เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 เจ้ากระต่ายน้อยแสนน่ารัก

บทที่ 7 เจ้ากระต่ายน้อยแสนน่ารัก

บทที่ 7 เจ้ากระต่ายน้อยแสนน่ารัก


บทที่ 7 เจ้ากระต่ายน้อยแสนน่ารัก

"ใคร? ใครมาน่ะ?"

ฮานลั่วเสวี่ยสะดุ้งสุดตัว หรือว่าพวกบ้านใหญ่จะตามมารังควานอีก?

นางกวาดตามองไปรอบห้องอย่างรวดเร็ว คว้าไม้ท่อนหนาเท่าแขนที่วางอยู่ข้างเตียงเตามาถือไว้แน่น หากพวกเดรัจฉานนั่นกล้าเข้ามาก่อกวน นางจะสู้จนตัวตาย!

"พวกมันตามมางั้นรึ?"

ฮานหมิงหยวนหน้าถอดสี พยายามยันกายลุกขึ้นแต่ก็แทบจะทรงตัวไม่อยู่

"มะ... มันคือเจ้าตัวอัปลักษณ์..."

เสี่ยวหยาวิ่งหน้าตาตื่นมาเกาะแขนเสื้อพี่สาว กระตุกเบาๆ พลางกระซิบเสียงสั่น "พี่ใหญ่... เราอย่ากินเนื้อกันเลย คืนของเขาไปเถอะ"

อวี้เฉินน่ากลัวเกินไป แค่ถูกเขาจ้องมอง ฮานรั่วอวี้ก็แทบจะเข่าอ่อน

"ไม่มีทาง..."

ฮานลั่วเสวี่ยปฏิเสธทันควัน แต่เมื่อเห็นแววตากังวลของพ่อกับแม่ นางจึงลากเสี่ยวหยาออกมาข้างนอก พร้อมกำชับเสียงหนักแน่น

"ท่านพ่อ ท่านแม่ เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง ท่านไม่ต้องห่วง"

พูดจบ นางก็พุ่งตัวออกไปที่หน้าประตู ไม่ลืมที่จะปิดประตูห้องให้สนิท มือข้างหนึ่งกำไม้ท่อนยาวเกือบเท่าตัว ส่วนมืออีกข้างจูงฮานรั่วอวี้ไว้แน่น แล้วก้าวออกไปเผชิญหน้า

"ข้าบอกแล้วไงว่าไม่เห็นห่านป่า เจ้าจะตามมาทำไมอีก?"

นางจ้องหน้าอวี้เฉินเขม็ง ตอนแรกก็นึกว่าหน้าตาเขาดูดีใช้ได้ แต่ตอนนี้ชักไม่แน่ใจเสียแล้ว...

ก็แค่ห่านป่าตัวเดียว คนผู้นี้จะขี้งกไปถึงไหน? ทำไมต้องตามตื๊อไม่เลิก?

อีกอย่าง นางไม่ได้ขโมยหรือปล้นมาเสียหน่อย ห่านป่าที่นางเจอ มันก็เป็นของฮานลั่วเสวี่ย ผิดตรงไหนกัน?

อวี้เฉินมองร่างเล็กที่พุ่งออกมาอย่างดุดัน ใบหน้าเนียนใสฉายแววโกรธเคืองอย่างปิดไม่มิด มือเล็กๆ กำไม้ท่อนยาวกว่าตัว ท่าทางขึงขังแบบนั้น จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่า... น่ารักดีแฮะ

ไม่รู้ทำไม เขาถึงนึกไปถึง 'ท่านแม่ทัพ' สุนัขที่เขาเคยเลี้ยงตอนเด็ก

ทุกครั้งที่เขาแหย่มันเล่น มันก็จะทำท่าทางพองขนขู่ฟ่อแบบนี้แหละ

คิดแล้วมุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นฟันขาวเรียงตัวสวย

ฮานลั่วเสวี่ยเห็นเขายิ้ม แม้รอยยิ้มนั้นจะดูน่ากลัวไปบ้าง แต่นางรู้ว่าเขากำลังหัวเราะเยาะนางอยู่

นางสะบัดมือเสี่ยวหยาออก ก้าวเท้าเข้าหาเขาพร้อมไม้ในมือ เชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย

"เมื่อกี้เจ้าก็ค้นไปแล้วนี่ ที่บ้านข้าไม่มีห่านป่า อย่าคิดนะว่าเป็นเด็กผู้หญิงแล้วจะมารังแกกันได้ง่ายๆ!"

มุมปากของอวี้เฉินกระตุกยิ้มอีกครั้ง มองเด็กสาวตัวน้อยที่ถือไม้ทำท่าจะฟาดเขา... นี่น่ะหรือเด็กผู้หญิง? ดุอย่างกับเสือ

"ข้าไม่ได้บอกว่าจะมาทวงห่านป่าสักหน่อย"

ทว่าเมื่อเห็นนางเงื้อไม้เตรียมจะไล่ตี เขาจึงรีบเอ่ยปากขึ้นก่อน

ฮานลั่วเสวี่ยชะงักค้าง จ้องมองเขาด้วยความระแวง "เจ้าไม่ได้มาทวงห่านป่า?"

