- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่โลกผู้บำเพ็ญ ฉันขอขุดสมบัติให้จมดินเพื่อชิงความอมตะ
- บทที่ 9 - ได้พบญาติพี่น้อง
บทที่ 9 - ได้พบญาติพี่น้อง
บทที่ 9 - ได้พบญาติพี่น้อง
บทที่ 9 - ได้พบญาติพี่น้อง
นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นเสือไม่ได้เดินเข้ามา แต่เป็นการ... บินเข้ามา
{สตรีมเมอร์รวยแล้วจ้า! สัตว์ร้ายบรรพกาลทั้งสี่! ยินดีด้วยนะ ไม่แกกินมัน มันก็กินแกนั่นแหละ!}
{รู้สึกเหมือนอันอันกำลังจะได้เป่าเพลงให้ตัวเองฟังแล้วล่ะ คงไม่ต้องเสียเงินจ้างงานศพข้างนอกหรอก}
{มิน่าล่ะถึงมีเสียงหมาเห่า นั่นมัน 'ฉยงฉี' นี่นา!}
{กล้าไปลูบลูกเขา คราวนี้ก็ซวยแล้วสิ หนีไม่พ้นแน่?}
ชื่อเสียงของฉยงฉีในโลกฝึกตนนั้นนับว่าเป็นหนึ่งในใต้หล้า เพราะมันเป็นสัตว์จากยุคดึกดำบรรพ์ ที่หลงเหลืออยู่ในโลกนี้น่าจะไม่เกินสิบกว่าตัวเท่านั้น มันทั้งดุร้ายและแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ชอบกินคนดีและสัตว์ที่มีจิตใจเมตตาเป็นอาหาร แต่ถ้าเจอคนชั่ว มันจะกลายเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันทันที นิสัยแปลกประหลาดมากและฝึกให้เชื่องได้ยากสุดๆ
ในตอนนั้น ฉยงฉีตัวเขื่องยืนอยู่บนพื้น จ้องมองมนุษย์ตัวจ้อยตรงหน้า มันยกกรงเล็บข้างหนึ่งขึ้นแล้วกระทืบลงบนพื้นอย่างแรง
ซวยแล้วๆ! พลังต่างกันเกินไป ต่อให้ใช้ระดับพลังชั่วคราวก็สู้ไม่ได้อยู่ดี!
เห็นเพียงร่างอันมหึมาของฉยงฉีเริ่มออกตัววิ่ง จนถ้ำหินทั้งถ้ำสั่นสะเทือน มนุษย์และสัตว์ป่าอยู่ห่างกันไม่ถึงสิบเมตร เย่อันอันร้องลั่น "อย่าเข้ามานะ!"
ตายในการต่อสู้ไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่น่ากลัวคือการถูกของใหญ่ขนาดนี้ทับตาย ร่างกายเธอไม่กลายเป็นแผ่นแป้งเลยเหรอ?
ฉยงฉีวิ่งมาถึงตรงหน้าเย่อันอัน มันยกอุ้งเท้าหน้าที่เหมือนเสือขึ้น แล้วกอดเธอเอาไว้ ก่อนจะใช้หัวเสือซุกไซ้คลอเคลียที่แก้มของเย่อันอัน
{เชี่ย! นี่มันได้เจอญาติพี่น้องเหรอเนี่ย?}
{วิธีตีคนของอันอันมันเด็ดขาดจริงๆ สมแล้วที่เป็นคนไม่ดี!}
ผู้ชมต่างพากันประหลาดใจ รายการโดเนทแต้มสะใจยังคงไหลมาไม่หยุด
เย่อันอันเองก็งุนงงในใจ นี่มันสถานการณ์อะไรกันเนี่ย?
