- หน้าแรก
- มาร์เวล นักจิตวิทยาที่ขโมยหัวใจของวันด้าและเกวน
- บทที่ 6 : แม่มดสีชาดผู้สิ้นหวัง ไปหาหมอจิตวิทยาซะเถอะ!
บทที่ 6 : แม่มดสีชาดผู้สิ้นหวัง ไปหาหมอจิตวิทยาซะเถอะ!
บทที่ 6 : แม่มดสีชาดผู้สิ้นหวัง ไปหาหมอจิตวิทยาซะเถอะ!
บทที่ 6 : แม่มดสีชาดผู้สิ้นหวัง ไปหาหมอจิตวิทยาซะเถอะ!
ครึ่งเดือนผ่านไป วันด้าได้ออกปฏิบัติภารกิจแรกในฐานะสมาชิกทีมอเวนเจอร์ เป้าหมายคือการติดตามและจับกุมกลุ่มผู้ก่อการร้าย เธอร่วมภารกิจกับกัปตันอเมริกา ฮอว์คอาย นาตาชา ฟอลคอน และเหล่าฮีโร่อีกหลายคน
เมื่อถึงช่วงบ่าย ภารกิจใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ เพื่อช่วยชีวิตกัปตันอเมริกา วันด้าจึงตัดสินใจใช้เวทมนตร์แห่งความโกลาหลของเธอ แต่แล้ว พลังกลับหลุดจากการควบคุม ระเบิดที่ยังไม่เสถียรลูกหนึ่งหลุดจากมือเธอลอยขึ้นกลางอากาศ แล้วระเบิดเสียงดังสนั่น ฉีกชั้นหนึ่งของอาคารที่อยู่ใกล้เคียงออกเป็นเสี่ยง ๆ
เสียงกรีดร้องดังระงม ผู้คนวิ่งหนีตาย บางคนบาดเจ็บ บางคน... ไม่มีโอกาสแม้แต่จะหนี
ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่เธอทันที อกของเธอราวกับถูกบีบรัดด้วยน้ำหนักมหาศาลจากความสำนึกผิด เธอเคยเจ็บปวดแค่ไหนกับการสูญเสียครอบครัวเพียงคนเดียว แต่ครั้งนี้เพียงเพราะความผิดพลาดของเธอ มีผู้บริสุทธิ์ต้องตายมากกว่านั้น
กัปตันอเมริกาเหลือบมองเธอเพียงแวบเดียว ก่อนจะวิ่งเข้าอาคารเพื่อช่วยเหลือผู้รอดชีวิต ขณะที่วันด้าจ้องมองมือตัวเองอย่างเหม่อลอย
“ฉัน... จะไม่ใช้พลังอีกแล้ว…”
“ฉัน..”
นาตาชาเห็นอาการของเธอและรีบจะเข้ามาปลอบ แต่เสียงของกัปตันอเมริกาก็ดังขึ้นก่อน
“นาตาชา! เร็วเข้า! ไปช่วยพวกเขา!”
นาตาชาจำต้องชะงัก หันไปทำหน้าที่โดยปล่อยให้วันด้ายืนอยู่ตามลำพัง
…
วันด้ากลับถึงฐานอเวนเจอร์ในสภาพเลื่อนลอย วันต่อมา... วันถัดไป... แม้เวลาจะผ่านไปเป็นสัปดาห์ อะไร ๆ ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง
เธอไม่ค่อยพูด คำพูดทั้งวันของเธอแทบไม่ถึงสิบคำ และก็พูดแค่ตอนมีคนถามเท่านั้น
…
หลายวันผ่านไป เสียงวิจารณ์เหล่าซูเปอร์ฮีโร่ในโลกออนไลน์ก็ยิ่งทวีความรุนแรง
“เราไม่ได้บอกว่าไม่ต้องการซูเปอร์ฮีโร่นะ!”
“แต่พวกเขาควรจะถูกควบคุมโดยมนุษย์!”
“ไม่อย่างนั้น ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของพวกเราก็ตกอยู่ในอันตราย!”
คำกล่าวโทษเหล่านั้นเริ่มกดทับจิตใจของวันด้า สัญญาณของภาวะซึมเศร้าเริ่มปรากฏขึ้นชัดเจน เธอซื้อเสื้อฮู้ดมาใส่ และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาไม่ว่าจะไปไหน เธอก็สวมฮู้ดปิดหน้าเสมอ แต่แบบนี้มันอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว
วันหนึ่ง โทนี่ สตาร์ค ยืนกอดอก มองเธอเงียบ ๆ อยู่พักใหญ่ นาตาชาเดินเข้ามาข้าง ๆ มองเธอด้วยสายตาเป็นห่วง
“เธอต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง ถ้ายังปล่อยไว้แบบนี้ ทั้งร่างกายและจิตใจเธอจะพังหมดแน่”
ฮอว์คอายเดินเข้ามาสมทบ พยักหน้าเห็นด้วย
“ใช่ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เธออาจจะหนีไปใช้ชีวิตคนเดียวที่ไหนสักแห่ง... หรืออาจจะลาออกจากทีมไปเลยก็ได้”
ทั้งสามคนต่างมีประสบการณ์ในสนามรบ พวกเขารู้ดีว่าอาการแบบนี้พาไปสู่จุดไหน โทนี่ยังคงนิ่ง ก่อนจะถูคางครุ่นคิด แล้วจู่ ๆ ก็เหมือนมีประกายวาบในแววตา
“ใช่แล้ว…”
เขาหันไปที่รถ หยิบนามบัตรใบหนึ่งขึ้นมา จากนั้นเดินตรงไปหาวันด้า วางบัตรลงบนโต๊ะแล้วเลื่อนมันไปตรงหน้าเธอ
“โอเค คุณวันด้า แม็กซิมอฟฟ์ ค่าใช้จ่ายฉันออกให้เอง ไปหาคนที่อยู่ในบัตรนี่ซะ ถือว่าเป็นทริปพักใจเล็ก ๆ ก็แล้วกัน มีคนมากมายแนะนำหมอคนนี้ให้ฉันมาหลายครั้งแล้ว ฉันไม่คิดว่าตัวเองจำเป็นต้องใช้… แต่เธอต้องการแน่นอน เขาถูกยกให้เป็นนักจิตวิทยาที่เก่งที่สุดในโลก ลองไปดูเถอะ เผื่อจะช่วยอะไรได้”
วันด้าเงยหน้าขึ้นมองบัตร
[ลอเรียน ซู]
[ที่อยู่ : ชั้น XX อาคารทิศเหนือ แมนฮัตตัน, นิวยอร์ก]
มันไม่ใช่นามบัตรธรรมดา แต่เป็นแผ่นไม้หอมบาง ๆ เรียบเนียน แข็งแรง ชื่อและที่อยู่ของ ลอเรียน ซู ถูกสลักไว้ด้วยตัวอักษรอย่างปราณีต ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีเบอร์โทร
ทำไม?
เหตุผลง่ายมาก เพราะชื่อเสียงของเขาดังเกินไป หากเขาลงเบอร์ไว้ โทรศัพท์คงจะดังทั้งวันไม่หยุด เขาให้บัตรเฉพาะกับคนที่มาหาด้วยตัวเองเท่านั้น และต่อให้มาแล้ว
เขาก็เลือกจะให้เบอร์หรือไม่ให้ก็ได้ โดยเฉพาะกับลูกค้าที่ “น่าสนใจ” สำหรับเขา รวย หรือสวย
วันด้าจ้องมองที่อยู่นั้นนิ่งงัน
อยู่ดี ๆ พลังแห่งความโกลาหลภายในตัวเธอก็เหมือนจะกระซิบเสียงแผ่ว
ไป... ไปเถอะ…
เธอค่อย ๆ ยื่นมือหยิบบัตรขึ้นมา แล้วพยักหน้าเบา ๆ
“ฉันจะไป... ภายในสองสามวันนี้”
“ฟู่…” โทนี่ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปขึ้นรถ
แต่ก่อนที่เขาจะขับออกไป นาตาชาและฮอว์คอายก็เดินตามมาถึงกระจกหน้าต่าง
“นายนี่ให้บัตรอะไรเธอไปน่ะ?” นาตาชาถาม
โทนี่เพิ่งสวมแว่นกันแดดเสร็จ เขาเลื่อนแว่นลงนิดหนึ่งแล้วตอบอย่างสบาย ๆ
“ก็บัตรของหมอจิตวิทยาชั้นยอดน่ะสิ ฉันเคยเจอเขาครั้งหนึ่ง เป็นผู้ชายหล่อพอ ๆ กับฉัน แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นเพื่อนกันหรอกนะ”
ชื่อเสียงของหมอนั่นไร้ที่ติ ไร้ที่ติจนบางทีก็ดู…น่าสงสัยเหมือนกัน ว่าเป็นพวกหลอกลวงหรือเปล่า
แต่โทนี่ไม่ใช่คนเชื่ออะไรง่าย ๆ เขาสั่งให้ Friday ตรวจสอบตัวเลขทุกอย่าง ผลลัพธ์ชัดเจน หมอนี่คือของจริง อัตราความสำเร็จในการให้คำปรึกษาสูงถึง 99% ที่เหลืออีก 1% น่ะเหรอ? ก็คือคนที่เขา “ปฏิเสธ” ไม่รับเป็นคนไข้ตั้งแต่แรก
ในแวดวงสังคมชั้นสูง ชื่อของ ลอเรียน ซู นั้นเป็นที่รู้จักดี โทนี่เองก็รู้จัก และเคยเจอกันมาบ้าง
แต่ ลอเรียน ดูจะไม่ค่อยสนใจอยากสนิทกับเขาเท่าไร สำหรับ ลอเรียน แล้ว โทนี่ก็แค่ “ผู้ชายคนหนึ่ง” ที่ไม่สำคัญเท่ากับงานประจำเก้าโมงถึงห้าโมงเย็นของตัวเอง
ส่วนโทนี่ล่ะ? เขาว่า ลอเรียน นั้นหล่อเกินไป หล่อจนบางที… อาจจะแย่งความสนใจจากสาว ๆ ไปหมด ถ้าหากต้องออกงานสังคมด้วยกัน
ด้วยเหตุผลนั้น ทั้งคู่จึงไม่เคยพยายามจะเป็นเพื่อนกันจริงจังเลย
แต่นาตาชาไม่ค่อยสนใจเรื่องไร้สาระแบบนั้นเท่าไร
"ว่าไงนะ?" เธอหันไปมองฮอว์คอาย
ฮอว์คอายขมวดคิ้ว
“นายจะส่งซูเปอร์ฮีโร่ที่มีพลังเวทมหาศาล…ไปให้คนธรรมดาแค่หนึ่งคนช่วยรักษาจิตใจเนี่ยนะ?”