- หน้าแรก
- มาร์เวล นักจิตวิทยาที่ขโมยหัวใจของวันด้าและเกวน
- บทที่ 1 : ระบบทำงานเก้าถึงห้า! จอมเวทย์สตีเฟน
บทที่ 1 : ระบบทำงานเก้าถึงห้า! จอมเวทย์สตีเฟน
บทที่ 1 : ระบบทำงานเก้าถึงห้า! จอมเวทย์สตีเฟน
บทที่ 1 : ระบบทำงานเก้าถึงห้า! จอมเวทย์สตีเฟน
จักรวาลมาเวล
วันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2015 ท้องฟ้าแจ่มใส
ณ เมืองนิวยอร์ก หลังเหตุการณ์โจมตีของชิทอรีและการบูรณะเมืองครั้งใหญ่ เมืองทั้งเมืองดูราวกับถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่
ใจกลางแมนฮัตตัน ติดกับเซ็นทรัลพาร์ก บนชั้นสูงของตึกหรูแห่งหนึ่ง มีป้ายเล็ก ๆ ติดอยู่หน้าออฟฟิศว่า
“นักจิตวิทยา”
"คืนนี้มีงานเลี้ยงการแพทย์นะ ลอเรียน นายจะไปไหม?"
เสียงนั้นมาจาก ดร. สตีเฟน สเตรนจ์ ศัลยแพทย์มือหนึ่งของโลก และว่าที่จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต
เขาหันไปพูดกับชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา อายุดูจะน้อยกว่าเขา แต่กลับมีเสน่ห์ชวนมองยิ่งกว่า
"ห๊าว~~~"
ชายหนุ่มที่ชื่อ ลอเรียน ซู เอนหลังพิงเก้าอี้นวมอย่างสบาย มือประสานไว้ที่ท้ายทอย สายตาเหม่อมองทีวีบนผนัง ก่อนจะหาวยาว แล้วตอบเสียงเรียบ
"ไม่อ่ะ"
เมื่อประมาณหนึ่งปีก่อน เขาได้หลุดเข้ามาในโลกนี้ โลกของมาเวล พร้อมกับระบบสุดแปลกที่ชื่อว่า
[ระบบทำงานเก้าถึงห้า]
ระบบนี้มีเงื่อนไขง่าย ๆ แต่ชัดเจน
"แค่ไปทำงานเพราะต้องการ ‘เลิกงาน’ ล้วน ๆ ทำเมื่อมีงาน ว่างเมื่อไม่มี ห้ามทำโอทีเด็ดขาด ถ้าทำได้ ระบบจะมอบของรางวัลจากพหุจักรวาลให้ทุกวัน!"
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เขาได้รับของรางวัลมากมาย แต่เกือบทั้งหมดก็เป็นของไร้สาระ อย่างเช่น
[ชานมไข่มุกไม่รู้จบ]
[กระดาษชำระไม่มีวันหมด]
[แก้วเบียร์ที่เติมเองตลอดเวลา]
[ที่ตักไข่ที่ไม่เคยหยุดตัก...]
มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ “เหนือธรรมดา” อย่างแท้จริง
[เศษเสี้ยวพลังฟีนิกซ์]
ว่ากันว่าพลังฟีนิกซ์ คือจิตวิญญาณแห่งชีวิตและอารมณ์ของจักรวาลต้นแบบ เป็นพลังที่รวมทั้งการสร้างและการทำลายไว้ในตัวเดียว นอกจากนั้น ยังมีญาณหยั่งรู้ระดับสูงสุด แค่เศษเสี้ยวเดียว ลอเรียนก็สามารถจับความคิด ความรู้สึก และแม้แต่สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้อย่างเลือนราง
แม้จะได้มาเพียงหนึ่งชิ้น เขาก็ใช้มันอย่างคุ้มค่า เพื่อไม่ให้เสียเวลา “เลิกงาน” เขาจึงเลือกอาชีพ “นักจิตวิทยา” งานที่สามารถใช้พลังนี้ได้เต็มที่ และในเวลาไม่นาน เขาก็กลายเป็นนักจิตวิทยาอันดับหนึ่งของประเทศ
ระหว่างทาง เขาได้กลายเป็นเพื่อนกับสตีเฟน สเตรนจ์ แม้กระทั่ง บรูซ แบนเนอร์ หรือ เดอะฮัลค์ ก็ยังเคยมาเข้าคลาสปรึกษากับเขาเลยทีเดียว
…
"อืม ก็แล้วแต่"
เมื่อถูกปฏิเสธ สตีเฟนดูแอบเสียดายนิดหน่อย แต่เขาก็รู้ดีว่าการชวนลอเรียนไปงานสังคม เป็นอะไรที่ยากจะโน้มน้าว เพราะลอเรียนจะไปก็ต่อเมื่อเขา “อยากไป” เท่านั้น
