เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 : แม่มดสีชาดผู้สิ้นหวัง ไปหาหมอจิตวิทยาซะเถอะ!

บทที่ 6 : แม่มดสีชาดผู้สิ้นหวัง ไปหาหมอจิตวิทยาซะเถอะ!

บทที่ 6 : แม่มดสีชาดผู้สิ้นหวัง ไปหาหมอจิตวิทยาซะเถอะ!


บทที่ 6 : แม่มดสีชาดผู้สิ้นหวัง ไปหาหมอจิตวิทยาซะเถอะ!

ครึ่งเดือนผ่านไป วันด้าได้ออกปฏิบัติภารกิจแรกในฐานะสมาชิกทีมอเวนเจอร์ เป้าหมายคือการติดตามและจับกุมกลุ่มผู้ก่อการร้าย เธอร่วมภารกิจกับกัปตันอเมริกา ฮอว์คอาย นาตาชา ฟอลคอน และเหล่าฮีโร่อีกหลายคน

เมื่อถึงช่วงบ่าย ภารกิจใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ เพื่อช่วยชีวิตกัปตันอเมริกา วันด้าจึงตัดสินใจใช้เวทมนตร์แห่งความโกลาหลของเธอ แต่แล้ว พลังกลับหลุดจากการควบคุม ระเบิดที่ยังไม่เสถียรลูกหนึ่งหลุดจากมือเธอลอยขึ้นกลางอากาศ แล้วระเบิดเสียงดังสนั่น ฉีกชั้นหนึ่งของอาคารที่อยู่ใกล้เคียงออกเป็นเสี่ยง ๆ

เสียงกรีดร้องดังระงม ผู้คนวิ่งหนีตาย บางคนบาดเจ็บ บางคน... ไม่มีโอกาสแม้แต่จะหนี

ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่เธอทันที อกของเธอราวกับถูกบีบรัดด้วยน้ำหนักมหาศาลจากความสำนึกผิด เธอเคยเจ็บปวดแค่ไหนกับการสูญเสียครอบครัวเพียงคนเดียว แต่ครั้งนี้เพียงเพราะความผิดพลาดของเธอ มีผู้บริสุทธิ์ต้องตายมากกว่านั้น

กัปตันอเมริกาเหลือบมองเธอเพียงแวบเดียว ก่อนจะวิ่งเข้าอาคารเพื่อช่วยเหลือผู้รอดชีวิต ขณะที่วันด้าจ้องมองมือตัวเองอย่างเหม่อลอย

“ฉัน... จะไม่ใช้พลังอีกแล้ว…”

“ฉัน..”

นาตาชาเห็นอาการของเธอและรีบจะเข้ามาปลอบ แต่เสียงของกัปตันอเมริกาก็ดังขึ้นก่อน

“นาตาชา! เร็วเข้า! ไปช่วยพวกเขา!”

นาตาชาจำต้องชะงัก หันไปทำหน้าที่โดยปล่อยให้วันด้ายืนอยู่ตามลำพัง

วันด้ากลับถึงฐานอเวนเจอร์ในสภาพเลื่อนลอย วันต่อมา... วันถัดไป... แม้เวลาจะผ่านไปเป็นสัปดาห์ อะไร ๆ ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง

เธอไม่ค่อยพูด คำพูดทั้งวันของเธอแทบไม่ถึงสิบคำ และก็พูดแค่ตอนมีคนถามเท่านั้น

หลายวันผ่านไป เสียงวิจารณ์เหล่าซูเปอร์ฮีโร่ในโลกออนไลน์ก็ยิ่งทวีความรุนแรง

“เราไม่ได้บอกว่าไม่ต้องการซูเปอร์ฮีโร่นะ!”

“แต่พวกเขาควรจะถูกควบคุมโดยมนุษย์!”

“ไม่อย่างนั้น ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของพวกเราก็ตกอยู่ในอันตราย!”

คำกล่าวโทษเหล่านั้นเริ่มกดทับจิตใจของวันด้า สัญญาณของภาวะซึมเศร้าเริ่มปรากฏขึ้นชัดเจน เธอซื้อเสื้อฮู้ดมาใส่ และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาไม่ว่าจะไปไหน เธอก็สวมฮู้ดปิดหน้าเสมอ แต่แบบนี้มันอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว

วันหนึ่ง โทนี่ สตาร์ค ยืนกอดอก มองเธอเงียบ ๆ อยู่พักใหญ่ นาตาชาเดินเข้ามาข้าง ๆ มองเธอด้วยสายตาเป็นห่วง

“เธอต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง ถ้ายังปล่อยไว้แบบนี้ ทั้งร่างกายและจิตใจเธอจะพังหมดแน่”

ฮอว์คอายเดินเข้ามาสมทบ พยักหน้าเห็นด้วย

“ใช่ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เธออาจจะหนีไปใช้ชีวิตคนเดียวที่ไหนสักแห่ง... หรืออาจจะลาออกจากทีมไปเลยก็ได้”

ทั้งสามคนต่างมีประสบการณ์ในสนามรบ พวกเขารู้ดีว่าอาการแบบนี้พาไปสู่จุดไหน โทนี่ยังคงนิ่ง ก่อนจะถูคางครุ่นคิด แล้วจู่ ๆ ก็เหมือนมีประกายวาบในแววตา

“ใช่แล้ว…”

เขาหันไปที่รถ หยิบนามบัตรใบหนึ่งขึ้นมา จากนั้นเดินตรงไปหาวันด้า วางบัตรลงบนโต๊ะแล้วเลื่อนมันไปตรงหน้าเธอ

