เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 - สงครามแห่งความภักดี ชัยชนะและวิกฤตที่ใหญ่กว่าเดิม

บทที่ 21 - สงครามแห่งความภักดี ชัยชนะและวิกฤตที่ใหญ่กว่าเดิม

บทที่ 21 - สงครามแห่งความภักดี ชัยชนะและวิกฤตที่ใหญ่กว่าเดิม


บทที่ 21 - สงครามแห่งความภักดี ชัยชนะและวิกฤตที่ใหญ่กว่าเดิม

ชุดรบไครซิส XV8 พุ่งทะยานเข้าสู่สนามรบ

ทว่ายังไม่ทันที่พวกนักรบวรรณะไฟจะได้ดีใจ

ชุดรบที่เพิ่งจะแลนดิ้งลงมาก็ถูกยิงร่วงในพริบตา

แม้แต่สนามพลังป้องกันก็ไม่อาจต้านทานการโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามได้เลย

นี่แหละคือความน่าสะพรึงกลัวของอาวุธเนครอน

อย่าว่าแต่ชุดรบของจักรวรรดิเทาเลย

ต่อให้เป็นไพรมาริสสเปซมารีนระดับกัปตันกองร้อยก็ยังไม่แน่ว่าจะรับไหว เว้นเสียแต่ว่าองค์จักรพรรดิจะทรงคุ้มครอง

มนุษยชาติเคยส่งทหารราบจักรวรรดิและกองกำลังเสริมที่เป็นมนุษย์ธรรมดานับล้านล้านนายเข้าสู่สมรภูมิเพื่อต้านทานกองทัพเนครอน พวกเขาดาหน้ากันเข้าไปตายราวกับมดปลวก แม้แต่นักรบอวกาศก็ร่วงหล่นราวกับใบไม้ร่วง ซากศพทถมทับจนเต็มดวงดาว ไททันระดับวอร์ฮาวด์ ระดับวอร์ลอร์ด หรือแม้แต่ระดับวอร์มาสเตอร์ต่างก็พังพินาศ ผู้คนที่มีชีวิตรอดในสนามรบได้เกินห้านาทีแทบจะหาไม่เจอ ส่วนใจกลางสมรภูมินั้นแม้แต่ไพรมาริสสเปซมารีนที่ผ่านศึกมาหลายร้อยหรือพันปีก็ยังถูกยิงจนระเหยกลายเป็นไอ ชัยชนะที่ได้มานั้นช่างน่าสังเวชและแลกมาด้วยเลือดเนื้อเจือจางเพื่อขับไล่พวกเนครอนออกไปเท่านั้น

ดังนั้นมันถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปิดเผยความโหดร้ายที่แท้จริงของจักรวาลนี้ให้พวกเอเลี่ยนจอมอวดดีอย่างจักรวรรดิเทาได้รับรู้

"ท่านผู้บัญชาการ! ขอกำลังเสริมด่วน!"

"เราวิเคราะห์ได้แล้วว่าอาวุธของพวกมันมีผลกับสิ่งมีชีวิตเท่านั้น อดทนไว้! ฉันจะส่งโดรนออกไปเดี๋ยวนี้..."

"ซืดดด..."

วูบ!

ไซรัสชักดาบเลื่อยออกมา

พร้อมกับฉีกกระชากทั้งเกราะรบและร่างเนื้อของพวกเอเลี่ยนจนแหลกละเอียด

เศษเกราะที่ปนเปื้อนด้วยกะโหลกของพวกเอเลี่ยนถูกนักรบอาสตาร์ตที่อยู่ด้านหลังเหยียบย่ำจนกลายเป็นเศษเนื้อ

สนามรบนั้นยุติธรรมเสมอ มันไม่เคยให้โอกาสใครเป็นครั้งที่สอง

การประเมินศัตรูต่ำไปหมายถึงต้องจ่ายด้วยชีวิต

จักรวรรดิเทาที่มีทหารและกองทัพโดรนปืนกับสติงวิงเป็นกองหนุนนับกองร้อย

เมื่อเผชิญหน้ากับมนุษย์เพียงไม่กี่คนตรงหน้า กลับเกิดภาพหลอนในจิตใจราวกับว่าพวกตนกำลังถูกโอบล้อมอยู่

นี่มันช่างเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามเสียจริง!

