เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของเสิ่นหมิงเหวิน

บทที่ 15 ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของเสิ่นหมิงเหวิน

บทที่ 15 ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของเสิ่นหมิงเหวิน


บทที่ 15 ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของเสิ่นหมิงเหวิน

"ข้างนอกมีคนเพิ่มขึ้นมาไม่น้อยเลย น่าจะสักห้าสิบถึงหกสิบคนได้ บางคนพกอาวุธมาด้วย น่าจะเป็นปืนพกแบบเดียวกับที่คุณเคยเปิดวิดีโอให้ฉันดู"

ภายในห้องนอนเล็กที่ตกแต่งในธีมเด็กผู้หญิง เยว่หลิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"ไม่เป็นไรหรอก ยังไงซะเด็กคนนี้ก็เป็นแก้วตาดวงใจของพวกเขา การที่พวกเขาจะระมัดระวังตัวเป็นพิเศษก็ถือเป็นเรื่องปกติ อย่าไปใส่ใจเลย" ซูอี้ส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะกล่าวต่อ "ลงมือร่ายเวทเถอะ"

ก่อนหน้านี้เขาได้สอบถามเยว่หลิงอย่างละเอียดแล้วว่าเวทรักษาของนางสามารถบรรเทาอาการป่วยของเสิ่นอิ๋งอิ๋งชั่วคราวได้หรือไม่

คำตอบย่อมเป็น 'ได้' อย่างแน่นอน

อันที่จริง ด้วยระดับพลังของเยว่หลิง แม้จะไม่ใช้น้ำแห่งชีวิต เพียงแค่เวทรักษาขั้นสูงของเผ่าเอลฟ์ก็เพียงพอที่จะรักษาเด็กน้อยให้หายขาดได้ทันที

แต่ทว่าข้อตกลงระหว่างพวกเขายังเป็นเพียงวาจา

ซูอี้ย่อมไม่รักษาอาการป่วยของเธอให้หายขาดในทันที

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงบอกไปว่าคืนนี้ทำได้เพียงบรรเทาอาการ ไม่ใช่การรักษาให้หายขาด

รอจนกว่าจะได้รับผลประโยชน์ครบถ้วนเสียก่อน เมื่อนั้นค่อยลงมือรักษาเด็กน้อยให้หายขาดก็ยังไม่สาย

เยว่หลิงย่อมไม่ปฏิเสธคำขอของซูอี้

หลังจากได้รับคำสั่งที่ชัดเจน นางก็เริ่มพึมพำร่ายคาถาด้วยเสียงแผ่วเบาทันที

เพียงครู่เดียว ละอองแสงสีเขียวอ่อนก็ลอยออกมาจากฝ่ามือของนาง และค่อยๆ ร่วงหล่นลงสู่ร่างของเสิ่นอิ๋งอิ๋งที่กำลังหลับสนิท คิ้วเล็กๆ ของเด็กน้อยที่เคยขมวดมุ่นเพราะความเจ็บปวดทางกาย พลันคลายออกทันทีที่เวทรักษาตกลงกระทบร่าง

สีหน้าของเธอดูผ่อนคลายและสบายตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

"แค่นี้เหรอ?"

หลังจากรออยู่พักใหญ่ ซูอี้ไม่เห็นเยว่หลิงขยับเขยื้อนหรือทำอะไรต่อ จึงอดถามขึ้นไม่ได้

"ใช่" เยว่หลิงพยักหน้ายืนยัน "หากก่อนหน้านี้นางมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกินหนึ่งเดือน ตอนนี้ต่อให้พวกเราไม่ทำอะไรเพิ่ม นางก็สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกอย่างน้อยครึ่งปี"

"ยอดเยี่ยม!" ซูอี้เอ่ยชมโดยไม่หวงคำพูด

ไม่ว่าจะเห็นมากี่ครั้ง การได้ประจักษ์พลังเหนือธรรมชาติที่อยู่ในมือของสิ่งมีชีวิตจริงๆ ก็ยังคงเป็นเรื่องที่น่าตกตะลึงเสมอ

เพียงแค่พลิกฝ่ามือ ก็สามารถยื้อชีวิตคนใกล้ตายให้กลับคืนมาได้ พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ เคยมีอยู่เพียงในจินตนาการของผู้คนเท่านั้น

และบัดนี้ ผ่านแพลตฟอร์มการค้าระหว่างมิติ ทุกสิ่งทุกอย่างกลับกลายเป็นเรื่องที่ซูอี้สามารถเอื้อมถึง...

เพื่อไม่ให้เสิ่นหมิงเหวินเกิดความสงสัย ซูอี้และเยว่หลิงจึงรั้งอยู่ในห้องของเด็กน้อยเกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนจะเปิดประตูเดินออกมา

ทันทีที่ประตูเปิดออก เสิ่นหมิงเหวินก็รีบพุ่งเข้ามาถามด้วยความร้อนรน "อาการแกเป็นยังไงบ้างครับ?"