อวี้เฉินส่ายหน้า ฮานลั่วเสวี่ยจึงค่อยลดไม้ลง เฮ้อ... ค่อยโล่งอกหน่อย ถ้าอย่างนั้นคืนนี้พวกนางก็จะได้กินเนื้อสมใจแล้วสินะ

"อ่ะ เอานี่ไป..."

อวี้เฉินหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากตะกร้าแล้วยื่นให้

มันคือกระต่าย... กระต่ายเป็นๆ!

เมื่อเห็นเจ้ากระต่ายขนปุกปุยสีขาวสะอาดตา สี่เท้าตะเกียกตะกายดิ้นดุ๊กดิ๊ก ดวงตาของฮานลั่วเสวี่ยก็เป็นประกายวาววับ

ฮานรั่วอวี้เองก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง กระต่ายขาวตัวน้อย... น่ารักจังเลย

"หือ?"

เห็นฮานลั่วเสวี่ยยืนนิ่งอึ้งไม่ยอมรับของ อวี้เฉินจึงเลิกคิ้วถาม "ไม่เอาหรือ?"

ได้ยินดังนั้น ฮานลั่วเสวี่ยรีบทิ้งไม้ในมือลงพื้นดัง 'ตุ้บ' แล้วรีบคว้าเจ้ากระต่ายน้อยมาอุ้มไว้อย่างทะนุถนอม ไม่ได้หิ้วหูมันอย่างโหดร้าย แต่โอบกอดมันไว้อย่างอ่อนโยน

"ให้ข้าหรือ?"

อวี้เฉินพยักหน้าหน้านิ่งๆ แต่ในใจกลับลิงโลด

"ทำไมล่ะ?"

พวกนางไม่ใช่ญาติพี่น้อง และร่างเดิมก็ไม่เคยข้องแวะกับเขามาก่อน จู่ๆ ทำไมเขาถึงมาทำดีด้วย?

ทำไมกัน?

คำถามของฮานลั่วเสวี่ยทำเอาอวี้เฉินเงียบไปครู่หนึ่ง

เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน... ก็แค่...

"ข้าไม่อยากเห็นเจ้าถูกจับกิน"

เขาลั่งเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูดความจริง(บางส่วน)ออกไป

เมื่อได้ยินเหตุผลนั้น ฮานลั่วเสวี่ยแอบเบ้ปากในใจ เด็กผู้หญิงถูกจับกินมีเกลื่อนเมือง ทำไมต้องมาเจาะจงที่นาง? ไม่เชื่อหรอก!

"อวี้เฉิน... เจ้าคงไม่ได้แอบชอบข้าหรอกนะ?"

ฮานลั่วเสวี่ยขยับเข้าไปใกล้ กระซิบถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

มือนางลูบขนกระต่ายนุ่มนิ่มอย่างเพลิดเพลิน ไม่รู้ว่าเขาจับมันมาได้อย่างไร ตัวกระต่ายไม่มีบาดแผลแม้แต่น้อย

ผู้ชายร้อยทั้งร้อยไม่มีทางทำดีกับผู้หญิงโดยไม่มีเหตุผล ต้องมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่ๆ

แต่บ้านนางจนกรอบขนาดนี้ จะมีอะไรให้เขาหลอกลวงได้อีกล่ะ?

"เจ้าคิดมากไปแล้ว"

อวี้เฉินพูดตัดบท แล้วหันหลังเดินจากไปทันที

ทว่าก่อนจะลับสายตา เขาไม่ลืมที่จะหยิบมัดฟืนที่หน้าประตูติดมือเข้าไปวางไว้ให้ข้างในด้วย

ฮานลั่วเสวี่ยยิ้มมุมปาก ปากแข็งจริงนะ... ให้ทั้งกระต่าย ทั้งฟืน ยังจะบอกว่าไม่ได้คิดอะไรอีก ใครจะเชื่อ!

"พี่ใหญ่ เขา..."

พอเห็นอวี้เฉินเดินไปไกลแล้ว เสี่ยวหยาก็รีบวิ่งมาปิดประตูลงกลอนดัง 'ปัง' นางกลัวว่าเขาจะย้อนกลับมา จึงยืนพิงประตูใช้มือน้อยๆ ลูบอกปลอบขวัญตัวเอง เมื่อกี้กลัวแทบตาย ขาสั่นพับๆ

"ไม่เป็นไร ข้าอยู่นี่แล้ว เดี๋ยวข้าจะเอากระต่ายไปซ่อนก่อน ตอนนี้เรามีฟืนแล้ว พรุ่งนี้ค่อยขึ้นเขาไปหาเพิ่ม เดี๋ยวเราไปโม่แป้งข้าวโพดกันเถอะ"

ข้าวที่ท่านหัวหน้าหมู่บ้านให้มายังเป็นเม็ดๆ กินเลยไม่ได้ ต้องเอาไปโม่ให้ละเอียดเสียก่อน

พูดจบ นางก็อุ้มเจ้ากระต่ายขาวเข้าไปในครัว ลูบขนปุกปุยของมันเล่นอย่างเพลิดเพลิน ตัวมันอุ่นนุ่ม ขนสีขาวสะอาดตาน่ารักน่าชังจนนางเริ่มทำใจลำบากที่จะจับมันลงหม้อ

แต่... ไม่กินก็ไม่ได้ ตอนนี้ทุกคนในบ้านทั้งคนแก่ คนเจ็บ คนป่วย ต่างต้องการสารอาหารบำรุงร่างกาย นานๆ ทีจะมีเนื้อตกถึงท้อง จะปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างไร?

"เจ้ากระต่ายขาว เจ้าน่ารักจริงๆ วันนี้ข้าจะยังไม่กินเจ้าหรอกนะ"

กระต่ายขาว: วันนี้ไม่กิน แล้วพรุ่งนี้ล่ะ? น่ารักไปก็เท่านั้น สุดท้ายก็ลงหม้ออยู่ดี!

...

"ท่านย่า! ท่านย่า!"

ฮานอวี้เจ๋อที่แอบซุ่มดูอยู่หน้าบ้านผีสิง รีบวิ่งแจ้นกลับมารายงาน

ตอนที่เห็นกระต่ายขาวตัวอ้วนกลม ตาของเขาเบิกโพลงแทบถลน

ที่กำแพงบ้านหลังนั้นมีช่องหมาลอดอยู่ช่องหนึ่ง เมื่อก่อนพวกเด็กๆ ชอบมุดเข้าไปเล่นซ่อนหากัน

วันนี้เขาก็แอบมุดไปดู แล้วก็เห็นกระต่ายตัวนั้น... ตัวอ้วนพี อ้วนจนน่ากิน!

น้ำลายเขาไหลย้อยด้วยความหิวโซ

นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้กินเนื้อกระต่าย? ตั้งแต่อาสามพิการ เนื้อสัตว์ป่าก็กลายเป็นเพียงความฝัน

เขาอยากจะพุ่งเข้าไปแย่งกระต่ายตัวนั้นมาเดี๋ยวนี้เลย

แต่พอนึกถึงคำสั่งของท่านย่ากับพี่สาว พอเห็นฮานลั่วเสวี่ยอุ้มกระต่ายเข้าครัวไป เขาก็รีบวิ่งกลับบ้านไปตามกำลังเสริมก่อน

"อ้าว อวี้เจ๋อ ไหนบอกว่าจะไปตามคนมาช่วยไง?"

แม่เฒ่าฮานกำลังต้มน้ำอยู่ ถึงจะไม่มีข้าวกิน แต่ก็ต้องกินน้ำประทังชีวิตให้อิ่มท้องไปก่อน

"ไอ้ตัวอัปลักษณ์... ไอ้ตัวอัปลักษณ์มันเอากระต่ายตัวอ้วนปึ้กมาให้บ้านอาสาม!"

ฮานอวี้เจ๋อหอบแฮ่กๆ เล่าด้วยความตื่นเต้น เขาไม่ได้กินกระต่ายมาเกินครึ่งปีแล้ว ทำไมบ้านอาสามถึงได้กินของดีแบบนี้?

"อะไรนะ? เจ้าว่าอะไรนะ? กระต่ายรึ?"

พอได้ยินคำว่า 'กระต่าย' แม่เฒ่าฮานก็น้ำลายสอ กลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อก

"เจ้าแน่ใจนะ?"

"ข้าเห็นกับตาตัวเองเลย นังแพศยานั่นเป็นคนอุ้มมันเข้าไป"

เพราะแม่เฒ่าฮานชอบเรียกฮานลั่วเสวี่ยว่านังแพศยา เด็กๆ จึงจำมาพูดตาม โดยเฉพาะหลังจากฮานหมิงหยวนพิการ พวกเขาก็ยิ่งไม่เกรงใจ

"ฮึ่ม! เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ นังหลานอกตัญญู ข้าอุตส่าห์เลี้ยงดูมาจนโต พอมีของดีกินก็แอบกินกันเอง ไม่คิดจะเอามาแบ่งย่าอย่างข้าบ้างเลย"

แม่เฒ่าฮานทิ้งงานต้มน้ำทันที กระต่ายตัวนั้นต้องเป็นของนาง! ทำไมต้องให้บ้านเจ้าสามกินด้วย?

"ท่านย่า คืนนี้เราจะได้กินกระต่ายใช่ไหม?"

ฮานอวี้เจ๋อหิวจนต้องดูดนิ้วตัวเอง แม่เฒ่าฮานมองหลานชายด้วยสายตาเอ็นดูปนโลภ

"มา ไปกับย่า เดี๋ยวเราไปเอากระต่ายนั่นมากัน!"

จบบทที่ บทที่ 7 เจ้ากระต่ายน้อยแสนน่ารัก

คัดลอกลิงก์แล้ว