- หน้าแรก
- โรงแรมฮอลิเดย์ มีออเดอร์ใหม่จาก ‘ชือเลอเมอ’ เข้ามาแล้ว
- บทที่ 22 ลูกค้า...ที่มาเสิร์ฟถึงที่
บทที่ 22 ลูกค้า...ที่มาเสิร์ฟถึงที่
บทที่ 22 ลูกค้า...ที่มาเสิร์ฟถึงที่
บนถนนหน้าโรงแรมฮอลิเดย์ เริ่มมีฝูงซอมบี้รวมตัวกันหนาตาขึ้นเรื่อยๆ
ต้องขอบคุณหลินลี่ที่คิดว่าตัวเองจะมานั่งกินนอนกินเฉยๆ ไม่ได้ เมื่อช่วงสายเขาเลยออกไปจัดการซอมบี้รอบๆ โรงแรมไประลอกหนึ่งแล้ว
ไม่อย่างนั้น ด้วยเสียงเอิกเกริกขนาดนี้ จำนวนซอมบี้ที่แห่กันมาคงไม่ใช่แค่นี้แน่
สภาพของฉู่เทียนในตอนนี้ นอกจากนิ้วมือที่ยังพอกระดิกได้ ส่วนอื่นๆ ของร่างกายก็เละเทะราวกับถูกรถบรรทุกบดขยี้ กลายเป็นก้อนเนื้อเหลวเป๋วไปแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะระดับการเสริมแกร่งร่างกายของเขาถึงระดับ 3 ป่านนี้คงกลายเป็นศพไปนานแล้ว
ส่วนลู่หมิงชวนและคนอื่นๆ สภาพก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่
เมื่อเทียบกับตั่วตั่วแล้ว พลังการต่อสู้ของเถี่ยซานมีแต่จะแกร่งกว่า ไม่ได้ด้อยไปกว่าเลย
พอเห็นเถี่ยซานกับตั่วตั่วจากไป เหลียงเหวินที่ดูละครจนหนำใจแล้วถึงได้พาลูกทีมสองคนเข้าไปช่วยคน
เหลียงเหวินนึกไม่ถึงจริงๆ ว่าขนาดหน่วยพิเศษที่ 1 ของฐาน ยังไม่ใช่คู่มือลูกน้องสองคนของซูเฉิน
ตอนนี้เขาอดรู้สึกโชคดีไม่ได้ ที่ตอนแรกเขาไม่บุ่มบ่ามลงมือกับซูเฉิน
ไม่อย่างนั้นชีวิตน้อยๆ ของเขาคงทิ้งไว้ที่นี่ไปนานแล้ว
หลังจากหามคนเข้ามาในล็อบบี้โรงแรม เหลียงเหวินถึงค่อยปลดกำแพงดินที่เขาสร้างไว้กันซอมบี้ด้านนอกลง
เมื่อเห็นสภาพอันน่าเวทนาของกลุ่มลู่หมิงชวน มุมปากของเหลียงเหวินก็หุบยิ้มไม่ลง
การได้เห็นหน่วยที่แข็งแกร่งที่สุดในฐานถูกจัดการจนยับเยินขนาดนี้ ในใจของเหลียงเหวินเบิกบานราวกับดอกไม้บานสะพรั่ง
ระหว่างหน่วยย่อยมีการแข่งขันกันอยู่เสมอ แม้จะรู้ดีว่าความสามารถของหน่วยอันดับหนึ่งนั้นดูแคลนไม่ได้
แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความรู้สึกหมั่นไส้ของเหลียงเหวินแต่อย่างใด
เหลียงเหวินเตะหลัวหม่านที่แกล้งตายอยู่ไปทีหนึ่ง “ลุกขึ้น”
แผลเดียวบนตัวหลัวหม่าน คือรอยถลอกตอนที่เขาล้มลงไปกระแทกพื้นเมื่อกี้
พอเห็นลูกพี่จับได้แล้ว หลัวหม่านก็เลิกแอ๊บ เขาหัวเราะ “แหะๆ” ออกมา
หลัวหม่านเดินตามเหลียงเหวินกลับไปที่ห้อง 204 เหลียงเหวินต้องการจะซักหลัวหม่านให้ละเอียด ดูว่าท่าทีของเบื้องบนเป็นอย่างไรบ้าง
กว่าทั้งสองจะกลับลงมาอีกครั้ง บาดแผลของกลุ่มลู่หมิงชวนทั้งสี่คนก็หายดีไปกว่าเจ็ดแปดส่วนแล้ว
ต้องยกความดีความชอบให้เจียงยวี่ ผู้มีพลังสายรักษาเยียวยาระดับ 5 ในทีมของลู่หมิงชวน
นี่คือเหตุผลว่าทำไมในฐานะผู้มีพลังพิเศษสายรักษา ถึงสามารถเข้าร่วมทีมที่มีแต่สายต่อสู้ระดับสูงได้
ผู้มีพลังรักษาเยียวยาระดับ 5 นั้นหาได้ยากยิ่ง ในยามคับขันสามารถช่วยรักษาชีวิตได้
ฉู่เทียนที่เพิ่งเฉียดประตูนรกมาหมาดๆ ความใจร้อนวู่วามก็ฝ่อลงไปถนัดตา
ลู่หมิงชวนไม่คิดจะถามตั่วตั่วเรื่องเถ้าแก่โรงแรมอีกแล้ว
เขายันตัวลุกขึ้นนั่ง ล้วงคริสตัลคอร์กำมือหนึ่งวางกระแทกลงบนเคาน์เตอร์ กัดฟันพูดว่า “เปิดห้อง!”
