- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นพี่สาวคนโตพร้อมมิติน้ำทิพย์ ภัยแล้งนี้พี่เลี้ยงเอง
- บทที่ 14 ส่งทางการหรือชดใช้ด้วยเสบียง
บทที่ 14 ส่งทางการหรือชดใช้ด้วยเสบียง
บทที่ 14 ส่งทางการหรือชดใช้ด้วยเสบียง
บทที่ 14 ส่งทางการหรือชดใช้ด้วยเสบียง
"นังตัวซวย ออกไปให้ห่างข้านะ..."
เมื่อหานหมิงซินถูกนางโอบประคอง ร่างกายของเขาก็ขยับเขยื้อน ส่งผลให้บาดแผลที่เท้าเจ็บแปลบขึ้นมาจนแทบขาดใจ
หานหมิงหยวนนั่งมองดูเหตุการณ์อยู่เพียงลำพัง เมื่อเห็นสภาพอันน่าสังเวชของหานหมิงซิน ความรู้สึกในใจเขาก็ซับซ้อนยิ่งนัก
นี่หรือคือสิ่งที่เรียกว่ากรรมตามสนอง?
หานหมิงซินขาเจ็บ และตอนนี้เขากำลังรับผลกรรมงั้นหรือ?
"หัวหน้าหมู่บ้าน เท้าข้าเจ็บเหลือเกิน ให้คนมาช่วยแกะกับดักออกก่อนได้หรือไม่?"
หานหมิงซินสูดปากด้วยความเจ็บปวด แต่ก็พยายามกัดฟันข่มความทรมานเอ่ยปากขอร้อง
"ข้าเองก็ปลดกับดักนี่ไม่เป็นเหมือนกัน"
หัวหน้าหมู่บ้านผายมือออก แต่ก่อนเขาเคยชื่นชอบการล่าสัตว์ แต่หลังจากเกือบเอาชีวิตไปทิ้งในคราวนั้น เขาก็ไม่เคยแตะต้องมันอีกเลย
ตอนที่พาหานหมิงซินมา เขาได้ตรวจสอบดูแล้ว มันเป็นกับดักชนิดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
"งั้น... เจ้าอัปลักษณ์... หานอวี้เฉิน ช่วยข้าด้วย..."
สายตาของหานหมิงซินมองข้ามหัวหน้าหมู่บ้านไปปะทะเข้ากับหานอวี้เฉิน ดวงตาของเขาก็ประกายความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
แม้เจ้าเด็กนี่จะหน้าตาอัปลักษณ์ แต่มันเป็นพรานป่าฝีมือดี ย่อมต้องเคยเห็นกับดักชนิดนี้แน่นอน
ทว่าหานอวี้เฉินมักมีท่าทีหยิ่งยโส การที่เขาปรากฏตัวมาร่วมวงมุงดูเหตุการณ์บ่อยครั้งในช่วงสองวันมานี้ก็นับว่าน่าประหลาดใจพออยู่แล้ว
คิดจะให้เขาช่วย แต่ปากกลับพูดจาไม่เข้าหู? เมื่อครู่เพิ่งเรียกเขาว่าเจ้าอัปลักษณ์ ตอนนี้กลับกล้าขอความช่วยเหลือ ช่างหน้าหนาเสียจริง
และเป็นไปตามคาด หานอวี้เฉินไม่แม้แต่จะปรายตามองหานหมิงซิน เขายังคงยืนนิ่งด้วยท่าทีเย็นชาดุจเดิม
หานหมิงหยวนมองดูใบหน้าซีดเผือดที่เต็มไปด้วยความร้อนรนของหานหมิงซิน แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกอยากจะหัวเราะออกมา
ตอนที่เขาประสบอุบัติเหตุ หานหมิงซินไม่มีสีหน้าเช่นนี้แน่นอน
"หานอวี้เฉิน"
หานหมิงซินทำท่าจะเอ่ยปากอีกครั้ง แต่หัวหน้าหมู่บ้านพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาเสียก่อน
"เรื่องขาเจ็บเอาไว้ก่อน เจ้าลองบอกมาสิว่า ดึกดื่นป่านนี้ไม่หลับไม่นอน มาวิ่งเพ่นพ่านอะไรที่บ้านของหานหมิงหยวน?"
"หัวหน้าหมู่บ้าน พวกเราแค่เป็นห่วงเจ้าสาม แม้จะแยกบ้านกันแล้ว แต่อย่างไรเขาก็ยังเป็นน้องชายของข้า"
พี่ใหญ่หานเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจเสียจนหากไม่มีเรื่องงามหน้าของบ้านสกุลหานเมื่อวาน ผู้คนคงหลงเชื่อไปแล้ว
"ใช่ๆ พวกเรากลัวว่าที่นั่นจะมีผีสาง เลยตั้งใจจะไปช่วยดูให้"
พี่รองหานรีบแก้ตัวตามน้ำ แต่เมื่อได้ยินคำแก้ตัวอันน่ารังเกียจนั้น หานเฉียงก็โกรธจนหลุดหัวเราะ
"กลัวผีงั้นรึ? แล้วไอ้ของพวกนี้เอามาทำอะไร?"
ในเมื่อตั้งใจมาหลอกคน ย่อมต้องเตรียมอุปกรณ์มาพร้อมสรรพ
อาทิเช่น กระดาษสีแดงและปูนขาว
เพียงไม่กี่ประโยค ความจริงก็กระจ่างชัดแก่ใจทุกคน
คนบ้านสกุลหานช่างไม่เหมือนคน ครอบครัวเจ้าสามจำใจต้องไปอยู่ในบ้านผีสิงเพราะความจำเป็น แต่พวกนี้กลับยังตามไปหลอกผีซ้ำเติมกลางดึกอีก
นี่หรือคือพี่น้อง? แม้แต่ศัตรูคู่อาฆาตยังไม่รังแกกันถึงเพียงนี้
"หมิงหยวน เราเป็นพี่น้องคลานตามกันมานะ เจ้าดูสิ พี่สี่ของเจ้าบาดเจ็บเพราะพยายามจะปกป้องเจ้า เจ้าเคยเล่นกับดักสัตว์มาก่อน น่าจะปลดมันได้ใช่ไหม?"
สมองของพี่รองหานแล่นเร็วที่สุด เขาไม่สนว่าคนรอบข้างจะมองอย่างไร สิ่งเดียวที่ต้องการตอนนี้คือรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด
บ้านเจ้าสามตอนนี้ดูประหลาดพิกล ยุ่งด้วยทีไรไม่เคยมีเรื่องดีเกิดขึ้นเลยสักครั้ง
"ใช่แล้ว เจ้าสาม เจ้าต้องช่วยหานหมิงซินนะ"
พี่ใหญ่หานก็ช่วยพูดกล่อมอีกแรง
"พี่สาม ช่วยข้าเถอะนะ"
หานหมิงซินเริ่มบีบน้ำตา เมื่อเห็นสีหน้าเฉยเมยของหานหมิงหยวนราวกับไม่อยากยื่นมือเข้าช่วย เขาก็ยิ่งหวาดกลัวจับใจ
"พี่สาม ท่านลืมไปแล้วหรือว่าท่านรักข้าที่สุด? ตอนเด็กๆ ข้าไข้ขึ้นสูงจนเกือบตาย ท่านพ่อท่านแม่กลัวหมาป่าไม่กล้าออกไปข้างนอกกลางดึก ก็เป็นท่านที่แบกข้าวิ่งเข้าเมืองไปตามหมอมารรักษา ท่านรักข้าที่สุดตอนเด็กๆ ตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิมใช่ไหม?"
หานหมิงหยวนโกรธจนไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืด แต่เขาก็ไม่ได้โง่งมมิใช่หรือ? เมื่อคืนทั้งสามคนนี้ชัดเจนว่ามีเจตนาร้าย
และหานหมิงซิน ยังมีหน้ามาพูดเรื่องเก่าๆ อีกหรือ?
"ใช่ ข้าเคยรักเจ้าที่สุด แม้แต่พ่อกับแม่จะไม่ยอมช่วยเจ้า ข้าก็จะช่วย แต่เจ้าทำกับข้าอย่างไร? เจ้าผลักข้าลงไปให้หมาป่ากิน เพียงเพราะกลัวว่าตัวเองจะหนีไม่รอดงั้นรึ?"
"ข้า..." ดวงตาของหานหมิงซินลอกแลกไปมา ก่อนจะเอ่ยแก้ตัวราวกับเป็นเรื่องสมเหตุสมผล
"ข้ารู้ว่าท่านจะต้องปกป้องข้าแน่นอน ท่านไม่มีทางยอมให้ข้าเป็นอะไรไป ข้าก็แค่ช่วยให้ท่านได้ทำในสิ่งที่ท่านต้องการไงล่ะ"
ทุกคนต่างตะลึงงันกับวาจาอันไร้ยางอายของหานหมิงซิน
หานหมิงหยวนโกรธจนหัวเราะออกมา เขารู้ว่าน้องสี่เห็นแก่ตัว แต่ไม่คิดว่าจะเห็นแก่ตัวได้ถึงเพียงนี้
"หมูครึ่งตัวนั่นสามารถรักษาขาของข้าได้ ทำไมเจ้าไม่ช่วยพูดขอร้องแทนข้าบ้าง?"
"ท่านหมอก็บอกว่ามีโอกาสแค่ห้าส่วน ข้าจะไปขอร้องได้อย่างไร? ถ้าเขาบอกว่ารักษาหายแน่นอน ข้าต้องช่วยพูดกับท่านแม่ให้อยู่แล้ว"
เหอะๆ ช่างพูดจาดูดีเสียเหลือเกิน
"อาหานเฉียง พวกเขาบุกรุกเข้ามาในลานบ้านข้ากลางดึก คงได้ยินว่าชาวบ้านเอาของมาให้ข้าเลยคิดจะมาขโมย ท่านจัดการตามเห็นสมควรเถิด"
ความผูกพันพี่น้องคือสิ่งใด? หากเขายังหวังพึ่งพามันในอนาคต เขาก็คงไม่ใช่คนแล้ว
"แจ้งทางการ หรือ ข้าวสารสามสิบชั่ง เลือกเอา"
หานเฉียงเองก็ไม่อยากเสวนากับคนพวกนี้นานนัก แต่ละคนช่างหาความเป็นคนไม่เจอ
"ข้าวสารสามสิบชั่ง! เราเลือกข้าวสาร อย่าแจ้งทางการเลยนะ!"
ขืนแจ้งทางการ พวกเขายังจะมีชีวิตรอดอีกหรือ?
ทั้งสามคนประสานเสียงตอบพร้อมกัน หัวหน้าหมู่บ้านพยักหน้ารับ หานหมิงซินจึงถามขึ้นด้วยความน่าสงสาร:
"หัวหน้าหมู่บ้าน แล้วเท้าของข้า..."
"เรื่องนั้นเจ้าต้องถามหมิงหยวนเอาเอง"
หานหมิงซินหันไปมองหานหมิงหยวนด้วยสายตาเว้าวอนอีกครั้ง
"ข้าเองก็ปลดกับดักชนิดนี้ไม่เป็น บางทีอาจเป็นของที่คนเก่าทิ้งเอาไว้กระมัง"
หานหมิงซินทำท่าไม่เชื่อ แต่หานหมิงหยวนได้ให้คนหามเขากลับไปแล้ว
ของที่คนเก่าทิ้งไว้? พวกผีสางนั่นน่ะหรือ? แล้วจะให้เขาไปถามใครกันเล่า?
หลังจากหานลั่วเสวี่ยกลับมาถึงบ้าน นางก็แบกตะกร้าขึ้นหลังมุ่งหน้าเข้าป่า
นางยังมีเสบียงสำรองอยู่ และธัญพืชในมิติก็น่าจะใกล้เก็บเกี่ยวได้แล้ว นางต้องเข้าป่าไปหาทางออกให้แนบเนียน
อีกอย่าง น้องชายตัวน้อยของนางจะให้กินแต่น้ำข้าวต้มทั้งวันคงไม่ได้ ทางที่ดีต้องหาอะไรที่เด็กทารกกินได้มาเสริม
ท่านแม่ไม่มีน้ำนมตั้งแต่คลอดน้องชาย คาดว่าต่อให้บำรุงตอนนี้ก็คงยากที่จะมีน้ำนมไหล หากหาแพะแม่ลูกอ่อนหรืออะไรทำนองนั้นได้ก็คงดีไม่น้อย
แต่คิดดูแล้วก็แทบเป็นไปไม่ได้ ภูเขาแถบนี้ถูกผู้คนพลิกหาจนพรุนไปหมดแล้ว อย่าว่าแต่สัตว์เลย แม้แต่หญ้าให้สัตว์กินยังแทบไม่เหลือ
นางกำเคียวไว้ในมือ ระหว่างทางยังเห็นชาวบ้านเดินหาของป่าประปราย
ทว่าทุกคนต่างเร่งรีบควานหาโดยอาศัยโชคช่วย แต่สิ่งที่ได้กลับมาแทบจะว่างเปล่า
หานลั่วเสวี่ยตัดสินใจเดินลึกเข้าไปอีกหน่อย ตอนนี้เป็นเวลากลางวันแสกๆ สัตว์ร้ายตัวใหญ่คงไม่ออกมาเพ่นพ่านกระมัง?
...
บ้านใหญ่สกุลหานในยามนี้ปกคลุมไปด้วยความโศกเศร้า
"เจ้าใหญ่ เจ้ารอง เจ้าสี่ พวกเจ้าบอกมาซิ ทำไมถึงได้วู่วามกันนัก? ข้าวสารสามสิบชั่ง เราจะไปหามาจากที่ไหน? แถมยังต้องเอาไปให้หัวหน้าหมู่บ้านภายในสามวันอีก!!"
แม่เฒ่าหานเอวเคล็ดต้องนอนซมอยู่บนเตียงเตาตั้งแต่กลับมาเมื่อวาน
หลังจากพวกลูกๆ ออกไปเมื่อคืน นางก็นอนไม่หลับด้วยความกังวล
นางสังหรณ์ใจไม่ดี แต่ก่อนครอบครัวเจ้าสามอยู่ในกำมือของนางมาตลอด สั่งให้ไปซ้ายไม่กล้าไปขวา แต่วันนี้เกิดเรื่องหลายอย่างที่ทำให้นางเริ่มสับสน
และเป็นไปตามคาด พวกลูกชายกลับมาพร้อมข่าวร้าย ไม่เพียงหลอกผีบ้านเจ้าสามไม่สำเร็จ หานหมิงซินยังขาเจ็บ แถมยังต้องเสียข้าวสารอีกสามสิบชั่ง...
แม่เฒ่าหานโกรธจนตาเหลือกแทบจะเป็นลม
นางคว้าไม้เท้าข้างเตียงเตา ฟาดใส่หานหมิงซินที่อยู่ใกล้ที่สุดเต็มแรง
ปึก!
หานหมิงซินไม่ทันระวังตัว ไม้เท้านั้นจึงฟาดเข้ากลางแสกหน้าอย่างจัง เสียงดังสนั่นจนเขาแทบจะหมดสติไปในทันที!