- หน้าแรก
- มาร์เวล นักจิตวิทยาที่ขโมยหัวใจของวันด้าและเกวน
- บทที่ 34 : ชิงช้าสวรรค์ลุกเป็นไฟ! วันซวยของเกวน!
บทที่ 34 : ชิงช้าสวรรค์ลุกเป็นไฟ! วันซวยของเกวน!
บทที่ 34 : ชิงช้าสวรรค์ลุกเป็นไฟ! วันซวยของเกวน!
บทที่ 34 : ชิงช้าสวรรค์ลุกเป็นไฟ! วันซวยของเกวน!
แค่ประโยคเดียวของลอเรียน วันด้าก็หันขวับมามองทันที ดวงตาสีแดงหม่นจ้องเขาแน่นราวกับกำลังอ่านใจ สายตาของเธอแทบจะเกี่ยวพันเข้ากับเขาโดยไม่ต้องใช้คำพูด
"เธอ...อื้ม"
ลอเรียนเพิ่งจะอ้าปากพูด วันด้าก็พุ่งเข้ามาจูบเขาอย่างแรงโดยไม่ให้ตั้งตัว
ลอเรียน : ???
อะไรอีกล่ะเนี่ย? นี่มันครั้งที่สองแล้วนะ! แล้วทำไมเขาต้องเป็นฝ่ายโดนบุกอยู่เรื่อย? ก็ไม่ใช่ว่าไม่ชอบหรอกนะ แค่…หายใจไม่ทันนิดหน่อยเอง แฮ่ม
คำพูดของเขาเลยยังไม่ทันหลุดจากปาก ริมฝีปากทั้งคู่ก็ปะทะกันอย่างดุเดือด เสียงจูบแทบสะเทือนบรรยากาศรอบตัว
แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป วันด้าเป็นฝ่ายเริ่มก่อน แถมไม่แคร์ด้วยว่าอยู่กลางที่สาธารณะต่อหน้าคนเป็นสิบ!
ไม่เหมือนคราวก่อน เธอไม่สนว่าใครจะมองยังไง ไม่สนว่าเธอคือซูเปอร์ฮีโร่ หรือสมาชิกอเวนเจอร์ ตอนนีเธอแค่อยากเป็น “ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังตกหลุมรัก” คนที่อยากใช้ช่วงเวลาหวาน ๆ กับคนตรงหน้า และ…ริมฝีปากของลอเรียน
...
หลังผ่านไปหลายวินาที ลอเรียนก็เป็นฝ่ายผละออกก่อน
“เธอลืมไปหรือเปล่าว่าคนแถวนั้นมองอยู่เต็มเลยนะ... เธอเป็นฮีโร่นะ”
“ไม่เห็นแคร์เลย” วันด้าตอบเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
“ฉันก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง…แค่มีพลังพิเศษนิดหน่อยก็เท่านั้นเอง”
เอ้า เขาว่าไว้ไม่ทันไร ตอนนี้เธอเอาคืนเต็ม ๆ ตอนเขาบอกตัวเองว่า “ไม่เหมือนใคร” ตอนนี้เธอบอกตัวเองว่า “แค่พิเศษ”
ลอเรียนหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยกมือแตะแก้มเธอ
“โอเค งั้นฉันจะบอกวิธีขึ้นชิงช้าสวรรค์ให้” เขาโน้มหน้าไปกระซิบใกล้ ๆ หู
“ก็แค่ใช้เวทมนตร์บอกใครสักคนให้เปิดเครื่องให้เราเท่านั้นเอง”
วันด้าตาเป็นประกายทันที แต่ก็ยังลังเล
“แต่ว่าพวกเขาบอกว่าชิงช้ากำลังปิดซ่อมนะ ไม่มีใครอยู่ข้างบนเลย”
“แค่ข้ออ้าง” ลอเรียนส่ายหน้าเบา ๆ
“ตามกฎหมาย ชิงช้าสวรรค์ต้องบำรุงรักษาตามรอบ แต่มันบ่อยเกินไป ค่าซ่อมก็แพง เขาเลยใช้วิธีแกล้งประกาศว่าปิดเพื่อให้ดูเหมือนว่าทำตามกฎหมาย แต่จริง ๆ จะไปซ่อมกันจริง ๆ ก็ตอนหน้าโลว์ซีซั่นโน่นแหละ ตอนนี้แค่กันคนขึ้นเฉย ๆ”
วันด้าเบิกตากว้างอย่างเข้าใจในทันที
“ให้ตายสิ!” เธอกัดฟันแน่น มองชิงช้าสวรรค์ราวกับอยากใช้เวทเผามันทิ้งทั้งลูก
ลอเรียนรีบบอกต่อ
“แต่ไม่ใช่ความผิดของพนักงานนะ พวกเขาแค่ทำตามคำสั่ง เพราะงั้นตอนเราขึ้นไป เธอใช้เวทปิดกระจกไว้ก็พอ ทำให้มองเห็นได้จากด้านใน แต่มองไม่เห็นจากข้างนอก แบบเดียวกับหน้าต่างรถฉัน จะได้ไม่มีใครเดือดร้อน”
วันด้าพยักหน้าเห็นด้วยเต็มที่ แต่ก่อนจะร่ายเวท เธอก็จับมือเขาไว้แน่น
“ลอเรียน เธอนี่มันดีเกินไปแล้ว ทั้งให้เกียรติคนธรรมดาอย่างพนักงานทั้งคิดเผื่อผลกระทบที่จะตามมา…”
เสียงของเธอเบาลงเรื่อย ๆ แต่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกจริง
“นั่นแหละคือเหตุผลที่ฉันชอบเธอ เธอมัน…ต้านไม่ไหวเลยจริง ๆ”
เธอไม่ได้พูดเล่นเลย ตั้งแต่วันแรกที่พบกัน เธอก็รู้สึกดึงดูดเขาเพราะพลังของเขา แต่วันแล้ววันเล่า กับเรื่องเล็ก ๆ ที่เขาทำให้มันค่อย ๆ กลายเป็นความรัก
ลอเรียนไม่เบือนหน้าหนีแบบพระเอกมังงะ ไม่พุ่งเข้าไปกอดแบบคอมิกฝรั่ง เขาแค่มองเธอด้วยแววตาอ่อนโยน แล้วลูบแก้มเธอเบา ๆ
“วันด้า…เธอไม่เหมือนใคร ฮีโร่ส่วนมากมีอะไรบางอย่างที่พวกเขาหมกมุ่นเกินไป แต่เธอแค่อยากมีความสุข มีชีวิตสงบ ๆ ของตัวเอง และนั่นแหละ…คือเหตุผลที่ฉันให้ความสำคัญกับเธอ”
ทั้งคู่เงียบลงเล็กน้อย วันด้ายิ้ม แล้วเอียงหน้าซบมือเขาเบา ๆ
“เราเหมือนกันนั่นแหละ…” เธอกระซิบ
“นั่นแหละ…ทำไมฉันถึงตกหลุมรักเธอ”
จากนั้น วันด้าก็ไม่รอช้า ดึงมือลอเรียนพาเดินไปยังพนักงานหน้าประตู ชายคนนั้นกำลังจะพูดบางอย่างแต่วันด้ายกมือซ้ายขึ้น ทำสัญญาณเล็กน้อย พลังเวทสีแดงแผ่ซึมเข้าสู่จิตใจเขาในพริบตา
แล้วเขาก็เปิดประตูให้ พร้อมกล่าวสุภาพว่า
“เชิญครับ”
วันด้ายิ้ม พาลอเรียนเข้าไปในชิงช้าสวรรค์ ทันทีที่ประตูปิด เธอก็แตะกระจกเบา ๆ กระจกทั้งบานกลายเป็นแบบมองเห็นได้จากด้านในเท่านั้น
และเมื่อทุกอย่างพร้อม…ชิงช้าสวรรค์ก็ค่อย ๆ เคลื่อนไปข้างบนพาพวกเขาลอยขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างแผ่วเบา…
เวลาสองทุ่มในนิวยอร์ก เมืองทั้งเมืองเบื้องล่างส่องแสงระยิบระยับดั่งท้องฟ้าที่กลับหัวลงมา ยิ่งชิงช้าสวรรค์ค่อย ๆ ไต่สูงขึ้น ทัศนียภาพเบื้องหน้าก็ยิ่งกว้างไกล แสงไฟเรียงรายดั่งแม่น้ำแห่งดวงดาวทอดยาวไปสุดขอบฟ้า
ที่จุดสูงสุดเกือบ 200 เมตรจากพื้นดิน ชิงช้าสวรรค์แห่งนี้คือวงล้อที่ใหญ่ที่สุดในเมือง
วันด้ากับลอเรียนนั่งเคียงกัน มือของทั้งคู่ประสานแน่น ไม่ยอมปล่อย
สายลมยามค่ำคืนพัดเบา ๆ ท่ามกลางแสงไฟของมหานครนิวยอร์กเบื้องล่าง กับเส้นขอบฟ้าที่ทอดไกลสุดสายตา
เมื่อกระเช้าใกล้ถึงจุดสูงสุด วันด้าหันหน้ามาหาเขา แววตาของเธอทอดมองใบหน้าเขา จากดวงตา สันจมูก ไล่ลงมาจนถึงริมฝีปาก
ลอเรียนรู้ทันที…ถ้าปล่อยให้เธอเป็นฝ่ายเริ่มอีกครั้ง เขาคงไม่กล้าเรียกตัวเองว่า “ผู้ชาย” อีกแล้ว
โดยไม่พูดคำใด เขายื่นมือไปประคองท้ายทอยเธอ แล้วดึงเธอเข้ามาหาแนบชิด
ริมฝีปากแนบกันในจังหวะที่แน่นหนัก…และชัดเจน
“อื้มม~!”