เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Sign in Buddha's palm 363 ดาบศักดิ์สิทธิ์ (ฟรี)

Sign in Buddha's palm 363 ดาบศักดิ์สิทธิ์ (ฟรี)

Sign in Buddha's palm 363 ดาบศักดิ์สิทธิ์ (ฟรี)


กำลังโหลดไฟล์

Sign in Buddha's palm 363 ดาบศักดิ์สิทธิ์ (ฟรี)

ภูเขาศักดิ์สิทธิ์สูงตระหง่านตั้งตรงราวกับเป็นดาบศักดิ์สิทธิ์ แม้จะเป็นผู้ที่แข็งแกร่งอย่างซูฉิน ท่าทีก็ยังต้องเคร่งขรึมอยู่เล็กน้อยในตอนนี้ เขาไม่อาจประเมินสิ่งตรงหน้าให้ต่ำตมจนเกินไปได้

แม้จะผ่านช่วงเวลามายาวนาน ซูฉินก็ยังคงสัมผัสได้ถึงความเฉียบคมที่ไหลเวียนอยู่ภายในส่วนลึกของภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้......หากไม่ใช่เพราะได้ทราบมาว่าผู้ทรงพลังถึงขีดสุด'จิ่วหลี'มีชีวิตอยู่เมื่อห้าหมื่นปีที่แล้ว พูดตามเหตุผล อายุขัยก็คงหมดลงไปนานแล้ว ไม่เช่นนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่ซูฉินจะเข้ามาภายในอาณาจักรเก้าดาบได้อย่างง่ายดายเพียงนี้

“นี่คือภูเขาศักดิ์สิทธิ์......สถานที่ที่ผู้ทรงพลังถึงขีดสุดเก้าดาบเคยปิดด่านฝึกตนอยู่ภายใน......” เมื่อเทียบกับดวงตาที่สงบนิ่งของซูฉิน ฉุนหยางสื่อที่อยู่ด้านข้างเต็มไปด้วยความรู้สึกอัศจรรย์ใจ

ในฐานะที่เป็นแกนกลางหนึ่งเดียวภายในอาณาจักรเก้าดาบ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบจึงได้ใช้ภูเขาศักดิ์สิทธิ์เพื่อครองโลกนี้มาเป็นเวลานานกว่าห้าหมื่นปี ไม่รู้ว่ามีผู้คนสักกี่คนที่ต้องการจะเห็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ด้วยตาของตัวเอง

เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ตั้งแต่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบเข้ายึดครองภูเขาศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าใกล้เขตภูเขาในรัศมีหมื่นลี้ หากครั้งนี้ฉุนหยางสื่อไม่ได้ติดตามมากับซูฉิน จะมาถึงที่นี่ได้อย่างไร? เกรงว่าคงจะถูกศิษย์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สกัดเอาไว้รอบนอกภูเขาศักดิ์สิทธิ์ตั้งนานแล้ว

และในตอนนี้

บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ศิษย์สาวกจำนวนมากภายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบก็มองมาที่การปรากฏตัวของซูฉิน

เรื่องที่ศิษย์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองคนได้ตกตายด้วยฝีมือของคนนอกได้แพร่กระจายไปทั่วดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบมาสักพักแล้ว และเจ้าลัทธิรวมถึงผู้อาวุโสระดับสูงก็ไม่ได้มีเจตนาจะปกปิดมันจากศิษย์สาวกทั้งหลาย

ท้ายที่สุดแล้ว ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบก็ต้องการช่องทางมิติ ซึ่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบผู้ครอบครองโลกอาณาจักรเก้าดาบอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องปิดบังเรื่องนี้เลย

“เขาคือคนนอกที่ท่านเจ้าลัทธิได้แจ้งมาใช่หรือไม่?”

“คนจากโลกภายนอก......ข้าแทบไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมีโลกอีกแห่งหนึ่งนอกจากโลกอาณาจักรเก้าดาบของพวกเรา......”

“ดูเหมือนว่าคนจากนอกโลกผู้นี้จะไม่ต่างไปจากข้าเลย ทำไมท่านเจ้าลัทธิและผู้อาวุโสระดับสูงถึงเคร่งเครียดเช่นนั้น?”

