เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 ล่าชอมบี้

ตอนที่ 12 ล่าชอมบี้

ตอนที่ 12 ล่าชอมบี้


ตอนที่ 12 ล่าชอมบี้

บรรยากาศภายในห้องโถงเต็มไปด้วยความอบอุ่น และแน่นอนว่า ตำแหน่งสมาชิกทีมสำรวจนั้นมีสถานะสูงกว่าผู้รอดชีวิตทั่วไปมาก อีกทั้งคนส่วนใหญ่ยังเป็นชายหนุ่มที่มีร่างกายกำยำ

ในยุคที่ผ่านมาผู้ชายที่มีลักษณะดังกล่าวเป็นที่นิยมมากในสมัยนี้ และหากพวกเขารวมตัวกันต่อหน้าสาธารณชน จะต้องมีคนหลายคนโค้งคำนับให้กับพวกเขาอย่างอ่อนน้อม

ซ่งเจิงมองเห็นว่าตู่หมิงเดินออกจากห้อง สวมเสื้อผ้าไม่เรียบร้อย ด้วยใบหน้ามีร่องรอยเหี่ยวย่น อาการเหมือนไม่ได้พักผ่อนมาทั้งคืน

เมื่อซ่งเจิงมองมาจากทางด้านหลังและเห็นกลุ่มผู้หญิงที่สวมเสื้อค่อนข้างบางจนเห็นชุดชั้นในสีดำเดินตามผู้ชายคนนี้ออกมา ภาพนี้ทำให้ซ่งเจิงทราบว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาเขาทำอะไรมาบ้าง

แท้จริงแล้วเรื่องพวกนี้เขามักเห็นในโลกก่อนหน้าอยู่บ่อยครั้ง ภายใต้สภาวะความกดดัน เนื่องด้วยเมืองที่อยู่อาศัยมีซอมบี้รายล้อม เป็นผลให้เหล่าทีมสำรวจเกิดแบกรับความกดดันหนักอึ้ง สุดท้ายต้องหาทางระบายความกดดันเหล่านั้นออกไป

เรื่องนี้แม้แต่หัวหน้าทีมเฉินเฟิงเองก็อับจน ทำได้เพียงให้พวกเขาผ่อนคลายตามที่ต้องการ แต่ขอเพียงอย่ามากจนเกินไปก็พอ

ตู่หมิงมองมายังซ่งเจิงด้วยสายตาดุร้าย ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงมาหาหลี่ว่านหลูที่อยู่ข้างกายซ่งเจิง ขณะที่มุมปากของตู่หมิงยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม มือยกขึ้นทำท่าปาดคอต่อหน้าทั้งสองคน

การกระทำนี้ส่งผลให้คนรอบข้างเกิดแตกตื่นตกใจยามได้เห็นสายตาเปี่ยมด้วยความดุร้าย สายตาเช่นนี้มันมากพอทำให้ผู้พบเห็นเกิดตื่นตระหนก!

เพียงไม่นาน ทุกคนที่นี้ก็ทราบว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะต้องเป็นสมาชิกใหม่ประจำทีมอย่างแน่นอน!

แต่จากที่เห็นนั้น ก็เป็นเพียงคนธรรมดาไร้พิษภัย

"ซ่งเจิง!" หลี่ว่านหลูตกใจกลัวจนต้องดึงเสื้อของซ่งเจิงเอาไว้

"ไม่ต้องกลัว เขาไม่กล้าทำอะไรหรอก" ซ่งเจิงปลอบเธอทันที

เมื่อวานตอนที่ตู่หมิงพยายามจะเอาเปรียบหลี่ว่านหลู เขาไล่อีกฝ่ายออกไป แน่นอนว่าเหตุการณ์นั้นทำเอาตู่หมิงไม่พอใจอย่างมาก เป็นเหตุที่ทำให้เขาทำเรื่องน่าตกใจเช่นนี้

แต่เมื่ออยู่ในที่สาธารณะ เขาจะไม่กล้าลงมือทำอะไร หลี่ว่านหลูตอบกลับซ่งเจิงด้วยความกังวลว่า

"ซ่งเจิง ฉันได้ยินมา ว่าตู่หมิงค่อนข้างเรื่องมากและชอบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่… ตอนที่นายออกไปข้างนอก นายต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ "

ซ่งเจิงหัวเราะตอบ เมื่อเขาได้รับความเป็นห่วงเป็นใย ทำให้รู้สึกว่าการเป็นแบบนี้ก็มีประโยชน์อยู่เหมือนกัน ส่วนตู่หมิงนั้น แน่นอนว่ามองซ่งเจิงด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรนัก แต่ถึงอย่างไรเขาก็ต้องออกไป

คราวนี้กระทะเหล็กของซ่งเจิงจะได้ใช้ประโยชน์เสียที หากมองในมุมของซ่งเจิงแล้ว เรื่องอาหารการกินเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หากเขาระวังตัวมากขึ้น ตู่หมิงก็จะไม่สามารถเข้ามารบกวนได้

เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เฉินเฟิงเดินนำคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาในห้องโถง นอกจากทีมสำรวจที่มีเฉินเฟิงเป็นหัวหน้าทีมแล้ว ยังมีรองหัวหน้าอีกสามคน นั่นก็คือพี่ใหญ่ เจ้าลิงผอมและชายหนุ่มวัยรุ่น

เดิมทีรองหัวหน้าจะมีลูกน้องอีกสี่คน แต่เมื่อสองวันก่อนลูกน้องของพี่ใหญ่กุ้ยติดเชื้อไวรัสจนกลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว หลังจากนั้นซ่งเจิงจึงได้เข้าร่วมทีม ซึ่งนับได้ว่าเขาเข้ามาแทนที่เหล่าหลี่พอดี

เฉินเฟิงมองทางซ่งเจิงพร้อมกับโบกมือให้ ก่อนจะหันไปพูดกับลูกน้อง

"รู้จักกันไว้หน่อยนะ ทีมของเราจะมีคนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน นั่นก็คือซ่งเจิง"

พวกเขาพากันเข้ามาทักทายซ่งเจิงทันที

เมื่อมาถึงคนผอมที่ดูเหมือนลิงผอม เขามองซ่งเจิงตั้งแต่หัวจรดเท้า เสียงหัวเราะเผยดังขึ้น

"นายชื่อซ่งเจิงเหรอ? ท่าทางก็ดูใช้ได้อยู่นะ แต่ว่ากระทะอันใหญ่ที่อยู่ข้างหลังเอามาทำอะไรน่ะ หรือว่านายคิดจะใช้กระทะอันนี้ตีซอมบี้พวกนั้น?"

ซอมบี้ที่มีพลังต่ำสุด ทีมสำรวจรู้จักพวกมันดีอย่างลึกซึ้ง ถึงขนาดที่ว่าแม้เป็นดาบเล่มยาวเผยประกายยังไม่อาจทำให้พวกมันหวาดกลัว

ไม่มีใครเชื่อว่ากระทะใบนี้จะสามารถจัดการซอมบี้ได้ ยามได้ยินคำพูดเยาะเย้ยของเจ้าลิงผอม เหล่าทีมสำรวจวัยรุ่นทั้งหลายต่างก็พากันหัวเราะออกมาเสียงดัง ก่อนจะพูดกับซ่งเจิงว่า

"ฉันว่าเขาคงไม่ได้ไปฆ่าซอมบี้หรอก คงจะไปเป็นพ่อครัวเสียมากกว่า ฮ่าฮ่า ไม่แน่ว่าเนื้อซอมบี้ที่ต้มอยู่ในกระทะใบใหญ่ของเขาอาจจะอร่อยก็เป็นได้"

"ฮ่าฮ่า ตลกชะมัด! ที่แท้ก็มีกระทะใบใหญ่อยู่ด้านหลังเพราะจะเอาไปทำกับข้าวนั่นเอง"

ซ่งเจิงไม่ได้โกรธเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากเขามักอารมณ์ดีอยู่เสมอ และไม่ชอบแข่งขันกับใครอยู่แล้ว เมื่อชาติก่อนตอนเรียนที่อยู่โรงเรียนเทคโนโลยีโม่วเชียงนั้น เขาได้ชื่อว่าเป็นคนที่อารมณ์ดีมากคนหนึ่ง

คนเหล่านี้ที่เหยียดหยามซ่งเจิงไม่ทราบความลับของกระทะเหล็ก ไม่แปลกที่พวกเขาหัวเราะ ตอนนี้เขาเพียงส่ายศีรษะและเอ่ยตอบ

"ผมใช้เจ้านี่จนชินแล้ว หากให้ใช้อย่างอื่นคงจะไม่ถนัดก็เลยหยิบติดมือมาด้วย"

ตอนนี้ซ่งเจิงเข้าร่วมทีมสำรวจและเป็นลูกน้องของพี่ใหญ่กุ้ย เมื่อเห็นว่าตอนนี้ซ่งเจิงกำลังโดนเจ้าลิงผอมกับคนเหล่านั้นหัวเราะเยาะ เฉินเฟิงจึงเก็บสีหน้าไว้ไม่อยู่และรีบช่วยซ่งเจิง

"เป็นอะไร? ไม่เคยเห็นคนใช้กระทะเหล็กฆ่าซอมบี้หรือยังไง ? พลังของอาเจิงไม่ธรรมดานะ ถึงขนาดสามารถแบกกระทะเหล็กหนักหลายกิโลนี้ได้ ขณะที่พวกนายไม่น่าจะมีใครแบกมันได้สักคน! เรื่องนี้มีอะไรน่าขำอย่างนั้นเหรอ?"

บรรดาคนของลิงผอมหัวเราะเพราะเห็นเป็นเรื่องตลกและไม่ได้คิดร้ายอะไร แต่หลังจากตู่หมิงเดินเข้ามา บรรยากาศในการสนทนาก็เปลี่ยนไป เขาพูดขึ้นมาว่า

"พวกเราเป็นทีมสำรวจ ทำไมถึงรับคนแบบนี้เข้ามา พวกเราไปฆ่าซอมบี้ ไม่ได้ไปทำครัวเสียหน่อย แล้วจะเอาไอ้กระทะเหล็กนี่ไปทำไม?"

เมื่อได้ยินคำพูด กลุ่มของเฉินเฟิงก็หันไปมองพร้อมหัวเราะอย่างเย็นชา และพูดออกไป

“ซ่งเจิงเข้าร่วมทีมสำรวจเพราะฉันเห็นด้วย นายมีปัญหาอะไรงั้นเหรอตู่หมิง? ไม่เห็นด้วยหรือยังไง?!”

ตู่หมิงรีบร้อนเผยยิ้มตอบคำกลับ

"จะเป็นไปได้ยังไงล่ะครับ? ผมน่ะเคารพพี่เฉินจะตาย จะไม่เห็นด้วยได้ยังไง ผมไม่ได้โกหกนะครับ ผมเพียงแค่รู้สึกว่าคนบางคนไม่รู้จักกำลังของตัวเอง คิดว่าตัวเองมีวิชากังฟูก็สามารถฆ่าซอมบี้ได้ ถึงเวลาจริงๆเขาคงจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตายไปแล้ว"

เจ้าลิงผอมพูดขึ้นมาอีกว่า

"ที่ตู่หมิงพูดก็มีเหตุผล การฆ่าซอมบี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ ขนาดพวกเราทีมสำรวจแม้จะออกไปปฏิบัติภารกิจหลายครั้งแล้ว ก็ยังไม่มีใครกล้าที่จะรับประกันว่าจะได้กลับมาอีก ซ่งเจิง! ตอนนี้นายจะเปลี่ยนใจก็ยังทันนะ"

ซ่งเจิงไม่ได้สนใจคำพูดดูถูกของตู่หมิง เพียงหันไปพูดกับเจ้าลิงผอมว่า

"ขอบคุณหัวหน้าหยวนที่เป็นห่วงนะครับ แต่ผมคิดดีแล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเปลี่ยนใจครับ"

ชื่อเดิมของเจ้าลิงผอมคือหยวนเหิง เพียงแค่เพราะว่าร่างกายของเขาผอมราวกับลิงจึงทำให้เขาถูกเรียกด้วยชื่อนั้นแทน และเมื่อได้รับคำตอบจากซ่งเจิง เหล่าหัวหน้าทีมก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

เมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เฉินเฟิงก็มองไปรอบห้องโถง ก่อนจะพูดด้วยเสียงอันดังว่า

"ถ้าทุกคนพร้อมแล้ว ก็ออกเดินทางได้!"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าทีมสำรวจกว่ายี่สิบนายก็ทยอยเดินออกไปจนมาถึงหน้าโรงแรม ก่อนจะพากันขึ้นรถบรรทุกครบทุกคน การอยู่ในยุคที่มีซอมบี้ล้อมเมืองแบบนี้ควรจะใช้รถที่มีขนาดเล็กและคล่องแคล่วกว่านี้

แต่ว่าเหล่าทีมสำรวจก็ยังคงใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่กัน เนื่องจากรถคันนี้ได้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยด้านหน้าเสริมด้วยวัสดุกันกระแทกขนาดใหญ่ ส่วนด้านข้างของตัวถังรถทั้งสองเป็นเหล็กแหลมคม

และเมื่อรวมกับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่แล้ว มันสามารถทำให้เหล่าซอมบี้หัวขาดออกจากลำตัวได้ทันที หากว่าโดนเหล่าซอมบี้ล้อมไว้ก็สามารถฆ่าฝูงซอมบี้ให้ตายได้ด้วยรถบรรทุกนี้

จากความทรงจำในชาติที่แล้ว นี่ไม่ได้เป็นครั้งแรกที่ซ่งเจิงนั่งรถแบบนี้ เมื่อก่อนตอนที่อยู่โรงเรียนเทคโนโลยีโม่วเชียง เขามักจะลากหมูตัวอ้วนไปที่โรงฆ่าสัตว์ด้วยรถนี้เสมอ แต่แค่ครั้งนี้เขาออกไปฆ่าซอมบี้ มันจึงทำให้เขารู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก

ซ่งเจิงคิดในใจขณะรถบรรทุกคันใหญ่เคลื่อนตัวออกไปพอดี

จบบทที่ ตอนที่ 12 ล่าชอมบี้

คัดลอกลิงก์แล้ว