- หน้าแรก
- มาร์เวล นักจิตวิทยาที่ขโมยหัวใจของวันด้าและเกวน
- บทที่ 8 : ปลุกแสงในตัวสไปเดอร์เกวน! ถ่ายรูปกับฮัลค์!
บทที่ 8 : ปลุกแสงในตัวสไปเดอร์เกวน! ถ่ายรูปกับฮัลค์!
บทที่ 8 : ปลุกแสงในตัวสไปเดอร์เกวน! ถ่ายรูปกับฮัลค์!
บทที่ 8 : ปลุกแสงในตัวสไปเดอร์เกวน! ถ่ายรูปกับฮัลค์!
คำพูดของลอเรียนราวกับลูกศรที่พุ่งตรงเข้ากลางใจ เกวนชะงักงันไปชั่วขณะ นิ้วมือขยับไปมาด้วยความประหม่า สายตาหลบเลี่ยง ไม่กล้าสบตาเขาตรง ๆ ริมฝีปากสีชมพูอ่อนเม้มแน่น เธอดูไม่รู้จะตอบกลับยังไงดี เพียงแค่มองสีหน้า ลอเรียนก็รู้ทันทีว่าเธอกำลังปิดบังบางอย่าง
เขาเอนตัวพิงพนักอย่างสงบ เอื้อมมือเปิดลิ้นชัก หยิบรูปถ่ายใบนึงออกมา แล้วเลื่อนมันมาตรงหน้าเธออย่างเงียบ ๆ
เกวนรับรูปขึ้นมาดู ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างอย่างตกตะลึง
มันคือภาพถ่ายของลอเรียนกับหนึ่งในซูเปอร์ฮีโร่ชื่อก้องโลก "ฮัลค์"
ใช่ ฮัลค์ ตัวจริงเสียงจริง ไม่ใช่ดร.แบนเนอร์ในร่างมนุษย์
ในยุค Avengers 2 แบบนี้ ไม่มีใครไม่รู้จักยอดมนุษย์ร่างเขียวอารมณ์ร้อน ไม่กี่วันก่อน เขาเพิ่งปะทะกับไอรอนแมนจนตึกถล่มไปทั้งหลัง จากนั้นก็หายตัวไปไร้ร่องรอย
แต่ในรูปถ่ายนี้… ฮัลค์กลับยืนอยู่ข้างลอเรียนอย่างสงบนิ่ง แววตาในภาพเต็มไปด้วยความเคารพ
การได้รับการยอมรับจากฮีโร่ระดับนั้น มันไม่ใช่เรื่องเล็กเลย
"เธอคงรู้ว่าเขาเป็นใคร" ลอเรียนเอ่ยเสียงเรียบ
"แต่สิ่งที่ฉันอยากให้เธอเข้าใจคือ จิตแพทย์ไม่มีวันเปิดเผยข้อมูลคนไข้กับบุคคลอื่น"
"ไม่ว่าเธอจะพูดอะไรกับฉัน มันจะอยู่แค่ในห้องนี้ จะไม่มีวันหลุดออกจากปากฉัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรทั้งนั้น"
เสียงของเขาแผ่วเบา ราบเรียบ แต่มั่นคงอย่างประหลาด ราวกับเสียงนั้นลอยออกมาจากขอบภาพถ่ายตรงหน้า
เกวนเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สบตาเขา กัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะค่อย ๆ วางรูปถ่ายลงบนโต๊ะ
“ฉันมีเพื่อนคนนึง” เธอเริ่มพูด
“จู่ ๆ เธอก็มีความสามารถบางอย่างขึ้นมา ร่างกายเธอคล่องแคล่วกว่าเดิม แข็งแรงกว่าเดิมด้วย”
“เธอควรไปให้หมอตรวจร่างกายไหม? หรือถ้าไปแล้ว… จะถูกจับไปทดลองรึเปล่า?”
“หรือควรเริ่มออกไปช่วยเหลือคนดี? แต่ถ้าทำแบบนั้น มันจะดูเป็นพวกหมกมุ่นกับความยุติธรรมเกินไปไหม?”
“ตอนนี้… เธอไม่รู้เลยว่าจะเอายังไงต่อ หรือจริง ๆ แล้ว เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่า… 'ควรทำอะไร' ต่อไปดี”
คำว่า “เพื่อน” ที่หลุดออกมาจากปากเธอ ทำเอาลอเรียนแทบจะหลุดหัวเราะ แต่เขาก็ยังรักษาสีหน้าเรียบเฉยไว้ได้อย่างแนบเนียน
ภายใต้เรื่องเล่าทั้งหมดของเธอ สิ่งเดียวที่เขามองเห็นคือคำว่า “สับสน”
แต่ความสับสนของเกวนนั้นต่างออกไป
“เพื่อนของเธอกำลังหลงทาง”
“เหมือนคนที่จู่ ๆ ก็ได้เจอกับขุมทรัพย์ก้อนใหญ่ หรือในกรณีนี้คือ 'พลัง' แล้วก็ไม่แน่ใจว่าจะใช้มันดีไหม
ใช้ได้หรือเปล่า หรือถ้าจะใช้… ควรใช้มันไปในทางไหน”
เกวนพยักหน้าแรง ราวกับเห็นด้วยกับทุกคำพูด
ลอเรียนพยักหน้ารับอย่างใจเย็น ก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา เขาวาดอะไรบางอย่างลงไปด้วยลายเส้นง่าย ๆ ใช้เวลาเพียงสิบวินาทีเท่านั้น ก่อนจะหมุนกระดาษให้เธอดู
ภาพที่วาดนั้นดูเหมือนจะหลุดมาจากหนังสือนิทานเด็ก ตรงกลางภาพ มีชิงช้าแกว่งไกวเบา ๆ มีเด็กหญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนชิงช้านั้น ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่วุ่นวาย
“คำแนะนำของฉันคือ…”
“ให้เพื่อนของเธอเก็บ ‘เงินก้อนนั้น’ เอาไว้ก่อน แล้วกลับบ้านไปนอนให้สบาย นอนจนกว่าจะรู้สึกมั่นใจว่าสิ่งที่ได้มานั้นเป็นของเธอจริง ๆ และจะไม่มีใครมาเอาคืน”
“จากนั้น… ค่อยคิดว่าอยากใช้มันยังไง และจะใช้มันเพื่ออะไร”
“เพราะการได้โชคลาภ หรือพลังพิเศษมาแบบไม่ทันตั้งตัว มันเป็นแค่เรื่องชั่วคราว ไม่ใช่สิ่งที่จะกำหนดเส้นทางชีวิตของเธอไปตลอดกาล”
“หรือ… เธออาจลองใช้เงินเพียงนิดเดียว ออกไปสำรวจโลกก่อนไหม? พอได้เห็นมากพอแล้ว ค่อยตัดสินใจ อย่างน้อย ต่อให้วันหนึ่งเงินนั้นจะหายไป เธอก็ยังได้ประสบการณ์ติดตัวกลับมา”
ทุกคำพูดของเขาไม่มีแม้แต่คำว่า “พลัง” แต่กลับสื่อถึงมันได้ชัดเจนยิ่งกว่า นั่นคือศิลปะของการเล่าเรื่องผ่านการเปรียบเปรย
เกวนเป็นเด็กฉลาด และหลังจากได้รับพลังใหม่ เธอก็เฉียบคมยิ่งกว่าเดิม เธอเข้าใจทุกคำที่ลอเรียนพูด
เข้าใจจนหมดใจ
เพราะเหตุผลนี้ สุภาษิตเก่า ๆ ถึงยังคงอยู่มาจนทุกวันนี้ ตรรกะที่มันตั้งอยู่ยังคงไม่เปลี่ยน
ความคิดของเธอเริ่มชัดเจนขึ้นทีละน้อย
ถ้าอยู่ดี ๆ ได้พลังมา สิ่งที่ควรทำ… ไม่ใช่ออกไปทำอะไรยิ่งใหญ่ แต่ควร “อยู่กับตัวเองให้มั่นคงก่อน”แล้วค่อยตัดสินใจ ว่าจะใช้มันไปเพื่ออะไร
ลอเรียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา
“ฉันเคยได้ยินเพลงเพลงหนึ่ง ท่อนนึงเหมาะกับสถานการณ์นี้มากเลย”
“เพลงอะไรเหรอ?” เกวนถามอย่างสนใจ
“‘ถ้าวันหนึ่งฉันกลายเป็นคนรวย ฉันจะไม่ออกเดินทางรอบโลก แต่จะเลือกนอนบนโซฟาที่ใหญ่ที่สุดในโลก กินแล้วนอน นอนแล้วกิน วนแบบนั้นไปทั้งปี’”
เมื่อพูดจบ ลอเรียนกับเกวนก็หัวเราะพร้อมกัน หัวเราะแบบไม่มีหน้ากากปิดบังใด ๆ เสียงหัวเราะที่ฟังแล้วรู้ได้ทันที ว่าทั้งคู่หัวเราะจากใจจริง
เกวนยกมือเสยผมสีบลอนด์ที่หล่นลงมาข้างแก้ม แล้วยิ้มตาเป็นประกาย
“งั้นฉันจะไปบอกเพื่อนให้…”
“ว่าจิตแพทย์ที่เก่งที่สุดในโลกแนะนำให้เธอ…กลับบ้าน กิน นอน กิน นอน แล้วกลายเป็นหมูน้อยตัวกลม~”
“ฉันไม่เคยพูดแบบนั้นนะ” ลอเรียนเอนหลัง หยิบชานมขึ้นจิบก่อนจะเสริมเบา ๆ
“นั่นมันแค่เนื้อเพลงต่างหาก”
“ฉันไม่สน ความหมายมันก็เหมือนกันแหละน่า~”
เกวนเอียงคอพูดพลางทำหน้าทะเล้น แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ…
ริง ริง ริง~~~
เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้นพอดี
เกวนหยิบมือถือขึ้นมาดู พอเห็นชื่อคนโทรเข้า ก็รีบเหลือบมองเวลา แล้วหันกลับมามองลอเรียนอย่างรีบเร่ง
“แย่แล้ว! ฉันลืมเรื่องซ้อมวงไปเลย เพื่อน ๆ ต้องรออยู่แน่เลย ขอโทษนะ ฉันต้องรีบไปแล้ว!”
ลอเรียนพยักหน้ารับเงียบ ๆ มุมปากยังคงมีรอยยิ้มจาง ๆ ติดอยู่
"ถ้าอย่างนั้นก็ไปเถอะ อย่าปล่อยให้พวกเขารอนาน มันเสียมารยาทนะ"
เกวนคว้ากระเป๋าสะพายใบเล็กสีเขียว หยิบขวดชานมที่ดื่มค้างไว้บนโต๊ะ แล้วรีบตรงไปที่ประตู
ก่อนประตูจะปิดสนิท เธอก็เอี้ยวตัวกลับเข้ามาเล็กน้อย ส่งวิ๊งจากตาซ้ายให้ลอเรียนหนึ่งที พร้อมรอยยิ้มสดใส
"ขอบคุณนะคะ คุณลอเรียน คุณช่วย... เพื่อนของฉัน ได้มากจริง ๆ"
"ยินดีเสมอ ไปเถอะ"
"ขอบคุณค่า~"
เสียงของเธอดังแว่ว ๆ ขณะที่เธอวิ่งเข้าไปในลิฟต์ ส่วนเธอจ่ายค่าปรึกษาหรือเปล่า? ก็… ไม่สำคัญเท่าไหร่หรอก แต่ถ้าไม่ได้จ่าย งั้นก็ต้องกลับมาจ่ายด้วยตัวเองล่ะนะ
...แล้วแบบนั้นจะไม่ดีเหรอ?
มัน “สมบูรณ์แบบ” เลยต่างหากล่ะ