เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 สี่คนต่อหนึ่งกลุ่ม

ตอนที่ 10 สี่คนต่อหนึ่งกลุ่ม

ตอนที่ 10 สี่คนต่อหนึ่งกลุ่ม


ตอนที่ 10 สี่คนต่อหนึ่งกลุ่ม

ตู่หมิงยังคงตะโกนด่าไม่หยุดหย่อน ซ่งเจิงคิดว่าเขาความจำสั้นจึงขมวดคิ้วแน่นพร้อมเดินเข้าหา

คิดไม่ถึงเพียงแค่ขยับตัวก้าวไปด้านหน้า ตู่หมิงถอยกรูดไปสามก้าวอย่างรวดเร็ว สายตาเผยแววอาฆาตแต่จิตใจกลับสั่นไหว… เขาได้แต่พึมพำในใจ ‘เกิดอะไรขึ้นกับไอ้เด็กเวรนี่ ปกติไม่ใช่แบบนี้นี่… มันไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน เหอะ ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้เวร ฉันเอาคืนแน่!’

“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละไอ้เด็กแซ่ซ่ง! ฉันจะบอกอะไรให้นะ ว่าหัวหน้าเฉินตั้งกฎสำหรับที่นี่ไว้แล้ว ถ้าแกคิดจะทำร้ายฉัน แกโดนดีแน่!”

ตู่หมิงเรียกร้องความชอบธรรม

ทั้งหมดเป็นสิ่งที่หลี่ว่านหลูกล่าวออกเมื่อครู่นี้ แต่ตอนนี้เขากลับพูดมันอย่างหน้าตาเฉย เห็นได้ชัดว่าตู่หมิงเริ่มหวาดกลัวแต่ยังไม่คิดยอมรับความพ่ายแพ้

ก่อนหน้านี้หลี่ว่านหลูเป็นห่วงซ่งเจิงมาก แต่เหตุการณ์ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เธออดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ใบหน้าเดิมที่งดงามอยู่แล้วยิ่งบวกกับรอยยิ้มมีเสน่ห์ก็ยิ่งน่าหลงใหลมากขึ้นไปอีก ซ่งเจิงได้เห็นอย่างนั้นถึงกับสติหลุดไปทันที

ก่อนที่จะทะลุมิติมา เขาได้พบเจอกับผู้หญิงอย่างเช่นหลี่ว่านหลูไม่มากนัก… ส่วนใหญ่ผู้หญิงมักจะชื่นชอบการฉีดโบท็อกซ์เข้าใบหน้า มันจะมีสักกี่คนที่งดงามโดยธรรมชาติ?

ซ่งเจิงไม่สนใจพร้อมตอบกลับอย่างเย็นชา “ตู่หมิง… คุณไม่อายบ้างหรือไง เป็นคุณที่วิ่งเข้ามาในห้องของผมและยังลงมือก่อน แต่กลับบอกว่าไม่ให้ผมสู้เนี่ยนะ? ถ้าอย่างนั้นเราไปหาหัวหน้าเฉินให้ตัดสินเรื่องนี้ไหม จะได้รู้ว่าทั้งหมดมันความผิดใครกันแน่!”

ตู่หมิงได้ยินอย่างนั้นจึงมองไปที่ทั้งสองคนอย่างเย้ยหยัน

จากการต่อสู้เมื่อครู่นี้ เขารู้แล้วว่าตัวเองไม่สามารถจัดการกับชายหนุ่มตรงหน้าได้ แต่ก็ยังไม่อาจยอมรับความจริงจึงพูดออกไปอย่างไม่ยอมแพ้ “เอาสิ! ถ้าแกมีความสามารถให้หัวหน้าเฉินออกมาตัดสินได้ก็เอาเลย ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาจะอยู่ข้างทีมสำรวจหรือจะออกหน้าแทนพวกขยะอย่างแกสองคน!”

เมื่อพูดถึงสถานะทีมสำรวจ น้ำเสียงของตู่หมิงก็ยิ่งดังขึ้นอย่างข่มขวัญ

ในเมื่อผู้รอดชีวิตหลายร้อยคนในโรงแรมนี้ มีคุณสมบัติสามารถเข้าร่วมทีมสำรวจได้ มีเพียงแค่ยี่สิบกว่าคนที่แข็งแกร่งที่สุด ดังนั้นในฐานะสมาชิกทีมสำรวจ ตู่หมิงจึงรู้สึกว่าตนเองอยู่เหนือผู้อื่น

แต่ความรู้สึกนี้กลับถูกซ่งเจิงทำลายลงอย่างรวดเร็ว

“เอาตำแหน่งสมาชิกทีมสำรวจมากดให้คนอื่นต่ำลงงั้นเหรอ? ขอโทษด้วยนะครับ ผมเองก็อยู่ในทีมสำรวจเหมือนกัน” ซ่งเจิงตอบเสียงเรียบ

ดวงตาของตู่หมิงเบิกกว้างพร้อมตอบกลับเสียงสั่น “เป็นไปได้ยังไง! แกใช้อะไรถึงผ่านเกณฑ์? เหอะ แกก็แค่โกหกให้ฉันตกใจสินะ”

แต่ในใจของเขากลับรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา ดูเหมือนครั้งนี้เขาจะเจอตอเหล็กเข้าแล้ว เจ้าเด็กคนนี้มีเส้นสายอะไรกันนะ?

ซ่งเจิงหมดความอดทน เขากัดกรามแน่นพร้อมพูดออก “จะโกหกหรือไม่ก็ลองไปถามหัวหน้าเฉินด้วยตัวเองแล้วกัน… อีกอย่างทำไมผมจะเข้าทีมสำรวจไม่ได้? เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว ออกไปซะ! ห้องผมไม่ต้อนรับคนอย่างคุณ!”

ตู่หมิงอยากออกจากห้องนี้ใจจะขาดจึงรีบตอบกลับ “ได้! ฉันจะไปถามเขาเอง ถ้าแกโกหก… ฉันกลับมายำแกแน่!”

พูดจบตู่หมิงก็แทบจะวิ่งออกจากห้องไปทันที

เมื่อครู่ที่ได้สัมผัสกับสายตาเย็นชาของซ่งเจิง ตู่หมิงรู้สึกว่าสันหลังของตัวเองแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง เหมือนกับว่ามีสัตว์ร้ายกำลังจับจ้องเขาอยู่อย่างไรอย่างนั้น

เขาเคยออกไปล่าซอมบี้อยู่สองสามครั้ง แต่ก็ไม่เคยรู้สึกถึงอันตรายเช่นนี้มาก่อน เขารู้สึกว่าซ่งเจิงอาจจะสามารถกระชากวิญญาณเขาออกจากร่างได้เพียงดีดนิ้ว!

แล้วถ้าซ่งเจิงคิดจะลงมือจริงๆ เขามีสักร้อยชีวิตก็คงไม่พอ!

หลังจากตู่หมิงออกไปแล้ว ซ่งเจิงหันไปหาหลี่ว่านหลูพร้อมถามเสียงอ่อน “เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?”

หลี่ว่านหลูกะพริบตาพร้อมกับจ้องมองเขาด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะรีบตอบกลับ “ไม่เลย ฉันไม่เป็นไร…”

หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งเธอก็อธิบายเรื่องราวให้เขาฟัง “ก่อนหน้านี้ตู่หมิงมาเคาะประตู ฉันคิดว่าเขาคงมีธุระอะไรเลยเปิด… ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องอย่างนี้ โชคดีจังที่นายกลับมาทันเวลาและสามารถไล่เขาออกไปได้ ซ่งเจิงนายเรียนมาจากที่ไหนเหรอ? เก่งมากเลย!”

ความจริงแล้วถึงหลี่ว่านหลูไม่อธิบายอะไรเขาก็พอจะเข้าใจเรื่องราวได้ คนอย่างตู่หมิงเป็นพวกบ้ากามคิดใช้แต่กำลัง ในโลกก่อนหน้าเขาเคยเจอคนแบบนี้มาไม่น้อย

ส่วนคำถามของหลี่ว่านหลู เขาไม่คิดจะตอบมันอยู่แล้ว

ซ่งเจิงไม่พูดอะไรพร้อมกับก้าวขาเข้าห้อง

หลี่ว่านหลูมุ่ยปาก ก่อนจะถามต่อ “อ้อ เมื่อกี้นายบอกว่าได้เข้าทีมสำรวจเหรอ?”

“อืม หัวหน้าเฉินตอบรับด้วยตัวเองเลยล่ะ พรุ่งนี้ฉันต้องออกไปทำงานแล้ว” ซ่งเจิงพยักหน้ารับ

หลี่ว่านหลูตกใจ ก่อนจะกล่าวออกด้วยน้ำเสียงติดขัด “งั้น… พรุ่งนี้นายก็ไม่อยู่น่ะสิ… แล้วฉันล่ะ…”

ซ่งเจิงมึนงงไปชั่วขณะพร้อมกับคิดว่าอีกฝ่ายต้องการให้เขารับผิดชอบงั้นเหรอ? แต่เมื่อคืนนี้ทั้งสองก็ได้นอนร่วมเตียงเดียวกันแล้ว ถึงซ่งเจิงจะรู้ดีว่าอีกฝ่ายยังบริสุทธิ์และเขาก็ไม่ได้รุกล้ำเขตแดน แต่ยังไงซะ เมื่อได้ยินหญิงสาวถามอย่างนี้เขาก็รู้สึกผิดไม่น้อย

เขาคิดอยู่สักครู่ก่อนจะกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเคอะเขิน “เอ่อ… งั้นเธออยู่ในห้องนี้ก็ได้นะ เดี๋ยวฉันเอากุญแจไว้ให้”

ในห้องนี้ไม่มีของมีค่าอะไรเลยนอกจากกระทะเหล็กใบนั้น ซ่งเจิงจึงไม่ได้สนใจอะไรและไม่กังวลเลยสักนิด

ตอนเที่ยงทั้งซ่งเจิงและหลี่ว่านหลูเดินลงไปรับอาหารด้านล่าง

ระหว่างทางกลับเขาเจอกับพี่ใหญ่กุ้ย อีกฝ่ายแนะนำเรื่องทีมสำรวจให้เขาฟังคร่าวๆ

คนที่จะออกไปล่าซอมบี้มีอยู่ประมาณยี่สิบคน นอกนั้นเป็นคนที่ต้องอยู่ดูแลทุกคนในโรงแรม

นอกจากหัวหน้าเฉินแล้ว ทีมสำรวจยังมีรองหัวหน้าอีกสามคน ทุกคนจะมีกลุ่มเล็กๆเป็นของตัวเอง หนึ่งกลุ่มมีสี่คน

ในช่วงเวลาที่ออกล่าซอมบี้ พวกเขาจะยืนอยู่ในถนนที่ค่อนข้างแคบ หากรวมกลุ่มอยู่ด้วยกันทั้งหมดอาจเกิดความวุ่นวายได้ แยกกันไปกลุ่มละสี่เป็นเรื่องที่ดีกว่าและสามารถดูแลกันได้อย่างทั่วถึง อีกทั้ง ถ้าดวงไม่ดีไปเจอซอมบี้ทั้งฝูงล้อมรอบ ก็จะมีเพียงสี่คนที่ตายตกไม่ใช่ยี่สิบคน

ไม่ใช่แค่โรงแรมฟู่คังที่ทำอย่างนี้ กลุ่มอื่นๆก็ปฏิบัติในแนวทางนี้เช่นเดียวกัน

ในทุกต้นเดือน ทีมสำรวจทุกกลุ่มจะไปรับอาหารที่ถูกแจกจากในตัวเมือง แล้วหลังจากนั้นจึงออกเดินทางไปล่าซอมบี้พร้อมกันเช่นเคย

จบบทที่ ตอนที่ 10 สี่คนต่อหนึ่งกลุ่ม

คัดลอกลิงก์แล้ว