เกียรติยศแห่งมหาวิถีถูกทรยศแล้วหรือไร?

วัลแคนเลือดขึ้นหน้าไปนานแล้ว

พอเห็นไอ้พวกนี้ลงมาถึงพื้นสักที เขาจะได้ไม่ต้องถูกพวกมันเล่นว่าวไล่ยิงจากระยะไกลอีกต่อไป

"ในที่สุดก็ลงมาสักทีนะ"

"จงสำนึกบาปซะ! ไอ้พวกเศษสวะ!"

"จงมอดไหม้ชีวิตของพวกแกในเพลิงพิโรธแห่งองค์จักรพรรดิ!"

กระสุนจากปืนเมลต้าของพี่น้องด้านหลังพุ่งทะลุร่างโดรนปืนจนละลายกลายเป็นของเหลว เปิดทางให้เขาพุ่งทะยานไปข้างหน้า

เปลวเพลิงที่พ่นออกมาจากด้านข้างเผาผลาญสติงวิงที่ขวางหน้าจนถอยร่นไป

"จงมอดไหม้ไปซะ! เจ้าพวกเอเลี่ยน!"

ค้อนสายฟ้าของวัลแคนทุบสติงวิงตัวหนึ่งจนระเบิดกลางอากาศ เลือดสาดกระเซ็นอย่างน่าสยดสยอง

"จงชดใช้บาปกรรมของพวกแกด้วยความโกรธเกรี้ยวของไพรมาร์ก!"

"เพื่อเกียรติยศแห่งองค์จักรพรรดิ!"

"เพื่ออนาคตของจักรวรรดิ!"

"ไอ้พวกเอเลี่ยน! มองมาที่ข้านี่!"

วัลแคนชูค้อนสายฟ้าขึ้นสูง

แม้แต่ชุดรบไครซิส XV8 ของจักรวรรดิเทาก็ยังต้านทานการโจมตีจากค้อนสายฟ้าของเขาไม่ได้

แสงเลเซอร์ที่ยิงใส่ร่างของเขากระเด้งออกไป รังสีจากอาวุธนิวตรอนไม่อาจทำให้จิตใจของเขาด้านชา แม้แต่รังสีพลาสมาจะยิงจนเกราะของเขาพังยับเยิน แต่เขาก็ยังพุ่งเข้าใส่กองทัพศัตรูอย่างบ้าคลั่ง

เขาเปรียบเสมือนดาบกล้าที่พุ่งเสียบทะลุท้องของศัตรูเพียงลำพัง

ไม่ว่านักรบวรรณะไฟจะเก่งกาจเพียงใด

เมื่ออยู่ต่อหน้าบุตรแห่งเจ้ามังกรไฟตัวจริง ก็ไม่อาจเปล่งประกายได้แม้เพียงแสงหิ่งห้อย

เพื่อนร่วมทีมถูกเขาทิ้งห่างไว้ข้างหลัง ร่างของเขาจมหายไปในคลื่นมนุษย์ของจักรวรรดิเทา ราวกับสายพระเนตรขององค์จักรพรรดิกำลังจับจ้องมาที่เขา 'วัลแคน' 'วัลแคน'

"ไอ้หมอนั่นมันบ้าไปแล้วเหรอ?"

"ชุดพาวเวอร์อาร์เมอร์แตกยับขนาดนั้นยังจะวิ่งใส่พวกเราอีก มันไม่กลัวตายหรือไง"

"เขาใช้จิตวิญญาณแบบไหนกันนะในการต่อสู้กับพวกเรา"

"หยุดไม่อยู่แล้ว! มันน่ากลัวเกินไป!"

"อย่าไปกลัวความบ้าคลั่งของศัตรู เหล่านักรบวรรณะไฟ! เพื่อเกียรติยศแห่งมหาวิถี เพื่อศักดิ์ศรีของเผ่าอัคคี! แม้ศัตรูจะแข็งแกร่ง ข้าก็จะบุกเข้าไป"

ชุดพาวเวอร์อาร์เมอร์ถูกยิงทะลุด้วยรังสีพลาสมาอันร้อนแรง

ทว่าดวงตาของนักรบซาลามันเดอร์ผู้ถือค้อนสายฟ้ากลับลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง

บาดแผลบนร่างกายไม่มีวันทำลายจิตวิญญาณของนักสู้ผู้แน่วแน่ได้

นักรบซาลามันเดอร์ผู้ภักดีใช้จิตวิญญาณ 'จุดไฟ' สืบทอดเจตจำนงจากบิดาแห่งพันธุกรรม เจ้ามังกรไฟ

แม้เหล่านักรบวรรณะไฟจะหวาดกลัว แต่พวกเขาก็สู้เพื่อจักรวรรดิของตนเช่นกัน

พวกเขาสู้เพื่อสัจธรรม เพื่อมหาวิถี

ความตายมิอาจหยุดยั้งพวกเขาได้

มันมีแต่จะทำให้พวกเขารีดเร้นสติปัญญาและทักษะการต่อสู้ออกมาจนถึงขีดสุด

สู้!

สู้!

มีแต่ต้องสู้เท่านั้น!

ผู้ที่มีชีวิตรอดเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้ครอบครองทรัพยากรของดวงดาวดวงนี้

ผู้ที่มีชีวิตรอดเท่านั้นที่คู่ควรจะพากลเผ่าพันธุ์ก้าวไปสู่อนาคตในจักรวาล

นี่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว

แต่เป็นสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์

ไม่มีถูกผิด

มีแต่แพ้ชนะ

บนยานรบ

ผู้บัญชาการมองดูการฆ่าฟันอันน่าสยดสยอง นี่ไม่ใช่การพิชิตดินแดนแล้ว แต่มันคือบ่อเลือด คือเครื่องบดเนื้อ เขาประสานมือแน่น

ด้านหลังมีเสียงเครื่องจักรเย็นชาดังขึ้น

"แพ้แล้ว"

"ผู้บัญชาการทาร์เรียน เรายึดดาวดวงนี้ไม่ได้แล้ว"

"ถ้าขอกำลังเสริมมาอีกสักกองพัน ฉันต้องยึดได้แน่"

"ผู้บัญชาการทาร์เรียน!!! ทางบ้านเกิดไม่ยอมให้คุณทำแบบนั้นแน่ อีกอย่างเราเสียเวลากับดาวดวงนี้มาเกือบสองเดือนแล้ว เสบียงของเราไม่พอแล้ว เราต้องถอยทัพกลับ"

"..."

ยอมแพ้เหรอ?

จะให้ทำใจยอมรับได้ยังไง?

จักรวรรดิเทาสูญเสียผู้คนไปมากมายขนาดนี้ แต่กลับยึดดาวไม่ได้สักดวง ฉันจะเอาหน้ากลับไปพบใครได้

แต่ทว่า...

ขืนส่งชุดรบลงไปอีก ก็คงโดนไอ้มือสไนเปอร์นั่นยิงร่วงหมด

จะส่งโดรนไป ก็กวาดล้างโลกใบนี้ไม่ได้

เดิมทีทาร์เรียนคิดว่านี่จะเป็นแค่การเดินทางมายึดโลกเล็กๆ ง่ายๆ ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอระเบิดลูกใหญ่เข้าให้

เริ่มจากที่ออซรากซ์ ไปเจอกับกองกำลังลึกลับจนเสียเวสปิดไปเป็นเบือ

ต่อมาก็มาเจอดาวบริวารสองดวงข้างๆ ออซรากซ์อีก

ดาวป้อมปราการสองดวงนี้เป็นประตูสำคัญในการเข้าสู่จักรวรรดิเทา เดิมทีคิดว่าจะจัดการยึดอำนาจเปลี่ยนขั้วรัฐบาลแล้วผนวกเข้าแผนที่จักรวรรดิเทาแบบชิลๆ

แต่ดันมีไอ้พวกกระป๋องเหล็กโผล่ออกมาทำลายแผนพังยับเยิน

พอวางแผนเจาะจงแก้ทางได้แล้ว ก็ดันมีพวกกระป๋องเหลึกลับโผล่มาอีกกลุ่ม

ตายกันไปตั้งขนาดนี้ แต่กลับยึดไม่ได้สักดาว

มันเป็นเครื่องหมายยืนยันว่าการเดินทัพทางไกลครั้งนี้ของเขาล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

"ผู้บัญชาการ ตัดสินใจเถอะครับ!"

"คุณพูดถูก" ทาร์เรียนสูดหายใจลึก พยายามดึงสติตัวเองกลับมา ในฐานะผู้บัญชาการแห่งจักรวรรดิเทา เขาอนุญาตให้ตัวเองผิดพลาดได้ แต่จะผิดซ้ำซากไม่ได้ ตัวเขาในตอนนี้ไม่มีกำลังพอที่จะยึดโลกใบนี้

"ฉันจะถอนทัพ"

ครั้งนี้ไม่ได้ ครั้งหน้าค่อยมาใหม่ แต่ขืนยื้อต่อไปก็ไร้ความหมาย ทางเผ่าอัคคีถ้ารู้ว่าเขายึดดาวเคราะห์น้อยๆ ไม่ได้ ก็คงไม่ส่งกำลังเสริมมาให้แน่

ดาวดวงนี้ฉันไม่เอาแล้ว ฉันไปยึดดวงข้างๆ แทนก็ได้วะ?

"แต่เมื่อไหร่ที่ฉันกลับมาคราวหน้า ฉันจะขนกองทัพมามากกว่าเดิม ลิต้า จงปักหมุดดาวดวงนี้ไว้ว่าเป็นความอัปยศของฉัน เราจะจดจำพี่น้องและสหายร่วมรบที่เสียสละเพื่อจักรวรรดิ เมื่อฉันผ่านบททดสอบและสืบทอดเกียรติยศแห่งเผ่าอัคคีได้เมื่อไหร่ ฉันจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง ฉันจะพาคนของฉันมาล้างอาย"

โดรนระดับสูงส่องไฟสีแดงที่กล้อง "การตัดสินใจของคุณถูกต้องที่สุดครับ"

บนภาคพื้นดิน

กองทัพจักรวรรดิเทา 'เป่าแตรถอยทัพ' เริ่มถอนกำลังขนานใหญ่

คนที่อยู่ในสนามรบก็ได้รับคำสั่งถอนตัวเช่นกัน

เพียงแต่สำหรับคนที่กำลังปะทะกับอาสตาร์ตอยู่

พวกเขาไม่มีโอกาสได้ถอย

เว้นแต่จะแบ่งคนกลุ่มหนึ่งยอมเป็นเหยื่อล่อตายแทน เพื่อให้คนอีกกลุ่มหนีไปได้

"การเสียสละย่อมมีความหมาย ข้าและเหล่าโดรนปืนจะอยู่ต้านศัตรูไว้ เพื่อคุ้มกันให้พวกเจ้าถอยไป"

"พวกเจ้ารรีบไปซะ นี่คือคำสั่ง"

"เพื่อมหาวิถี จงจดจำทุกอย่างของพวกเราไว้"

"มหาวิถีจะจดจำทุกอย่างของพวกเจ้า"

นักรบวรรณะไฟบางส่วนรวบรวมความกล้าที่จะตาย และตัดสินใจแน่วแน่แล้ว

เมื่อตกลงกันได้ว่าใครอยู่ใครไป

ทหารของจักรวรรดิเทาก็ระเบิดความกล้าหาญครั้งสุดท้ายออกมา

"พวกมันกำลังถอย"

"พวกมันทิ้งดาวดวงนี้แล้ว"

ข้อหนึ่ง: ภายในกองพันห้ามมีความลับใดๆ

ข้อสอง: สัจธรรมแห่งจักรวรรดิอยู่เหนือศาสนจักร

ข้อสาม: เจตจำนงของศพจักรพรรดิและทรราชจอมปลอมจะต้องได้รับการสานต่อ

ข้อสี่: แม้อาสตาร์ตและคัสโตเดียนจะเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ แต่ก็เป็นมนุษย์กลายพันธุ์ที่ไว้ใจได้

ข้อห้า: เพื่อจักรวรรดิ! ว๊ากกกก!

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 21 - สงครามแห่งความภักดี ชัยชนะและวิกฤตที่ใหญ่กว่าเดิม

คัดลอกลิงก์แล้ว