ศิษย์สาวกดินแดนศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากต่างพูดคุยกันเป็นการลับ

แม้ว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบจะมีบันทึกเกี่ยวกับโลกภายนอกอาณาจักรเก้าดาบ แต่สำหรับศิษย์สาวกของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ซึ่งอาศัยอยู่ภายในอาณาจักรเก้าดาบมาหลายชั่วอายุคน มันก็ไม่ได้ต่างไปจากเรื่องเล่าในตำนาน

“พวกเจ้าว่าคนนอกผู้นี้จะมีค่าพอจะให้ดาบศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบเราได้สำแดงเดชหรือไม่?”

มีศิษย์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์บางคนถามออกด้วยความสนใจใคร่รู้

ซูฉินมาถึงภูเขาศักดิ์สิทธิ์อย่างองอาจ ควบคู่ไปกับคำสั่งของเจ้าลัทธิและผู้อาวุโสระดับสูงของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบ ศิษย์สาวกของดินแดนศักดิ์สิทธิ์จำนวนนับไม่ถ้วนในที่แห่งนี้ล้วนตระหนักดีว่าจะต้องเกิดการต่อสู้ระหว่างดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบกับซูฉินเป็นแน่

การต่อสู้นี้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบห้าหมื่นปีของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบ หากชนะ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบจะสามารถกำจัดโซ่ตรวนที่เรียกว่าโลกอาณาจักรเก้าดาบได้

“ใครจะไปรู้”

“อย่างไรเสีย ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบของเราก็มีมรดกตกทอดมาจากผู้ทรงพลังถึงขีดสุด ย่อมไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่”

แม้ว่าศิษย์อีกคนจะมีสีหน้ากังวล แต่ก็ฟื้นกลับมาได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับกล่าวออกด้วยความมั่นอกมั่นใจ

แม้ว่าต้นกำเนิดของซูฉินจะลึกลับ เป็นคนจากด้านนอกของโลกตามตำนานเล่าขาน ไม่อาจรู้ตื้นลึกหนาบาง แต่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบได้ครองโลกมากว่าห้าหมื่นปีแล้ว......ไม่ว่าซูฉินจะแข็งแกร่งแค่ไหน เขาจะแข็งแกร่งกว่าผู้ทรงพลังถึงขีดสุดหรือ?

“ตอนนี้ควรทำเช่นไรดี?”

“พวกเราต้องลงมือจัดการอีกฝ่ายเลยไหม?”

ศิษย์คนหนึ่งที่มีใบหน้าดุดันอาฆาต เขาเป็นศิษย์ที่มีความผูกพันกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก จ้องไปที่ซูฉิน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความต้องการที่จะต่อสู้

“ไม่ต้องรีบร้อนไป”

“ไม่ว่าจะทำอะไรต่อไป เราก็ต้องรอคำสั่งจากเจ้าลัทธิสั่งการลงมา”

หญิงที่สวมผ้าคลุมหน้าด้านข้างกล่าวออกเบาๆ

“เจ้าลัทธิ......”

ศิษย์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบที่ดูอาฆาตแค้นก็เงียบไปครู่หนึ่ง ระงับจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่กำลังเดือดพล่านของตนและไม่พูดอะไรต่อไปอีก

เจ้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบนั้นคอยรับผิดชอบดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ก่อนที่เจ้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบจะตัดสินใจ ศิษย์สาวกเหล่านี้จะกล้าลงมือโดยพลการได้อย่างไร?

…...

ในเวลาเดียวกัน

ลึกเข้าไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบ

เจ้าลัทธิและผู้อาวุโสระดับสูงแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบที่นั่งขัดสมาธิอยู่ แทบจะมองไปยังซูฉินโดยพร้อมเพรียงกัน

“เจ้าลัทธิ เขาคือคนที่ข้ามผ่านช่องทางมิติเข้าสู่อาณาจักรเก้าดาบของพวกเราหรือ?” ความตกใจวาบผ่านสีหน้าของผู้อาวุโสระดับสูงคนหนึ่ง เขาพึมพำกับตนเอง

เช่นเดียวกับผู้อาวุโสระดับสูงคนอื่นๆ

ตอนที่ซูฉินเพิ่งจะเข้าสู่อาณาจักรเก้าดาบ ทั้งเจ้าลัทธิและผู้อาวุโสระดับสูงของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ได้สังเกตเห็นตั้งแต่แรกแล้ว แต่ในตอนนั้น เจ้าลัทธิดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบต้องการจะลอบดูซูฉินด้วยพลังของดาบศักดิ์สิทธิ์ ทว่าสุดท้ายก็ล้มเหลว

ดังนั้น นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ผู้อาวุโสได้เห็นซูฉินด้วยตาของพวกเขาเอง

“เป็นพลังที่แข็งแกร่งมาก”

เจ้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบสัมผัสได้ถึงปฏิกิริยาที่ปรากฏขึ้นจางๆ กับดาบศักดิ์สิทธิ์ เห็นเขาจ้องไปที่ซูฉินครู่หนึ่ง หลังจากนั้นจึงกระซิบคำกับตนเอง

“มีพลังแข็งแกร่งมาก?”

การแสดงออกของผู้อาวุโสระดับสูงจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่รอบข้างต่างก็เปลี่ยนแปลงไป

พวกเขารู้ว่าเจ้าลัทธิดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบหยิ่งผยองเพียงใด แม้เมื่อเทียบกับเจ้าลัทธิดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทุกยุคทุกสมัยในอดีต เจ้าลัทธิดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในรุ่นนี้ก็นับว่าติดหนึ่งในสามอันดับแรก หากไม่ใช่เพราะข้อจำกัดของฟ้าดินเกรงว่าเจ้าลัทธิคงจะผ่านโซ่ตรวนของขั้นกลับคืนต้นกำเนิดและเข้าสู่ขั้นสถิตเทพไปแล้ว

แต่ตอนนี้เจ้าลัทธิดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบกลับพูดออกมาก่อนเลยว่า 'เป็นพลังที่แข็งแกร่งมาก' แสดงให้เห็นว่าเขาระวังซูฉินมากแค่ไหน

“สบายใจได้”

เจ้าลัทธิดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบเหลือบมองดูผู้อาวุโสระดับสูงไม่กี่คนที่อยู่ตรงหน้า ส่ายศีรษะพร้อมกับกล่าวว่า “แม้ว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งมาก แต่เขาก็ยังไม่ได้เข้าสู่ขั้นสถิตเทพ”

เซียนเทพปฐพีแบ่งออกเป็นสามระดับ คือ แบ่งจิต กลับคืนต้นกำเนิด และสถิตเทพ

และเซียนเทพปฐพีขั้นสถิตเทพก็เริ่มสัมผัสถึงพลังของพื้นที่มิติแล้ว และขั้นสถิตเทพระดับสูงสุด ตัวตนที่แสนทรงพลังก็เริ่มรับรู้และเข้าใจพลังมิติบ้างแล้ว แม้จะยังห่างไกลจากความสามารถในการทะลวงความว่างเปล่า แต่พลังมิติที่โอบล้อมทุกท่วงท่าอิริยาบถนั้นย่อมติดตัวอยู่ตลอดอย่างชัดเจน

ดังนั้นเจ้าลัทธิดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบจึงยืนยันได้ว่าซูฉินน่าจะยังไม่เข้าสู่ขั้นสถิต เพราะเขาไม่ได้รับรู้ถึงพลังมิติจากซูฉิน

“ยังไม่ได้ก้าวเข้าสู่ขั้นสถิตเทพ......”

ผู้อาวุโสระดับสูงมองหน้ากันและถอนหายใจด้วยความโล่งอก

แม้ว่าขั้นสถิตเทพจะเป็นขั้นสุดท้ายของขอบเขตเซียนเทพปฐพี แต่ภายในขอบเขตนี้ ช่องว่างช่างกว้างใหญ่นัก โดยเฉพาะตัวตนขั้นสถิตเทพผู้ไร้เทียมทาน ความสามารถบางอย่างของคนเหล่านี้ก็ทรงพลังจนน่าเหลือเชื่อถึงขีดสุด

ตัวอย่างเช่น ทายาทสายตรงบางคนที่ปลุกสายเลือดของผู้ทรงพลังถึงขีดสุด สามารถกวาดล้างเซียนเทพปฐพีขั้นสถิตเทพเกือบทั้งหมดได้ด้วยสมบัติล้ำค่าโดยกำเนิดที่ตรงกับพลังของพวกเขา

“หึ”

“เพียงแค่ขั้นกลับคืนต้นกำเนิด กลับกล้ามาที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบของข้า สิ่งนี้ก็ไม่ต่างไปจากการมองหาความตาย”

ความหนาวเหน็บปรากฏอยู่บนใบหน้าของผู้อาวุโสระดับสูงดินแดนศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่ง

“เอาล่ะ”

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว”

เจ้าลัทธิดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบไม่ได้ดูแคลนซูฉิน เพียงยกมือขวาขึ้นและกล่าวออกเบาๆ

ทันใดนั้น ดาบศักดิ์สิทธิ์อันวาววับก็ปรากฏขึ้นราวกับมันเต็มไปด้วยพลังฟ้าดิน ดาบศักดิ์สิทธิ์นี้ทรงพลัง และเจตจำนงดาบที่น่าสะพรึงกลัวก็เข้าปกคลุมทุกซอกทุกมุมของภูเขาศักดิ์สิทธิ์แทบจะในทันที

“ดาบศักดิ์สิทธิ์”

“เจ้าลัทธิต้องการจะใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์?”

ผู้อาวุโสที่อยู่ด้านข้างตกใจ ดาบศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นหนึ่งในสมบัติล้ำค่าไม่กี่ชิ้นที่ถูกทิ้งไว้โดยผู้ทรงพลังถึงขีดสุดเก้าดาบ และในตอนนี้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบก็ถูกพลังของดาบศักดิ์สิทธิ์ปกคลุมรอบนอกภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด ตรวจสอบทุกสิ่งที่เข้ามาในรัศมี

เมื่อซูฉินเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบครั้งแรก เขาก็สังเกตเห็นดาบศักดิ์สิทธิ์อันนี้ แม้ว่าก่อนหน้านี้ซูฉินจะปิดกั้นการสอดส่องของดาบศักดิ์สิทธิ์ได้ด้วยกระบวนท่าสังหารจิตวิญญาณแรกกำเนิด'หุบเหวอับแสง'......แต่ต้องรู้ว่าบทบาทหลักที่ดาบศักดิ์สิทธิ์นั้นทำได้ไม่ใช่การสอดส่อง แต่เป็นการจู่โจม

หากพูดกันตามหลักเหตุผล ในฐานะหนึ่งในมรดกของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบ มันควรจะนำออกมาใช้ในวินาทีสุดท้าย แต่เจ้าลัทธิดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าดาบกลับเปิดใช้งานพลังของดาบศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่แรก

หวึ่ง!!!

เมื่อพลังของดาบศักดิ์สิทธิ์ตื่นขึ้น......

แต่เดิมบนชั้นฟ้านั้นปลอดโปร่งไม่มีเมฆบดบัง ฉับพลัน บรรยากาศอันน่าหวาดกลัวเหนือจินตนาการก็เข้าปกคลุมทั่วไปหมด

รัศมีหลายพันลี้ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นอาณาเขตแห่งดาบอันไร้ที่สิ้นสุด

และเมื่อกลิ่นอายของดาบศักดิ์สิทธิ์ปะทุขึ้นเรื่อยๆ

ด้านนอกภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ดวงตาของซูฉินก็เป็นประกายเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “รีบลงมือใช้พลังที่ผู้ทรงพลังถึงขีดสุด'จิ่วหลี'ทิ้งเอาไว้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้เชียว?”

--------------------

ปล. ทางผู้แต่งยังคงดองเรื่องนี้เอาไว้อยู่ ตอนนี้จึงเป็นตอนล่าสุดนะครับ

จบบทที่ Sign in Buddha's palm 363 ดาบศักดิ์สิทธิ์ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว