกติก็มักจะมีสมองอยู่บ้าง โดยมันจะรู้ว่าใครจะทำร้ายหรือไม่ทำร้ายมัน และบริเวณใกล้ฐานเมืองแบบนี้… พวกเราคงไม่เจอซอมบี้ที่มากกว่าระดับสองหรอก"

ที่ควรทราบก็คือ ในแต่ละเมืองสามารถเรียกได้ว่าเป็นฐานเมือง ภายในนั้นมีพวกมนุษย์สายพันธุ์ใหม่อาศัยอยู่ นอกจากนี้ยังมีกองทัพติดอาวุธอยู่ด้วย

ต่อให้ซอมบี้พวกนั้นแข็งแกร่ง แต่ด้วยกลยุทธ์ที่ซับซ้อน อย่างไรมันก็ไม่รอด

เป็นผลให้ซอมบี้ระดับสูงทั้งหลายในบริเวณใกล้เมืองก้อนหินน้อยหาพบได้ยาก

“พี่ใหญ่กุ้ย เมื่อกี้พูดว่าพวกมนุษย์พันธุ์ใหม่และกองทัพช่วยกวาดล้างซอมบี้ใกล้เมืองก้อนหินน้อย อย่างนั้นแล้วมนุษย์พันธุ์ใหม่เกิดขึ้นมาได้ยังไงล่ะครับ?” ซ่งเจิงถามขึ้นมา และนั่นเป็นเรื่องที่เขาสงสัยมากเลยทีเดียว

พี่ใหญ่กุ้ยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับ

"นายเพิ่งเข้ามาอยู่ในทีมสำรวจ ทำไมถึงอยากรู้เรื่องที่เป็นความลับเร็วขนาดนี้ล่ะ? แต่ฉันไม่คิดปิดบังนายหรอกนะ มนุษย์สายพันธุ์ใหม่เหล่านั้น ที่จริงแล้วเมื่อก่อนก็เป็นคนธรรมดาเหมือนกับเรานี่แหละ

แต่เป็นเพราะว่าได้กินสิ่งที่เรียกว่าน้ำยาวิวัฒนาการเข้าไป ทำให้พวกเขากลายเป็นมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ที่มีพลังแข็งแกร่งขึ้น พวกเราชาวเมืองก้อนหินน้อยมีกฎอยู่หนึ่งข้อ นั่นก็คือผู้ที่รอดชีวิตจากนอกเมือง หากยังสามารถพึ่งพาความแข็งแกร่งของตัวเองได้อยู่ ก็จะถูกเปลี่ยนให้เป็นมนุษย์สายพันธุ์ใหม่

นั่นจึงทำให้มีโอกาสที่จะเข้าไปใช้ชีวิตข้างในได้ นอกจากนี้ยังสามารถเข้าร่วมกองทัพได้ และสามารถพาเพื่อนและคนในครอบครัวเข้าไปได้อีกด้วย!"

เดิมทีเมื่อครั้งพวกซอมบี้มีความหิวกระหาย ผู้คนจำนวนมากจะถูกสัตว์ร้ายและซอมบี้ฆ่าตาย แต่ผู้ที่รอดชีวิตมาได้นั้นก็ได้รู้ความลับอย่างหนึ่งว่า ที่กะโหลกศีรษะของซอมบี้และสัตว์ร้ายพวกนั้น จะมีของเหลวชนิดหนึ่งอยู่ด้านใน และเพียงแค่เอาเจ้าสิ่งนั้นออกมากลืนกินลงไป ก็จะทำให้ได้รับพลังที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก!

จบบทที่ ตอนที่ 13 ความลับของน้ำยาวิวัฒนาการ

คัดลอกลิงก์แล้ว