เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 เผชิญหน้าพยัคฆ์ร้าย

บทที่ 15 เผชิญหน้าพยัคฆ์ร้าย

บทที่ 15 เผชิญหน้าพยัคฆ์ร้าย


บทที่ 15 เผชิญหน้าพยัคฆ์ร้าย

หานหมิงซิ่นยกมือขึ้นแตะหน้าผากที่กำลังปวดตุบๆ สัมผัสได้ถึงความเหนียวเหนอะหนะบางอย่างติดมือมา

เขายกมือขึ้นดูใกล้ๆ นัยน์ตาเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าเป็นโลหิตสีแดงฉาน

"โอ๊ย..."

ตั้งแต่เล็กจนโต นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกคนตีจนหัวร้างข้างแตกเช่นนี้

"หานหมิงซิ่น หัวพี่แตกหรือ? เลือดไหลเยอะขนาดนี้เชียว"

ภรรยาของหานหมิงซิ่นรีบถลันเข้ามาดูอาการสามี

นางมองดูแผลที่ศีรษะของสามี สลับกับมองเท้าที่ยังคงมีเลือดไหลซึม ทันใดนั้นนางก็ทรุดฮวบลงกับพื้น ตบตีเนื้อตัวพลางส่งเสียงร้องโหยหวน

"ข้าทำเวรทำกรรมอะไรไว้ ผัวข้าถึงได้เจ็บตัวไปทั้งตัวแบบนี้ ฮือๆ สวรรค์ไม่ยอมให้คนมีทางรอดแล้วหรือไร..."

แม่เฒ่าหานที่กำลังเดือดดาลอยู่แล้ว พอได้ยินเสียงโวยวายของสะใภ้รอง นางก็ขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะฟาดไม้เท้าลงไปอย่างไม่ปรานี

ภรรยาของหานหมิงซิ่นรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น กุมไหล่ข้างที่ถูกตีด้วยความเจ็บปวด

ยายแก่หนังเหนียวนี่ ตีเจ็บชะมัด

"เอาล่ะ เงียบกันได้แล้ว ผู้ใหญ่บ้านให้เวลาเราแค่สามวัน มาดูกันดีกว่าว่าจะหาเสบียงจากไหน"

ตอนนี้บ้านสกุลหานวุ่นวายไปหมด มีเพียงหานต้าโถวเท่านั้นที่พอจะคุมสถานการณ์ได้

"ท่านพ่อ ตอนนี้บ้านเรามีเสบียงที่ไหนกัน อย่าว่าแต่สามสิบชั่งเลย สามชั่งยังไม่มีด้วยซ้ำ" สะใภ้ใหญ่บ่นอุบพร้อมเบะปาก สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล

"ถ้าอย่างนั้นเจ้าจะยอมให้ลูกชายคนโตของเจ้าไปติดคุกรึ?"

คนในหมู่บ้านต่างรู้ดีว่าคุกสมัยนี้ไม่มีข้าวให้กิน ปีนี้มีนักโทษอดตายไปตั้งเท่าไหร่แล้ว

"ข้า..."

สะใภ้ใหญ่ไม่กล้าเถียงต่อ

หานต้าโถวถอนหายใจ "ตอนนี้ไม่มีทางอื่นแล้ว คงต้องไปคุยกับคนขายเนื้อแซ่หลิว"

เมื่อวานพวกเขาวางแผนจะหลอกล่อหานลั่วเสวี่ย นังเด็กนั่น

แต่ทว่าทุกครั้งที่ลงมือ กลับกลายเป็นพวกตนที่ต้องเจ็บตัวเสียเอง

หานต้าโถวที่หัวโตอยู่แล้ว ยิ่งรู้สึกปวดหัวหนักกว่าเดิม

คนขายเนื้อแซ่หลิวชอบแต่หญิงสาวหน้าตาดี คนธรรมดาเขาไม่แลหรอก

และหานลั่วเสวี่ย...

หากไม่ได้จริงๆ เขาที่เป็นปู่คงต้องลงมือด้วยตัวเอง

ตอนนี้หานหมิงซิ่นช่วยอะไรไม่ได้ แต่เจ้าใหญ่กับเจ้ารองยังพอช่วยได้อยู่

เรื่องนี้เขาต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ

โอกาสมีเพียงครั้งเดียว หากพลาดอีกครั้ง นังหนูนั่นคงระวังตัวแจ ยิ่งทำให้ลงมือยากขึ้นไปอีก

พอพูดถึงคนขายเนื้อแซ่หลิว ดวงตาของทุกคนในห้องก็ลุกวาวขึ้นมาทันที

นั่นมันเสบียงตั้งแปดสิบชั่งเชียวนะ!

ดวงตาสามเหลี่ยมของแม่เฒ่าหานกลอกไปมาอย่างเจ้าเล่ห์

ส่งนังตัวดีหานลั่วเสวี่ยออกไปเสีย บ้านสกุลหานจะได้สงบสุขขึ้น

ในสายตาของนาง หานลั่วเสวี่ยช่วงนี้ทำตัวแปลกประหลาดนัก ไม่แน่ว่าอาจจะถูกผีสางนางไม้เข้าสิงก็เป็นได้

...

พักเรื่องแผนการชั่วร้ายของบ้านสกุลหานไว้ก่อน หานลั่วเสวี่ยที่เดินลึกเข้าไปในป่าแล้วนั้น ตลอดทางนางไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ และไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว

นางเดินไม่เห็นชาวบ้านมาสักพักใหญ่แล้ว

เนื่องจากเป็นปีแห่งความอดอยาก ต้นไม้ใบหญ้าจึงไม่เขียวขจีเหมือนปกติ ใบไม้ดูเหลืองกรอบและร่วงโรย

หญ้าบนพื้นก็แห้งเหี่ยวตายไปหมด

พอนึกถึงผักชีล้อมที่นางแบ่งให้บ้านหานเฉียงไป มุมปากของหานลั่วเสวี่ยก็กระตุกยิกๆ

จะหาข้ออ้างว่าเก็บมาจากที่ไหนสักแห่งก็ยังยากเลย

นางเดินเข้ามาในเขาอู๋หลิงตั้งครึ่งค่อนวันแล้ว ยังไม่เห็นพื้นที่สีเขียวแม้แต่น้อย

หานลั่วเสวี่ยรู้สึกเหมือนมีเส้นสีดำพาดผ่านหน้าผาก

หญ้าเขียวยังไม่มี สัตว์ป่ายิ่งไม่ต้องพูดถึง

นางนึกถึงนิยายที่เคยอ่าน นางเอกมักจะเข้าป่าแล้วเจอไก่ฟ้า เป็ดป่า หรือกระต่ายวิ่งมาชนขาเอง แต่สำหรับนาง...

หานลั่วเสวี่ยมองไปรอบๆ แม้แต่เงาของสัตว์สักตัวก็ยังไม่มี

นางเดินมาไกลมากแล้ว

หรือควรจะถอดใจกลับไปดี?

ดูท่าความฝันที่จะรวยทางลัดด้วยการเข้าป่าคงต้องพับเก็บไปก่อน

ขณะที่นางกำลังหันหลังเตรียมจะกลับ ทันใดนั้นสันหลังก็พลันรู้สึกเย็นวาบ ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

นางกำลังถูกจับจ้อง

หานลั่วเสวี่ยรู้สึกหนังศีรษะชาวาบ นางไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมอง

"โฮก..."

เสียงคำรามต่ำๆ ทำให้หานลั่วเสวี่ยสะดุ้งจนแทบเข่าทรุด

นางนึกเสียใจขึ้นมาทันที

ถ้านางจะไม่เข้าป่าอีกตอนนี้ จะยังทันไหมนะ?

หานลั่วเสวี่ยเงยหน้าถามสวรรค์ในใจเงียบๆ

เสือ...

โชคชะตาบ้าบออะไรกัน นางดันมาเจอเข้ากับเสือตัวเป็นๆ

ทว่า สถานการณ์ยังไม่สิ้นหวังเสียทีเดียว นางยังมีโอกาสหนี

หานลั่วเสวี่ยรีบตั้งสมาธิสื่อสารกับมิติ หวังจะดึงร่างของตัวเองเข้าไปหลบข้างใน

แต่อนิจจา มันไม่ได้ผล

ร่างกายของนางยังคงไม่สามารถเข้าไปในมิติได้

นางพยายามลองอีกหลายครั้ง จนเหงื่อกาฬไหลพรากเต็มแผ่นหลัง

"โฮก..."

เสียงคำรามของเสือร้ายใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

หานลั่วเสวี่ยไม่กล้าหันกลับไปมอง

ช่างเถอะ ในเมื่อเข้ามิติไม่ได้ ก็ต้องโกยอ้าวสถานเดียว

เผื่อว่าระหว่างทางจะเจอใครเข้าสักคน อย่างเช่นหานอวี้เจ๋อ นางก็น่าจะรอดตายไม่ใช่หรือ?

ไม่เคยมีครั้งไหนที่นางภาวนาอยากให้หานอวี้เจ๋อปรากฏตัวเท่าครั้งนี้มาก่อน

แถวนี้มีต้นไม้ใหญ่เยอะแยะ หรือนางจะลองปีนต้นไม้ดู?

ติดอยู่แค่ว่า เจ้าของร่างเดิมดูเหมือนจะปีนต้นไม้ไม่เป็น และนางเอง... ก็ไม่เป็นเช่นกัน

ในขณะที่หานลั่วเสวี่ยกำลังวิ่งหนีกลับทางเดิมอย่างสุดชีวิต ทันใดนั้นวัตถุขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

เมื่อสายตาปะทะเข้ากับมัน นางเบรกเท้าไม่ทันเสียแล้ว

ดังนั้น... ปึก! นางชนเข้ากับสิ่งนั้นเต็มแรง

นางเผลอคว้าบางอย่างไว้ตามสัญชาตญาณตอนที่พุ่งเข้าชน และแล้ว...

เมื่อตั้งสติได้ นางก็สบเข้ากับดวงตาสีอำพันคู่ใหญ่

"ว้าย..."

หานลั่วเสวี่ยร้องเสียงหลง รีบปล่อยมือและถอยกรูดไปด้านหลังหลายก้าว

ดวงตาสีอำพันคู่นั้นจ้องมองนางเขม็ง และ...

มันอ้าปากกว้าง แลบลิ้นยาวออกมาเลียริมฝีปาก

มันจะกินนางหรือ?

เมื่อมองดูเจ้าเสือโคร่งตัวมหึมาที่อยู่ห่างไปเพียงสองก้าว หานลั่วเสวี่ยรู้สึกหน้ามืดจะเป็นลม

คราวนี้เรื่องใหญ่แล้วจริงๆ

ใครจะไปคิดว่าในป่านี้จะมีสัตว์ดุร้ายอย่างเสืออาศัยอยู่ด้วย?

ให้ตายเถอะไอ้ความคิดหวังฟลุคบ้าบอนั่น ต่อไปนี้นางจะไม่กล้าเข้าป่ามาหาทางรวยทางลัดอีกแล้ว

เจ้าเสือใหญ่อ้าปากกว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวขาววาววับ

หานลั่วเสวี่ยหวาดกลัวจนแทบจะลงไปกองกับพื้น แต่ในนาทีวิกฤตเช่นนี้ สมองของนางกลับแล่นเร็วและตื่นตัวอย่างประหลาด

ทว่า แม้สมองจะหมุนเร็วเพียงใด นางก็ยังคิดหาทางออกไม่ได้

ทำได้เพียงจ้องมองเสือตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ถึงแม้จะหนีไม่ได้และสู้ไม่ได้ แต่จะยอมให้เสียท่าไม่ได้เด็ดขาด!