ใบหน้าของตั่วตั่วเผยรอยยิ้มไร้เดียงสา ราวกับคนโหดเหี้ยมเมื่อครู่ไม่ใช่เธอ “กี่ห้องคะ เตียงเดี่ยวหรือเตียงคู่ พักกี่วันคะ?”
“เตียงคู่สองห้อง พักหนึ่งอาทิตย์”
..........
【ชือเลอเมอมีออเดอร์ใหม่! กรุณายืนยันออเดอร์โดยด่วน!】
เสียงระบบดังขึ้นในหัวซูเฉิน เขาเปิดร้านค้าขึ้นมาแล้วกดปุ่ม 【ยืนยัน】
ไม่นานนัก กล่องอาหารที่มีโลโก้ 【โรงแรมฮอลิเดย์】 ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าชายหนุ่มผู้หิวโหย
เขารีบแกะห่อบรรจุภัณฑ์ออกอย่างรอไม่ไหว ดวงตาเบิกกว้างมองโจ๊กขาวตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ
กลิ่นหอมของข้าวแท้ๆ ผสมกับกลิ่นต้นหอมจางๆ ทำเอาน้ำลายในปากของเขาหลั่งออกมาจนควบคุมไม่ได้
สัมผัสอุ่นร้อนบอกเขาว่านี่ไม่ใช่ความฝัน น้ำตาไหลพรากออกมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย—นานเหลือเกิน นานมากแล้วที่เขาไม่ได้สัมผัสอุณหภูมิของอาหาร ไม่ได้ดมกลิ่นหอมสะอาดเย้ายวนใจแบบนี้
ชายหนุ่มตักโจ๊กคำโตยัดเข้าปากอย่างตะกละตะกลาม เม็ดข้าวนุ่มละมุนลื่นไหลผ่านลำคอที่แห้งผาก นำพาความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วท้อง
เขาสวาปามอาหารอย่างตะกละตะกลาม ราวกับว่าโจ๊กขาวถ้วยนี้เป็นอาหารเลิศรสที่ล้ำค่าที่สุดในปฐพี แม้แต่น้ำโจ๊กที่กระฉอกหกใส่มือ เขาก็ยังเลียจนเกลี้ยงเกลา
ชายหนุ่มกินไปร้องไห้ไป น้ำตาเม็ดโป้งร่วงเผาะลงในชามโจ๊ก
ด้วยความที่ไม่อยากให้ลูกค้าใหม่ที่เพิ่งขุดพบต้องมาตายต่อหน้าต่อตา ซูเฉินจึงเอ่ยเตือน: “ไม่ต้องรีบ ค่อยๆ กิน”
คนที่อดอยากมาหลายวัน ขืนกินมูมมามแบบนี้ร่างกายจะรับไม่ไหวเอาได้
“อาหารที่คุณสั่ง นอกจากตัวคุณแล้ว คนอื่นจะแย่งกินไม่ได้”
“แถมในช่วงระหว่างรออาหารจนถึงกินเสร็จ จะมีเกราะป้องกันไร้พ่ายคอยคุ้มกันอยู่ มันจะหายไปก็ต่อเมื่อคุณทานเสร็จแล้วเท่านั้น”
ชายหนุ่มได้ยินดังนั้น จึงยอมลดความเร็วในการกินลง
ในสายตาของเขา ซูเฉินเปรียบเสมือนผู้กอบกู้โลก เป็นดั่งพระเจ้า
ถ้าไม่ใช่พระเจ้า เขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมอาหารถึงโผล่ออกมาจากความว่างเปล่าได้ แถมยังเป็นอาหารอุ่นๆ อีกด้วย
“ผมชื่อซูเฉิน เปิดโรงแรมอยู่ในตัวเมือง มีทั้งที่พักและอาหารขาย ถ้าสนใจ คุณลองแวะไปดูได้นะ”
ชายหนุ่มกลืนโจ๊กคำโตลงคอ “โรงแรมอยู่ตรงไหนครับ?”
ซูเฉิน: คำถามที่ดี
เขาเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน
ซูเฉินจึงขอความช่วยเหลือจากระบบ
ระบบ: 【500 คะแนน ผมจะเปิดฟังก์ชันนำทางบนแพลตฟอร์ม “ชือเลอเมอ” ให้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถนำทางไปยังตำแหน่งที่ตั้งของโรงแรมฮอลิเดย์ได้อย่างแม่นยำ】
ซูเฉินแอบมองบนเงียบๆ “เปิดๆๆ! เปิดเลย!”
ซูเฉินหันไปบอกชายหนุ่ม “เปิดแอป 【ชือเลอเมอ】 ดูสิ ด้านบนจะมีฟังก์ชันนำทางอยู่ มันจะนำทางไปที่หน้าโรงแรมได้โดยตรง”
ชายหนุ่มทำตามที่บอก และก็เห็นฟังก์ชันนำทางที่ซูเฉินว่าจริงๆ
หน้าจอการใช้งานของ 【ชือเลอเมอ】 จะมีเพียงเจ้าของบัตรคะแนนเท่านั้นที่มองเห็น ดังนั้นซูเฉินจึงไม่เห็นหน้าจอของชายหนุ่ม เห็นเพียงนิ้วมือที่จิ้มไปมาในอากาศ
“เถ้าแก่ซู ผมพาคนอื่นไปด้วยได้ไหมครับ?”
ซูเฉิน: “ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ”
ชายหนุ่มวางอาหารในมือลงกับพื้น แล้วโขกศีรษะให้ซูเฉินทันที
“บุญคุณใหญ่หลวงครั้งนี้ยากจะตอบแทน ชีวิตของผม ‘อวี๋จวิน’ คนนี้ ต่อไปขอมอบให้เถ้าแก่ซูครับ!”
ซูเฉินรีบเข้าไปพยุงอวี๋จวินให้ลุกขึ้น “ไม่ต้องทำขนาดนี้หรอกครับ ถ้าคุณพาคนไปอุดหนุนที่โรงแรมผมเยอะๆ นั่นก็ถือเป็นการตอบแทนที่ดีที่สุดแล้ว”
หลังจากผ่านเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ ซูเฉินก็มุ่งหน้าเดินทางไปยังเขาอู่กงต่อ ในที่สุดอีก 1 ชั่วโมงต่อมา เขาก็มาถึงตีนเขา
เมื่อเงยหน้ามองเขาอู่กงที่สูงตระหง่านจนมองไม่เห็นยอด ซูเฉินก็ยืนครุ่นคิด
จะขี่รถขึ้นไป หรือจะเดินเท้าปีนขึ้นไปดีนะ
เพื่อสัมผัสกับทัศนียภาพอันงดงามให้เต็มอิ่ม ซูเฉินจึงตัดสินใจเลือกเดินเท้าขึ้นเขา
สองชั่วโมงผ่านไป ระบบก็แจ้งเตือน: 【คำนวณจากความเร็วปัจจุบันของคุณ ต้องใช้เวลาอีก 15 ชั่วโมงกว่าจะถึงยอดเขา】
ซูเฉิน: ...... “แกจงใจรอให้ถึงตอนนี้ค่อยบอกใช่ไหม?”
ระบบ: 【ความเร็วของคุณถือว่าเร็วกว่ามนุษย์ส่วนใหญ่ในโลกนี้มากแล้วนะ ปกติแล้วต้องใช้เวลาปีนถึง 25 ชั่วโมงเชียวนะ】
ซูเฉิน: “พอเลย หุบปากไปซะ ขอบใจมากที่บอกกันตอนนี้”
ซูเฉินมองหาก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่ง แล้วทิ้งตัวลงนั่ง พลางดูดชามะนาวเย็นเจี๊ยบในมือ
ในป่าเขาอากาศเย็นสบาย พอเข้ามาในเขตภูเขา ซูเฉินรู้สึกได้เลยว่าอุณหภูมิต่ำกว่าภายนอกอย่างน้อย 7-8 องศา
สายลมบนภูเขาอันชุ่มชื้นพัดเอากลิ่นหอมของต้นไม้ใบหญ้ามาปะทะใบหน้า ช่วยพัดพาความร้อนรุ่มจากการเดินเท้าให้หายไปในพริบตา
แสงแดดสาดส่องผ่านร่มเงาไม้ที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ เกิดเป็นแสงเงากระดำกระด่างบนพื้นดิน นานๆ ครั้งจะมีนกตัวน้อยที่ไม่รู้จักชื่อบินผ่านศีรษะ ส่งเสียงร้องใสกังวาน
บรรยากาศชวนให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก
...ถ้าไม่นับโครงกระดูกสีขาวโพลนที่นอนแอ้งแม้งอยู่ไม่ไกลนั่นน่ะนะ