【เสี่ยวอ้าย ทำการสแกนสัตว์วิเศษ】
【เริ่มการสแกน... สแกนเสร็จสิ้น สายพันธุ์: ฉยงฉี หนึ่งในสี่สัตว์ร้ายบรรพกาล ชื่อ: พ่างนิว อายุ: 23,000 ปี นายท่าน: ไป่หลี่เสี่ยวเมิ่ง】
ไป่หลี่เสี่ยวเมิ่ง? บังเอิญจัง ชื่อเดียวกับคุณแม่ในโลกก่อนเลย
ในชาติก่อนของเย่อันอัน พ่อแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ตอนเธออายุสามขวบ เธอจึงถูกลุงเลี้ยงดูมาจนโต แม้จะขาดความรักจากพ่อแม่ แต่เธอก็ได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม เรียกได้ว่าไร้ที่ติ
เพราะตอนสามขวบเธอยังเด็กมาก ความทรงจำช่วงนั้นจึงหายไปหมด เรื่องราวเกี่ยวกับพ่อแม่เธอก็ได้รับฟังมาจากป้าสะใภ้เล่าให้ฟังยามว่างเท่านั้น
เธอผลักเจ้านพ่างนิวที่ยังกอดเธออยู่ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะฟังรู้เรื่องไหม แต่เธอก็ยังเอ่ยถามออกไป "พวกเรามาตกลงกันหน่อยนะ ดูสิ เธอมีแค่ตัวเองกับลูก ถ้ำกว้างขนาดนี้ก็ดูเงียบเหงาไปหน่อย ไม่สู้ให้ฉันมาขออาศัยอยู่ด้วยสักหกวันเป็นไง?"
พ่างนิวได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าอย่างรวดเร็ว
เย่อันอันถึงกับอึ้งไปเลย ฉยงฉีตัวนี้ฟังภาษามนุษย์รู้เรื่องจริงๆ เหรอเนี่ย?
{แม่เจ้า มันกลายเป็นปิศาจไปแล้วเหรอ?}
{สุดยอดดด!}
{อันอันเท่เกินไปแล้ว เรื่องนี้พรุ่งนี้คงติดท็อปเท็นคำค้นหาแน่ๆ}
ผู้ชมในไลฟ์คุยกันอย่างสนุกสนาน เย่อันอันลงมาจากอ้อมกอดของพ่างนิว เธอหยิบเตียงเดี่ยวออกมาจากแหวนมิติ ปูที่นอนและหมอน จากนั้นก็ต่อเครื่องปั่นไฟเข้ากับปลั๊กไฟ แล้วนำโต๊ะและโคมไฟมาตั้ง กดเปิดสวิตช์ไฟ ถ้ำที่มืดมิดก็สว่างไสวขึ้นมาทันที หลังจากจัดของเสร็จ เย่อันอันก็นั่งลงบนเก้าอี้อย่างสบายใจ หยิบกับข้าวที่ซื้อมาหลายจานวางบนโต๊ะแล้วเริ่มกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย
พ่างนิวได้แต่นั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ อย่างเงียบๆ ไม่มีท่าทีจะโจมตีเลยสักนิดเดียว
{อันอันมาโดนทำโทษจริงๆ เหรอ? แน่ใจนะว่าไม่ใช่การทัวร์หุบเขาหมื่นอสูรหกวันน่ะ?}
{ชีวิตดี๊ดี ช่างน่าอิจฉาจริงๆ!}
ในเวลาเดียวกัน ภาพจำลองกลางอากาศบนสนามกีฬาของสถาบันเซิ่งลี่ก็กำลังไลฟ์สดภารกิจนี้อยู่เช่นกัน
นอกจากนักศึกษาที่เดินผ่านไปมาจะมองเห็นแล้ว ผู้บริหารโรงเรียนบางคนก็มองดูภาพในหุบเขาหมื่นอสูรผ่านหน้าต่างห้องทำงาน แต่ละคนแทบจะกระอักเลือดออกมา
เดิมทีตั้งใจจะเปิดภาพให้ดูเพื่อเตือนให้นักศึกษาตั้งใจเรียน ทำตามกฎโรงเรียน และเป็นเด็กดี แต่นี่อะไรกัน กลายเป็นภาพยนตร์โฆษณาตัวอย่างที่ไม่ดีไปเสียแล้ว
แม้ผู้ชมจะตกตะลึงในตอนแรก แต่การทนดูคนอื่นนั่งกินข้าวไปเรื่อยๆ มันก็น่าเบื่อเกินไป
{อันอัน รีบกินเข้าสิ พาพวกเราออกไปลุยหน่อย!}
{ใช่ๆ กินข้าวทำไม รีบไปขุดสมบัติไปตีคนเร็วเข้า เอ้อ ถ้าไม่มีคน ตีสัตว์ป่าก็ได้นะ!}
ภายใต้เสียงรบเร้าของทุกคน หลังจากกินข้าวเสร็จ เธอก็หยิบแผนที่สมบัติออกมาตรวจสอบดู เพื่อหาดูว่ามีแผนที่ใบไหนที่อยู่ในหุบเขาหมื่นอสูรบ้าง เพราะเธอออกจากที่นี่ไม่ได้หกวัน ขุดที่อื่นไม่ได้อยู่แล้ว
สุดท้ายมีเพียงแผนที่ระดับสามที่ระบบมอบให้ และแผนที่ระดับสองแบบสุ่มหนึ่งใบที่อยู่ในหุบเขาหมื่นอสูร ใบที่เหลือเป็นระดับหนึ่งหมดเลย เธอจึงแลกใหม่และหลอมรวมเก็บไว้ใช้หลังจากออกไป
เย่อันอันทักทายพ่างนิวและลูกน้อยที่นอนอยู่บนที่นอนฟาง จากนั้นก็ถือโทรศัพท์เปิดไฟส่องทางเดินออกจากถ้ำไป
เดินไปตามที่แผนที่ระบุ เกือบจะเดินชนต้นไม้เข้าอย่างจัง จุดที่แสดงในแผนที่ดูเหมือนจะอยู่ห่างออกไปอีกเพียงก้าวเดียว
เธอเริ่มก้มหน้าคิดดูว่าใต้รากไม้จะมีอะไรซ่อนอยู่ พอเงยหน้าขึ้นอีกที... ที่แท้มันคือต้นผลไม้วิญญาณ กิ่งก้านใบดกหนา มีผลสีแดงสดห้อยระย้าอยู่เต็มไปหมด มองปราดเดียวก็มีเป็นร้อยผล คราวนี้รวยเละแน่ แผนที่ระดับสามแม้จะได้ของน้อยกว่าระดับห้า แต่เจ้านี่มันเติบโตได้ยาวนานน่ะสิ
เย่อันอันหยิบกระบี่เหล็กดำออกมาเหยียบขึ้นไป ทะยานขึ้นสู่กลางอากาศ มือซ้ายถือตะกร้าใบใหญ่ ส่วนมือขวาก็เริ่มเด็ดผลไม้
ผู้ชมที่เห็นท่าทางนี้ต่างก็ยิ่งอยากเปลี่ยนสายเป็นกระบี่มากขึ้นไปอีก ท่าทางขี่ไม้กวาดงี่เง่าๆ นั่นเทียบไม่ได้เลยกับการเหยียบกระบี่บิน ขนาดตอนเด็ดผลไม้ยังดูเท่ระเบิดขนาดนี้
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง
เย่อันอันเด็ดผลไม้มาได้ถึงสองตะกร้าใหญ่ หลังจากเก็บเข้าที่แล้ว เธอก็กลับมายืนบนพื้น ให้ระบบเปลี่ยนเป็นพลั่วลั่วหยางระดับสูงมาขุดรากไม้
พลั่วลั่วหยางระดับสูงนี่ใช้แล้วรู้สึกเสียดายแต้มจริงๆ แต่สำหรับรากไม้ที่ลึกขนาดนี้มันใช้งานได้ดีมาก
ขุดลงไปทีเดียวก็ได้ดินมากกว่าพลั่วทั่วไปสิบเท่า เพียงครู่เดียวเธอก็ถอนต้นไม้ขึ้นมาได้ทั้งราก แล้วเก็บเข้าแหวนมิติไป
【ยินดีด้วย นายหญิงได้รับต้นผลไม้วิญญาณพันปี ระบบสุ่มมอบระดับพลังถาวรให้ 60 และ 10 แต้มสะใจ ขอบเขตปัจจุบัน ขอบเขตเริ่มต้นระดับห้า ขอบเขตไขว่คว้าจันทรา อายุขัยเพิ่มขึ้นสิบปี อายุขัยปัจจุบัน 246 ปี】
{รวยแล้ว ต่อไปกินเองจนพุงกางแน่ ผลไม้วิญญาณหนึ่งผลราคาตลาดหนึ่งหมื่นหินวิญญาณ กินคำเดียวเหมือนได้กินทองเลยนะเนี่ย}
{อันอันขายไหม ฉันให้ 5 แสนหินวิญญาณ}
{แค่ผลไม้บนต้นก็น่าจะมีเป็นร้อยแล้ว คนข้างบนนี่หวังเอาเปรียบจริงๆ}
ในขณะที่ทุกคนยังทึ่งในราคาของผลไม้วิญญาณ ทันใดนั้นก็มีเสียงดังมาจากเบื้องบน
"ยังมีอารมณ์มาขุดสมบัติอีกเหรอ? ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันจะหาที่ซ่อนตัวดีๆ มากกว่านะ!"
【ระบบตรวจพบการข่มขู่อย่างมุ่งร้าย คำเตือน: ตบเขาจะได้รับ 200 แต้มสะใจ ด่าเขาจะได้รับ 50 แต้มสะใจ】
เย่อันอันเงยหน้ามอง เห็นจอมคาถาหน้าตาครึ่งชายครึ่งหญิงลอยอยู่เหนือหัว
ผู้ชายคนนั้นหน้าตาดูร่านยวนอ่อนช้อย น้ำเสียงแหลมเล็ก ขี่อยู่บนไม้กวาด ดูตลกสิ้นดี
"ไสหัวไป!" ตั้งแต่เย่อันอันพบว่าการหาคำด่ามันเสียเวลามาก เธอจึงตัดสินใจใช้คำว่า "ไสหัวไป" แทนคำด่าทั้งหมด เพราะทั้งประหยัดแรงและตรงตามกฎทุกประการ
【ยินดีด้วย นายหญิงได้รับ 50 แต้มสะใจ】
พอด่าจบ ในขณะที่อีกฝ่ายยังมึนงงอยู่ เธอโคจรพลังปราณไปที่ฝ่ามือ แล้วสะบัดมือฟาดขึ้นไปในอากาศหนึ่งที เป็นการตบกลางอากาศที่ขอเพียงมีพลังปราณเพียงพอก็สามารถทำได้
【ยินดีด้วย นายหญิงได้รับ 200 แต้มสะใจ】
"แกกล้าตบฉันเหรอ?"
พลังปราณของจอมคาถาปะทุออกมาจากร่างกาย ขอบเขตเริ่มต้นระดับเจ็ด - ขอบเขตว่างเปล่าลึกลับ
【ระบบตรวจพบอันตราย คำเตือน: ฆ่าอีกฝ่ายจะได้รับ 2000 แต้มสะใจ ทำให้พิการจะได้รับ 1000 แต้มสะใจ ทำให้บาดเจ็บจะได้รับ 500 แต้มสะใจ】
ระดับพลังห่างกันสองขั้น เธอรู้สึกว่าพอยังพอสู้ไหว แต้มสะใจที่ได้มาอย่างยากลำบากนี้ เธอไม่อยากจะพึ่งพาแต่พลังชั่วคราวอย่างเดียว
"จริงอย่างที่เกาเสวี่ยบอกเลย โอหังและหยิ่งยโสไม่เห็นหัวใคร ความแค้นที่แกมารังแกน้องสาวฉันเมื่อวานนี้ ก็เอาชีวิตมาชดใช้ซะเถอะ!"
เหอะ! ที่แท้ยัยคนเมื่อวานนั่นก็เป็นนางเอกหน้าซื่อใจคดระดับท็อปนี่เอง! ช่างแสดงเก่งจริงๆ เสียดายแต้มสะใจที่ได้มาน้อยไปหน่อยแฮะ!
คราวนี้เย่อันอันเพิ่งจะรู้สึกว่า เมื่อวานควรจะสั่งสอนยัยนั่นให้หนักกว่านั้นหน่อย แค่สั่งสอนผิวเผินไปเสียได้!
(จบแล้ว)