นางจำได้ว่าเคยอ่านเจอที่ไหนสักแห่ง หากเราทำใจดีสู้เสือ นิ่งสงบเมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์ร้าย พวกมันอาจจะไม่บุกเข้ามาทำร้ายก่อน

แต่ทฤษฎีนี้ดูเหมือนจะมีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่ง... นั่นคือพวกมันต้องไม่หิว

แต่ดูจากท่าทางของเจ้าตัวตรงหน้าแล้ว ชัดเจนว่ามันยังไม่อิ่ม

"โฮก..." เจ้าเสือคำรามอีกครั้ง

อุ้งเท้าหน้าของมันเริ่มขยับ

หานลั่วเสวี่ยหรี่ตาลง ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าในมิติของนางมีบางอย่างอยู่

เพียงแค่คิด ห่านตัวใหญ่ก็พลันปรากฏขึ้นในมือนาง

เจ้าเสือจับจ้องนางอยู่ตลอดเวลา

เมื่อเห็นเหยื่อปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน ดวงตาสีอำพันที่น่าหลงใหลคู่นั้นก็หรี่ลง

มันมองหานลั่วเสวี่ย สลับกับมองห่านในมือนาง แล้วยังทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นอีกด้วย

เสือตัวนี้เป็นภูตผีปีศาจหรืออย่างไร?

แต่เมื่อเห็นว่ามันดูจะสนใจเจ้าห่าน หานลั่วเสวี่ยก็ลิงโลดใจ

นางรวบรวมแรงทั้งหมดที่มี โยนห่านออกไปทางด้านข้าง

ไวเท่าความคิด ทันทีที่นางโยนห่านออกไป เจ้าเสือก็กระโจนตัวลอยพุ่งไปยังทิศทางที่ห่านตกลงพื้น

จังหวะนี้แหละ!

ดวงตาของหานลั่วเสวี่ยเป็นประกาย

วินาทีที่เจ้าเสือพุ่งออกไป นางก็รีบสับเท้าวิ่งหนีออกจากป่าทันที

ความเร็วของนางในตอนนี้ เร็วยิ่งกว่านักวิ่งร้อยเมตรในชาติก่อนเสียอีก

นางวิ่งราวกับติดปีก ลมหนาวพัดผ่านหูหวีดหวิว รู้สึกราวกับตัวจะลอยได้

เร็วเข้า เร็วเข้าอีก

นางหวังเพียงจะสลัดเจ้าเสือตัวนั้นให้หลุด

แต่ทว่า ความคิดของหานลั่วเสวี่ยช่างสวยหรู แต่พี่เสือกลับไม่ยอมให้สมหวัง

ปึก!

เมื่อเห็นสิ่งกีดขวางโผล่มาขวางทางอีกครั้ง หานลั่วเสวี่ยที่วิ่งมาด้วยความเร็วเต็มพิกัดก็เบรกไม่อยู่

และแล้ว อนิจจา... นางชนเข้ากับเจ้าเสือใหญ่อีกครั้ง

โชคยังดีที่มันไม่ได้หันหน้ามาหานาง ไม่อย่างนั้นนางคงพุ่งเข้าปากมันไปแล้ว

หัวใจของหานลั่วเสวี่ยสั่นระริก

เสือตัวนี้มันเล่นไม่ซื่อ!

นางล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น และเจ้าเสือก็หันกลับมาจ้องนางด้วยดวงตาอันน่าหลงใหลคู่นั้นอีกครั้ง

"เจ้า... พี่เสือ ท่านต้องการจะทำอะไรกันแน่?"

ชนเสือครั้งแรกถือเป็นอุบัติเหตุ แต่ครั้งที่สองนี่มัน... เป็นไปไม่ได้

นางมั่นใจว่าเจ้านี่มันจงใจชัดๆ

มิหนำซ้ำ ดูเหมือนมันจะไม่ได้อยากกินนาง

ถ้ามันอยากจะกัด ป่านนี้นางคงตายไปนานแล้ว

"โฮก..."

เสียงคำรามดังขึ้นอีกครั้ง ทำเอาหัวใจดวงน้อยของหานลั่วเสวี่ยสั่นสะท้านไปสองจังหวะ

จบบทที่ บทที่ 15 เผชิญหน้าพยัคฆ์ร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว