- หน้าแรก
- ตลกอะไรกัน ไม่เห็นเหรอว่าฉันกำลังปราบผี
- 22 - การประลอง
22 - การประลอง
22 - การประลอง
22 - การประลอง
แม่กุญแจบนประตูเหล็กดัดขึ้นสนิมจนแดงคล้ำ ซูเจียวเจียวมือสั่นเพราะความกลัว พยายามไขเท่าไหร่ก็ไม่ออก มองเห็น "แมงมุมปีศาจ" คืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที หัวใจก็ยิ่งสั่นรัวไม่เป็นจังหวะ มือพลั้งไป ลวดเปิดกุญแจก็ตกลงพื้นดังแกร๊ง
มู่เกอก้มลงเก็บขึ้นมา แล้วเอาไปจุ่มน้ำมันเครื่องในถังเล็กที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนส่งคืนให้ซูเจียวเจียว พอเธอรับมาก็เห็นว่าลวดนั้นลื่นเป็นเงา มีกลิ่นฉุนเข้าจมูก มู่เกอยิ้มให้อย่างอบอุ่น ทำให้หัวใจของซูเจียวเจียวพลันอบอุ่นขึ้นมาอีกครั้ง กริ๊ก! กุญแจก็คลายล็อกออกทันที ทุกคนรีบวิ่งผลักประตูเข้าไปข้างใน
“เจ้าเด็กหมอดู ครั้งนี้นายคิดผิดแล้ว เส้นทางนี้ยิ่งไปก็ยิ่งแคบ เดี๋ยวก็ตันแน่ๆ!” ชิงหลงเดินนำหน้าเข้าไปไกลแล้ว หันมาบ่นอย่างมั่นใจ
“พี่เทพ ทางนี้ไปไม่ได้หรอกนะ!” เมยืนถอนหายใจอย่างจนปัญญา
“จริงด้วยพี่ เหมือนเลือกทางผิดนะ!” ซูเจียวเจียวหน้าเสียเต็มที่
แต่พวกเขายังไม่ทันหันกลับ มู่เกอก็ปิดประตูเหล็กโครมใหญ่จากด้านนอก เสียงโซ่เหล็กขยับดังกระทบกันดังเกรี้ยวกราว
ทั้งสามคนตกตะลึง เมื่อเห็นมู่เกอยืนอยู่นอกประตู กำลังยิ้มบางๆ มือพันโซ่เหล็กแล้วคล้องกุญแจปิดตายแน่นหนา ก่อนจะเก็บเศษหินเล็กๆ บนพื้นขึ้นมา
“ไม่! พี่ เข้ามาเร็วสิ!” ซูเจียวเจียวร้องตะโกนอย่างตื่นตระหนก
มู่เกอเพียงยิ้ม แล้วเอาเศษหินยัดเข้าไปในรูแม่กุญแจ
“อย่านะ...!” ซูเจียวเจียวร้องอย่างสิ้นหวัง
“พี่เทพ!”
“เจ้าเด็กหมอดู!”
เสียงตะโกนดังแข่งกัน แต่เขาเพียงโบกมือ ยิ้มพลางพูดว่า “พอได้แล้ว หลบลึกๆ เข้าไปเดี๋ยวนี้ อีกเดี๋ยวเจ้าตัวประหลาดมาถึง ฉันไม่มีเวลาคอยปกป้องพวกขี้เกียจหรอก” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นเหมือนกำลังล้อเลียนคำพูดของชิงหลงก่อนหน้า ทว่าไม่มีใครหัวเราะออกมาได้เลย
เสียงตะกุยตะกายของ “แมงมุมปีศาจ” ดังใกล้เข้ามา
มู่เกอยืนตระหง่านอยู่ตรงปากถ้ำ มองดูสัตว์ประหลาดที่คืบคลานเข้ามา เขาพ่นลมหายใจเบาๆ ออกมา แมงมุมปีศาจชะงัก เพราะสัมผัสได้ถึงพลังแปลกประหลาดที่ไม่เหมือนมนุษย์จากร่างตรงหน้า มันเริ่มชะลอฝีเท้าอย่างลังเล
มู่เกอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบาๆ เสียงสวดมนต์ทุ้มต่ำดังลอดออกมา “ราชันย์ภูตภูเขา เคารพต่อฉันผู้เป็นเซียน ขับไล่เหล่าปีศาจ คืนความสว่างใสแก่โลก จงสำเร็จตามบัญชา...”
เมื่อได้ยินคาถา แมงมุมปีศาจทั้งร่างสั่นสะท้าน ถอยหลังอย่างหวาดหวั่น
ทั้งสามที่แอบอยู่ในถ้ำถอนหายใจอย่างโล่งอก เห็นทีมู่เกอจะเอาอยู่ แต่สีหน้าของเขากลับเคร่งขรึมขึ้นทันที ก่อนจะเอ่ยเสียงหนักแน่น “ออกมาเถอะ อย่ามัวซ่อนอยู่เลย”
เสียงหัวเราะแหลมเสียดหูดังมาจากเบื้องล่าง ร่างเล็กแคระผอมแห้งค่อยๆ คลานขึ้นมา ไม่ใช่ใครอื่น นั่นคือซ่งตั่ว
“ฮึๆ ไม่คาดคิดเลยว่าจะเจอคนสายเดียวกัน ยินดี ยินดีจริงๆ!” ซ่งตั่วแค่นยิ้มแล้วเหลือบมองโทรศัพท์ในมือมู่เกอ สีหน้าแปลกใจ แต่ก็หัวเราะอีก “ไม่อยากเชื่อเลยว่าท่านจะมีวิธีล้ำเลิศเช่นนี้ เปิดหูเปิดตาฉันจริงๆ ขอถามว่าท่านสังกัดสำนักไหนกันแน่?”
มู่เกอเพียงยิ้ม ไม่ตอบ กดโทรศัพท์อีกครั้ง คราวนี้เป็นเสียงพระสวด “นะโมฮะละตันนา โตลอเยยะ…”
“คาถามหากรุณา?!” ซ่งตั่วอุทาน “คุณเป็นสายพุทธ… ไม่สิ คุณฝึกทั้งพุทธทั้งเต๋า?!”
มู่เกอหัวเราะอีกครั้ง ก่อนจะกดโทรศัพท์ “รู้คือรู้ ไม่รู้ก็คือไม่รู้ นั่นแหละคือรู้จริง”
“ยะ…ยังเป็นคติขงจื๊ออีก?!” ซ่งตั่วหน้าถอดสี “คุณ…คุณเป็นคนของสำนักอะไรกันแน่?!”
“สำนักพ่อมึงสิ...” มู่เกอพูดยังไม่ทันจบ ก็กระโจนขึ้นสูงตรงเข้าหาแมงมุมปีศาจ
ซ่งตั่วไม่รอช้า รีบก้าวเข้าหามันทันที ชักยันต์สีเขียวออกมา ท่องคาถาพลางกดมือทำท่ามนตร์ แสงจากยันต์สว่างวาบ แมงมุมปีศาจที่เมื่อครู่ยังหวาดกลัวกลับสงบลง ตาแดงก่ำด้วยความดุร้าย ข้างหลังมันผุดเส้นใยสีขาวเส้นยาว พุ่งใส่มู่เกอทันที
มู่เกอยังลอยอยู่กลางอากาศ เขาเพียงแตะผนังข้างถ้ำแล้วดีดตัวสูงขึ้น หลีกเส้นใยได้หวุดหวิด มือคว้าหลอดไฟบนเพดานแกว่งตัวขึ้นไปสูงอีก เส้นใยกวาดพลาดไปเพียงนิดเดียว
ซ่งตั่วสีหน้าเข้มขึ้น ยกยันต์ในมือขึ้นอีก แสงยิ่งเจิดจ้า แมงมุมปีศาจกรีดร้องแล้วปล่อยใยออกมาอีกเส้นใส่มู่เกอ
คราวนี้เขาหลบไม่พ้น ร่างถูกใยมัดแน่นที่เอว ซ่งตั่วหัวเราะเยาะทันที ใช้ยันต์สั่งให้แมงมุมปีศาจกระชากใยกลับ ร่างมู่เกอถูกดึงอย่างแรงตรงเข้าหาปากอสูร
“อ๊า...!” ซูเจียวเจียวร้องลั่น น้ำตาคลอเบ้า เธอเขย่าประตูเหล็กสุดแรง
ชิงหลงรีบผลักเธอออกไปแล้วใช้ไหล่กระแทกใส่กรงเหล็กซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนฝุ่นหล่นกระจายทั่วถ้ำ
มู่เกอถูกดึงเข้าใกล้จนเห็นชัดว่าใบหน้าสวยสะอาดของแมงมุมปีศาจบิดเบี้ยวออก ปากแยกกว้าง ขากรรไกรงอกเขี้ยวดำโค้งสองข้าง ลิ้นหลายเส้นโผล่ออกมากวัดแกว่งราวกับหางงู ซ่งตั่วยืนหัวเราะสะใจรอชมฉากโหดเหี้ยมตรงหน้า
แต่ในเสี้ยวพริบตา มู่เกอกลับใช้แรงใยกระชาก พลิกตัวกลางอากาศ ปลายเท้าแตะหัวแมงมุมปีศาจก่อนจะกระโจนข้ามไปเหยียบหัวซ่งตั่ว คว้าใยที่มัดเอวพันคอเขาสามรอบทันที
เสียงหัวเราะของซ่งตั่วติดคอ กลายเป็นเสียงอู้อี้ ร่างดิ้นทุรนทุราย หน้าเริ่มเขียวคล้ำ ดวงตาปูดโปน ลิ้นห้อยออกมาอย่างน่าเวทนา เขารีบสะบัดยันต์อีกครั้ง แสงค่อยๆ ดับ แมงมุมปีศาจอ่อนแรง ใยทั้งหมดหดกลับไปในร่าง
ซ่งตั่วถูกปล่อยให้หายใจเฮือกใหญ่ ทรุดตัวคุกเข่า ยังไม่ทันได้พักเงาร่างมู่เกอก็ปรากฏตรงหน้า แย่งยันต์สีเขียวในมือแล้วเตะซ่งตั่วกระเด็นกลิ้งไปหลายรอบ
“คุณ…คุณเป็นใครกันแน่?” ซ่งตั่วถามเสียงสั่น ในหัวพยายามนึกหาคำตอบ แต่ไม่เคยได้ยินชื่อมู่เกอจากผู้มีฝีมือคนใดเลย
มู่เกอยิ้มเย็นแล้วสีหน้ากลับแข็งกร้าวทันที “ฉันต่างหากที่ต้องถามนาย ฆ่าผู้คนไปมากมาย คิดจะทำอะไรกันแน่?”
ซ่งตั่วลุกขึ้นช้าๆ แววตาเต็มไปด้วยความเย็นชา “อยากรู้ใช่ไหม? ไปถามมันเอาเองเถอะ!”
ว่าแล้วเขาก็ชักยันต์อีกกำหนึ่งกว่าสิบแผ่น ขว้างใส่แมงมุมปีศาจทีเดียว แสงสีเขียวปกคลุมร่างมัน เส้นผมยาวสยายส่องประกายสีเขียว มันขุดพื้นถ้ำจนเกิดเสียงหินเสียดสีกรีดหู จากนั้นคำรามก้อง ร่างปล่อยใยสิบกว่ามัดกวัดแกว่งราวพายุ
บันไดวนใต้ปล่องถ้ำมีลูกน้องหลายสิบคนยืนมองด้วยความหวาดกลัว เสียงกรีดร้องที่ไม่เหมือนเสียงมนุษย์ดังสะท้อนจนพวกเขาขนลุก หลายคนคิดจะหนี แต่ยังไม่ทันขยับ เส้นใยขาวก็พุ่งลงมา กวาดร่างพวกเขาติดไปทีละคน ลากขึ้นไปเบื้องบนทันที…
………..