ลอเรียนหันไปดูนาฬิกา สี่โมงครึ่ง
“อีกครึ่งชั่วโมงก็เลิกงานละ” เขาบอกกับสตีเฟนเสียงเรียบ
ระบบจะปล่อยของรางวัลหลังเลิกงานเท่านั้น และ “เลิกงาน” ของเขาคือห้าโมงเป๊ะ ห้ามเกินแม้แต่นาทีเดียว
ห้าโมงตรง คือต้องปิดคอม เดินออกจากห้องทันที ห้าโมงหนึ่งนาทีต่อให้มี “Heart of the Universe” อยู่ตรงหน้า เขาก็พร้อมเมินใส่แล้วบอกว่า “ปลอมแน่นอน”
หลังเลิกงาน ชีวิตคือของเขา สาเหตุที่ไม่อยากไปงานเลี้ยงก็ง่ายมาก ขี้เกียจ ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่ากับการกลับบ้านไปเล่นเกม หรือนั่งดูสาว ๆ ข้างทางแล้ว
…
เมื่อเห็นว่าเวลาใกล้จะหมด สตีเฟนเริ่มงัดแผนสอง เขาหันไปหาเพื่อนที่ยังนอนยิ้มอยู่บนโซฟาแล้วพูดว่า
“งานคืนนี้ไม่ได้เป็นแค่งานเลี้ยงนะ มันเป็นงานแลกเปลี่ยนข้อมูลด้วย มีหมอระดับอาวุโส ทีมผู้ช่วย แล้วก็นักศึกษาจากมหาลัยต่าง ๆ มาด้วย”
คำโปรยดูน่าสนใจ แต่ลอเรียนก็ยังเฉย... ไม่แม้แต่จะกระพริบตา
พอเห็นว่ายังไม่ได้ผล สตีเฟนจึงพูดต่อ
“แล้วกลุ่มนักศึกษานั่นก็มีสาว ๆ เยอะเลยนะ นักศึกษาฝึกงาน ทีมผู้ช่วย หน้าใหม่ทั้งนั้น เชื่อเถอะ พวกเขาจะต้องปลื้มนายแน่ ๆ” พร้อมกับเลิกคิ้วส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้
หืม?
“แบบนี้ก็ว่าไปอย่าง...”
ลอเรียนเหลือบตามองนาฬิกาอีกครั้ง ก่อนจะหยิบตารางว่างเปล่าของตัวเองขึ้นมาดู
“คืนนี้ฉันว่างนะเนี่ย” เขาหัวเราะเบา ๆ
สตีเฟนเองก็อดยิ้มตามไม่ได้ ก่อนที่ชีวิตเขาจะเปลี่ยนไปเพราะอุบัติเหตุ ชายคนนี้เคยเป็นคนอารมณ์ดี ขี้เล่น และมีชีวิตชีวา
แต่นับแต่วันนั้น... เสียงหัวเราะของเขาก็กลายเป็นสิ่งหายากไปเสียแล้ว
ถึงอย่างไร เขาก็ยังเป็นผู้ชายวัยยี่สิบปลาย ๆ ขับลัมโบร์กินี มีทั้งหน้าตา ชื่อเสียง และตำแหน่งระดับมืออาชีพ แน่นอนว่าเรื่องผู้หญิงสวยก็ยังเป็นสิ่งที่สนใจอยู่
ลอเรียนเองก็ไม่ต่างกัน พวกเขาเป็นผู้ชายเหมือนกัน จะมาแสร้งทำเป็นไม่สนใจไปทำไมกันเล่า?
…
เมื่อวางแผนไว้เรียบร้อย สตีเฟนก็ดูจะกระปรี้กระเปร่าขึ้น เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปเทน้ำใส่แก้ว แล้วปล่อยสายตากวาดมองทั่วออฟฟิศของลอเรียน ซึ่งเป็นห้องที่ได้รับรางวัลด้านการออกแบบมาแล้วด้วย
แม้จะไม่ใช่ห้องขนาดใหญ่โตอะไร แต่เต็มไปด้วยของตกแต่งสุดหรู เฟอร์นิเจอร์ชั้นดี และของสะสมหายาก ถ้าเอาทุกอย่างไปขาย ก็คงทำเงินได้หลายสิบล้านเหรียญเป็นอย่างน้อย และแน่นอนว่า ลอเรียนไม่ได้ซื้อของเหล่านี้เอง ทั้งหมดล้วนเป็นของขวัญจากลูกค้าทั้งสิ้น
แค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะบอกว่าเขามีอิทธิพลและชื่อเสียงในวงการสุขภาพจิตมากแค่ไหน นั่นคือหนึ่งในเหตุผลที่สตีเฟนให้ความเคารพในตัวลอเรียน และเป็นเหตุผลว่าทำไมทั้งคู่ถึงกลายเป็นเพื่อนกัน
อายุน้อย แต่กลับประสบความสำเร็จในสิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อไขว่คว้า
อะแฮ่ม พูดแล้วก็นึกถึงตัวเขาเองเหมือนกันนั่นแหละ