"ผมทำสำเร็จ" ซูอี้ยิ้มบางๆ แล้วกล่าวต่อ "แม้จะไม่สามารถรักษาอาการป่วยของคุณหนูเสิ่นให้หายขาดได้ในทันที แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้เธอรู้สึกสบายตัวขึ้นมากครับ"

สำหรับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ขั้นตอนการรักษานั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทรมานสาหัส

การไม่ต้องหวังให้หายขาด เพียงแค่สามารถบรรเทาความเจ็บปวดให้ลดลงได้ ก็นับเป็นความเมตตาอันยิ่งใหญ่สำหรับผู้ป่วยและญาติพี่น้องแล้ว

เสิ่นหมิงเหวินกล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า และใช้ข้ออ้างว่าดึกมากแล้ว เชิญชวนให้ซูอี้และเยว่หลิงพักค้างคืนที่นี่

ซูอี้รู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร จึงไม่ได้ปฏิเสธ

ตระกูลเศรษฐีระดับนี้ให้ความสำคัญกับความละเอียดรอบคอบในการต้อนรับแขก จึงไม่มีเหตุการณ์น้ำเน่าแบบในละครหรือนิยาย ที่เจ้าบ้านจะเข้าใจผิดคิดว่าชายหญิงที่มาด้วยกันเป็นคู่รัก แล้วจัดให้นอนห้องเดียวกัน

หลังจากสอบถามซูอี้อย่างสุภาพและให้เกียรติ คนของตระกูลเสิ่นก็นำทางพวกเขาไปยังห้องรับรองแขกสองห้องที่อยู่ติดกัน

คืนนั้นเยว่หลิงเล่นเกมโต้รุ่งอีกตามเคย

แต่ครั้งนี้เปลี่ยนแนวมาเล่นเกมจับคู่เรียงเพชรแทน

ส่วนซูอี้ก็นอนตื่นสายจนถึงเที่ยงวันตามกิจวัตรปกติ

ทันทีที่เขาล้างหน้าแปรงฟันเสร็จและเดินออกมา ก็พบเสิ่นหมิงเหวินอุ้มเสิ่นอิ๋งอิ๋งรออยู่ที่หน้าประตูแล้ว

เมื่อเห็นเขาเดินออกมา เสิ่นหมิงเหวินก็รีบลุกขึ้นแล้วบอกลูกสาวว่า "เร็วเข้า ขอบคุณคุณลุงสิลูก!"

"ขอบคุณค่ะคุณลุง!" เสียงใสแจ๋วเจือความไร้เดียงสาของเด็กน้อยดังขึ้น

เสียงนั้นดึงสติของซูอี้ที่ยังสะลึมสะลือให้กลับมาแจ่มใส เขาเอื้อมมือไปแตะแก้มยุ้ยๆ ของเสิ่นอิ๋งอิ๋งเบาๆ ด้วยความเอ็นดู

เทียบกับเมื่อคืนที่ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด วันนี้ใบหน้าของเด็กน้อยดูมีเลือดฝาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เวทรักษาของเยว่หลิงได้ผลชะงัดจริงๆ

เสิ่นหมิงเหวินพาลูกสาวมารอซูอี้ ดูเหมือนเพียงเพื่อต้องการให้เธอมาขอบคุณเขาด้วยตัวเอง หลังจากขอบคุณเสร็จ เขาก็ให้พี่เลี้ยงพาตัวลูกสาวออกไป ก่อนจะหันมาพูดกับซูอี้ด้วยน้ำเสียงจริงจังและจริงใจ

"เมื่อเช้านี้ ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้เข้ามาตรวจอาการของอิ๋งอิ๋งแล้ว ผลการตรวจทำให้แพทย์เจ้าของไข้ถึงกับตกตะลึง แม้เซลล์มะเร็งในร่างกายจะยังไม่ถูกกำจัดจนหมดสิ้น แต่มันลดจำนวนลงอย่างมหาศาล ที่สำคัญคือเซลล์ปกติไม่ได้รับผลกระทบเลยแม้แต่น้อย ซึ่งต่างจากการทำคีโมอย่างสิ้นเชิง หมอบอกว่าไม่เคยเจอเคสแบบนี้มาก่อนเลยครับ"

"คุณซู บอกตามตรงนะ ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะทำได้ถึงขนาดนี้ ในความคิดของผม แค่ช่วยลดความเจ็บปวดของอิ๋งอิ๋งได้บ้าง ก็คุ้มค่ากับค่าตอบแทนที่ผมจ่ายให้คุณแล้ว ต่อให้รักษาไม่หายขาด ผมก็จะไม่ไปรบกวนคุณอีก"

"ดังนั้น... ผมอยากได้คำตอบจากปากคุณจริงๆ ว่า โรคของอิ๋งอิ๋ง สามารถรักษาให้หายขาดได้ไหมครับ?"

พูดกันตามตรง การตัดสินใจให้ซูอี้ลองรักษานั้น เป็นเหมือนการเสี่ยงดวงครั้งสุดท้ายของคนสิ้นหวัง

แม้กระทั่งตอนนี้ เขาก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะสามารถทำในสิ่งที่เหนือกว่าแพทย์แผนปัจจุบันและเทคโนโลยีล้ำสมัยได้

อันที่จริง แพทย์เจ้าของไข้ได้บอกข้อมูลบางอย่างเมื่อเช้าที่เขายังไม่ได้บอกซูอี้

นั่นคือ ด้วยอาการปัจจุบันของเสิ่นอิ๋งอิ๋ง เธอไม่ถือเป็นผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายอีกต่อไป อย่างมากก็เป็นแค่ระยะแรกหรือระยะกลาง

หากหาไขกระดูกที่เข้ากันได้ ก็มีโอกาสสูงที่จะรักษาให้หายขาด

และสำหรับเสิ่นหมิงเหวิน ตราบใดที่มีความหวังว่าจะรักษาได้ การหาไขกระดูกที่เหมาะสมไม่ใช่เรื่องยากเย็น

ทว่าวิธีการรักษานั้นย่อมมาพร้อมกับผลข้างเคียงมากมายในภายหลัง

เมื่อได้ประจักษ์กับวิธีการอันน่าอัศจรรย์ของซูอี้ เขาย่อมต้องการทางเลือกที่ดีกว่า

"ได้ครับ"

ซูอี้พยักหน้าตอบรับโดยไม่ลังเล มอบคำตอบที่เสิ่นหมิงเหวินต้องการจะได้ยินที่สุด

เสิ่นหมิงเหวินไม่ซักไซ้ต่อ เขาถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะหยิบซองเอกสารที่วางอยู่ด้านข้างส่งให้ซูอี้

"คุณซูครับ เรื่องที่คุณขอให้ผมจัดการ เรียบร้อยแล้วนะครับ หยวนเฟิงฟาร์ม และฟาร์มขนาดใหญ่อีกหกแห่งที่อยู่รอบๆ รวมพื้นที่ทั้งหมดหนึ่งหมื่นเจ็ดพันหมู่ (ประมาณ 7,083 ไร่) ผมได้ทำการรวบรวมทั้งหมดเข้าด้วยกันเพื่อสร้างเป็นอภิมหาฟาร์มขนาดใหญ่ แน่นอนว่าในนามของคนภายนอก เราจะเรียกที่นี่ว่าเขตสาธิตการเกษตร แต่ในทางปฏิบัติก็ไม่มีอะไรแตกต่างกัน"

"ตอนนี้ฟาร์มแห่งนี้โอนเป็นชื่อของคุณเรียบร้อยแล้ว และยังไม่ได้ตั้งชื่อ ผมได้จัดหาผู้จัดการชั่วคราวไว้ให้ พร้อมเคลียร์เรื่องเอกสารและระเบียบการต่างๆ จนเสร็จสิ้น หากคุณมีชื่อที่ชอบในใจ ก็แค่โทรบอกผู้จัดการ เบอร์โทรศัพท์อยู่ในเอกสารครับ"

"นอกจากนี้ ผมยังจดทะเบียนบริษัทดำเนินกิจการสินค้าเกษตรที่คุณเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวไว้ให้ด้วย ถึงเวลาคุณก็แค่แจ้งให้ผู้จัดการดำเนินการเปลี่ยนชื่อให้เรียบร้อย"

"ส่วนทองคำสี่สิบเจ็ดกิโลกรัมที่คุณให้ผมเมื่อคืน คำนวณตามราคาทลาดปัจจุบัน เป็นเงินทั้งสิ้นยี่สิบห้าล้านแปดแสนห้าหมื่นหยวน ผมถือวิสาสะปัดเศษให้เป็นสามสิบล้านถ้วน และฝากเข้าบัญชีบริษัทนี้ให้เรียบร้อยแล้ว คุณสามารถเบิกถอนได้ตลอดเวลา ภาษีทุกอย่างจัดการเรียบร้อยแล้วครับ"

พูดมาถึงตรงนี้ เขาก็สูดหายใจลึก

"หากคุณซูสามารถรักษาโรคของอิ๋งอิ๋งให้หายขาดได้จริงๆ ภายหลังผมจะโอนเงินเพิ่มให้อีกห้าร้อยล้านหยวนเข้าบัญชีบริษัท เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ นอกเหนือจากนั้น ทั้งตัวผมและตระกูลเสิ่นจะขอติดหนี้บุญคุณคุณก้อนใหญ่"

"แน่นอนครับ ต่อให้รักษาไม่หายขาด คำพูดของผมก่อนหน้านี้ก็ยังคงเป็นผล ผมจะไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้คุณอย่างแน่นอน"

...

จบบทที่ บทที่ 15 ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของเสิ่นหมิงเหวิน

คัดลอกลิงก์แล้ว