“โอเค คุณวันด้า แม็กซิมอฟฟ์ ค่าใช้จ่ายฉันออกให้เอง ไปหาคนที่อยู่ในบัตรนี่ซะ ถือว่าเป็นทริปพักใจเล็ก ๆ ก็แล้วกัน มีคนมากมายแนะนำหมอคนนี้ให้ฉันมาหลายครั้งแล้ว ฉันไม่คิดว่าตัวเองจำเป็นต้องใช้… แต่เธอต้องการแน่นอน เขาถูกยกให้เป็นนักจิตวิทยาที่เก่งที่สุดในโลก ลองไปดูเถอะ เผื่อจะช่วยอะไรได้”

วันด้าเงยหน้าขึ้นมองบัตร

[ลอเรียน ซู]

[ที่อยู่ : ชั้น XX อาคารทิศเหนือ แมนฮัตตัน, นิวยอร์ก]

มันไม่ใช่นามบัตรธรรมดา แต่เป็นแผ่นไม้หอมบาง ๆ เรียบเนียน แข็งแรง ชื่อและที่อยู่ของ ลอเรียน ซู ถูกสลักไว้ด้วยตัวอักษรอย่างปราณีต ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีเบอร์โทร

ทำไม?

เหตุผลง่ายมาก เพราะชื่อเสียงของเขาดังเกินไป หากเขาลงเบอร์ไว้ โทรศัพท์คงจะดังทั้งวันไม่หยุด เขาให้บัตรเฉพาะกับคนที่มาหาด้วยตัวเองเท่านั้น และต่อให้มาแล้ว

เขาก็เลือกจะให้เบอร์หรือไม่ให้ก็ได้ โดยเฉพาะกับลูกค้าที่ “น่าสนใจ” สำหรับเขา รวย หรือสวย

วันด้าจ้องมองที่อยู่นั้นนิ่งงัน

อยู่ดี ๆ พลังแห่งความโกลาหลภายในตัวเธอก็เหมือนจะกระซิบเสียงแผ่ว

ไป... ไปเถอะ…

เธอค่อย ๆ ยื่นมือหยิบบัตรขึ้นมา แล้วพยักหน้าเบา ๆ

“ฉันจะไป... ภายในสองสามวันนี้”

“ฟู่…” โทนี่ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปขึ้นรถ

แต่ก่อนที่เขาจะขับออกไป นาตาชาและฮอว์คอายก็เดินตามมาถึงกระจกหน้าต่าง

“นายนี่ให้บัตรอะไรเธอไปน่ะ?” นาตาชาถาม

โทนี่เพิ่งสวมแว่นกันแดดเสร็จ เขาเลื่อนแว่นลงนิดหนึ่งแล้วตอบอย่างสบาย ๆ

“ก็บัตรของหมอจิตวิทยาชั้นยอดน่ะสิ ฉันเคยเจอเขาครั้งหนึ่ง เป็นผู้ชายหล่อพอ ๆ กับฉัน แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นเพื่อนกันหรอกนะ”

ชื่อเสียงของหมอนั่นไร้ที่ติ ไร้ที่ติจนบางทีก็ดู…น่าสงสัยเหมือนกัน ว่าเป็นพวกหลอกลวงหรือเปล่า

แต่โทนี่ไม่ใช่คนเชื่ออะไรง่าย ๆ เขาสั่งให้ Friday ตรวจสอบตัวเลขทุกอย่าง ผลลัพธ์ชัดเจน หมอนี่คือของจริง อัตราความสำเร็จในการให้คำปรึกษาสูงถึง 99%  ที่เหลืออีก 1% น่ะเหรอ? ก็คือคนที่เขา “ปฏิเสธ” ไม่รับเป็นคนไข้ตั้งแต่แรก

ในแวดวงสังคมชั้นสูง ชื่อของ ลอเรียน ซู นั้นเป็นที่รู้จักดี โทนี่เองก็รู้จัก และเคยเจอกันมาบ้าง

แต่ ลอเรียน ดูจะไม่ค่อยสนใจอยากสนิทกับเขาเท่าไร สำหรับ ลอเรียน แล้ว โทนี่ก็แค่ “ผู้ชายคนหนึ่ง” ที่ไม่สำคัญเท่ากับงานประจำเก้าโมงถึงห้าโมงเย็นของตัวเอง

ส่วนโทนี่ล่ะ? เขาว่า ลอเรียน นั้นหล่อเกินไป หล่อจนบางที… อาจจะแย่งความสนใจจากสาว ๆ ไปหมด ถ้าหากต้องออกงานสังคมด้วยกัน

ด้วยเหตุผลนั้น ทั้งคู่จึงไม่เคยพยายามจะเป็นเพื่อนกันจริงจังเลย

แต่นาตาชาไม่ค่อยสนใจเรื่องไร้สาระแบบนั้นเท่าไร

"ว่าไงนะ?" เธอหันไปมองฮอว์คอาย

ฮอว์คอายขมวดคิ้ว

“นายจะส่งซูเปอร์ฮีโร่ที่มีพลังเวทมหาศาล…ไปให้คนธรรมดาแค่หนึ่งคนช่วยรักษาจิตใจเนี่ยนะ?”

จบบทที่ บทที่ 6 : แม่มดสีชาดผู้สิ้นหวัง ไปหาหมอจิตวิทยาซะเถอะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว